공유

บทที่ 6

last update 게시일: 2026-10-13 22:12:39

บทที่ 6

เอิงเอยเตรียมพร้อมที่จะกลับห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในการเรียนวันนี้ไม่ได้มีอะไรมากมายมรเพียงการจดเล็คเชอร์ตามปกติ เพื่อนสนิทของเอิงเอยที่ได้ทราบข่าวว่าเมื่อหลายวันก่อนเอิงเอยไม่เกิดอุบัติเหตุจนถึงขึ้นต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล เพื่อนทั้งสองคนก็มีอาการตกใจมาก และเสียใจที่ไม่ได้ไปเยี่ยมเยียน

“เลิกทำหน้าเศร้าได้แล้วน่า เอยไม่เป็นไรแล้วนี่ไง”

เอิงเอยเอ่ยขึ้นก่อนที่เอื้อมมือไปลูบไหล่เพื่อนสาวเบา ๆ ส่วนเพื่อนสนิทผู้ชายคนเดียวของเอยก็ทำหน้าเศร้า ๆ

“น้ำใสเป็นห่วงเอยอ่ะ นี่ไง ๆ คิมมันก็เป็นห่วงเอย”

“ทำไมเอยไม่บอกอะไรเลยล่ะ พวกเราจะได้ไปเยี่ยม”

“ไม่เป็นอะไรหรอก เรื่องเล็กน้อยเอง แต่เอยขอโทษด้วยนะไม่ได้ติดต่ออะไร พอดีตอนเกิดอุบัติเหตุโทรศัพท์หล่นหายไปไหนไม่รู้ ตอนนี่มีเครื่องใหม่มาก็ยังไม่ได้บันทึกเบอร์ของใครเลย”

เอิงเอยร่ายประโยคยาว ๆ ก่อนที่จะส่งยิ้มให้กับเพื่อนทั้งสองคน หลังจากนั้นตัวเธอก็ยื่นโทรศัพท์ไปตรงหน้าของเพื่อน ๆ เพื่อที่จะขอช่องทางติดต่อเพื่อนอีกครั้งหนึ่ง

เอิงเอยไม่อยากที่จะโกหกเพื่อนทั้งสอง แต่ทว่าก็บอกเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้เช่นกัน

โทรศัพท์เครื่องใหม่ของเอิงเอยได้รับมาจากเจ้าสัวปรัชกรณ์ และคนที่ได้บันทึกเบอร์ลงในโทรศัพท์เครื่องใหม่ของเอิงเอยก็ไม่ใช่ใครที่นอกจากเจ้าสัวปรัชกรณ์

ทั้งสามคนลงลิฟต์ไปยังชั้นล่างสุดของตึกเรียน เมื่อเดินมาจนถึงหน้าตึกเรียนปรากฏให้รถคันหรูที่ในตอนนี้กำลังจอดเหมือนว่ากำลังรอใครสักคนอยู่ และใครคนนั้นคือเอิงเอยนั่นเอง

“ใครน่ะ รถของใครกัน”

“แต่รถคันนี้คุ้น ๆ มากเลยนะ”

“ของเจ้าสัวเปล่าล่ะเหมือนเคยเห็นตอนลูกน้องเขาขับนะ”

“ของเจ้าสัวจริงเหรอ แล้วเขามารับใครล่ะ?”

“เขาเลี้ยงเด็กไว้ที่คณะนี้ด้วยเหรอ..”

และอีกหลายเสียงที่พูดขึ้นมา แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นคำถามซะมากกว่า เอิงเอยที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา เมื่อคำว่าเด็กเลี้ยงของเจ้าสัวมันดังเข้ามาในโซนประสาทหู เธออยากหลบหนีไปจากตรงนี้ แต่ทำไม่ได้อยู่ดี ในระหว่างที่เธอกำลังยืนมองรถคันหรูของเจ้าสัวอยู่นั่นก็มีเสียงข้อความเด้งขึ้นมา

‘ยืนทำอะไรอยู่ทำไมยังไม่ขึ้นรถอีก’

เอิงเอยเลยต้องโบกมือลาเพื่อน ๆ แล้ว

“ไปก่อนนะ เดี๋ยวเจอกันพรุ่งนี้” เอิงเอยบอกกับเพื่อนทั้งสองคนของตัวเอง

“เอยไปยังไงเหรอ?” คิมหันต์ถามเบา ๆ

“รถคันนั้น… เอยมีคนมารับน่ะ”

เอิงเอยชี้ไปที่รถคันหรูของท่านเจ้าสัว อย่างไรเสียในอีกไม่นานทุกคนก็คงต้องรู้อยู่ดี เพราะฉะนั้นแล้วก็ทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากเดินไปที่รถของท่านเจ้าสัวดี ๆ

มีคนมารับเปิดประตูให้กับเอิงเอย หญิงสาวหันไปไหว้ขอบคุณเพียงเล็กน้อยก่อนที่ก้าวขาขึ้นไปบนรถ แต่ทว่าเพียงแค่หันไปมองภายในรถก็ปรากฏให้เห็นว่ามีเด็กน้อยคนหนึ่งกำลังนั่งกอดทำหน้าบึ้งใส่เธออยู่

‘คุณหนูปริม’ กำลังนั่งกอดอกเมื่อเธอด้วยสายตาที่ไม่ชอบใจเช่นเดิม เอิงเอยหันไปมองที่เจ้าสัวปรัชกรณ์เล็กน้อย

“เธอไปนั่งข้างหลังแล้วกัน”

เจ้าของรถคันหรูเอ่ยขึ้น

“ทำไมต้องให้มานั่งกับหนูปริมด้วยล่ะคะ” เด็กน้อยเอ่ยขึ้นก่อนที่จะหันไปมองทางบิดาของตัวเอง “หนูปริมไม่ชอบเลย”

“ให้พี่เขานั่งด้วยได้ไหมคะ วันนี้พี่เขาจะไปบ้านเราด้วยนะคะ”

“ไปบ้านของเราเหรอคะ”

“ใช่ค่ะ”

“หนูปริมไม่ชอบใจเลยค่ะปะป๊า”

“หนูปริมของปะป๊า อนุญาตให้พี่เขานั่งรถไปกับเราได้ไหมคะ” เจ้าสัวปรัชกรณ์เอ่ยกับลูกสาวอย่างน้ำเสียงอ่อนโยน

“ก็ได้ค่ะ” ก่อนที่คุณหนูปริมจะอนุญาต เด็กน้อยหันมามองที่เอิงเอยอีกครั้งหนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบกลับปะป๊าไป

“รีบขึ้นรถได้แล้ว”

เจ้าสัวปรัชกรณ์หันไปยิ้มให้ลูกสาวอย่างอ่อนโยนก่อนที่ปรายตามามองที่เอิงเอยอีกครั้ง

ทั้งสามคนเดินทางมาถึงบริเวณห้างสรรพสินค้าเรียบร้อยแล้ว คุณหนูปริมโดนปะป๊าของตัวเองอุ้มลงไปยืนบนพื้นโดยที่สองพ่อลูกกำลังยืนรอให้เอิงเอยลงไปจากรถ คุณหนูปริมจำใจต้องยืนรอมากกว่า

ในครานี้เองพี่เลี้ยงที่แท้จริงของคุณหนูปริมไม่ได้มาด้วย เพราะทางเจ้าสัวปรัชกรณ์อยากให้มีความเป็นส่วนตัวเลยอนุญาตให้พี่เลี้ยงของหนูปริมหยุดพักผ่อนไป

“เธออยากได้อะไรหรือเปล่า”

“เอยอยากไปดูเสื้อผ้า”

“หนูปริมหิวไอศกรีมค่ะปะป๊า” หนูปริมเอ่ยขึ้นมาพลางดึงแขนของเจ้าสัวไว้เบา ๆ “ให้เขาไปดูคนเดียวได้ไหมคะ”

“เดี๋ยวเอยไปคนเดียวก็ได้ค่ะ เจ้าสัวพาคุณหนูปริมไปทานไอศกรีมเถอะค่ะ”

“แทนคุณไปดูแลเขาด้วย”

“เอยไปคนเดียวดีกว่าค่ะ”

“ใช่ ๆ ปะป๊าให้เขาไปคนเดียวนะ”

คุณหนูปริมเงยหน้าไปอ้อนปะป๊าของตัวเองก่อนที่จะอ้าแขนออกกว้างให้ผู้เป็นบิดาได้โอบอุ้ม เมื่อเจ้าสัวเห็นเช่นนั้นก็ไม่รอช้ารีบโอบอุ้มลูกสาวไว้ทันทีแม้ว่าในตอนนี้ลูกสาวจะอายุ7 ขวบได้แล้ว แต่สำหรับผู้เป็นพ่อลูกสาวก็ยังคงเป็นเด็กน้อยอยู่เสมอ

                

“ไปด้วยกัน” เหมือนกับว่าท่านเจ้าสัวยื่นคำขาด

“ก็ได้ค่ะ”

“แต่ ๆ หนูปริมไม่ให้เดินข้างปะป๊านะ ไปเดินด้านหลังเลย ไปเลยชิว”

“หนูปริมคะ ไม่เอานะคะทำแบบนี้ไม่น่ารักนะรู้เปล่า”

“หนูปริมไม่อยากให้เขาเดินกับเรานี่คะ”

เด็กน้อยเอ่ยออกมาพลางซบลงกับไหล่หนาของผู้เป็นบิดาของตัวเอง สายตาของคุณหนูปริมยังคงมองไปที่เอิงเอยอยู่แบบนั้น

“คุณปริมของปะป๊าเป็นเด็กน่ารักใช่ไหมคะ ถ้าเป็นเด็กน่ารักต้องเป็นเด็กดีด้วยนะรู้ไหมคนเก่ง”

เจ้าสัวปรัชกรณ์เอ่ยขึ้นมาก่อนที่จะหันไปสบตากับเอิงเอยที่ยืนอยู่ที่เดิมด้วยใบหน้าที่อยากจะทำความเข้าใจ

ตัวของเอิงเอยอยากที่จะหายไปจากตรงนี้เร็ว ๆ เพราะคราแรกตัวเขาเองไม่ได้อยากที่จะมาเดินกับอีกคนเลย ตัวเธออยากเดินเล่น ๆ คนเดียวมากกว่า แต่สุดท้ายแล้วปฏิเสธไม่ได้เลย

“หนูปริมอยากเป็นเด็กน่ารักของปะป๊า”

“แต่ปะป๊าอยากให้หนูปริมของปะป๊าเป็นเด็กน่ารักของทุกคนนะคะ”

“ปะป๊า… จะไม่รักเขามากกว่าหนูปริมใช่ไหมคะ”

เมื่อเด็กน้อยขึ้นมาแบบนั้นทำเอาทั้งท่านเจ้าสัว เอิงเอยและเหล่าบอดี้การ์ดทั้งหลายต่างก็เงียบลง บอดี้การ์ดหันหน้าออกไปมองบริเวณอื่น ส่วนเอิงเอยทำเพียงแค่ยืนนิ่ง ๆ ก่อนที่จะสบตากับเจ้าสัวปรัชกรณ์

“ปะป๊าไม่มีทางรักคนอื่นแน่นอนค่ะ”

ไม่ใช่ว่าไม่มีทางรักคนอื่นมากกว่า แต่ไม่มีทางรักคนอื่นเลยมากกว่า

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • หลงกลรักเจ้าสัวปรัชกรณ์   ตอนพิเศษ7

    ตอนพิเศษ 7“ตกลงไปทะเลนะ” เสียงของปรางนลินเอ่ยขึ้นมาก่อนที่จะพลิกตัวไปมาอยู่บนที่นอนของแฝดน้องตัวเอง “ปราณ ไปทะเลนะ!” เสียงดังขึ้นมากกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าน้องชายของตัวเองไม่ตอบ“รู้แล้ว แล้วเมื่อไหร่ปรางจะไปนอนห้องตัวเอง โตขนาดนี้แล้วนะยังจะมานอนห้องคนอื่นเขาอีก” ถึงแม้ว่าจะบ่นมากมายขนาดไหนปรางนลินเองก็ไม่มีท่าทีว่าจะลึกขึ้นเลยสักนิด ยังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่แบบนั้นจนกระทั่งว่ามีเสียงประตูดังขึ้นเลยทำให้ทั้งสองหันไปสนใจที่ประตูมากกว่า ปราณพิศุทธ์เป็นคนเดินไปเปิดประตู เมื่อประตูเปิดปรากฏว่าคนตรงหน้าก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นมารดาของเจ้าแฝด“แม่คิดไว้แล้วเชียวว่าหนูปรางต้องอยู่ที่นี่”ปรางนลินเห็นว่าเป็นแม่ของตัวเองก็ลุกขึ้นจากเตียงนอนทันทีก่อนที่จะรีบวิ่งไปกอดเอวของแม่จ๋าตัวเองไว้หลวม ๆ นำใบหน้าไปซบกับบริเวณช่วงอกของเอิงเอย “แม่เอยมีอะไรเหรอ”“เรื่องเที่ยวนั่นแหละ ปะป๊าเขาให้แม่มาถามว่าตกลงอยากไปไหนหรือเปล่า หรือจะรอเจเจ๊กลับมาก่อน”“รอเจเจ๊อยู่แล้ว แต่เจเจ๊บอกว่าปราณกับปรางเลือกสถานที่รอเลย” ปราณพิศุทธ์เป็นคนเอ่ยตอบมารดาของตัวเอง “โอเคค่ะ งั้นหนูปรางกลับห้องกับแม่เลย ทำไมนะชอบมาอยู่กับ

  • หลงกลรักเจ้าสัวปรัชกรณ์   ตอนพิเศษ6

    ตอนพิเศษ 6“ม่ายยยยย ปาน ๆ ทำ แง” เสียงเด็กน้อยในวัยหนึ่งขวบร้องไห้ดังสนั่น เด็กน้อยผู้หญิงดังกล่าวก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น ‘คุณหนูปราง’ ลูกคนที่สองของเจ้าสัวปรัชกรณ์ “ปางทำ ๆ ปานไม่ได้ทำ” เด็กผู้ชายเองก็ไม่น้อยหน้ากันชี้หน้าแฝดตัวเองพร้อมกับกับบอกอีกคนต่างหากที่เป็นฝ่ายทำ “แฝด! ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ” เจเจ๊คนโตของบ้านรีบวิ่งมาดูน้องแฝดของตัวเองทันทีที่ได้ยินน้องสาวร้องไห้ พี่สาวในวัยสิบขวบกำลังกอดโอ๋น้องสาวก่อนที่จะหันไปหาน้องชายของตัวเอง หนูปริมยื่นไปหาน้องชายก่อนที่เด็กน้อยตรงหน้าจะยื่นมือมาจับกับมือของพี่สาว “ทะเลาะอะไรกันเนี่ย” เพียงแค่ได้ยินคำถามนั่นแฝดทั้งสองต่างก็ชี้ใส่หน้าอีกคนก่อนที่หนูปรางจะเบะเตรียมตัวจะร้องไห้อีกรอบหนึ่ง “เจเจ๊แค่ถาม ๆ ไม่ร้องไห้นะ เฮียปราณทำหนูปรางเหรอคะ” พี่คนโตเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ไม่ใช่การดุเลยสักนิด “ฮะ…เฮียไม่ได้ทำนะ!”“โอเค ๆ ไม่ได้ทำก็ไม่ได้ทำ” หนูปริมกอดปลอบน้องแฝดของตัวเอง “แล้วหนูปรางล่ะได้ทำเฮียปราณไหม”“ม่ะ…ไม่!”“ไม่ได้แกล้งกันเหรอเนี่ย… แล้วแฝดจะเสียงดังใส่กันทำไมล่ะ รู้เปล่าทุกคนตกใจกันหมดเลยนะ” เพียงแค่พี่สาวของตัวเองพูดแบบ

  • หลงกลรักเจ้าสัวปรัชกรณ์   ตอนพิเศษ5

    ตอนพิเศษ 5คุณหนูปริมเกาะกระจกแน่น ภายในห้องแห่งนั้นมีน้องแฝดของตัวเองนอนอยู่ ตัวเธอยกยิ้มดีใจก่อนที่จะหันไปมองที่พี่เลี้ยงของตัวเอง“พี่พลอย ๆ ดูน้องของหนูปริมสิ แฝดน่ารักจังเลย” “น้องชายกับน้องสาวของคุณหนูปริมน่าเกลียดน่าชังเหมือนหนูปริมเลยนะคะ”“เอ๋… น่าเกลียดน่าชังเหรอ?” คุณหนูปริมไม่เข้าใจในคำพูดของพลอย “มันเป็นคำโบราณค่ะ คนที่มีอายุมากมักจะอวยพรเด็กน้อยที่เพิ่งคลอดค่ะ” พลอยอธิบายให้กับคุณหนูของตัวเองได้ฟัง “อ๋อ… แบบนี้นี่เอง หนูปริมเข้าใจแล้วค่ะ”เพียงไม่นานนักเด็กน้อยหนูปริมก็เดินไปหาเอิงเอยที่ห้องพิเศษ พร้อมกับพี่เลี้ยงที่เดินตามหลังไม่ห่าง พลอยรับหน้าที่เคาะประตูห้องพิเศษอยู่สองสามครั้ง คนด้านในออกมาเปิดประตูซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น ‘ปะป๊าลูกสาม’ นั่นเองตัวของปะป๊ายกยิ้มทันทีเมื่อเห็นลูกสาวคนโตของตัวเองยืนอยู่หน้าประตูห้อง “ไปหาน้องมาแล้วเหรอคะ” เจ้าสัวปรัชกรณ์เอ่ยถามขึ้นพร้อมกับยื่นมือไปด้านหน้าเพื่อที่จะให้ลูกสาวได้จับมือ“ไปหาน้องมาแล้วค่ะ แต่น้องกำลังหลับเลย”“ชอบน้องไหมคะ” ทั้งสองคนพ่อลูกเดินเข้าไปในห้องช้า ๆ ส่วนพลอยนั่นยืนอยู่ด้านนอกกับแทนคุณ ที่เพิ่งจะเดินม

  • หลงกลรักเจ้าสัวปรัชกรณ์   ตอนพิเศษ4

    ตอนพิเศษ 4ณ ตอนนี้เอิงเอยกำลังตั้งครรภ์สู่เดือนที่เจ็ดแล้ว คนที่ตื่นเต้นที่สุดคงจะเป็นเจเจ๊ปริมแน่นอน ถามทุกวันทุกช่วงเวลาว่าน้องจะมาตอนไหน จะมาเมื่อไหร่เหรอ และยิ่งตื่นเต้นไปกว่านั้นอีก เพราะ… เอิงเอยได้ตั้งครรภ์ลูกแฝด เจ้าสัวปรัชกรณ์ตอนได้รับข่าวดีนี่นั้นดีใจมากนัก แต่กระนั้นก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรมากมาย แต่เอิงเอยรับรู้ดีว่าอีกคนดีใจมากแน่ ๆ เพราะยิ้มไม่หุบนั่นแหละคืออาการดีใจของอีกคน“คุณเอยวันนี้อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ” พลอยได้รับหน้าที่ให้เป็นคนดูแลเอิงเอยในช่วงนี้ “เอยยังไม่อยากได้อะไรเลย หนูปริมกลับกี่โมงเหรอพลอย” เอิงเอยเงยหน้าไปสบตากับพลอยเล็กน้อย ก่อนที่จะหันกลับไปสนใจที่หน้าจอโทรทัศน์เช่นเดิม วันนี้เจ้าสัวปรัชกรณ์มีคุยงานแต่เช้า ได้ก่อนที่จะออกเดินทางได้ปลุกภรรยาของตัวเองเพื่อบอกกล่าวเรียบร้อยแล้ว ถ้าถามว่าทำไมถึงต้องปลุกเพราะเคยมีครั้งหนึ่งที่เจ้าสัวรีบไปคุยงานคนท้องอย่างเอิงเอยตื่นมาไม่เจอหน้าสามีก็ร้องห่มร้องไห้ใหญ่เลย จนต้องให้แม่บ้านรีบโทรหาเจ้าสัวปรัชกรณ์โดยด่วนเอิงเอยรู้สึกไม่ดีเล็กน้อยในวันนี้แทบจะไม่อยากคุยกับใครเลย แม้กระทั่งว่ากับเจ้าสัวปรัชกรณ์เองก็ตาม แต

  • หลงกลรักเจ้าสัวปรัชกรณ์   ตอนพิเศษ3

    ตอนพิเศษ 3เอิงเอยตื่นเช้ามาพร้อมกับความหนักบริเวณช่วงเอวของตัวเอง แต่ทว่าตัวเธอกลับไม่ต้องเดาเสียให้ยุ่งยากว่าความหนักนี้มาจากอะไร เอิงเอยพลิกตะแคงข้างไปอีกฝั่งเผชิญหน้ากับอีกคนที่กำลังหลับใหลอยู่ ตัวเธอค่อย ๆ ยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่จะถือวิสาสะเอื้อมมือไปลูบไล้ตามกรอบหน้าของอีกคน “อ๊ะ” เอิงเอยร้องเสียงหลงเพราะอยู่ดี ๆ อีกคนก็เอามือมาบีบบริเวณเอวเล็กของเธอเบา ๆ “เฮียปล่อยเอยเลยนะคะ อย่ามาบีบแบบนี้” “บีบนิดบีบหน่อยไม่ได้เลยหรือไง”“เอยเจ็บ… เมื่อคืนเอยเจ็บ” เสียงเอิงเอยบ่นออกมาเบา ๆ “ฉันขอโทษ” เจ้าสัวปรัชกรณ์เอ่ยขึ้นมาก่อนที่ขยับตัวลุกขึ้นและโน้มศีรษะไปใกล้กับหน้าผากของอีกคนก่อนที่จะจุ๊บลงเบา ๆ “เมื่อคืนฉันเอาแต่ใจไม่หน่อย ฉันขอโทษ”“เอยให้อภัยค่ะ”เอิงเอยยิ้มแย้มขึ้นมา ความจริงแล้วไม่ได้เจ็บขนาดนั้นหรอก เพียงแค่อยากแกล้งผู้เป็นสามีของตัวเองแค่นั้นเอง“ไปกันเถอะ”“เฮียยังไม่บอกเลยว่าวันนี้จะพาเอยไปไหน”“ไปเดท”“คะ…” เอิงเอยทำหน้าสงสัยใส่อีกคน “เฮียจะพาเอยไปเดทเนี่ยนะ?” เอิงเอยถามออกมาด้วยความตกใจ“ก็ใช่ ฉันจะพาเธอไปเดทแล้วมันทำไม”“ก็เฮีย.. รู้จักคำนี้ด้วยเหรอ อ๊ะโอ๊ยยย เฮียเอ

  • หลงกลรักเจ้าสัวปรัชกรณ์   ตอนพิเศษ2

    ตอนเพิเศษ 2ณ ตอนนี้ทั้งสามคนก็เดินทางมาถึงร้านอาหารเรียบร้อยแล้ว เหมือนเช่นเดิมเลยคุณหนูปริมและเอิงเอยใส่ชุดคู่กันอีกแล้ว แต่ทว่าในคราวนี้แปลกไปเพราะทางด้านของเจ้าสัวปรัชกรณ์ก็ใส่ชุดเหมือนเช่นพวกเขา แต่ใช่ว่าจะใส่เหมือนกันซะแบบเป๊ะ ๆ เลย มีเพียงแค่สีชุดเหมือนกันเท่านั้นเอง เอิงเอยจับมือคุณหนูปริมเดินเข้าไปภายในร้านอาหาร ส่วนเจ้าสัวปรัชกรณ์ก็เดินตามหลังทั้งคู่ช้า ๆ คอยมองแผ่นหลังของทั้งสองคนเผลอแอบยิ้มตามไปบ้าง เพราะทั้งสองคนคือดวงใจของเขา“เฮียคะ เอยอยากไปเข้าห้องน้ำก่อน” เอิงเอยหันมาบอกกับสามีของตัวเอง ก่อนที่จะปล่อยมือของหนูปริม “งั้นเอยไปนะ”“เดี๋ยวให้คนไปเป็นเพื่อน”“เอยไปคนเดียวได้นะคะ”“ไม่ได้”จนสุดท้ายเองเอิงเอยก็พยักหน้ารับทราบทันที โดยคนที่จะไปเป็นเพื่อนเธอก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นบอดี้การ์ดประจำตัวของเธอเอง นั่นคือกานต์ “พี่กานต์ไปกันค่ะ” ณ ตอนนี้เจ้าสัวเริ่มที่จะไม่ค่อยชอบใจมากนักเวลาที่ภรรยาตัวเองเรียกบอดี้การ์ดว่า ‘พี่’ แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะเอิงเอยมักจะบอกว่าเจ้าสัวไม่ยอมให้เอยสนิทกับใครเลยสินะ จนตัวเขาต้องยอมเองในที่สุดเพียงไม่นานนักเอิงเอยก็กลับเข้ามาภายในห้องอาหา

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status