ログインภูผาเอ่ยปากด่าแบบไม่ออกเสียง แต่อ่านเอาก็รู้ว่าเป็นคำหยาบคายเอาเรื่องเหมือนกัน คิเรย์หัวเราะอารมณ์ดีไม่สะทกสะท้าน เขานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเพื่อนสนิทหน้าบาร์เครื่องดื่มก่อนจะหันไปสั่งเหล้าสูตรเข้มกับพนักงาน
“เผด็จศึกเลยปะคืนนี้” “อะไรของมึง” “ก็เข้าทางไม่ใช่เหรอ ไม่ลองหน่อยวะ” คนแนะนำหัวเราะฮึมๆ ในลำคอ แต่อีกฝ่ายคิดตามคำแนะนำนั้นแทบจะยกเท้าถีบเพื่อนให้ตกจากเก้าอี้ “เพื่อนกูแต่ล่ะคนเหี้ยๆ ทั้งนั้นไม่มีดีผสมนิดเดียว ยกเว้นไอ้คัสไว้คนนึงพอ” “แหม ใจจริงมึงก็อยากกูรู้ ไอ้พ่อคนดี” “เออ ถ้าดีแล้วมันอดแดกกูก็ยอม เพราะถ้าเลวแล้วผู้หญิงทิ้งแบบพวกมึง กูขายขี้หน้าแย่” ภูผาแขวะกลับจนคิเรย์หลุดหัวเราะอีกครั้ง จะแซวมันเรื่องอะไรก็แซวไป แต่ถ้าแซวเรื่องผู้หญิงเมื่อไรก็ถือว่าปลุกสกิลปากร้ายในตัวไอ้ภูผาเลยล่ะ ภูผาปล่อยให้น้ำเหนือสนุกต่ออีกไม่นานก็ได้แบกกลับจริงๆ สภาพเธอเมาแอ๋จนแดงไปทั้งตัว เป็นคนเมาที่พูดมากเหลือเกิน ไม่รู้ว่ากินเหล้าเก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร ตัวเขาเองเคยสนิทสนมกับน้ำเหนือเมื่อตอนยังอยู่บ้านเดียวกัน ได้ไปรับไปส่งโรงเรียน ช่วยสอนการบ้านเหมือนพี่ชายน้องสาวทั่วไป กระทั่งเริ่มโตเป็นหนุ่มมีสังคมเพื่อนเป็นของตัวเองก็ติดเพื่อน ติดเที่ยว ส่วนน้ำเหนือที่โตเป็นสาวก็ไม่ได้เล่นบ้าพลัง ขี่คอ ชกต่อยกับเขาเหมือนเมื่อก่อน แต่ไปจับกลุ่มส่องผู้ชาย หัดแต่งหน้ากับเพื่อนๆ ของเธอเหมือนกัน จุดห่างเหินของสองคนก็มาจากการต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ภูผาไปเรียนมหาลัยในตอนที่น้ำเหนืออยู่มัธยม ตอนนั้นก็ยังมีพูดคุยกันบ้าง ถึงจะไม่สนิทเท่าตอนเด็กๆ จนเขาจบมาเธอก็สอบติดมหาลัยดังในกรุงเทพฯ ตรงจุดนี้นี่เองที่ทำให้ความสัมพันธ์มันขยับห่างไปอีก ทั้งระยะทางและวันเวลา เพราะฉะนั้นการที่เราต้องมาจับคู่แต่งงานจึงไม่ได้มีความกระอักกระอ่วนใจในเรื่องความสัมพันธ์แบบพี่น้องนัก แม้ว่าเมื่อก่อนภูผาเคยมองน้ำเหนือเป็นน้องสาวคนหนึ่งที่เข้ามาเติมเต็มให้ชีวิตพ่อและเขามีความสุขแต่ยิ่งนานวัน เธอเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ความคิดที่เคยเอ็นดูเสมือนน้องมันก็เปลี่ยนไป ใครใช้ให้โตมาสวยขนาดนี้ แล้วยิ่งต้องมาแต่งงานเป็นคู่ผัวเมียกันอีก เขาจะหักห้ามใจได้อีกนานแค่ไหน ภูผาแบกร่างเล็กเข้ามาในห้อง วางเธอบนเตียงอย่างนุ่มนวลแต่คนเมาไม่รู้ประสาส่งเสียงครางอืออาในลำคอราวจะประท้วงอะไรสักอย่าง “ไม่น่าปล่อยให้ดื่มเยอะเลย” ก็พึ่งจะเห็นน้ำเหนือเมาครั้งแรก ดูรั่วและน่ารักดี แต่ก็เล่นเอาเหนื่อยใช่ย่อย ภูผาห่มผ้าให้คนตัวเล็ก มองสองแก้มแดงก่ำ นัยต์ตาปรือปรอย ปิดๆ เปิดๆ ปากพึมพำอะไรฟังไม่ออก กลิ่นเหล้าตีหึ่งออกมายิ่งกว่าอาบทั้งตัว “พี่ผา..” เสียงยานคางของคนเมาเรียกเขาไว้เมื่อภูผาทำท่าจะเดินเข้าห้องน้ำ “เหนือ..อึก อยากอาบน้ำ” ไอ้ประโยคที่เจ้าตัวพูดออกมาคงไม่รู้ตัวเลยสินะ “สภาพนี้จะอาบได้ไงเล่า” “พี่ผาอาบให้เหนือเส่! โง่จริง” โอเค คงไม่รู้เรื่องห่าเหวอะไรเลย สั่งให้เขาอาบน้ำให้ตัวเองไม่พอ ซ้ำยังมาด่าว่าเขาโง่อีก “พี่จะอาบให้ได้ไง เมาแล้วนอนเหอะ” “ทำไมจะอาบให้ไม่ด้ายยย~ ก็เราสองคนเป็นผัวเมียกัน อึก…ถึงพี่ผาจะไม่เคยแม้แต่จูบเหนือก็เถอะ” เธอพ่นความในใจออกมาเสียยืดยาวแต่ทำเอาคนที่นิ่งฟังทุกประโยคหายใจติดขัด ภูผาเบนหน้ามองทางอื่น เธอพูดแบบนั้นต้องการอะไร อยากให้เขาจูบมากนักเหรอ “อยากอาบน้ำ อยากอาบน้ำ!” “ไม่ได้ ค่อยอาบพรุ่งนี้เช้า” คนตัวสูงเอ็ดเสียงเข้ม น้ำเหนือจะสวมบทเป็นคนเมารักความสะอาดในตอนที่เขาอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ได้ยังไง ให้เขาอาบน้ำให้งั้นเหรอ ฝันไปเถอะ มีหวังได้ทำมากกว่าจูบแน่ๆ “ฮื่อ งั้นพี่ผาคลีนหน้าให้เหนือหน่อย” เสียงฮึดฮัดขัดใจขอกันอีกครั้ง ภูผามองใบหน้าหวานสวยของคนเมา ผู้หญิงนี่เรื่องเยอะจริงๆ ขนาดเมาก็ยังจะรักสวยรักงาม คงกลัวตื่นมาสิวบุกสิท่า “ก็ได้ๆ” พ่นลมหายใจหนักหน่วงก่อนตัดปัญหารีบทำให้มันเสร็จๆ ถึงจะดูเหมือนน้ำเหนือไม่มีสติสตังจนแทบลืมตาไม่ขึ้น แต่หญิงสาวกลับจำได้หมดว่าอะไรวางไว้ตรงไหนและเขาควรทำยังไงกับกระเป๋าเครื่องสำอางของเธอบ้าง “ทำไมครีมเยอะแยะจังวะ” เช็ดหน้าด้วยคลีนซิ่งแล้วก็ตามด้วยน้ำเปล่า ต้องลงสกินแคร์อะไรเยอะแยะจนเขาเริ่มงงไปหมดแล้ว มาค้างแค่ไม่กี่คืนแต่ดูเหมือนน้ำเหนือจะยกคลังสกินแคร์หน้าโต๊ะเครื่องแป้งรวมลงในกระเป๋าเดียวหมด “ทาลิปมาร์กให้เหนือด้วย” “ห้ะ กระปุกไหนอีก” “สีชมพู๊วววงายยย ปากจะได้นุ่มๆ น่าจูบ” จากนั้นก็ทำปากจู๋จุ๊บอากาศ ภูผาเห็นแล้วส่ายหน้าระอาใจเต็มทน “อยู่นิ่งๆ ซิเหนือ จะเสร็จแล้ว” “อื้อ ลิปอร่อยอะ” “เหนือจะเลียทำไม” “อื้อ~ นี่อะไร จ๊วบๆ” “เหนืออย่าดูดนิ้วพี่สิวะ” ภูผาง้างปากสวยดึงนิ้วออกมา ลมแทบจับให้กับความซนของคนตัวเล็ก ถ้ารู้ว่าเมาแล้วจะทำให้เหนื่อยขนาดนี้ เขาคงจำกัดให้แค่สามแก้วก็พอ “ปากเหนือน่าจุ๊บยางอะ~” เสียงยานคางของหญิงสาวถามกันอีกครั้ง เธอทำปากจู๋น่ารักให้ภูผามองโดยที่ไม่รู้เลยว่าคนพี่ไม่อยากทำแค่มองเฉยๆ ใบหน้าสวยแก้มอิ่มแดงเปล่งปลั่ง เปลือกตาสีไข่นั้นปิดสนิท ปากสีชมพูแวววาวด้วยลิปมาร์กเผยอยิ้มน้อยๆ อาจจะเป็นเพราะดื่มมาพอกรึ่มๆ ด้วยก็ได้ ภูผาไม่อยากทำแค่มอง ทำไมคนตัวเล็กต้องพูดเหมือนเป็นการเชิญชวน ไว้ใจเขาขนาดนั้นเลยเหรอ นี่ก็ผู้ชายคนหนึ่งเหมือนกัน ถ้าความอดทนมันขาดสะบั้นอะไรจะเกิดขึ้นบ้างยังไม่รู้เลย สิ่งล่อล่อใจอย่างริมฝีปากน้ำเหนือกำลังดึงดูดให้ร่างสูงโน้มใบหน้าเข้าหาเรื่อยๆ ลมหายใจผะแผ่วที่รินรดถึงกัน อีกเพียงแค่นิดเดียว “พี่ผา…” เธอกลับถีบเขาตกจากภวังค์ฝันหวาน “พี่ไม่ได้จะจูบนะ แค่ดมกลิ่นลิปเฉยๆ” รีบแก้ตัวเหมือนคนกลัวความผิดทั้งที่อีกฝ่ายยังไม่ลืมตามารับรู้เรื่องราวอะไรด้วยซ้ำ น้ำเหนือยันตัวลุกนั่ง สีหน้าท่าทางดูไม่ค่อยดี “เหนือเป็นไร” “อึก…เหนือจะ” “จะอะไร จะเอาอะไร” ภูผาขยับเข้าไปถามใกล้ๆ อย่างเป็นห่วง “เหนือจะอ้วก…!” จบเสียงนั้นก็แหวะเอาอะไรต่อมิอะไรในลำคอที่อัดแน่นราดใส่เสื้อภูผาอย่างเต็มกลั้น สีหน้าพะอืดพะอมของชายหนุ่มมาพร้อมอาการปวดหัวจี๊ดๆ เป็นทุกอย่างแล้ว ทั้งพี่ชาย คนขับรถ คนคอยดูแล คนจ่ายเงิน ที่ระบายตอนเธออ้วก เหลืออย่างเดียวที่อยากเป็นแต่ยังเป็นไม่ได้คือผัวของเธอ ผัวที่ไม่ได้มีแค่ทะเบียนสมรส ไม่ใช่แค่ผัวในนาม แต่เป็นผัวที่เอาไว้นอนกกกอด กว่าจะถึงขั้นนั้นก็คงต้องผ่านอะไรอีกเยอะ อย่างในวันนี้ก็ต้องผ่านการเช็ดอ้วกให้เธอก่อนล่ะนะ“รูดเบาๆ แค่นั้นพี่ไม่แตกง่ายๆ หรอกนะ เหนือต้องทำแบบนี้” ราวกับรู้ใจ พี่ผายิ้มเอ็นดูมองอาการตื่นเต้นขลาดเขินที่ฉันเป็นอยู่ ฝ่ามือหนาวางทาบหลังมือสวยก่อนจะออกแรงควบคุมให้ฉันขยับข้อมือขึ้นลงเป็นจังหวะที่เร็วขึ้น ไม่นานนักก็ได้เห็นหน้าฟินๆ ของเขา “อื้ม ดี ดีมาก” และเมื่อเขาปล่อยมือให้ฉันทำเอง ฉันก็เรียนรู้ได้ว่าควรใช้จังหวะยังไง ทั้งที่คิดว่าตัวเองไม่ไก่อ่อนเรื่องนี้ แต่พอเป็นพี่ผาใจฉันมันระทวยจนทำอะไรไม่ถูก ราวกับเด็กฝึกหัด “อ่า…เก่งมากน้ำเหนือ ต่อไปก็ใช้ปาก” หน้าหล่อๆ ตอนมีอารมณ์ของพี่ผาสร้างความรู้สึกขัดเขินส่งผ่านทางสีหน้าและแก้มแดงปลั่งของฉัน ริมฝีปากอมชมพูครอบหัวหยักดูดลองเชิงเบาๆ แต่แค่นั้นก็ทำพี่ผาครางอย่างหมดมาด มองเห็นมือของเขาที่ค้ำยันตัวขณะเอนหลัง มันจิกผ้าปูเตียงแน่นระบายความเสียว ปากสวยค่อยๆ ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ ฉันผงกหัวรูดกลืนเข้าๆ ออกๆ เอ็นอุ่นที่พองขยายคับแน่นเต็มโพรงปาก มันทั้งนิ่มและร้อน “อ่า! เป็นงานมากน้ำเหนือ โคตรเก่ง” มือสากของพี่ผาลูบหัวฉันเบาๆ ไม่รู้เลยว่าเขาแสดงสีหน้าแบบไหนออกมาบ้าง แต่เท่าที่ฟังดูจากเสียงสั่นพร่าก็คงเสียวซ่านไม่ใช่น้อ
ตั้งแต่พ่อแม่ตายไป ฉันก็ไม่เคยคาดหวังชีวิตที่มีความสุขและสมบูรณ์แบบ สำหรับฉันสิ่งเหล่านั้นไม่มีจริง เหมือนนิทานหลอกเด็ก ทุกชีวิตล้วนเกิดมารับกรรมและมีแต่ความเจ็บปวด ฉันคิดแบบนั้นมาตลอดจนกระทั่งตอนนี้ ตอนที่ชีวิตของฉันมิชชั่นคอมพลีทดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยาย เพอร์เฟคและสมบูรณ์แบบ ฉันถึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าชีวิตคู่ที่ยืนยาวและอบอุ่นมันสามารถสร้างขึ้นได้จากคนสองคน ความคิดแง่ลบก็มลายหายไป คนที่เข้ามาเติมเต็มและเปลี่ยนความคิดฉันก็คือเขา… “พี่ผาพักก่อนค่ะ เหนือคั้นน้ำส้มมาให้” คนถูกเรียกละสายตาจากงานตรงหน้า ส่งยิ้มอบอุ่นละมุนละไมมองใบหน้าสดใสของฉัน หากแต่รอยยิ้มของเขาดูจะสดใสกว่าเสียอีก พี่ผาวางค้อน เก็บตะปูลงกล่องเครื่องมือ มือสากเปื้อนเศษไม้เช็ดลวกๆ เข้ากับกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่สภาพผ่านการใช้งานมาหนักหน่วง “มีเค้กด้วย น่ากินจัง” เขานั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกัน เราอยู่ในสวนข้างบ้านที่พี่ผาคิดปรับปรุงทำสนามเด็กเล่นให้ลูก เห็นเศษซากไม้ที่หักเป็นชิ้น ไหนจะผงขี้เลื่อยและอุปกรณ์งานช่างต่างๆ วางระเกะระกะสักหน่อย ก็ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือเขาทั้งนั้น และเมื่อถึงขั้นตอนลงสีกลิ่นคงจะฉุนจนแส
“ใครจะเมาก็เมาไปเถอะ แต่พี่ผาห้ามเมาเด็ดขาด ไม่งั้นเราคนใดคนหนึ่งนี่แหละที่ต้องขับรถกลับ” “เอาน่า ต่อให้พี่ผาเมาจริงๆ ฉันก็ขับกลับได้ หรือจะให้ไอ้หนาวขับก็ได้ ใช่ไหมน้ำหนาว” อั่งเปาถามคนที่ยกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดเนี่ยนะ ถามจริงๆ เถอะว่าฉันไว้ใจพวกมันสองคนได้ใช่ไหม และต่อให้อั่งเปาพูดอย่างนั้นก็เถอะ ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อมา สุราออกฤทธิ์เปลี่ยนเพื่อนฉันสองคนให้กลายเป็นซากอะไรสักอย่างที่นอนสลบสไลไม่ได้สติ ตัวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าหึ่งจนต้องให้การ์ดของพี่คิเรย์มาพาตัวไปไว้ในรถ ส่วนพี่ผาก็ดื่มไปพอกรึ่มๆ เช่นกัน หากแต่ยังพอประคองสติได้อยู่ “พี่ผา ถ้ารู้สึกเวียนหัวหรืออยากอ้วก สลับให้เหนือขับแทนเถอะนะ” ฉันกังวลความปลอดภัยจริงๆ แต่พูดไปก็เท่านั้นในเมื่อคนตัวสูงรั้นจะขับเองให้ได้ สองมือประคองพวงมาลัย สายตาจดจ่อกับถนนเบื้องหน้า มีฉันผู้นั่งข้างๆ คอยสวดมนต์ภาวนาอีกที ขอเถอะ…ขอให้เราทั้งหมดกลับถึงที่พักโดยสวัสดิภาพด้วยเถอะ ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง…คำขอของฉันที่ภาวนามาตลอดเส้นทางสำเร็จสมดั่งใจหมาย หากแต่ความปวดหัวยังไม่จบเท่านี้ การปลุกอั่งเปาและน้ำหนาวให้ขึ้นไปบนห้องนั้นทำได้ยากยิ่ง ฉันต้อ
งานแต่งของพี่พายัพและน้องต้นหยงจัดขึ้นช่วงกลางวันที่โรงแรมหรูบนเขาใหญ่ แขกเหรื่อมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ต่างเป็นคนมีหน้ามีตามีชื่อเสียงทั้งนั้น แม้แต่เหล่าดาราและอินฟลูเอนเซอร์ก็ยังมี ฉันทึ่งในคอนเนคชั่นของพวกเขามากนะ “พี่ผาๆ คนนั้นเหนือชอบมากเลยอะ ติดตามผลงานเขาอยู่” ฉันสะกิดคนข้างๆ มองผู้ชายรูปร่างสูงยาวเข่าดี หน้าตาหล่อเหลา สไตล์ลูกครึ่งไทย-จีน อย่างกับหลุดมาจากซีรีส์สักเรื่อง และแน่นอนว่าผู้ชายที่ฉันหมายถึงคือดาราดังที่เล่นซีรีส์จริงๆ เพียงแต่เป็นซีรีส์ไฮสคูลของไทย พี่ผามองตามสายตาเคลิบเคลิ้มของฉัน เขาไม่พูดหรือถามไถ่อะไรสักคำ ร่างสูงก็ลุกออกจากโต๊ะและเดินไปทางดาราดังคนนั้นในทันทีคุยอะไรกันสองสามคำ พี่ผาก็พาเขากลับมาที่โต๊ะด้วยกันได้สำเร็จ ฉันตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ยิ่งดูใกล้ๆ ทำไมถึงหล่อได้ขนาดนี้ ออร่าบางอย่างในตัวเขาสะกดสายตาฉันได้อยู่หมัด “ไอ้ไป๋ นี่เมียกูชื่อน้ำเหนือ น้องบอกว่าชอบมึงมาก ยังไงก็ขอให้เมียกูถ่ายรูปกับมึงหน่อยนะ” พี่ผาพูดกับเขาอย่างเป็นกันเอง แล้วคุณไป๋ก็หันมาส่งยิ้มหวานให้ฉันพร้อมเอ่ยแนะนำตัว ยื่นมือทักทาย“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับน้องน้ำเหนือ ไม่คิดว่าเ
“คนนี้นี่เองพี่มุกดา สวยจังเลยนะคะ” ฉันกระซิบกระซาบกับพี่ผา มองผู้หญิงที่พี่มาร์ตินออกตัวชัดว่าเขาเป็นเจ้าของ ส่วนพี่มุกดาก็แค่ยิ้มรับ ไม่มีความเคอะเขินกระดากอาย เธอเป็นคนที่สวยมากๆ คนหนึ่ง หน้าตาผิวพรรณดูดีสุดๆ ไปเลยล่ะ ฉันไม่แปลกใจเท่าไร่ที่ผู้ชายเจ้าชู้อย่างพี่เขาจะปิ๊งพี่มุกดาได้ ระหว่างมื้ออาหารก็มีการพูดคุยถึงเรื่องงานแต่งในอีกไม่กี่วันที่ใกล้จะถึง พี่พายัพยิ้มไม่หุบตั้งแต่ฉันเข้ามา เขาคงจะมีความสุขมากที่ได้แต่งงานกับน้องต้นหยง ผู้หญิงที่เขารัก กิ๊ง! กิ๊ง! เสียงช้อนตีกระทบแก้วดังขึ้นจากทางพี่คิเรย์ เขาลุกยืนส่งยิ้มให้กับน้องสาวตัวเองและว่าที่น้องเขย “กูขอดื่มฉลองให้กับมึง ไอ้พายัพคนที่เป็นทั้งเพื่อนรักและก็น้องเขยของกู และพี่ก็ดื่มให้หนูด้วย ต้นหยงน้องรักของพี่” ไวน์แดงก่ำถูกกลืนลงคอรวดเดียวจนหมด ก่อนคนอื่นๆ จะทำตาม ร่วมดื่มฉลองให้กับว่าที่บ่าวสาว มีแค่ฉันที่ดื่มน้ำส้ม แปลกและแตกต่าง เราใช้เวลาสังสรรค์มื้อเย็นจนเวลาล่วงเข้าสู่ช่วงค่ำ แสงไฟจากระเบียงถูกเปิดขึ้นให้บรรยากาศอีกแบบ พี่พายัพที่กรึ่มๆ ได้ที่ก็จูงมือน้องต้นหยงออกไปเต้นด้วยกันยามที่เพลงเปิดคลอมันกังวานเร
น้ำเหนือ | Part ร่างกายที่แน่นหนัดด้วยมัดกล้ามเนื้อค่อยๆ โยกขยับร่างกายเชื่องช้าแต่เน้นจังหวะลีลาพลิ้วไหวใต้ร่างบอบบางซึ่งนอนกระเส่าครางเสียงหวานรับการกระแทกแสนโยนอ่อนหากแต่ถึงใจ อาจจะด้วยบรรยากาศอึมครึมด้านนอกที่ไม่มีท่าฝนจะหยุดลงง่ายๆ มวลอากาศหนาวเย็นและเมื่อผสมรวมกับความร้อนรุ่มในกายซึ่งเกิดจากกิจกามสวาท ก็กลายเป็นความอบอุ่นที่เข้าด้วยกันเป็นอย่างดี “อ๊า เสียว” ฉันพร่ำบอกพี่ผาตั้งไม่รู้กี่หนขณะที่เขากระแทกกระทั้นและบดอัดช่วงล่างทำเอาใจจะขาด แต่ครั้งนี้ไร้ซึ่งความรุนแรงจนหัวสั่นหัวคลอนเช่นครั้งก่อนๆ อาจจะด้วยเจ้าก้อนในครรภ์ พี่ผาถึงได้ปราณีฉันบ้างเนินนมขาวผ่องถูกครอบดูดครั้งแล้วครั้งเล่าจนเกิดรอยแดงเถือก กระนั้นคนฝากรอยเอาไว้ก็ดูจะพออกพอใจมิใช่น้อย ความสาดเสียวจากปลายลิ้นช่ำชองทำฉันตัวสั่นสะท้าน มือจิกกำเบาะนอนเป็นที่ระบาย หน้าอกก็แอ่นขึ้นลงตามแรงปรนเปรอที่ส่งมอบให้กัน “นุ่มมาก ชักจะเสพติดนมเมียซะแล้วสิ ต่อไปพี่คงต้องดูดทุกวัน” เสียงหื่นๆ ที่ร้องบอกทำฉันวูบวาบไปทั้งตัว มันก็แค่ข้ออ้างของคนขี้เอาเท่านั้นแหละพี่ผาดูดยอดอกสีก่ำจนพอใจด็เลื่อนใบหน้าหล่อเหลาคลอเคลียลำคอฉัน ลมห
ที่ร้องไห้ฟูมฟายจะเป็นจะตายเมื่อสักครู่ น้ำเหนือตลกตัวเอง เธออยากย้อนเวลากลับไปใหม่และตั้งสติให้ดีก่อนจะทำอะไรบ้าๆ เพราะหลังจากที่คิดเองเออเองแล้ว เจอความเป็นจริงเข้าไปก็แทบปิดหน้าหนีอาย ‘ฮืออออ พี่ผา ฮึก…ขอทางหน่อยค่ะ ขอทางหน่อย’ แหวกฝูงชนเข้าไปหวังถึงตัวคนเป็นสามีเร็วๆ ด้วยเสียงร้องห่มร้องไห้สะอ
(น้องน้ำเหนือเป็นยังไงบ้างแล้ววะ) เสียงถามไถ่แสดงความเป็นห่วงของเหล่าบรรดาเพื่อนภูผา เกิดมาจากเมื่อชั่วโมงก่อน น้ำเหนือดูหน้าซีดๆ และไม่สนุกสนานกับคนอื่นๆ เท่าที่ควร สาเหตุคงมาจากอาการแพ้ท้องของเธอ ภูผาถึงได้รีบพากลับที่พัก “น้องหลับไปแล้ว บอกว่าเวียนหัวน่ะ”(ขอให้น้องอาการดีขึ้นเร็วๆ เว้ย แล้
พายัพเอ่ยคำว่าเมียกับน้องเขาทีไร คิเรย์ก็หนาวจับใจทุกที “เออก็ได้ กูไปขี่ม้ากับพวกแม่งดีกว่า” เขาพูดกับพายัพเสียงหนึ่ง “ต้นหยงคะ หนูดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะ รีบกลับนะคะอย่าไปเถลไถลไกล” แต่พูดกับน้องสาวเสียงสอง “มีพี่พายัพคอยดูแลหนูทั้งคน พี่คิเรย์ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เด็กสาวหน้าตาน่ารักยิ้มแป้นและค
กลับสู่ไร่ภูพนาไพร ภูผาพาภรรยาฝากครรภ์ยังโรงพยาบาลชั้นนำของจังหวัด น้ำเหนือท้องได้สามวีคแล้วเป็นสามวีคที่ไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยจนกระทั่งเริ่มสำแดงอาการ และคาดว่าคงเป็นแบบนี้ไปอีกระยะ เรื่องที่เธอท้องแพร่ไปถึงหูลูกน้องของภูผาเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็นเหล่าคนงานในไร่หรือพนักงานของรีสอร์ต ต่างก็รู้กันทั้ง







