LOGINสายจนแดดส่องก้นยังไม่มีทีท่าคนบนเตียงจะตื่นมาใช้ชีวิตเหมือนคนอื่นสักที กระนั้นภูผาทำได้แค่มอง ไม่อาจเข้าไปปลุกรบกวนฝันหวานของเธอ
(มึงจะมาตอนไหนไอ้ภูผา) น้ำเสียงพายัพที่เอ่ยลอดมาทางปลายสายถามซ้ำเพื่อนสนิทอีกครั้ง วันนี้พวกเขาอุตส่าห์เคลียร์งานเพื่อให้ได้หยุดตรงกัน อยากมีโมเมนต์สนุกๆ ตอนอยู่กับเพื่อนบ้าง ถ้าขาดใครไปสักคนก็คงกร่อยแย่ “กูไปเลทหน่อย ต้องรอน้ำเหนือตื่นก่อน” (ไอ้คิเรย์บอกกูว่าเมื่อคืนมึงแบกน้ำเหนือกลับไป นี่มึงจัดหนักจนน้องยังไม่ลุกเลยเหรอวะ) “จัดหนักเหี้ยอะไรของมึง สมองพวกมึงนี่นะ คิดได้แต่เรื่องใต้สะดือจริงๆ น้ำเหนือเมามากโว้ยเลยยังไม่ตื่น” ภูผาพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ให้กับคำพูดพายัพที่เอะอะก็จะให้เขาจับน้ำเหนือกินท่าเดียว ดีนะเขาเป็นคนไม่คล้อยตามใครง่ายๆ ไม่งั้นคงได้บ้าจี้ทำตามตามแรงยุแรงเชียร์ของพวกมันแล้ว หลังวางสายจากพายัพ เสียงอู้อี้ของคนตัวเล็กที่เริ่มจะรู้สึกตัวดังขึ้น ภูผาหันไปมอง พบว่าน้ำเหนือลุกนั่งด้วยสภาพผมเผ้าพันกันไม่เป็นทรง หน้าตายับยุ่งดูไม่ได้ “กี่โมงแล้วอะพี่ผา” เสียงคนขี้เซาร้องถาม มือเรียวขยี้เปลือกตาด้วยอาการง่วงงุน มีความอยากนอนต่อ “จะเที่ยงแล้วน้ำเหนือ” “หา! นี่เหนือตื่นสายขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย” “อืม แต่พี่ว่าก็ปกติไม่ใช่เหรอ” เหมือนเขาหลอกด่ากันทางอ้อมว่าปกติตอนอยู่บ้านเธอก็ตื่นสายแบบนี้ประจำอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยตื่นเกือบเที่ยงไหมล่ะ ก็แค่สิบโมงเช้านิดๆ เอง “เมาขนาดนั้นตื่นเช้าได้สิแปลก” อ่า…ใช่ เมื่อคืนเธอดื่มไปเยอะพอสมควรเลยล่ะ “พี่ผาแบกเหนือกลับมาเหรอ” คำถามของเธอทำเอาคนพี่ถึงกับถอนหายใจเหนื่อย เขาส่ายหน้าราวกับปลอบตัวเอง คือ…อยากรู้ว่ามันหนักหนาขนาดนั้นเลยเหรอ “ทรงนี้จำอะไรไม่ได้ชัวร์” จากนั้นก็ถอนหายใจอีกรอบ ไล่เธอให้ไปอาบน้ำอาบท่าจัดการกับสภาพและกลิ่นไม่พึงประสงค์ น้ำเหนือทำธุระต่างๆ ของตัวเองเสร็จ ภูผาก็พาคนน้องลงมาทานอาหารในห้องอาหารที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้ จากนั้นพาเธอขึ้นรถเพื่อไปยังสถานที่แห่งหนึ่งด้วยกัน “พี่ผาจะพาเหนือไปเที่ยวไหนอะ” เสียงกระดี๊กระด๊าถามอย่างอารมณ์ดี “ไม่ใช่ผับแน่นอน” แต่ภูผากลับประชดประชันใส่ด้วยสีหน้าราบเรียบ น้ำเหนือเริ่มนั่งไม่ติด เธอร้อนรนอยู่ในใจ เมื่อคืนนี้เมาไม่ใช่น้อย จึงไม่อาจรู้เลยว่าได้สร้างวีรกรรมอะไรไว้บ้าง พี่ผาดูจะไม่พอใจกันแบบนี้ เธอไปทำอะไรใส่เขานะ “เมื่อคืนเหนือพูดอะไรไม่ดีใส่พี่รึเปล่า” “…” อีกฝ่ายยังคงเงียบ มีเพียงสายตาแสดงถึงความเหนื่อยหน่ายที่หันมองกันครู่หนึ่ง หรือว่าที่เขาไม่พูดเพราะเธอทำมากกว่านั้น “เหนือ…เหนือเมาแล้วทำอะไรให้พี่ผาไม่พอใจเหรอ” ยิ่งคิดก็ยิ่งจินตนาการไปไกล “ระ…หรือว่าเหนือ เหนือ…” ริมฝีปากบางสั่นกึก สายตาเบิกมองคนข้างกายพร้อมนิ้วที่ชี้หาเขาเมื่อคิดว่าเธออาจแสดงกิริยารุกล้ำมากๆ เขาจึงมีท่าทางหนักอกหนักใจตลอด เธอต้องเผลอไปจูบเขาแน่ๆ … ใช่เลยยัยน้ำเหนือ เธอพลาดแล้วล่ะ! ท่าทางตลกของอีกฝ่ายที่มองเขาเหมือนเห็นผี ภูผาต้องกลั้นขำสุดฤทธิ์ เขาค่อนข้างเก่งในเรื่องเก็บสีหน้าอาการล่ะนะ “คิดอะไรของเรา ตัวเองน่ะเมาแล้วอ้วกใส่เสื้อพี่เต็มๆ เลย” “อ้วกเหรอ? เหนืออ้วกใส่พี่ผา” “อืม เสื้อที่พี่พึ่งได้มาใหม่ ตอนนี้อยู่ในถังขยะแล้ว” คนพูดดูไม่อนาทรร้อนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นสักเท่าไรนัก เพราะเห็นแล้วว่าการตีหน้าขรึมแกล้งน้ำเหนือมันสนุกเกินไป สนุกจนเขาอาจหลุดขำออกมาได้ง่ายๆ ส่วนน้ำเหนือได้ยินเช่นนั้นลอบถอนหายใจแผ่วเบา เธอโล่งอกเป็นที่สุด อย่างน้อยๆ ก็แค่อ้วก ไม่ใช่เมาแล้วพล่ามอะไรโง่ๆ หรือทำอะไรห่ามๆ อย่างการคว้าพี่ผามาจูบ มีหวังเธอได้ขุดหลุมฝังร่างตัวเองแน่ สถานที่ที่ภูผาพาเธอมาด้วยกันคือสนามแข่งรถขนาดใหญ่ มีเพื่อนๆ ของภูผาคอยท่ารออยู่นานแล้ว พวกเขากำลังเช็ครถของใครของมัน ทั้งนี้มีช่างที่ชำนาญคอยดูแลรถเหล่านั้นและให้คำแนะนำอยู่ด้วย “เหนือไปนั่งคุยกับน้องต้นหยงนะ ไปทำความรู้จักกันไว้” ภูผาชี้ให้เธอมองดูเด็กสาวหน้าตาน่ารัก ผู้เป็นแฟนสาวของพายัพ น้องกำลังส่งยิ้มให้กันพอดี น้ำเหนือรู้สึกเป็นมิตรและถูกชะตาจึงไม่อิดออดเดินไปทำความรู้จัก “หวัดดีค่ะ พี่ขอนั่งด้วยคนนะ” น้ำเหนือฉีกยิ้มหวานทักทายอีกฝ่ายพร้อมนั่งลงข้างๆ บนอัฒจันทร์สนามแข่ง “น้องชื่อต้นหยงใช่ไหม” “ใช่ค่ะ ส่วนพี่ชื่อน้ำเหนือ” “รู้จักชื่อพี่ด้วย” “ก็พี่ภูผาพูดถึงบ่อยๆ หนูจะไม่รู้จักได้ไงคะ” ก็ยิ่งแปลกใจกับคำพูดของน้องไปอีก “จริงเหรอ พี่ภูผาเนี่ยนะพูดถึงพี่ เขาชมหรือว่านินทาให้ฟังอะ” น้ำเหนือยิ้มถามอย่างอยากรู้ พี่ผาชอบดุว่าเธอซนอย่างนั้น ซนอย่างนี้ เขาคงเอาวีรกรรมเธอไปเล่าให้คนอื่นฟังแหงๆ เลย “พี่ผาชอบอวดพี่เหนือมากกว่านะคะ ทั้งเรื่องที่พี่เหนือรับวาดรูป เรื่องเรียนจบได้เกียรตินิยม หลายเรื่องเลยค่ะ แต่ก็มีบ่นๆ ให้ฟังบ้างเวลาที่พี่เหนือดื้อ” ต้นหยงยิ้มแหยเมื่อพูดจบ ประโยคบอกกล่าวของเด็กสาวทำให้น้ำเหนือที่ไม่เคยรู้มาก่อนถึงกับอมยิ้มมีความสุข สายตาคู่สวยมองลงไปยังด้านล่างที่ภูผายืนคุยกับเพื่อน ก็ไม่คิดว่าจะเอาเรื่องของเธอไปอวดเพื่อนด้วย คิดว่าเป็นพี่ชายสายซึนซะอีก “เธอคะ พี่ขอกำลังใจหน่อย” พายัพเดินขึ้นมาบนอัฒจันทร์เอ่ยกับแฟนสาวตัวเล็กอย่างออดอ้อน น้ำเหนือสงสัยว่าพวกเขากำลังจะทำอะไร ซึ่งดูจากการที่มีรถห้าคันจอดเรียงหน้ากระดานบนถนนแล้วนั้น ก็คลายความสงสัยได้ในทันที “พวกพี่จะแข่งรถกันเหรอคะ” น้ำเหนือถามพายัพหลังจากเขาขอกำลังใจแฟนสาวจนได้หอมแรงๆ มาสองฟอด “ใช่ครับ นานๆ ทีจะได้เจอกันพร้อมหน้าพร้อมตา เลยปิดสนามแข่งมาแข่งกันเองซะเลย” ฟังดูแล้วน่าสนุกจัง ก็ว่าทำไมทั้งอัฒจันทร์มีแค่เธอและน้องต้นหยงที่นั่งเหงาๆ กันสองคน “เหนืออยากลองนั่งรถแข่งดูบ้าง” “ลองขอไอ้ภูผาดูสิ” “แล้วน้องต้นหยงล่ะ สนใจไหม” น้ำเหนือหันไปถามเด็กสาวด้วยท่าทางตื่นเต้น แต่ต้นหยงกลับยิ้มแห้งและส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ดีกว่าค่ะ คราวก่อนหนูอ้วกแตกเลย พี่พายัพขับเร็วเกิน” “โอ๋ พี่ขอโทษค่ะ เธอนั่งสวยๆ เชียร์พี่ก็พอ” คำพูดคำจาหวานหูของสองคู่รักทำให้น้ำเหนือที่นั่งอยู่ด้วยกันเหมือนกลายเป็นส่วนเกินเข้าไปทุกที หญิงสาวลุกขึ้นเดินลงมาข้างล่างเพื่อขอภูผานั่งรถแข่งของเขาด้วย เธออยากลองอะไรที่มันหวาดเสียวแบบนี้มานานแล้ว “ไม่ได้” หากแต่เสียงเด็ดขาดปฏิเสธ ดับความฝันของน้ำเหนือในทันที “ทำไมล่ะ เหนืออยากนั่งด้วย ขอเหนือไปด้วยคนนะพี่ผา” หญิงสาวกระพริบตาปริบๆ เผื่อเขาจะเห็นใจกันอีกครั้ง ซึ่งเท่าที่เห็น ใบหน้าหล่อเหลาดูเฉยชาราบเรียบมาก “ไม่ก็คือไม่ มันอันตราย” “เอ้า ถ้าอันตรายแล้วพวกพี่จะแข่งกันทำไม”“รูดเบาๆ แค่นั้นพี่ไม่แตกง่ายๆ หรอกนะ เหนือต้องทำแบบนี้” ราวกับรู้ใจ พี่ผายิ้มเอ็นดูมองอาการตื่นเต้นขลาดเขินที่ฉันเป็นอยู่ ฝ่ามือหนาวางทาบหลังมือสวยก่อนจะออกแรงควบคุมให้ฉันขยับข้อมือขึ้นลงเป็นจังหวะที่เร็วขึ้น ไม่นานนักก็ได้เห็นหน้าฟินๆ ของเขา “อื้ม ดี ดีมาก” และเมื่อเขาปล่อยมือให้ฉันทำเอง ฉันก็เรียนรู้ได้ว่าควรใช้จังหวะยังไง ทั้งที่คิดว่าตัวเองไม่ไก่อ่อนเรื่องนี้ แต่พอเป็นพี่ผาใจฉันมันระทวยจนทำอะไรไม่ถูก ราวกับเด็กฝึกหัด “อ่า…เก่งมากน้ำเหนือ ต่อไปก็ใช้ปาก” หน้าหล่อๆ ตอนมีอารมณ์ของพี่ผาสร้างความรู้สึกขัดเขินส่งผ่านทางสีหน้าและแก้มแดงปลั่งของฉัน ริมฝีปากอมชมพูครอบหัวหยักดูดลองเชิงเบาๆ แต่แค่นั้นก็ทำพี่ผาครางอย่างหมดมาด มองเห็นมือของเขาที่ค้ำยันตัวขณะเอนหลัง มันจิกผ้าปูเตียงแน่นระบายความเสียว ปากสวยค่อยๆ ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ ฉันผงกหัวรูดกลืนเข้าๆ ออกๆ เอ็นอุ่นที่พองขยายคับแน่นเต็มโพรงปาก มันทั้งนิ่มและร้อน “อ่า! เป็นงานมากน้ำเหนือ โคตรเก่ง” มือสากของพี่ผาลูบหัวฉันเบาๆ ไม่รู้เลยว่าเขาแสดงสีหน้าแบบไหนออกมาบ้าง แต่เท่าที่ฟังดูจากเสียงสั่นพร่าก็คงเสียวซ่านไม่ใช่น้อ
ตั้งแต่พ่อแม่ตายไป ฉันก็ไม่เคยคาดหวังชีวิตที่มีความสุขและสมบูรณ์แบบ สำหรับฉันสิ่งเหล่านั้นไม่มีจริง เหมือนนิทานหลอกเด็ก ทุกชีวิตล้วนเกิดมารับกรรมและมีแต่ความเจ็บปวด ฉันคิดแบบนั้นมาตลอดจนกระทั่งตอนนี้ ตอนที่ชีวิตของฉันมิชชั่นคอมพลีทดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยาย เพอร์เฟคและสมบูรณ์แบบ ฉันถึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าชีวิตคู่ที่ยืนยาวและอบอุ่นมันสามารถสร้างขึ้นได้จากคนสองคน ความคิดแง่ลบก็มลายหายไป คนที่เข้ามาเติมเต็มและเปลี่ยนความคิดฉันก็คือเขา… “พี่ผาพักก่อนค่ะ เหนือคั้นน้ำส้มมาให้” คนถูกเรียกละสายตาจากงานตรงหน้า ส่งยิ้มอบอุ่นละมุนละไมมองใบหน้าสดใสของฉัน หากแต่รอยยิ้มของเขาดูจะสดใสกว่าเสียอีก พี่ผาวางค้อน เก็บตะปูลงกล่องเครื่องมือ มือสากเปื้อนเศษไม้เช็ดลวกๆ เข้ากับกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่สภาพผ่านการใช้งานมาหนักหน่วง “มีเค้กด้วย น่ากินจัง” เขานั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกัน เราอยู่ในสวนข้างบ้านที่พี่ผาคิดปรับปรุงทำสนามเด็กเล่นให้ลูก เห็นเศษซากไม้ที่หักเป็นชิ้น ไหนจะผงขี้เลื่อยและอุปกรณ์งานช่างต่างๆ วางระเกะระกะสักหน่อย ก็ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือเขาทั้งนั้น และเมื่อถึงขั้นตอนลงสีกลิ่นคงจะฉุนจนแส
“ใครจะเมาก็เมาไปเถอะ แต่พี่ผาห้ามเมาเด็ดขาด ไม่งั้นเราคนใดคนหนึ่งนี่แหละที่ต้องขับรถกลับ” “เอาน่า ต่อให้พี่ผาเมาจริงๆ ฉันก็ขับกลับได้ หรือจะให้ไอ้หนาวขับก็ได้ ใช่ไหมน้ำหนาว” อั่งเปาถามคนที่ยกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดเนี่ยนะ ถามจริงๆ เถอะว่าฉันไว้ใจพวกมันสองคนได้ใช่ไหม และต่อให้อั่งเปาพูดอย่างนั้นก็เถอะ ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อมา สุราออกฤทธิ์เปลี่ยนเพื่อนฉันสองคนให้กลายเป็นซากอะไรสักอย่างที่นอนสลบสไลไม่ได้สติ ตัวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าหึ่งจนต้องให้การ์ดของพี่คิเรย์มาพาตัวไปไว้ในรถ ส่วนพี่ผาก็ดื่มไปพอกรึ่มๆ เช่นกัน หากแต่ยังพอประคองสติได้อยู่ “พี่ผา ถ้ารู้สึกเวียนหัวหรืออยากอ้วก สลับให้เหนือขับแทนเถอะนะ” ฉันกังวลความปลอดภัยจริงๆ แต่พูดไปก็เท่านั้นในเมื่อคนตัวสูงรั้นจะขับเองให้ได้ สองมือประคองพวงมาลัย สายตาจดจ่อกับถนนเบื้องหน้า มีฉันผู้นั่งข้างๆ คอยสวดมนต์ภาวนาอีกที ขอเถอะ…ขอให้เราทั้งหมดกลับถึงที่พักโดยสวัสดิภาพด้วยเถอะ ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง…คำขอของฉันที่ภาวนามาตลอดเส้นทางสำเร็จสมดั่งใจหมาย หากแต่ความปวดหัวยังไม่จบเท่านี้ การปลุกอั่งเปาและน้ำหนาวให้ขึ้นไปบนห้องนั้นทำได้ยากยิ่ง ฉันต้อ
งานแต่งของพี่พายัพและน้องต้นหยงจัดขึ้นช่วงกลางวันที่โรงแรมหรูบนเขาใหญ่ แขกเหรื่อมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ต่างเป็นคนมีหน้ามีตามีชื่อเสียงทั้งนั้น แม้แต่เหล่าดาราและอินฟลูเอนเซอร์ก็ยังมี ฉันทึ่งในคอนเนคชั่นของพวกเขามากนะ “พี่ผาๆ คนนั้นเหนือชอบมากเลยอะ ติดตามผลงานเขาอยู่” ฉันสะกิดคนข้างๆ มองผู้ชายรูปร่างสูงยาวเข่าดี หน้าตาหล่อเหลา สไตล์ลูกครึ่งไทย-จีน อย่างกับหลุดมาจากซีรีส์สักเรื่อง และแน่นอนว่าผู้ชายที่ฉันหมายถึงคือดาราดังที่เล่นซีรีส์จริงๆ เพียงแต่เป็นซีรีส์ไฮสคูลของไทย พี่ผามองตามสายตาเคลิบเคลิ้มของฉัน เขาไม่พูดหรือถามไถ่อะไรสักคำ ร่างสูงก็ลุกออกจากโต๊ะและเดินไปทางดาราดังคนนั้นในทันทีคุยอะไรกันสองสามคำ พี่ผาก็พาเขากลับมาที่โต๊ะด้วยกันได้สำเร็จ ฉันตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ยิ่งดูใกล้ๆ ทำไมถึงหล่อได้ขนาดนี้ ออร่าบางอย่างในตัวเขาสะกดสายตาฉันได้อยู่หมัด “ไอ้ไป๋ นี่เมียกูชื่อน้ำเหนือ น้องบอกว่าชอบมึงมาก ยังไงก็ขอให้เมียกูถ่ายรูปกับมึงหน่อยนะ” พี่ผาพูดกับเขาอย่างเป็นกันเอง แล้วคุณไป๋ก็หันมาส่งยิ้มหวานให้ฉันพร้อมเอ่ยแนะนำตัว ยื่นมือทักทาย“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับน้องน้ำเหนือ ไม่คิดว่าเ
“คนนี้นี่เองพี่มุกดา สวยจังเลยนะคะ” ฉันกระซิบกระซาบกับพี่ผา มองผู้หญิงที่พี่มาร์ตินออกตัวชัดว่าเขาเป็นเจ้าของ ส่วนพี่มุกดาก็แค่ยิ้มรับ ไม่มีความเคอะเขินกระดากอาย เธอเป็นคนที่สวยมากๆ คนหนึ่ง หน้าตาผิวพรรณดูดีสุดๆ ไปเลยล่ะ ฉันไม่แปลกใจเท่าไร่ที่ผู้ชายเจ้าชู้อย่างพี่เขาจะปิ๊งพี่มุกดาได้ ระหว่างมื้ออาหารก็มีการพูดคุยถึงเรื่องงานแต่งในอีกไม่กี่วันที่ใกล้จะถึง พี่พายัพยิ้มไม่หุบตั้งแต่ฉันเข้ามา เขาคงจะมีความสุขมากที่ได้แต่งงานกับน้องต้นหยง ผู้หญิงที่เขารัก กิ๊ง! กิ๊ง! เสียงช้อนตีกระทบแก้วดังขึ้นจากทางพี่คิเรย์ เขาลุกยืนส่งยิ้มให้กับน้องสาวตัวเองและว่าที่น้องเขย “กูขอดื่มฉลองให้กับมึง ไอ้พายัพคนที่เป็นทั้งเพื่อนรักและก็น้องเขยของกู และพี่ก็ดื่มให้หนูด้วย ต้นหยงน้องรักของพี่” ไวน์แดงก่ำถูกกลืนลงคอรวดเดียวจนหมด ก่อนคนอื่นๆ จะทำตาม ร่วมดื่มฉลองให้กับว่าที่บ่าวสาว มีแค่ฉันที่ดื่มน้ำส้ม แปลกและแตกต่าง เราใช้เวลาสังสรรค์มื้อเย็นจนเวลาล่วงเข้าสู่ช่วงค่ำ แสงไฟจากระเบียงถูกเปิดขึ้นให้บรรยากาศอีกแบบ พี่พายัพที่กรึ่มๆ ได้ที่ก็จูงมือน้องต้นหยงออกไปเต้นด้วยกันยามที่เพลงเปิดคลอมันกังวานเร
น้ำเหนือ | Part ร่างกายที่แน่นหนัดด้วยมัดกล้ามเนื้อค่อยๆ โยกขยับร่างกายเชื่องช้าแต่เน้นจังหวะลีลาพลิ้วไหวใต้ร่างบอบบางซึ่งนอนกระเส่าครางเสียงหวานรับการกระแทกแสนโยนอ่อนหากแต่ถึงใจ อาจจะด้วยบรรยากาศอึมครึมด้านนอกที่ไม่มีท่าฝนจะหยุดลงง่ายๆ มวลอากาศหนาวเย็นและเมื่อผสมรวมกับความร้อนรุ่มในกายซึ่งเกิดจากกิจกามสวาท ก็กลายเป็นความอบอุ่นที่เข้าด้วยกันเป็นอย่างดี “อ๊า เสียว” ฉันพร่ำบอกพี่ผาตั้งไม่รู้กี่หนขณะที่เขากระแทกกระทั้นและบดอัดช่วงล่างทำเอาใจจะขาด แต่ครั้งนี้ไร้ซึ่งความรุนแรงจนหัวสั่นหัวคลอนเช่นครั้งก่อนๆ อาจจะด้วยเจ้าก้อนในครรภ์ พี่ผาถึงได้ปราณีฉันบ้างเนินนมขาวผ่องถูกครอบดูดครั้งแล้วครั้งเล่าจนเกิดรอยแดงเถือก กระนั้นคนฝากรอยเอาไว้ก็ดูจะพออกพอใจมิใช่น้อย ความสาดเสียวจากปลายลิ้นช่ำชองทำฉันตัวสั่นสะท้าน มือจิกกำเบาะนอนเป็นที่ระบาย หน้าอกก็แอ่นขึ้นลงตามแรงปรนเปรอที่ส่งมอบให้กัน “นุ่มมาก ชักจะเสพติดนมเมียซะแล้วสิ ต่อไปพี่คงต้องดูดทุกวัน” เสียงหื่นๆ ที่ร้องบอกทำฉันวูบวาบไปทั้งตัว มันก็แค่ข้ออ้างของคนขี้เอาเท่านั้นแหละพี่ผาดูดยอดอกสีก่ำจนพอใจด็เลื่อนใบหน้าหล่อเหลาคลอเคลียลำคอฉัน ลมห
ที่ร้องไห้ฟูมฟายจะเป็นจะตายเมื่อสักครู่ น้ำเหนือตลกตัวเอง เธออยากย้อนเวลากลับไปใหม่และตั้งสติให้ดีก่อนจะทำอะไรบ้าๆ เพราะหลังจากที่คิดเองเออเองแล้ว เจอความเป็นจริงเข้าไปก็แทบปิดหน้าหนีอาย ‘ฮืออออ พี่ผา ฮึก…ขอทางหน่อยค่ะ ขอทางหน่อย’ แหวกฝูงชนเข้าไปหวังถึงตัวคนเป็นสามีเร็วๆ ด้วยเสียงร้องห่มร้องไห้สะอ
(น้องน้ำเหนือเป็นยังไงบ้างแล้ววะ) เสียงถามไถ่แสดงความเป็นห่วงของเหล่าบรรดาเพื่อนภูผา เกิดมาจากเมื่อชั่วโมงก่อน น้ำเหนือดูหน้าซีดๆ และไม่สนุกสนานกับคนอื่นๆ เท่าที่ควร สาเหตุคงมาจากอาการแพ้ท้องของเธอ ภูผาถึงได้รีบพากลับที่พัก “น้องหลับไปแล้ว บอกว่าเวียนหัวน่ะ”(ขอให้น้องอาการดีขึ้นเร็วๆ เว้ย แล้
พายัพเอ่ยคำว่าเมียกับน้องเขาทีไร คิเรย์ก็หนาวจับใจทุกที “เออก็ได้ กูไปขี่ม้ากับพวกแม่งดีกว่า” เขาพูดกับพายัพเสียงหนึ่ง “ต้นหยงคะ หนูดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะ รีบกลับนะคะอย่าไปเถลไถลไกล” แต่พูดกับน้องสาวเสียงสอง “มีพี่พายัพคอยดูแลหนูทั้งคน พี่คิเรย์ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เด็กสาวหน้าตาน่ารักยิ้มแป้นและค
กลับสู่ไร่ภูพนาไพร ภูผาพาภรรยาฝากครรภ์ยังโรงพยาบาลชั้นนำของจังหวัด น้ำเหนือท้องได้สามวีคแล้วเป็นสามวีคที่ไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยจนกระทั่งเริ่มสำแดงอาการ และคาดว่าคงเป็นแบบนี้ไปอีกระยะ เรื่องที่เธอท้องแพร่ไปถึงหูลูกน้องของภูผาเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็นเหล่าคนงานในไร่หรือพนักงานของรีสอร์ต ต่างก็รู้กันทั้ง







