Masukภูผากลับเข้าห้องหลังผ่านการพูดคุยกับเพื่อนๆ จนเริ่มปวดหัว คราวนี้เรื่องของเขาตกเป็นหัวข้อในการสนทนาเต็มๆ สิ่งที่เขาเก็บไว้ในใจก็โดนเพื่อนสาวไส้ออกมาจนหมด สมกับเป็นเพื่อนแท้
ชายหนุ่มตรงดิ่งเข้าห้องนอน สิ่งแรกที่เขาให้ความสนใจไม่ใช่วิวข้างนอกซึ่งมองเห็นตึกรามด้านล่างและท้องฟ้าปลอดโปร่งสบายตา หากแต่สิ่งดึงดูดความสนใจพายัพมากกว่าวิวคือหญิงสาวที่นอนคว่ำตัวกระดิกขาสบายอกสบายใจ ท่านอนไม่ระวังของน้ำเหนือทำให้กระโปร่งเทนนิสที่เจ้าตัวสวมใส่มันเลิกขึ้นจนเห็นขาอ่อนและอะไรวับๆ แวมๆ ยามหญิงสาวแกว่งขา คนมองกลืนน้ำลายลงคอ ระงับอาการตื่นตัวให้จิตใจสงบ เขาจะมาตบะแตกเพราะเรื่องแค่นี้ไม่ได้ ทนมาตลอด ก็ต้องทนต่อไป… “เหนือ” “อ้าว พี่ผาประชุมเสร็จแล้วเหรอคะ” คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ว่าภูผาโผล่มาตั้งแต่เมื่อไรดีดตัวลุกขั่งขัดสมาธิในทันที “อืม เหนือหิวรึยัง” “หิวแล้วค่ะ พาเหนือไปกินของอร่อยๆ หน่อยสิ” ใบหน้าจิ้มลิ้มยิ้มหวานอย่างน่ารัก การที่น้ำเหนือกลับมาสดใสหลังจากเริ่มทำใจกับการจากไปของพ่อเขาได้ นั่นเป็นสิ่งที่ภูผาต้องการ “โอเค งั้นก็ไปอาบน้ำ” “พี่ผาใจดีที่สุด” “แต่พี่ไปผับไอ้คิเรย์ด้วยนะ ถ้าเหนือไม่อยากไปพี่จะกลับมาส่งที่โรงแรมหลังกินข้าวเสร็จ” “ได้ไง” คนตัวเล็กโวยวาย “เหนือจะไปด้วย พี่ผาพาเหนือติดรถมาก็อย่าเอาไว้เป็นตุ๊กตาประดับห้องสิ เหนือก็อยากเมาเหมือนกันนะ” “หื้ม” คิ้วเข้มเลิกสูงในทันใด “เหนือหมายถึงอยากไปเที่ยว เปิดประสบการณ์ที่ใหม่ๆ ไงคะ ไม่รู้แหละเหนือขอไปด้วย” คนตัวเล็กพูดจารวบรัดมัดมือชกก่อนสองขากระโดดจึ๋งลงจากเตียง วิ่งลิ่วเข้าห้องน้ำเป็นที่เรียบร้อย ภูผาขับรถออกมาไม่ไกลจากตัวโรงแรมนัก ร้านอาหารที่เขาพาน้ำเหนือมาทานก็ไม่ใช่ร้านหรูหราแต่อย่างใด เป็นร้านเล็กๆ ริมทาง มีลูกค้าส่วนมากคือชาวบ้านหาชาวกินค่ำ “ของอร่อยของพี่ผาคือข้าวมันไก่เหรอเนี่ย” น้ำเหนือชะเง้อคอมองเจ้าของร้านวัยกลางคนที่ยืนสับไก่บนเขียงอย่างคล่องแคล่ว มีลูกมือผู้หญิงประกบข้างคอยช่วยตักข้าว ตักน้ำซุปนั่นคงจะเป็นลูกสาว “อื้ม อร่อยนะ พี่มาพักแถวนี้ทีไรก็ต้องมากินร้านนี้ตลอด” ภูผามองใบหน้าหวานใสของคนตรงข้าม น้ำเหนือเป็นคนชอบแต่งหน้าแต่ก็ไม่ได้แต่งจัดจนเกินไป ผิวที่ขาวเนียนตามฉบับคนถูกฟูมฟักเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี ประกอบกับการดูแลตัวเองของเธอด้วยยิ่งทำให้หญิงสาวดูมีออร่า สว่างสดใสอยู่เสมอ เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนที่พึ่งย้อมกับเพื่อนคู่ใจอย่างน้ำหนาวไปไม่นานนี้เอง เมื่อต้องแสงแดดที่สาดส่องมาจากนอกร้านลงบนกระหม่อมกลางหัวนั่น ยิ่งขับให้คนตัวเล็กดูสวยสะกดสายตา ปากนิด จมูกหน่อย การแต่งตัวน่ารัก ภูผาไม่รู้ตัวเลยว่าเขาจ้องมองอีกฝ่ายนานเกินไปแล้ว เมื่ออาหารที่สั่งไปมาเสิร์ฟ ภูผาไม่รอช้ารีบลงมือจัดการกับข้าวมันไก่สุดโปรดตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย การที่เขาเจริญอาหารซึ่งไม่ใช่รสมือป้าหมี่ ต้องยอมรับว่าร้านนี้อร่อยมากจริงๆ น้ำเหนืออมยิ้มมองคนพี่ เธอรักในความเรียบง่ายของเขา ต่อให้พี่ผามีเงินเยอะก็ยังทำตัวติดดินไม่ได้สร้างเพดานชีวิตสูงๆ แต่อย่างใด มีแต่เพดานพวกนั้นจะขยับให้เขาเอง คนตัวเล็กทำทีเป็นถ่ายรูปข้าวมันไก่ในจานของตัวเอง ก่อนจะใช้จังหวะทีเผลอของอีกฝ่ายแพลนกล้องไปทางเขา พี่ผาในกล้องว่าดูดีมากแล้ว แต่ก็สู้ตัวจริงไม่ได้เลย “แอบถ่ายรูปพี่เหรอ” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยทักกันตรงๆ ทำให้น้ำเหนือรีบลดระดับโทรศัพท์มือถือของตัวเองลงมา เพราะการที่เธอจ่อกล้องไปทางเขามันก็ดูจะโจ่งแจ้งไปหน่อย “หลงตัวเองเหอะ เหนือคุยกับเพื่อนต่างหาก” เฉไฉเปลี่ยนเรื่อง ทำมึนตามประสาน้ำเหนือจนคนตัวสูงต้องข่มใจไม่ให้หลุดยิ้มกับความเลิ่กลั่กมีพิรุธของเธอ “ก็แล้วไป เพราะถ้าเหนือแอบถ่ายรูปหลุดของพี่จริงๆ ไม่ว่ามุมไหมก็ถ่ายออกมาหล่ออยู่ดีนั่นแหละ” ผับคิเรย์ สถานบันเทิงเปิดใหม่ที่ใหญ่สุดในจังหวัด รวมผู้คนสายเที่ยวกินดื่มจากทั่วทุกสารทิศให้หลั่งไหลเข้ามาใช้บริการ มีโซนรับรองแขกหลายแบบ ทั้งผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและผู้ที่อยากเอนจอยกับลูกค้าคนอื่นๆ ทั้งแสง สี เสียง รวมไปถึงบรรยากาศคึกคักรอบตัวชวนให้น้ำเหนือคิดถึงชีวิตสุดโต่งตอนเรียนมหาลัย หญิงสาวหันไปสั่งเหล้าสูตรเข้มกับบาเทนเดอร์ ก่อนจะโดนคนข้างๆ กระแอมไอเสียงดุ “ถ้าเมาพี่ไม่แบกกลับนะ” “เอ้า ได้ไง” “ก็เราตัวหนัก “ น้ำเหนือฉุนกึก แค่กินข้าววันล่ะสี่ห้าจาน มีพุงหมาน้อยนิดๆ น้ำหนักเกือบแตะเลขห้าเฉยๆ แต่ก็แค่เกือบ พี่ผาต้องถึงขั้นบอกว่าเธอตัวหนักจนเขาแบกกลับไม่ไหวเลยเหรอ “หนูตัวเล็กแค่เนี่ย!” ก่อนจะชี้ให้อีกคนดูตัวเองหัวจรดเท้า ภูผาก็ไล่สายตามองตามแต่กระนั้นก็จินตนาการไปไกลอยู่เหมือนกัน ตัวเล็กก็จริง แต่บางอย่างมันไม่เล็กไม่น้อยเหมือนขนาดตัวนี่ไง “ไม่รู้แหละ ถ้าพี่ผาไม่อุ้มเหนือกลับ เหนือจะให้พี่คิเรย์ไปส่ง” เพราะรู้ว่ายังไงดื่มไปก็ต้องเมาแน่ๆ เมื่อรู้ว่าคนพี่ไม่อยากอุ้มเธอ น้ำเหนือก็พูดประชดไปเลย ภูผาที่ได้ยินและไม่พอใจอยู่ลึกๆ เขาเก็บอาการเก่งแต่ไม่วายดีดหน้าผากให้หนึ่งทีจนหญิงสาวโอดครวญ “เจ็บนะ!” “ก็ดูพูดเข้า เดี๋ยวเถอะ” มองแบบคาดโทษจนน้ำเหนือยู่ปากใส่ พอเอาเข้าจริงๆ เขาก็ไม่ได้ห้ามอะไรเธอแล้ว จะสั่งเหล้าเข้มแค่ไหนทำเพียงนั่งมองเฉยๆ มีบ้างที่สั่นหัวอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ไม่เหมือนคู่ผัวเมีย เหมือนพ่อต้องตามมาเฝ้าลูกมากกว่า พอเหล้าเข้าปาก อะไรๆ ก็เปลี่ยน น้ำเหนือโยกตัวเบาๆ ให้จังหวะเสียงเพลง เธอคุยวิดีโอคอลกับเพื่อน ยิ้มแย้ม หัวเราะ มีความสุข ทุกๆ อย่างล้วนตกอยู่ในสายตาคนพี่ที่เอาแต่คอยจับจ้องแบบไม่ละไปมองอย่างอื่น รู้ตัวอีกทีก็จ้องน้ำเหนือนานเกินความจำเป็น จ้องกันชนิดที่ว่าเหล้าในแก้วละลายจนรสชาติเจือจางเลยล่ะ “ปวดฉี่อะ เหนือขอไปเข้าห้องน้ำนะพี่ผา” “ไปเองได้เหรอ ให้พี่พาไปไหม” “ไม่ต้อง เหนือไปเองได้” แก้มกลมซ้ายขวาแดงแจ๋เพราะฤทธิ์น้ำเมา ตาเยิ้มๆ แต่ลิ้นยังคงไม่อ่อนเปลี้ย ยังพูดรู้เรื่องก็คงไม่เป็นอันตรายอะไรนัก “อืมไปเถอะ เดินระวังๆ ด้วย” ภูผากำชับเสียงเข้ม คนตัวเล็กทำเพียงยกมือทำท่าโอเคก่อนจะเดินไปทางห้องน้ำเพื่อทำธุระของเธอ สายตาภูผามองตามอย่างเป็นห่วง “มองขนาดนั้นไม่ตามไปเลยล่ะ” เสียงแซวคุ้นเคยที่ดังมาก่อนตัวทำให้ภูผาหันกลับไปมอง “ต้องกลั้นยิ้มเป็นชั่วโมง เมื่อยหน้าแย่เพื่อนกู” เสียงไอ้เจ้าของผับนั่นเอง“รูดเบาๆ แค่นั้นพี่ไม่แตกง่ายๆ หรอกนะ เหนือต้องทำแบบนี้” ราวกับรู้ใจ พี่ผายิ้มเอ็นดูมองอาการตื่นเต้นขลาดเขินที่ฉันเป็นอยู่ ฝ่ามือหนาวางทาบหลังมือสวยก่อนจะออกแรงควบคุมให้ฉันขยับข้อมือขึ้นลงเป็นจังหวะที่เร็วขึ้น ไม่นานนักก็ได้เห็นหน้าฟินๆ ของเขา “อื้ม ดี ดีมาก” และเมื่อเขาปล่อยมือให้ฉันทำเอง ฉันก็เรียนรู้ได้ว่าควรใช้จังหวะยังไง ทั้งที่คิดว่าตัวเองไม่ไก่อ่อนเรื่องนี้ แต่พอเป็นพี่ผาใจฉันมันระทวยจนทำอะไรไม่ถูก ราวกับเด็กฝึกหัด “อ่า…เก่งมากน้ำเหนือ ต่อไปก็ใช้ปาก” หน้าหล่อๆ ตอนมีอารมณ์ของพี่ผาสร้างความรู้สึกขัดเขินส่งผ่านทางสีหน้าและแก้มแดงปลั่งของฉัน ริมฝีปากอมชมพูครอบหัวหยักดูดลองเชิงเบาๆ แต่แค่นั้นก็ทำพี่ผาครางอย่างหมดมาด มองเห็นมือของเขาที่ค้ำยันตัวขณะเอนหลัง มันจิกผ้าปูเตียงแน่นระบายความเสียว ปากสวยค่อยๆ ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ ฉันผงกหัวรูดกลืนเข้าๆ ออกๆ เอ็นอุ่นที่พองขยายคับแน่นเต็มโพรงปาก มันทั้งนิ่มและร้อน “อ่า! เป็นงานมากน้ำเหนือ โคตรเก่ง” มือสากของพี่ผาลูบหัวฉันเบาๆ ไม่รู้เลยว่าเขาแสดงสีหน้าแบบไหนออกมาบ้าง แต่เท่าที่ฟังดูจากเสียงสั่นพร่าก็คงเสียวซ่านไม่ใช่น้อ
ตั้งแต่พ่อแม่ตายไป ฉันก็ไม่เคยคาดหวังชีวิตที่มีความสุขและสมบูรณ์แบบ สำหรับฉันสิ่งเหล่านั้นไม่มีจริง เหมือนนิทานหลอกเด็ก ทุกชีวิตล้วนเกิดมารับกรรมและมีแต่ความเจ็บปวด ฉันคิดแบบนั้นมาตลอดจนกระทั่งตอนนี้ ตอนที่ชีวิตของฉันมิชชั่นคอมพลีทดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยาย เพอร์เฟคและสมบูรณ์แบบ ฉันถึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าชีวิตคู่ที่ยืนยาวและอบอุ่นมันสามารถสร้างขึ้นได้จากคนสองคน ความคิดแง่ลบก็มลายหายไป คนที่เข้ามาเติมเต็มและเปลี่ยนความคิดฉันก็คือเขา… “พี่ผาพักก่อนค่ะ เหนือคั้นน้ำส้มมาให้” คนถูกเรียกละสายตาจากงานตรงหน้า ส่งยิ้มอบอุ่นละมุนละไมมองใบหน้าสดใสของฉัน หากแต่รอยยิ้มของเขาดูจะสดใสกว่าเสียอีก พี่ผาวางค้อน เก็บตะปูลงกล่องเครื่องมือ มือสากเปื้อนเศษไม้เช็ดลวกๆ เข้ากับกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่สภาพผ่านการใช้งานมาหนักหน่วง “มีเค้กด้วย น่ากินจัง” เขานั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกัน เราอยู่ในสวนข้างบ้านที่พี่ผาคิดปรับปรุงทำสนามเด็กเล่นให้ลูก เห็นเศษซากไม้ที่หักเป็นชิ้น ไหนจะผงขี้เลื่อยและอุปกรณ์งานช่างต่างๆ วางระเกะระกะสักหน่อย ก็ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือเขาทั้งนั้น และเมื่อถึงขั้นตอนลงสีกลิ่นคงจะฉุนจนแส
“ใครจะเมาก็เมาไปเถอะ แต่พี่ผาห้ามเมาเด็ดขาด ไม่งั้นเราคนใดคนหนึ่งนี่แหละที่ต้องขับรถกลับ” “เอาน่า ต่อให้พี่ผาเมาจริงๆ ฉันก็ขับกลับได้ หรือจะให้ไอ้หนาวขับก็ได้ ใช่ไหมน้ำหนาว” อั่งเปาถามคนที่ยกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดเนี่ยนะ ถามจริงๆ เถอะว่าฉันไว้ใจพวกมันสองคนได้ใช่ไหม และต่อให้อั่งเปาพูดอย่างนั้นก็เถอะ ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อมา สุราออกฤทธิ์เปลี่ยนเพื่อนฉันสองคนให้กลายเป็นซากอะไรสักอย่างที่นอนสลบสไลไม่ได้สติ ตัวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าหึ่งจนต้องให้การ์ดของพี่คิเรย์มาพาตัวไปไว้ในรถ ส่วนพี่ผาก็ดื่มไปพอกรึ่มๆ เช่นกัน หากแต่ยังพอประคองสติได้อยู่ “พี่ผา ถ้ารู้สึกเวียนหัวหรืออยากอ้วก สลับให้เหนือขับแทนเถอะนะ” ฉันกังวลความปลอดภัยจริงๆ แต่พูดไปก็เท่านั้นในเมื่อคนตัวสูงรั้นจะขับเองให้ได้ สองมือประคองพวงมาลัย สายตาจดจ่อกับถนนเบื้องหน้า มีฉันผู้นั่งข้างๆ คอยสวดมนต์ภาวนาอีกที ขอเถอะ…ขอให้เราทั้งหมดกลับถึงที่พักโดยสวัสดิภาพด้วยเถอะ ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง…คำขอของฉันที่ภาวนามาตลอดเส้นทางสำเร็จสมดั่งใจหมาย หากแต่ความปวดหัวยังไม่จบเท่านี้ การปลุกอั่งเปาและน้ำหนาวให้ขึ้นไปบนห้องนั้นทำได้ยากยิ่ง ฉันต้อ
งานแต่งของพี่พายัพและน้องต้นหยงจัดขึ้นช่วงกลางวันที่โรงแรมหรูบนเขาใหญ่ แขกเหรื่อมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ต่างเป็นคนมีหน้ามีตามีชื่อเสียงทั้งนั้น แม้แต่เหล่าดาราและอินฟลูเอนเซอร์ก็ยังมี ฉันทึ่งในคอนเนคชั่นของพวกเขามากนะ “พี่ผาๆ คนนั้นเหนือชอบมากเลยอะ ติดตามผลงานเขาอยู่” ฉันสะกิดคนข้างๆ มองผู้ชายรูปร่างสูงยาวเข่าดี หน้าตาหล่อเหลา สไตล์ลูกครึ่งไทย-จีน อย่างกับหลุดมาจากซีรีส์สักเรื่อง และแน่นอนว่าผู้ชายที่ฉันหมายถึงคือดาราดังที่เล่นซีรีส์จริงๆ เพียงแต่เป็นซีรีส์ไฮสคูลของไทย พี่ผามองตามสายตาเคลิบเคลิ้มของฉัน เขาไม่พูดหรือถามไถ่อะไรสักคำ ร่างสูงก็ลุกออกจากโต๊ะและเดินไปทางดาราดังคนนั้นในทันทีคุยอะไรกันสองสามคำ พี่ผาก็พาเขากลับมาที่โต๊ะด้วยกันได้สำเร็จ ฉันตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ยิ่งดูใกล้ๆ ทำไมถึงหล่อได้ขนาดนี้ ออร่าบางอย่างในตัวเขาสะกดสายตาฉันได้อยู่หมัด “ไอ้ไป๋ นี่เมียกูชื่อน้ำเหนือ น้องบอกว่าชอบมึงมาก ยังไงก็ขอให้เมียกูถ่ายรูปกับมึงหน่อยนะ” พี่ผาพูดกับเขาอย่างเป็นกันเอง แล้วคุณไป๋ก็หันมาส่งยิ้มหวานให้ฉันพร้อมเอ่ยแนะนำตัว ยื่นมือทักทาย“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับน้องน้ำเหนือ ไม่คิดว่าเ
“คนนี้นี่เองพี่มุกดา สวยจังเลยนะคะ” ฉันกระซิบกระซาบกับพี่ผา มองผู้หญิงที่พี่มาร์ตินออกตัวชัดว่าเขาเป็นเจ้าของ ส่วนพี่มุกดาก็แค่ยิ้มรับ ไม่มีความเคอะเขินกระดากอาย เธอเป็นคนที่สวยมากๆ คนหนึ่ง หน้าตาผิวพรรณดูดีสุดๆ ไปเลยล่ะ ฉันไม่แปลกใจเท่าไร่ที่ผู้ชายเจ้าชู้อย่างพี่เขาจะปิ๊งพี่มุกดาได้ ระหว่างมื้ออาหารก็มีการพูดคุยถึงเรื่องงานแต่งในอีกไม่กี่วันที่ใกล้จะถึง พี่พายัพยิ้มไม่หุบตั้งแต่ฉันเข้ามา เขาคงจะมีความสุขมากที่ได้แต่งงานกับน้องต้นหยง ผู้หญิงที่เขารัก กิ๊ง! กิ๊ง! เสียงช้อนตีกระทบแก้วดังขึ้นจากทางพี่คิเรย์ เขาลุกยืนส่งยิ้มให้กับน้องสาวตัวเองและว่าที่น้องเขย “กูขอดื่มฉลองให้กับมึง ไอ้พายัพคนที่เป็นทั้งเพื่อนรักและก็น้องเขยของกู และพี่ก็ดื่มให้หนูด้วย ต้นหยงน้องรักของพี่” ไวน์แดงก่ำถูกกลืนลงคอรวดเดียวจนหมด ก่อนคนอื่นๆ จะทำตาม ร่วมดื่มฉลองให้กับว่าที่บ่าวสาว มีแค่ฉันที่ดื่มน้ำส้ม แปลกและแตกต่าง เราใช้เวลาสังสรรค์มื้อเย็นจนเวลาล่วงเข้าสู่ช่วงค่ำ แสงไฟจากระเบียงถูกเปิดขึ้นให้บรรยากาศอีกแบบ พี่พายัพที่กรึ่มๆ ได้ที่ก็จูงมือน้องต้นหยงออกไปเต้นด้วยกันยามที่เพลงเปิดคลอมันกังวานเร
น้ำเหนือ | Part ร่างกายที่แน่นหนัดด้วยมัดกล้ามเนื้อค่อยๆ โยกขยับร่างกายเชื่องช้าแต่เน้นจังหวะลีลาพลิ้วไหวใต้ร่างบอบบางซึ่งนอนกระเส่าครางเสียงหวานรับการกระแทกแสนโยนอ่อนหากแต่ถึงใจ อาจจะด้วยบรรยากาศอึมครึมด้านนอกที่ไม่มีท่าฝนจะหยุดลงง่ายๆ มวลอากาศหนาวเย็นและเมื่อผสมรวมกับความร้อนรุ่มในกายซึ่งเกิดจากกิจกามสวาท ก็กลายเป็นความอบอุ่นที่เข้าด้วยกันเป็นอย่างดี “อ๊า เสียว” ฉันพร่ำบอกพี่ผาตั้งไม่รู้กี่หนขณะที่เขากระแทกกระทั้นและบดอัดช่วงล่างทำเอาใจจะขาด แต่ครั้งนี้ไร้ซึ่งความรุนแรงจนหัวสั่นหัวคลอนเช่นครั้งก่อนๆ อาจจะด้วยเจ้าก้อนในครรภ์ พี่ผาถึงได้ปราณีฉันบ้างเนินนมขาวผ่องถูกครอบดูดครั้งแล้วครั้งเล่าจนเกิดรอยแดงเถือก กระนั้นคนฝากรอยเอาไว้ก็ดูจะพออกพอใจมิใช่น้อย ความสาดเสียวจากปลายลิ้นช่ำชองทำฉันตัวสั่นสะท้าน มือจิกกำเบาะนอนเป็นที่ระบาย หน้าอกก็แอ่นขึ้นลงตามแรงปรนเปรอที่ส่งมอบให้กัน “นุ่มมาก ชักจะเสพติดนมเมียซะแล้วสิ ต่อไปพี่คงต้องดูดทุกวัน” เสียงหื่นๆ ที่ร้องบอกทำฉันวูบวาบไปทั้งตัว มันก็แค่ข้ออ้างของคนขี้เอาเท่านั้นแหละพี่ผาดูดยอดอกสีก่ำจนพอใจด็เลื่อนใบหน้าหล่อเหลาคลอเคลียลำคอฉัน ลมห
น้ำเหนือ | Part ขาที่ได้รับบาดเจ็บจากการตกม้าจนเป็นภาระคนอื่นหลายอาทิตย์ ตอนนี้ฉันถอดเฝือกออกและเดินคล่องเหมือนคนปกติแล้ว เพื่อนที่พักรีสอร์ทเหลือแค่น้ำหนาวคนเดียว อั่งเปาย้ายไปอยู่บ้านพักครูบนดอยไม่ห่างจากตัวไร่ภูพนาไพรมาก เป็นโรงเรียนเล็กๆ ที่มีจำนวนเด็กนักเรียนไม่มากนัก นางก็คงยุ่งๆ กับเรื่อ
ในส่วนของน้ำเหนือ…ได้ออกมาสูดอากาศข้างนอก ขับรถตะลอนกินของอร่อยและได้ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนคือสิ่งที่เธอปรารถนา แม้ว่าทริปนี้จะมีแฟนเก่าอย่างศรุตทำหน้าที่เป็นสารถีหนุ่มให้ก็เถอะ “เหนียวตัวมาก วันนี้อากาศร้อนเนอะ” สาวสองอย่างอั่งเปาบ่นตามความเป็นจริงให้อากาศเมืองไทยที่ร้อนอบอ้าวจนเมคอัพไหลเยิ้ม น้ำเ
การตื่นเช้าก่อนฟ้าสางกลายเป็นนิสัยติดตัวภูผาไปแล้ว ชายหนุ่มในวัยใกล้แตะเลขสามดูดีในชุดไปรเวทที่สวมใส่เป็นประจำ กางเกงยีนส์เข่าขาดสีเข้มๆ และเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลตามด้วยหมวกคาวบอยเสริมลุคให้ดูเท่ กร้าวอกกร้าวใจสาวๆ มีความเป็นพ่อหนุ่มบ้านไร่เต็มตัว ภูผาเป็นผู้ชายเนื้อหอมที่มีสาวเล็กสาวน้อยรอต่อคิวเพียบ
อั่งเปาและน้ำหนาวอยู่คุยกับฉันจนถึงช่วงเย็นถึงจะกลับ พรุ่งนี้เช้าสองคนนั้นรับปากว่าจะพาฉันออกไปสูดอากาศบ้าง คงต้องลองขออนุญาตจากพี่ผาอีกที กลัวเขาคิดว่าฉันจะไปซนที่ไหนแล้วได้แผลมาอีกเสียงรถยนต์คันเก่งของพี่ผาดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ฉันอยากไปชะโงกหน้าดูตรงหน้าต่างเหมือนกันเพียงแต่การก้าวขาลงจากเตียงมั







