INICIAR SESIÓNแต่ล่ะวันภูผาต้องถอนหายใจกับความแสบซนของน้ำเหนือไปไม่รู้กี่รอบ ทำไมถึงได้เข้าใจอะไรยากเย็นขนาดนี้
“ยังไงก็ไม่ได้ ขึ้นไปนั่งรอพี่ด้านบน” น้ำเหนือชักหงุดหงิด แค่ขอนั่งข้างๆ เป็นตุ๊กตาประดับหน้ารถก็ยังดี ทำไมพี่ผาต้องกีดกันเธอด้วย หญิงสาวทำท่าจะเถียงอีกครั้งทว่าเสียงของมาร์ตินดังขัดขึ้นก่อน “ถ้าไอ้ภูผาไม่ให้ไป งั้นน้องเหนือสนใจมานั่งคันของพี่ไหมครับ” เสียงเชิญชวนนั้นทำเอาดวงตากลมสวยลุกวาว สีหน้าตื่นเต้นพยักรับอย่างไม่ต้องคิดเยอะ “เอาค่ะๆ พาเหนือไปด้วยคนนะพี่ติน” “เฮ้อ กูปวดหัวจริงๆ” ภูผาสบถเสียงเหนื่อยหน่ายใจ ทั้งเพื่อนทั้งเมีย เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย ดวงตาคมกริบมองหน้าอ้อนๆ ของน้ำเหนืออีกครั้ง ก็ชอบทำตัวให้น่าเห็นใจแบบนี้ แถมยังดื้อเป็นที่หนึ่ง สุดท้ายเขาไม่อาจปล่อยให้เธอไปนั่งรถคันอื่นที่ตัวเองไม่ใช่คนขับได้ “ถ้าจะไปด้วยก็ตามมา” น้ำเหนือยิ้มจนเห็นฟันขาวครบทุกซี่ ท่าทางกระดี๊กระด๊าออกนอกหน้าเมื่อเดินตามหลังภูผาเพื่อเข้าไปเตรียมตัว แม้หญิงสาวจะไม่ใช่คนขับ แต่เพราะเป็นคนที่นั่งข้างคนขับอย่างไรล่ะ จึงต้องสวมชุดเซฟตี้ไม่ต่างกัน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยและทุกคนพร้อมสำหรับลงแข่งแล้ว ต่างพากันลงสนามยังรถของใครของมัน รถของภูผาคันสีขาว เขาคงถูกโฉลกกับสีนี้เพราะไม่ว่าจะพาหนะไหนๆ ก็ล้วนเป็นสีขาวทั้งสิ้น เป็นครั้งแรกที่น้ำเหนือได้นั่งรถแข่ง ออกจะตื่นเต้นจนรู้สึกถึงเหงื่อที่เปียกชุ่มภายใต้ถุงมือ รอสัญญาณจากเจ้าหน้าที่ผู้มาทำหน้าที่เป็นกรรมการอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อเสียงปืนดังขึ้นพร้อมสัญญาณไฟเขียว รถของพี่ผาพุ่งทะยานสู่ถนนเบื้องหน้าจนน้ำเหนือใจหายใจคว่ำอย่างไม่ทันตั้งตัว รอบกายหญิงสาวพร่าเบลอเลือนรางเพราะความเร็ว ถนนที่มีทั้งทางตรงและทางโค้งต้องขับวนสนามถึงหนึ่งรอบเพื่อวนมาเข้าเส้นชัย น้ำเหนือรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดมากที่กล้าประชันตัวเองกับความเร็วนรกแตกแบบนี้ เธอคล้ายจะเป็นลมให้ได้ตลอด มองรถคันอื่นๆ ทยอยขับแซงภูผาไปอย่างง่ายดาย ทุกคันขับเร็วกันมาก เกิดสมมติเธอไปนั่งรถคันของมาร์ตินจริงๆ คงได้น็อคสลบกลางทาง น้ำเหนือมองเห็นธงหมากรุกมาแต่ไกล เธอใกล้จะได้หลุดพ้นเต็มที ตอนนี้รู้สึกโลกหมุนติ้วอย่างไรไม่รู้ เหมือนจะเป็นลมแต่ก็พะอืดพะอมในคราวเดียวกัน รถของภูผามาถึงเป็นคันสุดท้าย สร้างความประหลาดใจให้กับเพื่อนๆ พอสมควร “ไอ้เหี้ย กูไม่อยากจะเชื่อว่ากูจะได้กินเงินไอ้ภูผา” มาร์ตินพูดด้วยเสียงตื่นเต้นระคนแปลกใจ จากพนันเงินกันคนล่ะหนึ่งล้านเป็นอันว่าวันนี้เขาเก็บเรียบ “ปกติมึงกับไอ้คัสจะแย่งที่หนึ่งตลอด แต่นี่ไอ้คัสได้ที่สองกูก็พอเข้าใจ แต่มึงได้ที่สุดท้ายเลยนะ” คิเรย์เองก็ประหลาดใจไม่แพ้คนอื่น ฝีมือมันตกหรือยังไงถึงได้รั้งท้ายขนาดนั้น “แล้วไหนน้ำเหนือวะ” เหล่าผู้ชายคงลืมไปว่ารถของภูผามีตุ๊กตาหน้ารถคนสวยอย่างน้ำเหนือไปด้วย เมื่อพร้อมใจกันหันกลับไปมองก็พบว่าน้ำเหนือได้ถอดหมวกกันน็อคออกและกำลังนั่งยองๆ โก่งคออาเจียนใส่ล้อรถคันเก่งของภูผาเป็นที่เรียบร้อย สภาพของเธอในตอนนี้เรียกได้ว่าต่างจากก่อนหน้าที่เคยรบเร้าขอภูผาไปด้วยกันอย่างสิ้นเชิง “ไปดูแลเมียมึงเถอะไอ้ผา กูว่าไม่น่าจะรอด” คิเรย์ตบไหล่อย่างให้กำลังใจเพื่อน สายตาปลงตกไว้อาลัยสภาพของน้ำเหนือ ภูผาฝากรถให้เพื่อนดูแล เลอะอ้วกขนาดนั้นคงต้องล้างทั้งคัน ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้โกรธน้ำเหนือเลยสักนิด ออกจะสงสารเธอมากกว่า “ไหวไหมเหนือ กลับโรงแรมรึเปล่าเดี๋ยวพี่ไปส่ง” ภูผาถามคนพึ่งล้างหน้าล้างตาเสร็จ เธอเอายาดมที่เขายื่นให้ยัดใส่จมูก สูดดมหลายเฮือกจนค่อยยังชั่ว “เหนือยังไหวค่ะ แค่นี้สบายมาก” “ทำเป็นเก่ง เมื่อกี้ฉี่ไม่ราดก็บุญแล้ว” คนตัวสูงส่ายหน้าใส่เธอเล็กน้อย ไม่มีทีท่าว่าจะโกรธกันเลย “เหนืออ้วกใส่รถพี่ผาด้วย ขอโทษนะคะ” “ช่างเถอะ ส่งล้างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว” เขาไม่ได้เดือดร้อนใจอยู่แล้ว เรื่องเล็กน้อยขี้ปะติ๋วเดียว “เหนือได้ยินที่พี่คิเรย์พูด ปกติพี่ผาจะสูสีกับพี่มาร์คัสเอาที่หนึ่งตลอด ทำไมครั้งนี้พี่ขับช้าจนได้ที่โหล่ล่ะคะ” เสียงใสเอ่ยถามอย่างหน้าตาซื่อ น้ำเหนือไม่รู้เหตุผลจริงๆ เหรอ “คิดว่าพี่ขับช้าเพราะใครล่ะ” “เพราะเหนือเหรอ เหนือทำให้พี่ผาพลาดที่หนึ่งไปใช่ไหม” จู่ๆ ก็เข้าโหมดรู้สึกผิด ภูผาส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจช้าๆ อีกครั้ง “ถ้าพี่ขับเร็วจนได้ที่หนึ่งแต่แลกกับการที่เหนือเป็นลมหรือว่าช็อคคารถ พี่ไม่เอาหรอกนะ” เป็นเพราะเธอจริงด้วย “แต่เงินตั้งหนึ่งล้าน” “ก็แค่หนึ่งล้านต่างหาก เงินแค่นั้นอย่าไปคิดเยอะ เดี๋ยวพี่แก้ตัวรอบหน้าก็ได้” น้ำเสียงที่อ่อนลงเพราะไม่อยากให้คนน้องคิดมากและโทษว่าเป็นความผิดตัวเอง น้ำเหนือมองแผ่นหลังของคนที่เดินนำออกจากห้องน้ำ ถ้าเธอไม่ขอนั่งด้วยเขาก็คงใส่เต็มได้มากกว่านี้ไม่ต้องมาระวังว่ามีเธอนั่งอยู่ด้วยกัน แม้จะรู้สึกดีอยู่ลึกๆ แต่คิดแล้วก็เสียดายเงินหนึ่งล้านเหลือเกิน ขากลับทุกคนรวมตัวกันไปทานอาหารร้านลับๆ ริมน้ำที่เริ่มมีกระแสจากการรีวิวของยูทูปเบอร์และกำลังจะกลายเป็นร้านอาหารไม่ลับอีกต่อไป ระหว่างทานอาหารและพูดคุยกันอย่างสนุก น้ำเหนือพึ่งจะรู้เอาตอนนี้ว่าต้นหยงแฟนของพายัพเป็นพี่น้องกับคิเรย์ เพียงแต่คนล่ะแม่ เพราะคิเรย์เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น แม่เป็นชาวญี่ปุ่น ส่วนต้นหยงไทยแท้ และในบรรดาที่เม้าๆ กันอยู่ก็ทำให้เธอรู้ด้วยว่าคู่ของพายัพและต้นหยงเคยทะเลาะจนถึงขั้นตัดเพื่อนตัดพวกกับคิเรย์มาก่อน แต่พอเข้าใจและกลับมารักกันเหมือนเดิม ทุกคนก็ค่อยๆ ลืมเรื่องราวที่เคยบาดหมางกันไป แถมตอนนี้ก็ดูจะรักกันมาก น้ำเหนือมองพายัพที่คอยเอาใจใส่แฟนสาว ตักอาหารใส่จาน เช็ดปากเมื่ออีกคนกินเลอะ ดูแตกต่างจากพี่พายัพคนก่อนที่เธอเคยเห็นเขามาเที่ยวบ้านพร้อมพี่ภูผาตอนเรียนมหาลัยราวคนล่ะคน ความรักทำให้คนเราเปลี่ยนไปสินะ สำหรับพายัพก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากๆ เห็นแล้วน้ำเหนือก็อดอิจฉาไม่ได้ มองไปทางภูผาที่นั่งข้างๆ เขาก็ทานในส่วนของเขาเงียบๆ ไม่มีการตักอาหารให้เธอแต่อย่างใด กินใครกินมัน วาสนาคู่ของเธอจะได้มีโมเมนต์หวานๆ เหมือนคู่อื่นเขาบ้างไหมนะ หลังทานอาหารจนหมด น้ำเหนือขอตัวเข้าห้องน้ำอีกครั้ง เมื่อทำธุระเสร็จเดินกลับมาที่โต๊ะปรากฏว่ามีของหวานมาเสิร์ฟ และด้านหน้าของเธอคือพุดดิ้งมะพราวอ่อนของชอบ มันจะไม่ดูเป็นเรื่องบังเอิญไปหน่อยเหรอ “ใครสั่งของหวานให้เหนือคะเนี่ย” นัยต์ตาหวานใสจ้องมองถ้วยกระเบื้องที่ใส่ของหวานสุดโปรดก่อนกวาดสายตามองรอบโต๊ะ “ก็ไอ้คนยืนสูบบุหรี่ตรงโน้นไง คนที่ยืนข้างไอ้คิเรย์น่ะ” มาร์ตินชี้นิ้วไปทางใต้ต้นมะม่วงซึ่งทางร้านจัดเป็นจุดสูบบุหรี่ให้ลูกค้า คนที่มาร์ตินหมายถึงก็คือสามีนิตินัยของน้ำเหนือนี่แหละ เมื่อรู้ว่าเขาคือคนสั่งขนมหวานจานโปรด หัวใจที่เคยห่อฟีบก็เริ่มพองฟูเต็มไปด้วยความดีใจ ไม่คิดว่าคนซึนอย่างพี่ผาจะจำของชอบเธอได้ด้วย เห็นนิ่งๆ แบบนี้ก็ไม่คิดว่าจะใส่ใจเหมือนกันนะเนี่ย…พอเห็นท่าทางเฉยชาของเขา ฉันก็คงต้องเข้าใจสินะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันแค่อารมณ์ชั่ววูบของคนเมา “ค่ะ เหนือไม่ได้คิดอะไรหรอก” ฉันกล้ำกลืนพูดคำนั้นออกไป พี่ผาเองก็คงไม่ได้ตั้งใจสินะ เมื่อคืนนี้ฉันก็ใจเต้นแรงเป็นบ้าเป็นบออยู่ฝ่ายเดียว ที่แท้เขามีอารมณ์เพราะเมาล้วนๆ “อืม ดีแล้ว” เขาพูดนิ่งๆ ตามปกติ ก่อนจะลุกออกไปจากห้องรับแขกด้วยท่าทีเย็นชาผิดกับพี่ผาคนเมื่อคืน ฉันได้แต่ถอนหายใจปลงตกให้กับความคิดฟุ้งซ่าน ก็ดีแล้วที่ไม่ถลำลึกไปมากกว่านี้ เพราะถึงจะเป็นสามีภรรยาถูกต้องตามกฏหมาย แต่ถ้าพี่ผาไม่ได้คิดอะไรกับฉัน เขามองเป็นแค่น้องสาว ตื่นมาก็คงรู้สึกผิดมากๆ ที่เราสองคนมีอะไรกันโดยที่มันเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ แค่นี้ฉันก็ละอายใจตัวเองมากพอแล้วที่ความรู้สึกมันคิดทรยศตัวเองมาตลอด ปากบอกจะเป็นพี่น้องให้ได้ แต่สุดท้ายก็ตกหลุมรักคนคนเดิมซ้ำๆ อย่างไม่มีเหตุผล น้ำเหนือ | Part Ended. (มึงว่าอะไรนะ) เสียงที่ดังออกมาจากลำโพงแทบจะทำให้แก้วหูภูผาระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ชายหนุ่มขยับโทรศัพท์มือถือออกห่างจากหูเล็กน้อย ก่อนจะกรอกน้ำเสียงตอบกลับไป “เออ ก็อย่างที่กูเล่าให้ฟังนั่นแหละ” (กูถามจริงไอ้ผา มึงแดกไปกี่ขวดวะ
ฉันอาบน้ำจัดการตัวเองเสร็จ ยังไม่เห็นวี่แววว่าพี่ผาจะกลับขึ้นมาบนห้อง หรือว่าเขาจะนอนห้องเดิมของตัวเอง เมื่อคิดดังนั้นฉันก็ย่องไปดูห้องข้างๆ ทันที ทว่าภายในห้องเงียบเชียบไม่มีใคร “นี่ยังไม่ให้คนมาซ่อมฝ้าอีกเหรอเนี่ย” เพดานยังคงสภาพเดิม แม้น้ำไม่รั่วแล้วแต่พี่ผาก็น่าจะซ่อมหน่อยไหมล่ะ และในเมื่อพี่ผาไม่ได้อยู่ในห้อง ฉันเองก็ไม่ได้ยินเสียงรถขับออกไป งั้นเขาก็ต้องอยู่ชั้นล่าง พอเดินลงมาดูเท่านั้นก็พบว่าเขานั่งพิงโซฟาเหมือนหลับไปแล้ว ตรงหน้าคือเหล้าและเบียร์หลายขวดเกลื่อนพื้น แถมเปิดทีวีทิ้งไว้อีก เหมือนพี่ผาจะรับรู้การมาของฉัน เขาผงกหัวหันมาดู ใบหน้าหล่อเหลาแดงจัด ดวงตาฉ่ำเยิ้มหรี่มองกันจนรู้สึกประหม่า “เหนือมาหาพี่ดิ” เสียงแหบๆ เอ่ยขึ้นพร้อมกระดิกนิ้วเรียก ฉันจึงเดินเข้าไปหาเขา มองสภาพพี่ผาแล้วเขาเมาพอสมควรเลยล่ะ “ทำไมพี่ดื่มเยอะขนาดนี้เนี่ย” ฉันกำลังบ่น ไม่ทันระวังตัวว่าพี่ผาจะใช้โอกาสนี้ดึงแขนฉันให้นั่งบนตักเขาอย่างง่ายดาย ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันยังไม่ทันส่งเสียงร้องตกใจด้วยซ้ำ แขนแกร่งที่เคลื่อนสวมกอดเอวคอดกิ่วหลวมๆ ปลุกความตื่นเต้นให้หัวใจทำงานอย่างหนัก ราวกับเลือดในตัวมั
“ขอบคุณค่ะ” เอ่ยแสดงความมีน้ำใจของเขาที่เข้ามาช่วยไว้ จำได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในอาจารย์ที่มากับเหล่านักศึกษา “ผมชื่อธารานะครับ แล้วคุณ…” เสียงลากยาวเล็กน้อยพร้อมกับมองหน้าฉัน “น้ำเหนือค่ะ” ฉันยิ้มก่อนจะรับก้อนหินที่อาจารย์ธาราส่งให้ แล้วจึงส่งต่อให้น้ำหนาวอีกที “ส่วนคนนี้เพื่อนฉันเองค่ะ” “ชื่อน้ำหนาวนะคะอาจารย์” ยัยนั่นยิ้มกริ่มแนะนำตัว “เรียกผมธาราเฉยๆ ก็ได้ครับ ผมเป็นแค่อาจารย์พิเศษที่มาเข้าร่วมกิจกรรมกับพวกนักศึกษาเฉยๆ” เขายิ้มเล็กน้อย ท่าทางดูสุภาพและเป็นกันเอง “ตอนแรกผมคิดว่าคุณสองคนเป็นแฝดกันซะอีกครับ แถมชื่อก็ยังคล้ายๆ กันด้วย” อาจารย์ธาราก็พูดเหมือนที่คนอื่นๆ เขาเคยพูดกับเราสองคนนั่นแหละ ฉันและน้ำหนาวหลุดหัวเราะออกมา จากนั้นเราก็ได้เพื่อนใหม่ในกิจกรรมครั้งนี้เป็นถึงอาจารย์เชียวล่ะ “ตั๋วฮู้อะยังก่อ ป้อเลี้ยงภูผาเปิ้นบริจาคตังค์หื้อโครงการบ้านเฮาตั้งห้าแสน” (เธอรู้อะไรไหม พ่อเลี้ยงภูผาเขาบริจาคเงินให้โครงการบ้านเราตั้งห้าแสน) “ป๊าดดด ห้าแสนแต้ก๊ะ หยังมารวยแต้รวยว่า วาสนาแม่ญิงคนไหนได้ไปเป๋นผัวน้อ คงสบายไปทั้งซาด” (ป๊าดดด ห้าแสนจริงเหรอ ทำไมถึงได้รวยขนาดนี้ วาสนาผู้
น้ำเหนือ | Part กลับจากต่างจังหวัดพี่ผาเข้าไปลุยงานในไร่ต่อ หน้าที่ของเขาไม่ใช่แค่ชี้นิ้วสั่งให้ลูกน้องทำนั่นทำนี่เพียงอย่างเดียวแต่ต้องลงมือทำด้วยตัวเอง พี่ผาทั้งดูแลไร่ ดูแลรีสอร์ต ฟาร์มม้า ไหนจะร้านอาหารและรวมไปถึงอีกหนึ่งหน้าที่ที่สำคัญ นั่นก็คือสมาชิกขององค์กรแบล็คเรด มาเฟียระดับต้นๆ ของเมืองไทย เพื่อนของพี่ผาก็ล้วนแต่เป็นคนในแวดวงนี้ทั้งนั้น การที่เขาต้องไปประชุมหรือคุยเรื่องธุรกิจต่างจังหวัดบ่อยๆ ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องในองค์กร ฉันไม่ได้รู้ลึกถึงขนาดที่ว่าพวกเขามีธุรกิจกี่สิบอย่าง และแต่ล่ะครั้งประชุมงานเรื่องอะไรบ้าง แต่เท่าที่รู้พี่ผามีหุ้นส่วนในธุรกิจขององค์กรเยอะแยะ จึงไม่แปลกที่แต่ล่ะปีเขาจะได้เงินปันผลเป็นกอบเป็นกำ ภายนอกดูสุขุมนิ่งเงียบ เป็นที่เคารพของลูกน้องและเหล่าชาวบ้านที่ชอบให้ความช่วยเหลือ พ่อเลี้ยงภูผาที่ใครๆ ก็เกรงขาม แต่ในอีกบทบาทคือมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลยังพื้นที่ภาคเหนือนี่เอง ฉันไม่รู้ถึงเหตุผลของพี่ผาและเพื่อนๆ กับการก้าวเข้าสู่เส้นทางสายนี้หรอกนะ แต่เท่าที่เขาอยู่ในแบล็คเรดมาหลายปี ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะส่งผลกระทบอะไรเลย มีแต่ธุรกิจและคนในองค์กรที่พากันเ
แต่ล่ะวันภูผาต้องถอนหายใจกับความแสบซนของน้ำเหนือไปไม่รู้กี่รอบ ทำไมถึงได้เข้าใจอะไรยากเย็นขนาดนี้ “ยังไงก็ไม่ได้ ขึ้นไปนั่งรอพี่ด้านบน” น้ำเหนือชักหงุดหงิด แค่ขอนั่งข้างๆ เป็นตุ๊กตาประดับหน้ารถก็ยังดี ทำไมพี่ผาต้องกีดกันเธอด้วย หญิงสาวทำท่าจะเถียงอีกครั้งทว่าเสียงของมาร์ตินดังขัดขึ้นก่อน “ถ้าไอ้ภูผาไม่ให้ไป งั้นน้องเหนือสนใจมานั่งคันของพี่ไหมครับ” เสียงเชิญชวนนั้นทำเอาดวงตากลมสวยลุกวาว สีหน้าตื่นเต้นพยักรับอย่างไม่ต้องคิดเยอะ “เอาค่ะๆ พาเหนือไปด้วยคนนะพี่ติน” “เฮ้อ กูปวดหัวจริงๆ” ภูผาสบถเสียงเหนื่อยหน่ายใจ ทั้งเพื่อนทั้งเมีย เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย ดวงตาคมกริบมองหน้าอ้อนๆ ของน้ำเหนืออีกครั้ง ก็ชอบทำตัวให้น่าเห็นใจแบบนี้ แถมยังดื้อเป็นที่หนึ่ง สุดท้ายเขาไม่อาจปล่อยให้เธอไปนั่งรถคันอื่นที่ตัวเองไม่ใช่คนขับได้ “ถ้าจะไปด้วยก็ตามมา” น้ำเหนือยิ้มจนเห็นฟันขาวครบทุกซี่ ท่าทางกระดี๊กระด๊าออกนอกหน้าเมื่อเดินตามหลังภูผาเพื่อเข้าไปเตรียมตัว แม้หญิงสาวจะไม่ใช่คนขับ แต่เพราะเป็นคนที่นั่งข้างคนขับอย่างไรล่ะ จึงต้องสวมชุดเซฟตี้ไม่ต่างกัน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยและทุกคนพร้อมสำหรับลงแข่งแล้ว ต
สายจนแดดส่องก้นยังไม่มีทีท่าคนบนเตียงจะตื่นมาใช้ชีวิตเหมือนคนอื่นสักที กระนั้นภูผาทำได้แค่มอง ไม่อาจเข้าไปปลุกรบกวนฝันหวานของเธอ (มึงจะมาตอนไหนไอ้ภูผา) น้ำเสียงพายัพที่เอ่ยลอดมาทางปลายสายถามซ้ำเพื่อนสนิทอีกครั้ง วันนี้พวกเขาอุตส่าห์เคลียร์งานเพื่อให้ได้หยุดตรงกัน อยากมีโมเมนต์สนุกๆ ตอนอยู่กับเพื่อนบ้าง ถ้าขาดใครไปสักคนก็คงกร่อยแย่ “กูไปเลทหน่อย ต้องรอน้ำเหนือตื่นก่อน” (ไอ้คิเรย์บอกกูว่าเมื่อคืนมึงแบกน้ำเหนือกลับไป นี่มึงจัดหนักจนน้องยังไม่ลุกเลยเหรอวะ) “จัดหนักเหี้ยอะไรของมึง สมองพวกมึงนี่นะ คิดได้แต่เรื่องใต้สะดือจริงๆ น้ำเหนือเมามากโว้ยเลยยังไม่ตื่น” ภูผาพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ให้กับคำพูดพายัพที่เอะอะก็จะให้เขาจับน้ำเหนือกินท่าเดียว ดีนะเขาเป็นคนไม่คล้อยตามใครง่ายๆ ไม่งั้นคงได้บ้าจี้ทำตามตามแรงยุแรงเชียร์ของพวกมันแล้ว หลังวางสายจากพายัพ เสียงอู้อี้ของคนตัวเล็กที่เริ่มจะรู้สึกตัวดังขึ้น ภูผาหันไปมอง พบว่าน้ำเหนือลุกนั่งด้วยสภาพผมเผ้าพันกันไม่เป็นทรง หน้าตายับยุ่งดูไม่ได้ “กี่โมงแล้วอะพี่ผา” เสียงคนขี้เซาร้องถาม มือเรียวขยี้เปลือกตาด้วยอาการง่วงงุน มีความอยากนอนต่อ “จะเที่ยงแล้วน







