LOGINบทที่ 5
เสื้อผ้าของเอิงเอยหายไปกันการทำลายล้านเจ้าของที่ เพราะฉะนั้นแล้วเมื่อวานเป็นวันที่เจ้าสัวปรัชกรณ์ออกคำสั่งให้ตัวเธอไปเลือกซื้อชุดนักศึกษาใหม่ทั้งหมด แม้ว่าเธอจะบอกว่าซื้อเพียงสองชุดก็พอ แต่แล้วอีกคนกลับบอกว่าซื้อไปแล้วซื้อพอกับจำนวนวันที่ต้องเรียน จะได้ไม่ต้องเหนื่อยซักรีดอีก
เรื่องการทำความสะอาดก็เช่น เอิงเอยแอบเถียงกับเจ้าสัวไปหลายครั้ง ตัวเธอยืนยันว่าอยากทำความสะอาดห้องพักเอง และอยากทำทุก ๆ อย่างด้วยตัวเอง ในคราแรกท่านเจ้าสัวเองก็ไม่พอใจ แต่สุดท้ายเองก็ยอมให้เอิงเอยทำตามใจ แต่มีข้อแม้ว่า จะให้แม่บ้านของที่บ้านใหญ่เจ้าสัวจะเข้ามาทำความสะอาดครั้งใหญ่อาทิตย์ล่ะสองครั้ง เอิงเอยอยากปฏิเสธไปแต่สุดท้ายก็ต้องยอม เพราะถือว่าคนล่ะครึ่งทาง
กริ้ง กริ้ง
เสียงโทรศัพท์ของเอิงเอยดังขึ้น ตัวเธอหันไปมองปรากฏชื่อของท่านเจ้าสัวเป็นคนโทรมา
“สวัสดีค่ะ”
“เสร็จหรือยัง”
“เอยเสร็จแล้วค่ะ วันนี้พี่คุณจะมารับใช่ไหมคะ”
ระหว่างที่คุยโทรศัพท์ไปด้วยตัวเธอก็เก็บกระเป๋าสตางค์และเอกสารต่าง ๆ เข้ากระเป๋าสะพายไหล่ใบโปรด
“ฉันจะไปรับ”
“คะ…?” เอิงเอยทำสีหน้างง ๆ ใส่โทรศัพท์ ก่อนที่เอ่ยถามกลับไปอีกครั้ง “พี่คุณบอกว่าวันนี้เจ้าสัวมีคุยงานตอนสายไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมถึงมารับเอยได้”
“พี่คุณ? … เธอสนิทกับแทนคุณถึงขนาดว่าเรียกพี่คุณเลยหรือไง”
“แล้วเจ้าสัวจะไม่ให้เอยสนิทกับใครเลยเหรอคะ”
เอิงเอยเก็บกระเป๋าเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะออกจากห้องและลงไปหาคนที่กำลังจะมารับตัวเองในวันนี้แล้ว เอิงเอยหันซ้ายขวาคิดว่าไม่ลืมอะไรก็เดินตรงไปยังลิฟต์ทันที
“เจ้าสัวยังอยู่ไหมคะ” อีกฝ่ายเงียบไป
“รีบ ๆ ลงมา”
“โอเคค่ะ กำลังลงไปแล้วค่ะ”
ในระหว่างที่อยู่ภายในลิฟต์เอิงเอยได้รับสายตาแปลก ๆ มากมาย เพราะคนอื่นเห็นว่าเธอเป็นผู้เช่า ไม่สิ… เป็นเจ้าของห้องคนใหม่ ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือมาว่าเจ้าของห้องที่แท้จริงคือเจ้าสัว แต่ทว่าไม่นานนักกลับมีเด็กมหาลัยมาอยู่ ทุกคนเลยคิดกันไปว่าเด็กที่เห็นกันคือเด็กเลี้ยงของเจ้าสัว
เอิงเอยพยายามที่จะไม่สนใจกับสายตาเหล่านี้ เมื่อมาถึงชั้นล่างสุดของคอนโดเรียบร้อยแล้วก็รีบเร่งฝีเท้าไปที่รถของเจ้าสัวปรัชกรณ์ทันที
ทางด้านของคนที่นั่งอยู่ภายในรถคันหรูเห็นว่าคนของตัวเองกำลังวิ่งมาทางนี้ เตรียมคำพูดที่จะดุอีกคนไว้มากมาย แต่ทว่าเมื่อหญิงสาวขึ้นมานั่งภายในรถแล้วอีกฝ่ายกลับบอกให้แทนคุณขับรถออกไปเร็ว ๆ ทางด้านของเจ้าของรถเลยยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรออกมา ทำเพียงแค่นั่งมองอีกคนที่กำลังนั่งหายหอบอยู่ข้าง ๆ กัน
“เป็นอะไรของเธอ” เมื่อเวลาผ่านไปในระหว่างทางที่จะไปมหาลัยของหญิงสาว เจ้าสัวปรัชกรณ์ก็เอ่ยขึ้น
“เอยไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” เอิงเอยหันไปตอบอีกคนก่อนที่จะตั้งใจมองใบหน้าของท่านเจ้าสัว
“จะมามองหน้าฉันทำไมนัก”
“เอยแค่สงสัยค่ะ ว่าทำไมวันนี้ท่านเจ้าสัวถึงมารับเอยได้”
“ฉันมารับเธอแล้วแปลกตรงไหน”
เจ้าสัวปรัชกรณ์นั่งไขว้ห่างอ่านเอกสารต่อไปตามฉบับของเจ้าตัว
“เจ้าสัวมารับเอยแบบนี้ไม่กลัวคนอื่นรู้เหรอคะ”
“กลัวคนอื่นรู้?”
ท่านเจ้าสัวปรัชกรณ์เลิกคิ้วเชิงถามอีก
“ก็ใช่ค่ะ ท่านเจ้าสัวบอกเองว่าห้ามแสดงตัวตนนี่ว่าเราสองคนรู้จักกัน”
“เหรอ.. ในสัญญาบอกแค่ว่าเป็นเธอเท่านั้นไม่ใช่เหรอที่ห้ามแสดงตัวตนว่ารู้จักกับฉัน”
“ก็ใช่… แสดงว่าท่านเจ้าสัวจะแสดงตัวตอนไหนก็ได้เหรอคะ”
“ใช่”
“ไม่แฟร์เลยนี่น่า” เอิงเอยเอ่ยออกมาพลางบ่นกับตัวเอง
“หึ… อย่าให้มันมากไปเลยเอิงเอย อย่าแสดงว่าต้องการอะไรให้มากกว่าที่ฉันให้ได้เลย”
รถคันหรูของท่านเจ้าสัวจอดบริเวณหน้าคณะของเอิงเอยแบบพอดี ในคราแรกเอิงเอยอยากให้ไปจอดที่ด้านหลังคณะมากกว่า แต่อีกคนกลับบอกว่าอยากให้จอดด้านหน้านี้เลย ตัวเธอเลยทำอะไรไม่ได้ และอีกอย่างคือวันนี่เธอเถียงท่านเจ้าสัวไปมากพอแล้ว
“เดี๋ยววันนี้ฉันมารับ”
“คะ… วันนี้เอยอยากไปเดินห้าง” เอิงเอยบอกกลับไป
“ไปเดินด้วยกัน”
“คะ…?” เป็นอีกครั้งที่เอิงเอยแสดงสีหน้าไม่เข้าใจในตัวของเจ้าสัวปรัชกรณ์ออกมา
“แค่เธอเดินตามหลังฉันก็พอ”
“แล้วมันจะเดินด้วยกันยังไงเนี่ย”
เอิงเอยพูดเพียงแค่นั้นก่อนที่ทำสีหน้าบึ้งตึงเดินลงจากรถไป
“ท่านเจ้าสัวครับ เราไปกันเลยไหมครับ”
“ไปเลย แล้วเตรียมชุดของเอิงเอยเอาไว้ด้วย คืนนี้ฉันจะพาเธอไปนอนที่บ้าน”
“ได้ครับ วันนี้คุณหนูปริมมีเรียนศิลปะเพิ่มเติมครับ น่าจะเสร็จก่อนที่คุณเอิงเอยเรียนเสร็จครับ”
“หนูปริมเรียนเสร็จประมาณกี่โมง”
“ไม่เกินบ่ายสามครับ”
“งั้นไปรับหนูปริม แล้วค่อยมารับเอิงเอยทีหลัง”
“ครับเจ้าสัว”
ท่านเจ้าสัวปรัชกรณ์เดินเข้าไปผ่านในบริษัทของตัวเอง เดินผ่านเหล่าพนักงานทั้งชายหญิง ผู้ชายไม่เท่าไหร่แต่ผู้หญิงนี่สิส่งสายตาหวาน ๆ ให้ท่านเจ้าสัวกันนับไม่ถ้วนเลย
“วันนี้มีคุยงานกับคุณพิมประภาค่ะคุณแทนคุณ ให้ดิฉันนัดหมายตามเดิมเลยไหมคะ”
เลขาหน้าห้องของท่านเจ้าสัวเอ่ยถามขึ้น ในระหว่างก่อนที่เจ้าของบริษัทจะเดินเข้าห้องทำงานไป
“ครับ คุณกรรณนัดตามเดิมได้เลยนะครับ แต่ขอเสร็จก่อนบ่ายสาม หลังจากนั้นเจ้าสัวจะมีธุระส่วนตัวต่อครับ”
แทนคุณรับหน้าที่ตอบกลับแทนเจ้านายของตัวเอง
กริ้ง กริ้ง
เสียงโทรศัพท์ของแทนคุณดังขึ้นปรากฏว่าเป็นสายจากแม่บ้านของบ้านท่านเจ้าสัว
” ครับป้า… ครับ ๆ”
“มีอะไร”
เมื่อเห็นถึงความลนแปลก ๆ ของคนสนิทของตัวเองจึงทำให้เจ้าสัวต้องเอ่ยถามขึ้นมา
“คุณหนูปริมงอแงเล็กน้อยครับ คุณครูสอนศิลปะเลยรับมือไม่ไหว”
“โทรหาหนูปริมให้กู”
“ได้ครับท่านเจ้าสัว”
รอสายเพียงไม่นานนักอีกฝ่ายก็ได้รับสาย ปรากฏให้ได้ยินเสียงสะอื้นเบา ๆ ดังขึ้นมา เมื่อเป็นแบบนั้นทางด้านของแทนคุณจึงส่งโทรศัพท์ให้กับผู้เป็นเจ้านายของตัวเอง
‘ปะป๊า… ฮึก ปะป๊าอยู่ไหนมา
“หนูปริมจะเอาอะไรคะ” เจ้าสัวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
‘หนูปริมอยากหาปะป๊า ฮึก… ปะป๊ามาหาหนูปริมได้ไหมคะ’
“เดี๋ยวปะป๊าจะกลับไปหาหนูปริมนะคะ แต่ตอนนี้หนูปริมตั้งใจเรียนให้ปะป๊าก่อนได้ไหมคะ”
‘ฮึก… ปะป๊า’
“เดี๋ยวตอนเย็นปะป๊าพาไปเที่ยวดีไหม”
‘ฮึก ดีค่ะ ๆ หนูปริมอยากไปเที่ยว’
“โอเคค่ะ งั้นตอนนี้ตั้งใจเรียนก่อนนะคะ”
‘ฮึกๆ ค่ะหนูปริมจะเชื่อฟังปะป๊า’
“ปะป๊ารักหนูนะคะ”
‘หนูปริมก็รักปะป๊า…’
เพียงแค่นั้นสายก็ได้โดนตัดไปเรียบร้อยแล้ว
“อย่าให้ได้ยินว่าใครมันพูดอะไรแปลก ๆ เกี่ยวกับการที่เอิงเอยจะไปอยู่ที่บ้านกู ถ้ากูได้ยินได้ขึ้นมากูจะจัดการ”
“ครับ ท่านเจ้าสัว”
แทนคุณเคยเตือนเหล่าแม่บ้านไปแล้วแท้ ๆ ว่าอย่าไปพูดอะไรให้คุณหนูปริมได้ยิน ไม่นั้นเป็นเรื่องแน่นอน แต่เหมือนว่าจะไม่มีใครฟังคำเตือนนี้เลย
ตอนพิเศษ 7“ตกลงไปทะเลนะ” เสียงของปรางนลินเอ่ยขึ้นมาก่อนที่จะพลิกตัวไปมาอยู่บนที่นอนของแฝดน้องตัวเอง “ปราณ ไปทะเลนะ!” เสียงดังขึ้นมากกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าน้องชายของตัวเองไม่ตอบ“รู้แล้ว แล้วเมื่อไหร่ปรางจะไปนอนห้องตัวเอง โตขนาดนี้แล้วนะยังจะมานอนห้องคนอื่นเขาอีก” ถึงแม้ว่าจะบ่นมากมายขนาดไหนปรางนลินเองก็ไม่มีท่าทีว่าจะลึกขึ้นเลยสักนิด ยังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่แบบนั้นจนกระทั่งว่ามีเสียงประตูดังขึ้นเลยทำให้ทั้งสองหันไปสนใจที่ประตูมากกว่า ปราณพิศุทธ์เป็นคนเดินไปเปิดประตู เมื่อประตูเปิดปรากฏว่าคนตรงหน้าก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นมารดาของเจ้าแฝด“แม่คิดไว้แล้วเชียวว่าหนูปรางต้องอยู่ที่นี่”ปรางนลินเห็นว่าเป็นแม่ของตัวเองก็ลุกขึ้นจากเตียงนอนทันทีก่อนที่จะรีบวิ่งไปกอดเอวของแม่จ๋าตัวเองไว้หลวม ๆ นำใบหน้าไปซบกับบริเวณช่วงอกของเอิงเอย “แม่เอยมีอะไรเหรอ”“เรื่องเที่ยวนั่นแหละ ปะป๊าเขาให้แม่มาถามว่าตกลงอยากไปไหนหรือเปล่า หรือจะรอเจเจ๊กลับมาก่อน”“รอเจเจ๊อยู่แล้ว แต่เจเจ๊บอกว่าปราณกับปรางเลือกสถานที่รอเลย” ปราณพิศุทธ์เป็นคนเอ่ยตอบมารดาของตัวเอง “โอเคค่ะ งั้นหนูปรางกลับห้องกับแม่เลย ทำไมนะชอบมาอยู่กับ
ตอนพิเศษ 6“ม่ายยยยย ปาน ๆ ทำ แง” เสียงเด็กน้อยในวัยหนึ่งขวบร้องไห้ดังสนั่น เด็กน้อยผู้หญิงดังกล่าวก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น ‘คุณหนูปราง’ ลูกคนที่สองของเจ้าสัวปรัชกรณ์ “ปางทำ ๆ ปานไม่ได้ทำ” เด็กผู้ชายเองก็ไม่น้อยหน้ากันชี้หน้าแฝดตัวเองพร้อมกับกับบอกอีกคนต่างหากที่เป็นฝ่ายทำ “แฝด! ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ” เจเจ๊คนโตของบ้านรีบวิ่งมาดูน้องแฝดของตัวเองทันทีที่ได้ยินน้องสาวร้องไห้ พี่สาวในวัยสิบขวบกำลังกอดโอ๋น้องสาวก่อนที่จะหันไปหาน้องชายของตัวเอง หนูปริมยื่นไปหาน้องชายก่อนที่เด็กน้อยตรงหน้าจะยื่นมือมาจับกับมือของพี่สาว “ทะเลาะอะไรกันเนี่ย” เพียงแค่ได้ยินคำถามนั่นแฝดทั้งสองต่างก็ชี้ใส่หน้าอีกคนก่อนที่หนูปรางจะเบะเตรียมตัวจะร้องไห้อีกรอบหนึ่ง “เจเจ๊แค่ถาม ๆ ไม่ร้องไห้นะ เฮียปราณทำหนูปรางเหรอคะ” พี่คนโตเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ไม่ใช่การดุเลยสักนิด “ฮะ…เฮียไม่ได้ทำนะ!”“โอเค ๆ ไม่ได้ทำก็ไม่ได้ทำ” หนูปริมกอดปลอบน้องแฝดของตัวเอง “แล้วหนูปรางล่ะได้ทำเฮียปราณไหม”“ม่ะ…ไม่!”“ไม่ได้แกล้งกันเหรอเนี่ย… แล้วแฝดจะเสียงดังใส่กันทำไมล่ะ รู้เปล่าทุกคนตกใจกันหมดเลยนะ” เพียงแค่พี่สาวของตัวเองพูดแบบ
ตอนพิเศษ 5คุณหนูปริมเกาะกระจกแน่น ภายในห้องแห่งนั้นมีน้องแฝดของตัวเองนอนอยู่ ตัวเธอยกยิ้มดีใจก่อนที่จะหันไปมองที่พี่เลี้ยงของตัวเอง“พี่พลอย ๆ ดูน้องของหนูปริมสิ แฝดน่ารักจังเลย” “น้องชายกับน้องสาวของคุณหนูปริมน่าเกลียดน่าชังเหมือนหนูปริมเลยนะคะ”“เอ๋… น่าเกลียดน่าชังเหรอ?” คุณหนูปริมไม่เข้าใจในคำพูดของพลอย “มันเป็นคำโบราณค่ะ คนที่มีอายุมากมักจะอวยพรเด็กน้อยที่เพิ่งคลอดค่ะ” พลอยอธิบายให้กับคุณหนูของตัวเองได้ฟัง “อ๋อ… แบบนี้นี่เอง หนูปริมเข้าใจแล้วค่ะ”เพียงไม่นานนักเด็กน้อยหนูปริมก็เดินไปหาเอิงเอยที่ห้องพิเศษ พร้อมกับพี่เลี้ยงที่เดินตามหลังไม่ห่าง พลอยรับหน้าที่เคาะประตูห้องพิเศษอยู่สองสามครั้ง คนด้านในออกมาเปิดประตูซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น ‘ปะป๊าลูกสาม’ นั่นเองตัวของปะป๊ายกยิ้มทันทีเมื่อเห็นลูกสาวคนโตของตัวเองยืนอยู่หน้าประตูห้อง “ไปหาน้องมาแล้วเหรอคะ” เจ้าสัวปรัชกรณ์เอ่ยถามขึ้นพร้อมกับยื่นมือไปด้านหน้าเพื่อที่จะให้ลูกสาวได้จับมือ“ไปหาน้องมาแล้วค่ะ แต่น้องกำลังหลับเลย”“ชอบน้องไหมคะ” ทั้งสองคนพ่อลูกเดินเข้าไปในห้องช้า ๆ ส่วนพลอยนั่นยืนอยู่ด้านนอกกับแทนคุณ ที่เพิ่งจะเดินม
ตอนพิเศษ 4ณ ตอนนี้เอิงเอยกำลังตั้งครรภ์สู่เดือนที่เจ็ดแล้ว คนที่ตื่นเต้นที่สุดคงจะเป็นเจเจ๊ปริมแน่นอน ถามทุกวันทุกช่วงเวลาว่าน้องจะมาตอนไหน จะมาเมื่อไหร่เหรอ และยิ่งตื่นเต้นไปกว่านั้นอีก เพราะ… เอิงเอยได้ตั้งครรภ์ลูกแฝด เจ้าสัวปรัชกรณ์ตอนได้รับข่าวดีนี่นั้นดีใจมากนัก แต่กระนั้นก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรมากมาย แต่เอิงเอยรับรู้ดีว่าอีกคนดีใจมากแน่ ๆ เพราะยิ้มไม่หุบนั่นแหละคืออาการดีใจของอีกคน“คุณเอยวันนี้อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ” พลอยได้รับหน้าที่ให้เป็นคนดูแลเอิงเอยในช่วงนี้ “เอยยังไม่อยากได้อะไรเลย หนูปริมกลับกี่โมงเหรอพลอย” เอิงเอยเงยหน้าไปสบตากับพลอยเล็กน้อย ก่อนที่จะหันกลับไปสนใจที่หน้าจอโทรทัศน์เช่นเดิม วันนี้เจ้าสัวปรัชกรณ์มีคุยงานแต่เช้า ได้ก่อนที่จะออกเดินทางได้ปลุกภรรยาของตัวเองเพื่อบอกกล่าวเรียบร้อยแล้ว ถ้าถามว่าทำไมถึงต้องปลุกเพราะเคยมีครั้งหนึ่งที่เจ้าสัวรีบไปคุยงานคนท้องอย่างเอิงเอยตื่นมาไม่เจอหน้าสามีก็ร้องห่มร้องไห้ใหญ่เลย จนต้องให้แม่บ้านรีบโทรหาเจ้าสัวปรัชกรณ์โดยด่วนเอิงเอยรู้สึกไม่ดีเล็กน้อยในวันนี้แทบจะไม่อยากคุยกับใครเลย แม้กระทั่งว่ากับเจ้าสัวปรัชกรณ์เองก็ตาม แต
ตอนพิเศษ 3เอิงเอยตื่นเช้ามาพร้อมกับความหนักบริเวณช่วงเอวของตัวเอง แต่ทว่าตัวเธอกลับไม่ต้องเดาเสียให้ยุ่งยากว่าความหนักนี้มาจากอะไร เอิงเอยพลิกตะแคงข้างไปอีกฝั่งเผชิญหน้ากับอีกคนที่กำลังหลับใหลอยู่ ตัวเธอค่อย ๆ ยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่จะถือวิสาสะเอื้อมมือไปลูบไล้ตามกรอบหน้าของอีกคน “อ๊ะ” เอิงเอยร้องเสียงหลงเพราะอยู่ดี ๆ อีกคนก็เอามือมาบีบบริเวณเอวเล็กของเธอเบา ๆ “เฮียปล่อยเอยเลยนะคะ อย่ามาบีบแบบนี้” “บีบนิดบีบหน่อยไม่ได้เลยหรือไง”“เอยเจ็บ… เมื่อคืนเอยเจ็บ” เสียงเอิงเอยบ่นออกมาเบา ๆ “ฉันขอโทษ” เจ้าสัวปรัชกรณ์เอ่ยขึ้นมาก่อนที่ขยับตัวลุกขึ้นและโน้มศีรษะไปใกล้กับหน้าผากของอีกคนก่อนที่จะจุ๊บลงเบา ๆ “เมื่อคืนฉันเอาแต่ใจไม่หน่อย ฉันขอโทษ”“เอยให้อภัยค่ะ”เอิงเอยยิ้มแย้มขึ้นมา ความจริงแล้วไม่ได้เจ็บขนาดนั้นหรอก เพียงแค่อยากแกล้งผู้เป็นสามีของตัวเองแค่นั้นเอง“ไปกันเถอะ”“เฮียยังไม่บอกเลยว่าวันนี้จะพาเอยไปไหน”“ไปเดท”“คะ…” เอิงเอยทำหน้าสงสัยใส่อีกคน “เฮียจะพาเอยไปเดทเนี่ยนะ?” เอิงเอยถามออกมาด้วยความตกใจ“ก็ใช่ ฉันจะพาเธอไปเดทแล้วมันทำไม”“ก็เฮีย.. รู้จักคำนี้ด้วยเหรอ อ๊ะโอ๊ยยย เฮียเอ
ตอนเพิเศษ 2ณ ตอนนี้ทั้งสามคนก็เดินทางมาถึงร้านอาหารเรียบร้อยแล้ว เหมือนเช่นเดิมเลยคุณหนูปริมและเอิงเอยใส่ชุดคู่กันอีกแล้ว แต่ทว่าในคราวนี้แปลกไปเพราะทางด้านของเจ้าสัวปรัชกรณ์ก็ใส่ชุดเหมือนเช่นพวกเขา แต่ใช่ว่าจะใส่เหมือนกันซะแบบเป๊ะ ๆ เลย มีเพียงแค่สีชุดเหมือนกันเท่านั้นเอง เอิงเอยจับมือคุณหนูปริมเดินเข้าไปภายในร้านอาหาร ส่วนเจ้าสัวปรัชกรณ์ก็เดินตามหลังทั้งคู่ช้า ๆ คอยมองแผ่นหลังของทั้งสองคนเผลอแอบยิ้มตามไปบ้าง เพราะทั้งสองคนคือดวงใจของเขา“เฮียคะ เอยอยากไปเข้าห้องน้ำก่อน” เอิงเอยหันมาบอกกับสามีของตัวเอง ก่อนที่จะปล่อยมือของหนูปริม “งั้นเอยไปนะ”“เดี๋ยวให้คนไปเป็นเพื่อน”“เอยไปคนเดียวได้นะคะ”“ไม่ได้”จนสุดท้ายเองเอิงเอยก็พยักหน้ารับทราบทันที โดยคนที่จะไปเป็นเพื่อนเธอก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นบอดี้การ์ดประจำตัวของเธอเอง นั่นคือกานต์ “พี่กานต์ไปกันค่ะ” ณ ตอนนี้เจ้าสัวเริ่มที่จะไม่ค่อยชอบใจมากนักเวลาที่ภรรยาตัวเองเรียกบอดี้การ์ดว่า ‘พี่’ แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะเอิงเอยมักจะบอกว่าเจ้าสัวไม่ยอมให้เอยสนิทกับใครเลยสินะ จนตัวเขาต้องยอมเองในที่สุดเพียงไม่นานนักเอิงเอยก็กลับเข้ามาภายในห้องอาหา







