Masukภูผากลับเข้าห้องหลังผ่านการพูดคุยกับเพื่อนๆ จนเริ่มปวดหัว คราวนี้เรื่องของเขาตกเป็นหัวข้อในการสนทนาเต็มๆ สิ่งที่เขาเก็บไว้ในใจก็โดนเพื่อนสาวไส้ออกมาจนหมด สมกับเป็นเพื่อนแท้
ชายหนุ่มตรงดิ่งเข้าห้องนอน สิ่งแรกที่เขาให้ความสนใจไม่ใช่วิวข้างนอกซึ่งมองเห็นตึกรามด้านล่างและท้องฟ้าปลอดโปร่งสบายตา หากแต่สิ่งดึงดูดความสนใจพายัพมากกว่าวิวคือหญิงสาวที่นอนคว่ำตัวกระดิกขาสบายอกสบายใจ ท่านอนไม่ระวังของน้ำเหนือทำให้กระโปร่งเทนนิสที่เจ้าตัวสวมใส่มันเลิกขึ้นจนเห็นขาอ่อนและอะไรวับๆ แวมๆ ยามหญิงสาวแกว่งขา คนมองกลืนน้ำลายลงคอ ระงับอาการตื่นตัวให้จิตใจสงบ เขาจะมาตบะแตกเพราะเรื่องแค่นี้ไม่ได้ ทนมาตลอด ก็ต้องทนต่อไป… “เหนือ” “อ้าว พี่ผาประชุมเสร็จแล้วเหรอคะ” คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ว่าภูผาโผล่มาตั้งแต่เมื่อไรดีดตัวลุกขั่งขัดสมาธิในทันที “อืม เหนือหิวรึยัง” “หิวแล้วค่ะ พาเหนือไปกินของอร่อยๆ หน่อยสิ” ใบหน้าจิ้มลิ้มยิ้มหวานอย่างน่ารัก การที่น้ำเหนือกลับมาสดใสหลังจากเริ่มทำใจกับการจากไปของพ่อเขาได้ นั่นเป็นสิ่งที่ภูผาต้องการ “โอเค งั้นก็ไปอาบน้ำ” “พี่ผาใจดีที่สุด” “แต่พี่ไปผับไอ้คิเรย์ด้วยนะ ถ้าเหนือไม่อยากไปพี่จะกลับมาส่งที่โรงแรมหลังกินข้าวเสร็จ” “ได้ไง” คนตัวเล็กโวยวาย “เหนือจะไปด้วย พี่ผาพาเหนือติดรถมาก็อย่าเอาไว้เป็นตุ๊กตาประดับห้องสิ เหนือก็อยากเมาเหมือนกันนะ” “หื้ม” คิ้วเข้มเลิกสูงในทันใด “เหนือหมายถึงอยากไปเที่ยว เปิดประสบการณ์ที่ใหม่ๆ ไงคะ ไม่รู้แหละเหนือขอไปด้วย” คนตัวเล็กพูดจารวบรัดมัดมือชกก่อนสองขากระโดดจึ๋งลงจากเตียง วิ่งลิ่วเข้าห้องน้ำเป็นที่เรียบร้อย ภูผาขับรถออกมาไม่ไกลจากตัวโรงแรมนัก ร้านอาหารที่เขาพาน้ำเหนือมาทานก็ไม่ใช่ร้านหรูหราแต่อย่างใด เป็นร้านเล็กๆ ริมทาง มีลูกค้าส่วนมากคือชาวบ้านหาชาวกินค่ำ “ของอร่อยของพี่ผาคือข้าวมันไก่เหรอเนี่ย” น้ำเหนือชะเง้อคอมองเจ้าของร้านวัยกลางคนที่ยืนสับไก่บนเขียงอย่างคล่องแคล่ว มีลูกมือผู้หญิงประกบข้างคอยช่วยตักข้าว ตักน้ำซุปนั่นคงจะเป็นลูกสาว “อื้ม อร่อยนะ พี่มาพักแถวนี้ทีไรก็ต้องมากินร้านนี้ตลอด” ภูผามองใบหน้าหวานใสของคนตรงข้าม น้ำเหนือเป็นคนชอบแต่งหน้าแต่ก็ไม่ได้แต่งจัดจนเกินไป ผิวที่ขาวเนียนตามฉบับคนถูกฟูมฟักเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี ประกอบกับการดูแลตัวเองของเธอด้วยยิ่งทำให้หญิงสาวดูมีออร่า สว่างสดใสอยู่เสมอ เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนที่พึ่งย้อมกับเพื่อนคู่ใจอย่างน้ำหนาวไปไม่นานนี้เอง เมื่อต้องแสงแดดที่สาดส่องมาจากนอกร้านลงบนกระหม่อมกลางหัวนั่น ยิ่งขับให้คนตัวเล็กดูสวยสะกดสายตา ปากนิด จมูกหน่อย การแต่งตัวน่ารัก ภูผาไม่รู้ตัวเลยว่าเขาจ้องมองอีกฝ่ายนานเกินไปแล้ว เมื่ออาหารที่สั่งไปมาเสิร์ฟ ภูผาไม่รอช้ารีบลงมือจัดการกับข้าวมันไก่สุดโปรดตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย การที่เขาเจริญอาหารซึ่งไม่ใช่รสมือป้าหมี่ ต้องยอมรับว่าร้านนี้อร่อยมากจริงๆ น้ำเหนืออมยิ้มมองคนพี่ เธอรักในความเรียบง่ายของเขา ต่อให้พี่ผามีเงินเยอะก็ยังทำตัวติดดินไม่ได้สร้างเพดานชีวิตสูงๆ แต่อย่างใด มีแต่เพดานพวกนั้นจะขยับให้เขาเอง คนตัวเล็กทำทีเป็นถ่ายรูปข้าวมันไก่ในจานของตัวเอง ก่อนจะใช้จังหวะทีเผลอของอีกฝ่ายแพลนกล้องไปทางเขา พี่ผาในกล้องว่าดูดีมากแล้ว แต่ก็สู้ตัวจริงไม่ได้เลย “แอบถ่ายรูปพี่เหรอ” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยทักกันตรงๆ ทำให้น้ำเหนือรีบลดระดับโทรศัพท์มือถือของตัวเองลงมา เพราะการที่เธอจ่อกล้องไปทางเขามันก็ดูจะโจ่งแจ้งไปหน่อย “หลงตัวเองเหอะ เหนือคุยกับเพื่อนต่างหาก” เฉไฉเปลี่ยนเรื่อง ทำมึนตามประสาน้ำเหนือจนคนตัวสูงต้องข่มใจไม่ให้หลุดยิ้มกับความเลิ่กลั่กมีพิรุธของเธอ “ก็แล้วไป เพราะถ้าเหนือแอบถ่ายรูปหลุดของพี่จริงๆ ไม่ว่ามุมไหมก็ถ่ายออกมาหล่ออยู่ดีนั่นแหละ” ผับคิเรย์ สถานบันเทิงเปิดใหม่ที่ใหญ่สุดในจังหวัด รวมผู้คนสายเที่ยวกินดื่มจากทั่วทุกสารทิศให้หลั่งไหลเข้ามาใช้บริการ มีโซนรับรองแขกหลายแบบ ทั้งผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและผู้ที่อยากเอนจอยกับลูกค้าคนอื่นๆ ทั้งแสง สี เสียง รวมไปถึงบรรยากาศคึกคักรอบตัวชวนให้น้ำเหนือคิดถึงชีวิตสุดโต่งตอนเรียนมหาลัย หญิงสาวหันไปสั่งเหล้าสูตรเข้มกับบาเทนเดอร์ ก่อนจะโดนคนข้างๆ กระแอมไอเสียงดุ “ถ้าเมาพี่ไม่แบกกลับนะ” “เอ้า ได้ไง” “ก็เราตัวหนัก “ น้ำเหนือฉุนกึก แค่กินข้าววันล่ะสี่ห้าจาน มีพุงหมาน้อยนิดๆ น้ำหนักเกือบแตะเลขห้าเฉยๆ แต่ก็แค่เกือบ พี่ผาต้องถึงขั้นบอกว่าเธอตัวหนักจนเขาแบกกลับไม่ไหวเลยเหรอ “หนูตัวเล็กแค่เนี่ย!” ก่อนจะชี้ให้อีกคนดูตัวเองหัวจรดเท้า ภูผาก็ไล่สายตามองตามแต่กระนั้นก็จินตนาการไปไกลอยู่เหมือนกัน ตัวเล็กก็จริง แต่บางอย่างมันไม่เล็กไม่น้อยเหมือนขนาดตัวนี่ไง “ไม่รู้แหละ ถ้าพี่ผาไม่อุ้มเหนือกลับ เหนือจะให้พี่คิเรย์ไปส่ง” เพราะรู้ว่ายังไงดื่มไปก็ต้องเมาแน่ๆ เมื่อรู้ว่าคนพี่ไม่อยากอุ้มเธอ น้ำเหนือก็พูดประชดไปเลย ภูผาที่ได้ยินและไม่พอใจอยู่ลึกๆ เขาเก็บอาการเก่งแต่ไม่วายดีดหน้าผากให้หนึ่งทีจนหญิงสาวโอดครวญ “เจ็บนะ!” “ก็ดูพูดเข้า เดี๋ยวเถอะ” มองแบบคาดโทษจนน้ำเหนือยู่ปากใส่ พอเอาเข้าจริงๆ เขาก็ไม่ได้ห้ามอะไรเธอแล้ว จะสั่งเหล้าเข้มแค่ไหนทำเพียงนั่งมองเฉยๆ มีบ้างที่สั่นหัวอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ไม่เหมือนคู่ผัวเมีย เหมือนพ่อต้องตามมาเฝ้าลูกมากกว่า พอเหล้าเข้าปาก อะไรๆ ก็เปลี่ยน น้ำเหนือโยกตัวเบาๆ ให้จังหวะเสียงเพลง เธอคุยวิดีโอคอลกับเพื่อน ยิ้มแย้ม หัวเราะ มีความสุข ทุกๆ อย่างล้วนตกอยู่ในสายตาคนพี่ที่เอาแต่คอยจับจ้องแบบไม่ละไปมองอย่างอื่น รู้ตัวอีกทีก็จ้องน้ำเหนือนานเกินความจำเป็น จ้องกันชนิดที่ว่าเหล้าในแก้วละลายจนรสชาติเจือจางเลยล่ะ “ปวดฉี่อะ เหนือขอไปเข้าห้องน้ำนะพี่ผา” “ไปเองได้เหรอ ให้พี่พาไปไหม” “ไม่ต้อง เหนือไปเองได้” แก้มกลมซ้ายขวาแดงแจ๋เพราะฤทธิ์น้ำเมา ตาเยิ้มๆ แต่ลิ้นยังคงไม่อ่อนเปลี้ย ยังพูดรู้เรื่องก็คงไม่เป็นอันตรายอะไรนัก “อืมไปเถอะ เดินระวังๆ ด้วย” ภูผากำชับเสียงเข้ม คนตัวเล็กทำเพียงยกมือทำท่าโอเคก่อนจะเดินไปทางห้องน้ำเพื่อทำธุระของเธอ สายตาภูผามองตามอย่างเป็นห่วง “มองขนาดนั้นไม่ตามไปเลยล่ะ” เสียงแซวคุ้นเคยที่ดังมาก่อนตัวทำให้ภูผาหันกลับไปมอง “ต้องกลั้นยิ้มเป็นชั่วโมง เมื่อยหน้าแย่เพื่อนกู” เสียงไอ้เจ้าของผับนั่นเองพี่ผาไม่ยอมเข้ามาด้านในด้วยกัน แต่ขอยืนรอนอกห้องแทน นั่นจึงมีแค่ฉันและพี่ชะเอมในห้องพักของรีสอร์ตสองคน“ห้องได้ไหมคะพี่ชะเอม”“พี่นอนที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น ขอแค่มีที่ซุกหัวนอนก็พอ” น่าเห็นใจจัง ทำไมแฟนของเธอต้องใจร้ายทิ้งกันได้ลงคอด้วยนี่คนนะไม่ใช่ขยะ นึกจะทิ้งตรงไหนก็ทิ้ง สงสารพี่ชะเอมที่ต้องมาเจอแฟนนิสัยห่วยแตกแบบนั้น“ถ้าพี่ต้องการอะไรเพิ่ม ขาดเหลือตรงไหนเรียกใช้พนักงานของที่นี่ได้เลยนะคะ”เธอระบายยิ้มอ่อนโยนพร้อมจับมือฉันด้วยสีหน้าซาบซึ้ง“พี่ขอบคุณน้องน้ำเหนือมากนะ ขอบคุณจริงๆ”“เหนือยินดีช่วยค่ะ งั้นเหนือขอตัวกลับก่อนนะคะ พี่ผารอแย่แล้ว”“เดี๋ยวก่อน…” เธอคว้าข้อมือฉันเอาไว้ ใบหน้าสะสวยเริ่มตั้งคำถาม “พี่ได้ยินมาว่าน้องเหนือกับภูผาแต่งงานกันแล้ว เรื่องนี้จริงไหม”เธอคงได้ยินมาจากปากใครสักคน สีหน้าถึงได้เต็มไปด้วยความอยากรู้ตามประสาคนที่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งมาก่อนฉันพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ใช่ค่ะ พี่ผาและเหนือเป็นสามีภรรยากันแล้ว” หากฉันไม่ได้ตาฝาดไปเอง แว๊บหนึ่งสายตาของพี่ชะเอมมันดูแข็งกร้าวแต่แล้วเธอก็แค่นยิ้มออกมา“เป็นฝั่งเป็นฝากันแล้วสินะ พี่ยินดีด้วย”“ขอบคุณนะคะ” ฉันฉีกยิ้ม
ฉันย้ายสายตาหนีจากใบหน้าหล่อเหลาของพี่ผาก่อนที่ตัวเองจะเหลวเป็นน้ำไปมากกว่านี้ ทันใดความขวยเขินพลันสบายไปจนหมดสิ้นเมื่อเห็นถึงความชิบหายรออยู่เบื้องหน้า “พี่ผาระวัง! นั่นคน” มือสั่นๆ ยกชี้ขึ้นด้านหน้า ที่จู่ๆ กำลังมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินตัดหน้ารถที่กำลังหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าไร่ เอี๊ยด! “กรี๊ดดด! พี่ผา” หัวใจของฉันเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง แทบไม่กล้าขยับตัวไปไหนเมื่อพี่ผาเบรกรถกระทันหันและผู้หญิงคนที่ว่าก็ล้มลงต่อหน้าต่อหน้า ไม่รู้ว่าโดนชนเข้าไปหรือเปล่า ฉันและพี่ผารีบตั้งสติก่อนจะเปิดประตูรถลงไปดูผู้หญิงคนนั้นที่ตอนนี้นอนหน้าคว่ำหมดสติบนถนน “ทะ…ทำไงดีพี่ผา” ฉันมือสั่นไปหมด ค่อยๆ ช่วยเขาพลิกร่างเธอกลับขึ้นมา และในวินาทีนั้นเองก็แทบหยุดหายใจอีกเป็นรอบที่สอง “พี่ชะเอม!” หากใครไม่คุ้นชื่อนี้ฉันจะทวนให้อีกรอบว่าเธอคือแฟนเก่าของพี่ผาสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผู้หญิงคนที่ทิ้งพี่ผาไปยังไงล่ะ สีหน้าเขาเองก็ดูไม่สู้ดีพอๆ กับฉันเลย ในหัวคงเต็มไปด้วยความสงสัยมากมายเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ “พี่ผา..เหนือว่าเราพาเธอไปโรงพยาบาลกันก่อนเถอะ” ฉันพูดดึงสติพี่ผาที่ดูจะหลุดลอยหายไปตั้งแต่เห็นหน้าพี่ชะเอม มองเนื้อต
ฉันไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไงให้ชินกับการโดนจ้องมองจังๆ ตั้งแต่ออกมาจากห้องน้ำก็รู้สึกได้ถึงสายตาของอีกคนที่เล่นมองกันไม่วางตา “มองอะไรนักหนาคะ” ถามคนตัวสูงซึ่งนอนเหยียดขายาวๆ หลังพิงหัวเตียง ในมือคีบบุหรี่พ่นควันขาวจนกลิ่นเหม็นคลุ้ง “มองเมียตัวเอง มองไม่ได้เหรอ” สีหน้าเรียบเฉยผิดกับคำพูดที่ชอบเล่นกับหัวใจของฉัน พอเห็นว่าไม่ตอบอะไรกลับไป พี่ผาก็กดยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างพึงพอใจที่ทำให้ฉันเงียบปากลงได้ “เหม็น ทำไมต้องสูบในห้องนี้ด้วย” ฉันหวีผมพลาง มืออีกข้างก็พัดวีกลิ่นบุหรี่ที่ลอยจางๆ ในอากาศ พี่ผาไม่พูดแต่ยอมดับบุหรี่ให้ “เลิกได้ก็เลิกเถอะนะ สูบไปทำไมนักไม่เห็นมันจะดีสักนิด” ฉันบ่นตามประสาคนที่ไม่ชอบกลิ่นเหม็นของมัน ซึ่งเห็นบ่อยว่าพี่ผาก็เป็นหนึ่งในคนที่ติดบุหรี่ เพียงแต่ก็ไม่ได้สูบจัดขนาดนั้น “จะเลิกให้ก็ต่อเมื่อเหนือทำตัวดีๆ กับพี่ จบนะ” สีหน้าฉันไม่ต่างอะไรไปจากคนงงข้อสอบยากๆ ในหัวเอาแต่คิดว่ามันเกี่ยวอะไรกัน ทำไมพี่ผาชอบจับเรื่องทุกอย่างมาโยงรวมกันไปหมด “หิวยัง แวะหาไรกินก่อนกลับปะ” เขาลุกจากเตียงพลางจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองบ้าง พี่ผาดูชิวมากทั้งที่ฉันต้องหัวหมุนหาเครื่องสำอา
ทั้งชีวิตนี้ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะต้องเข้าม่านรูด โดยเฉพาะกับพี่ผา ก็ยิ่งไม่มีความคิดนี้อยู่ในหัวเลย เมื่อเสียงประตูห้องปิดลงเหลือเพียงแค่สองเรา พี่ผาก็กลายร่างเป็นนักล่าผู้หิวโหย เสื้อผ้าฉันแต่ล่ะชิ้นโดนเขวี้ยงกระจัดกระจายอย่างไม่ไยดี เนื้อตัวขาวผ่องเป็นยองใยอวดความสวยงามและหุ่นน่าฟัดให้พี่ผาใช้สายตาโลมเลีย “ขึ้นไปนอนบนเตียง” ฉันทำตามคำพูดนั้นราวโดนมนต์สะกด มองพี่ผาที่ค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าตัวเองจนไม่เหลืออะไร กล้ามแขนและกล้ามหน้าท้องเรียงเป็นลอนสวยรวมไปถึงความเป็นชายของเขาที่แข็งโด่มันแย่งซีนเตะตาฉันไปเสียหมด ไม่รู้จะโฟกัสตรงไหนก่อนดี “จ้องขนาดนั้นอยากอมให้พี่อีกสักรอบเหรอ” เสียงกลั้วหัวเราะเจือไปกับประโยคสุดหื่น “พี่ผาชอบพูดอะไรทะลึ่งอยู่เรื่อย เหนือยังไม่อยากปากแตกนะ ทำอย่างกับของตัวเองเล็กๆ” “ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง ของใหญ่เวลาโดนกระแทกมันสะใจดีไม่ใช่เหรอ หรือเหนือจะปฏิเสธ…เหนือน่ะ ครางดังทุกรอบเลยนะ” แววตาเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มกดลึกตรงมุมปากช่างขับให้ใบหน้าหล่อดูร้ายกาจใช่เล่นเลยล่ะ ฉันเม้มปากสนิท ได้แต่ถอนหายใจฮึดฮัดเพราะไม่รู้จะสรรหาคำไหนเถียงกลับได้เลย พอเป็นเรื่องแบบนี้ก็ดูจะเข้าทา
น้ำเหนือ | Part ฉันควรห้ามพี่ผาไม่ใช่สมยอมเข้าร่วม เพียงแต่แรงจะห้ามมันไม่มีเลย ตัวอ่อนปวกเปียกนั่งให้เขาทั้งล้วงทั้งควักอยู่อย่างนั้น ถ้ามีสักเสียงที่จะหลุดออกจากริมฝีปากสวยก็คงเป็นเสียงครางหวานๆ หอบกระเส่าของฉันนี่แหละ “ครางอีก พี่ชอบ” เสียงทุ้มร้องกระซิบข้างใบหู มือหนาที่เคยลูบหน้าท้องก็ค่อยๆ ไต่เข้ามาด้านในจนถึงกลีบกุกลาบที่ฉ่ำเยิ้มด้วยน้ำสวาท “แฉะมาก น้ำเยอะเต็มนิ้วพี่เลย” “อื้อ~ ไปหาที่ดีๆ กว่านี้ได้ไหม นะ…เหนือไม่ชอบแถวนี้เลย” ฉันร้องขอเรื่องนี้กับเขาไปหลายรอบแล้ว ทว่าพี่ผาก็ทำเมินไม่สนใจ “อยากเอาแล้วว่ะ น้ำโคตรเยอะ” นิ้วกลางที่ลากขึ้นลงตามร่องเสียวทำตัวฉันอ่อนระทวยเหมือนขี้ผึ้งโดนเทียนลน มือเรียวเกาะบ่าพี่ผาไว้จิกแน่นตามความเร็วของนิ้วที่เขาระรัวใส่ร่องสวาท “อะ..อื้อ เหนือยอมพี่ผาแล้ว ยอมแล้ว…แต่ช่วยไปหาที่ดีๆ เอากันได้ไหม อ๊ะ! นะพี่ผา” ฉันทนกับความสาดเสียวที่เขามอบให้ไม่ไหว ต้องซบใบหน้าสวยกับบ่าแข็งแรงพร้อมลมหายใจที่หอบถี่ แค่นิ้วยังขนาดนี้ ถ้าฉันโดนไอ้นั่นของเขาคงได้ครางเสียงแหบเสียงแห้งแน่ๆ “ก็ได้ พี่เห็นแก่ที่เหนือเริ่มทำตัวน่ารักนะ เอาเป็นว่าพี่จะพาไปม่านรูดแทนล่ะก
ในเวลาต่อมาเย็นย่ำจนแสงแดดของวันกลายเป็นสีส้มอ่อนๆ ทาบทับท้องฟ้า น้ำเหนือกอดลาน้ำหนาวเพื่อนรักและอวยพรให้เพื่อนโชคดีในหน้าที่การงานที่เธอเลือก จากนั้นหญิงสาวก็มุ่งหน้ากลับบ้านพร้อมผู้เป็นสามี “ค่ำเลยอะพี่ผา เหนือน่าจะขอตัวออกมาให้เร็วกว่านี้” “ช่างเถอะน่า พี่รู้ว่าเหนือปฏิเสธญาติผู้ใหญ่ของน้ำหนาวไม่ได้” ภูผาแสดงความเข้าอกเข้าใจหญิงสาว “วันนี้พี่ก็เห็นเหนือสนุกดี เพราะฉะนั้นไม่ต้องคิดมาก” เขาไม่ชอบฟังเสียงขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้ำเหนือก็ยิ่งเป็นคนประเภทนั้นอยู่ด้วย เธอเอาแต่ขอโทษทั้งที่เขามองเป็นเรื่องขี้ประติ๋ว “พี่ว่าถ้ามันมืดมากกว่าเราคงต้องแวะหาที่พักนอนก่อน พี่ไม่อยากเสี่ยงขับรถกลับมืดๆ ค่ำๆ มันอันตราย” “เหนือเห็นด้วย” หญิงสาวพยักหน้าหงึกหงัก วันนี้ทั้งวันภูผาขับรถตะลอนพาเธอไปเที่ยวกับครอบครัวน้ำหนาว ตูดแทบจะติดกับเบาะ เขาคงเพลียแย่ “งั้นพี่แวะปั๊มก่อน” จากนั้นภูผาหักพวงมาลัยเข้าไปเติมน้ำมันยังปั๊มใหญ่ข้างหน้า น้ำเหนือก็ขอลงไปเข้าห้องน้ำ เมื่อเติมน้ำมันเสร็จจึงขับรถมาจอดหน้าร้านสะดวกซื้อชื่อดังก่อนจะลงไปซื้อบุหรี่และของกินเล็กน้อยเผื่อคนตัวเล็ก กลับเข้ามาในรถใช้เวลารออีกคนเกื







