LOGINฉันอาบน้ำจัดการตัวเองเสร็จ ยังไม่เห็นวี่แววว่าพี่ผาจะกลับขึ้นมาบนห้อง หรือว่าเขาจะนอนห้องเดิมของตัวเอง เมื่อคิดดังนั้นฉันก็ย่องไปดูห้องข้างๆ ทันที ทว่าภายในห้องเงียบเชียบไม่มีใคร
“นี่ยังไม่ให้คนมาซ่อมฝ้าอีกเหรอเนี่ย” เพดานยังคงสภาพเดิม แม้น้ำไม่รั่วแล้วแต่พี่ผาก็น่าจะซ่อมหน่อยไหมล่ะ และในเมื่อพี่ผาไม่ได้อยู่ในห้อง ฉันเองก็ไม่ได้ยินเสียงรถขับออกไป งั้นเขาก็ต้องอยู่ชั้นล่าง พอเดินลงมาดูเท่านั้นก็พบว่าเขานั่งพิงโซฟาเหมือนหลับไปแล้ว ตรงหน้าคือเหล้าและเบียร์หลายขวดเกลื่อนพื้น แถมเปิดทีวีทิ้งไว้อีก เหมือนพี่ผาจะรับรู้การมาของฉัน เขาผงกหัวหันมาดู ใบหน้าหล่อเหลาแดงจัด ดวงตาฉ่ำเยิ้มหรี่มองกันจนรู้สึกประหม่า “เหนือมาหาพี่ดิ” เสียงแหบๆ เอ่ยขึ้นพร้อมกระดิกนิ้วเรียก ฉันจึงเดินเข้าไปหาเขา มองสภาพพี่ผาแล้วเขาเมาพอสมควรเลยล่ะ “ทำไมพี่ดื่มเยอะขนาดนี้เนี่ย” ฉันกำลังบ่น ไม่ทันระวังตัวว่าพี่ผาจะใช้โอกาสนี้ดึงแขนฉันให้นั่งบนตักเขาอย่างง่ายดาย ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันยังไม่ทันส่งเสียงร้องตกใจด้วยซ้ำ แขนแกร่งที่เคลื่อนสวมกอดเอวคอดกิ่วหลวมๆ ปลุกความตื่นเต้นให้หัวใจทำงานอย่างหนัก ราวกับเลือดในตัวมันสูบฉีดมากองรวมกันตรงใบหน้า ทั้งเห่อร้อนและคงจะแดงซ่านเพราะตกอยู่ในสถานการณ์ชวนใจเต้นแรง “พะ…พี่ผาจะทำอะไร” ฉันเหลือบตามองเขาเล็กน้อย ไม่เคยถูกพี่ผาจ้องมองด้วยสายตาวูบไหวแบบนั้น มันทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหน จู่ๆ ก็มาถึงเนื้อถึงตัวกันแบบนี้ เมาแล้วธาตุแท้โผล่ออกมาเหรอ “ทำไมเหนือชอบดื้อกับพี่จัง พี่ไม่ได้อยากใจร้ายกับเหนือเลยนะ” เสียงยานคางแหบพร่าของคนเมาบอกกับฉัน สายตาที่เขามองมาก็ยังคงจ้องนิ่งๆ กันอยู่อย่างนั้น จนเป็นฉันที่ต้องหลบหน้าเขาเอง “เหนือยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” “เหรอ” เสียงประชดขึ้นจมูกสบถพร้อมกลั้วหัวเราะ “เหนือรู้ไหมว่าที่เหนือยังคุยกับไอ้ศรุต รวมไปถึงไอ้อาจารย์อะไรนั่น พี่ไม่ชอบเลยนะ” หัวใจฉันเต้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ ทรงงานหนักราวจะหลุดออกจากอก แค่เขาพูดว่า ‘พี่ไม่ชอบ’ มันก็ทำให้ฉันตีความจินตนาการไปไกล หน้าเน่อร้อนจัดและเผลอๆ อาจจะแดงยิ่งกว่าหน้าพี่ผา “เหนืออยากให้พี่อกแตกตายมากนักเหรอ” เสียงที่อ่อนลงนั่นก็ด้วย “เหนือไม่ได้คิดอะไรกับพวกเขาสักหน่อย อีกอย่างเหนือก็รักษาระยะห่างของตัวเอง เหนือว่า…” “เหนือไม่คิดแต่พวกมันคิดไง” เขาเอ่ยตัดหน้าฉัน สายตาจริงจังที่มองกันอยู่เนิ่นนานยิ่งทำให้เกร็งไปทั้งตัว “ผู้ชายด้วยกันพี่ดูออก” เขาคิดมากกับเรื่องนี้เหรอเนี่ย พี่ผามองหน้าฉันอย่างกับตัวเขาเองมีเรื่องมากมายที่อยากจะพูดออกมา “อย่าไปสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่นอีกได้ไหม เว้นไว้แค่พี่คนเดียวพอ” ทั้งคำพูด สายตา สีหน้าอ่อนโยนในตอนนี้ของอีกคน จะไม่ให้ฉันคิดไปไกลได้ไง พี่ผากำลังเล่นกับใจฉันอยู่นะ “ว่าไง พี่ขอแค่นี้เอง ได้ไหมน้ำเหนือ” หัวใจฉันเต้นกระหน่ำรัวเร็วแทบทะลุออกมาข้างนอกให้ได้จริงๆ ทำไมพี่ผาสลับโหมดได้ไวขนาดนี้ ช่วยเห็นใจฉันหน่อยเถอะ “ค่ะ” ฉันตอบกลับสั้นๆ อย่างคนที่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะเหมือนมันจะหลุดลอยไปอยู่กับเขา พี่ผาเผยยิ้มมุมปากเล็กน้อย หล่ออะไรขนาดนี้ แค่หน้านิ่งๆ เหมือนตอนปกติฉันก็รับมือยากอยู่แล้ว พอเมาแล้วสลับโหมดไปอีกแบบ ฉันแทบไหลเป็นน้ำคาตักเขา ยิ่งโดนจ้องนานๆ ก็มีความรู้สึกขัดเขิน หัวใจอ่อนยวบยาบ ฉันแทบจะละลายให้ได้จริงๆ พี่ผาแกล้งกันชัดๆ เขารู้วิธีที่จะทำให้ฉันประหม่าจนทำอะไรไม่ถูกใช่ไหม ใช้หน้าตาของตัวเองได้เป็นประโยชน์จังเลยนะ “เหนือโตมาแล้วสวยขนาดนี้เลยเหรอ” เสียงนุ่มไม่คุ้นหูเอ่ยขึ้นก่อนจะตามมาด้วยแรงโอบกอดแนบแน่นกว่าเดิม ถึงคราวนี้ฉันเริ่มทำตัวไม่ถูกหนักเข้าไปอีก “ทำไมสวยจังเลยล่ะ” พี่ผาไม่ทำแค่พูดเท่านั้น มือเรียวสากของเขากำลังลูบใบหน้าฉันเบาๆ ถึงกับแข็งเป็นหินเพราะท่าทางแปลกไปของเขาเลยล่ะ “เหนือว่าพี่ผาเมาแล้ว ขึ้นไปนอนข้างบนนะคะ เดี๋ยวเหนือเก็บกวาดตรงนี้ให้เอง” ฉันเค้นเสียงพูดออกไป จะลุกจากตักพี่ผาก็ถูกร่างสูงขืนตัวเอาไว้ “เหนือมองหน้าพี่” ฉันไม่กล้า “มองหน้าพี่สิน้ำเหนือ” มือสากจับปลายคางเรียวให้หันสบตา แต่ก็ทนไม่ไหวกับออร่าบางอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นใบหน้าหล่อเหลาของเขา ฉันขัดเขินจนจะหันหน้าหนีอีกครั้ง ทว่าหนนี้พี่ผาไม่ปล่อยฉันไปอีก “อะ…อื้อ” ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วภายในชั่วพริบตา กว่าจะรู้ตัวและตั้งสติได้ว่าฉันกำลังโดนขโมยจูบ ริมฝีปากหนาที่รุกล้ำเข้ามาในโพรงปากอิ่มก็กวาดต้อนชิมรสชาติจนทั่ว ก้อนเนื้อข้างซ้ายเต้นกระหน่ำรุนแรงบ้าคลั่ง ร่างกายแข็งชาราวคนไม่มีความรู้สึกเพราะกำลังช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้น ฉันไม่สามารถควบคุมตัวเองได้จึงกลายเป็นว่าพี่ผากำลังควบคุมฉัน จูบเร่าร้อนถูกส่งมอบให้เต็มไปด้วยความเอาแต่ใจและร้อนแรง กลิ่นแอลกอฮอล์จากปากพี่ผากำลังทำให้ฉันมึนเมาไปด้วย มือจิกกำเสื้อของเขาแน่นขึ้น ก่อนที่ไม่นานร่างของฉันเองจะถูกดันตัวนอนหงายบนโซฟาตัวยาว มีพี่ผาตามขึ้นคร่อมมาติดๆ “เฮือก!…” จูบยาวนานแทบปลิดอากาศหายใจไปจากฉัน ริมฝีปากเดือดเร่ายังไม่มีทีท่าจะหยุด เขาค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าหล่อเหลาไปตามลำคอขาว ขบเม้มเบาๆ สร้างความกระสันจนฉันส่งเสียงครางเล็ดลอดให้ได้ยิน พี่ผาเหมือนเสือหิวโหยดีๆ นี่เอง ความช่ำชองของเขาไม่อาจทำให้ผู้มีประสบการณ์ด้อยกว่าอย่างฉันตามทัน ยังไม่ทันสูดอากาศหายใจได้เต็มปอดกลับต้องสะดุ้งวาบ เสื้อยืดตัวเก่งถูกมือหนาถลกขึ้นเหนือหน้าอก คนเมาไม่แม้แต่จะรีรออะไรทั้งนั้น “อะ…อื้อ พี่ผา” เพียงปลายนิ้วสะกิดผ่านแผ่นหลัง ตะขอชั้นในถูกปลดออกอย่างง่ายดาย ก้อยเนื้อกลมโตทั้งสองยั่วเย้าสายตาหื่นกระหายของเขาเป็นอย่างมาก พี่ผาก้มลงประทับจูบฟอนฟัดด้วยจมูกและปากจนฉันสั่นสะท้านทั่วทั้งตัว “อื้อ พี่ผา” อยากขอร้องให้เขาหยุด แต่เสียงที่เปล่งออกไปกลับยิ่งกระตุ้นอารมณ์เขาให้เพิ่มมากขึ้น ราวฉันได้เอาฟืนใส่กองไฟ ไฟสวาทในตัวพี่ผาและฉันกำลังลุกโชน “ตัวหอมจังเลยเหนือ” “ฮึก อ๊ะ พี่ผา!” “นมก็สวย” มือที่บีบขยำและใช้ปากดูดเลีย ฉันสั่นระริกไปทั้งตัว ลมหายใจหอบกระเส่าขาดห้วงเป็นพักๆ มือสากของพี่ผาข้างหนึ่งวอแวอยู่แถวๆ ขอบกางเกง ฉันเอื้อมมือตัวเองไปจับข้อมือของเขา แต่แรงน้อยย่อมสู้แรงมากไม่ได้ มือหนาผลุบหายเข้าไปในกางเกงนอนตัวโปรดรวดเร็ว สัมผัสบางเบาผ่านแพนตี้ตัวจิ๋วทำฉันใจสั่นวาบ “พะ..พี่ผา อื้อ..หยุดเถอะค่ะ” ฉันร้องห้ามปากคอสั่น “เหนือ..พี่ขอ” เสียงแหบพร่าและนิ้วมือกำลังจะกรีดกรายผ่านแพนตี้ตัวจิ๋ว สติที่หลุดลอยไปของฉันกลับเข้าร่างในทันที “พี่ผาหยุด ปะ…ปล่อยเหนือก่อน” ฉันผลักหน้าอกคนตัวโตออกห่าง พร้อมกันก็ขยับตัวออกจากพี่ผา รีบดึงเสื้อยืดปกปิดสองเต้ากลมโตก่อนจะหยิบชั้นในสีขาวที่ตกข้างๆ โซฟา พี่ผาเงยหน้าซึ่งยังมีความต้องการมองฉันผู้ยืนเหงื่อตก “เหนือ..” “ปะ…ไปนอนก่อนนะคะ” ฉันพูดเร็วแบบลืมหายใจทิ้งท้ายไว้แค่นั้น สองขารีบจ้ำอ้าววิ่งขึ้นบันไดเข้าห้องตัวเอง ตึก! ตึก! “เกิดอะไรขึ้นนะ..” เฝ้าถามตัวเองย้ำๆ มือกุมหน้าอกข้างซ้ายที่ยังคงเต้นถี่รัวให้กับเหตุการณ์เมื่อครู่ ทำไมจู่ๆ ก็เปลี่ยนไปราวคนล่ะคนเลยล่ะ กว่าหัวใจจะกลับมาเต้นปกติ กว่าจะได้ข่มตานอนหลับ ฉันก็เฝ้าเอาแต่คิดถึงสัมผัสและจูบนั้น มันตามวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมจางหายไปง่ายๆ เช้าวันต่อมา ตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์มือถือ จากนั้นก็เห็นข้อความที่ป้าหมี่ส่งมาบอกว่าจะเข้าบ้านตอนสายๆ หน่อย แกขอพาลูกไปหาหมอก่อน ฉันก็ตอบกลับไปก่อนจะขยี้ตาให้หายขี้เซา พี่ผาไม่ได้เข้ามานอนบนห้องด้วยกัน ฉันค่อยๆ ย่องเท้าเงียบเชียบลงไปดูด้านล่างก็พบว่าเขานอนหลับปุ๋ยบนโซฟา “พี่ผา…พี่ผาตื่นค่ะ” ฉันเขย่าตัวปลุกอีกคน จะให้เขาขึ้นไปนอนบนห้องให้มันดีๆ พี่ผาที่ถูกรบกวนการนอนก็ค่อยๆ ลืมตางัวเงีย เขาลุกนั่งทั้งที่ยังมึนงง มือหนาทุบต้นคอแรงๆ ไปหลายที “เหนือ” “คะ?” ฉันครางรับเสียงเบา ลุ้นว่าเขาจะพูดอะไรต่อ นิ้วพี่ผาที่มาหาฉัน “รอยที่คอหาอะไรกลบด้วยล่ะ” รอย? รอยเหรอ ฉันรีบสำรวจตัวเองก็พบว่าสิ่งที่เขาพูดมันปรากฏเด่นชัดบนตัวฉันมากมาย เผลอตัวแค่หน่อยเดียวแต่ได้รอยเยอะขนาดนี้เลยเหรอ “พี่ขอโทษด้วยนะ เมื่อคืนเมาไปหน่อย” พี่ผาเปิดปากหาววอด ท่าทางดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ต่างจากฉันที่ใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ไม่สู้ดีพอเห็นท่าทางเฉยชาของเขา ฉันก็คงต้องเข้าใจสินะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันแค่อารมณ์ชั่ววูบของคนเมา “ค่ะ เหนือไม่ได้คิดอะไรหรอก” ฉันกล้ำกลืนพูดคำนั้นออกไป พี่ผาเองก็คงไม่ได้ตั้งใจสินะ เมื่อคืนนี้ฉันก็ใจเต้นแรงเป็นบ้าเป็นบออยู่ฝ่ายเดียว ที่แท้เขามีอารมณ์เพราะเมาล้วนๆ “อืม ดีแล้ว” เขาพูดนิ่งๆ ตามปกติ ก่อนจะลุกออกไปจากห้องรับแขกด้วยท่าทีเย็นชาผิดกับพี่ผาคนเมื่อคืน ฉันได้แต่ถอนหายใจปลงตกให้กับความคิดฟุ้งซ่าน ก็ดีแล้วที่ไม่ถลำลึกไปมากกว่านี้ เพราะถึงจะเป็นสามีภรรยาถูกต้องตามกฏหมาย แต่ถ้าพี่ผาไม่ได้คิดอะไรกับฉัน เขามองเป็นแค่น้องสาว ตื่นมาก็คงรู้สึกผิดมากๆ ที่เราสองคนมีอะไรกันโดยที่มันเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ แค่นี้ฉันก็ละอายใจตัวเองมากพอแล้วที่ความรู้สึกมันคิดทรยศตัวเองมาตลอด ปากบอกจะเป็นพี่น้องให้ได้ แต่สุดท้ายก็ตกหลุมรักคนคนเดิมซ้ำๆ อย่างไม่มีเหตุผล น้ำเหนือ | Part Ended. (มึงว่าอะไรนะ) เสียงที่ดังออกมาจากลำโพงแทบจะทำให้แก้วหูภูผาระเบิดเป็นเสี่ยงๆ ชายหนุ่มขยับโทรศัพท์มือถือออกห่างจากหูเล็กน้อย ก่อนจะกรอกน้ำเสียงตอบกลับไป “เออ ก็อย่างที่กูเล่าให้ฟังนั่นแหละ” (กูถามจริงไอ้ผา มึงแดกไปกี่ขวดวะ
ฉันอาบน้ำจัดการตัวเองเสร็จ ยังไม่เห็นวี่แววว่าพี่ผาจะกลับขึ้นมาบนห้อง หรือว่าเขาจะนอนห้องเดิมของตัวเอง เมื่อคิดดังนั้นฉันก็ย่องไปดูห้องข้างๆ ทันที ทว่าภายในห้องเงียบเชียบไม่มีใคร “นี่ยังไม่ให้คนมาซ่อมฝ้าอีกเหรอเนี่ย” เพดานยังคงสภาพเดิม แม้น้ำไม่รั่วแล้วแต่พี่ผาก็น่าจะซ่อมหน่อยไหมล่ะ และในเมื่อพี่ผาไม่ได้อยู่ในห้อง ฉันเองก็ไม่ได้ยินเสียงรถขับออกไป งั้นเขาก็ต้องอยู่ชั้นล่าง พอเดินลงมาดูเท่านั้นก็พบว่าเขานั่งพิงโซฟาเหมือนหลับไปแล้ว ตรงหน้าคือเหล้าและเบียร์หลายขวดเกลื่อนพื้น แถมเปิดทีวีทิ้งไว้อีก เหมือนพี่ผาจะรับรู้การมาของฉัน เขาผงกหัวหันมาดู ใบหน้าหล่อเหลาแดงจัด ดวงตาฉ่ำเยิ้มหรี่มองกันจนรู้สึกประหม่า “เหนือมาหาพี่ดิ” เสียงแหบๆ เอ่ยขึ้นพร้อมกระดิกนิ้วเรียก ฉันจึงเดินเข้าไปหาเขา มองสภาพพี่ผาแล้วเขาเมาพอสมควรเลยล่ะ “ทำไมพี่ดื่มเยอะขนาดนี้เนี่ย” ฉันกำลังบ่น ไม่ทันระวังตัวว่าพี่ผาจะใช้โอกาสนี้ดึงแขนฉันให้นั่งบนตักเขาอย่างง่ายดาย ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันยังไม่ทันส่งเสียงร้องตกใจด้วยซ้ำ แขนแกร่งที่เคลื่อนสวมกอดเอวคอดกิ่วหลวมๆ ปลุกความตื่นเต้นให้หัวใจทำงานอย่างหนัก ราวกับเลือดในตัวมั
“ขอบคุณค่ะ” เอ่ยแสดงความมีน้ำใจของเขาที่เข้ามาช่วยไว้ จำได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในอาจารย์ที่มากับเหล่านักศึกษา “ผมชื่อธารานะครับ แล้วคุณ…” เสียงลากยาวเล็กน้อยพร้อมกับมองหน้าฉัน “น้ำเหนือค่ะ” ฉันยิ้มก่อนจะรับก้อนหินที่อาจารย์ธาราส่งให้ แล้วจึงส่งต่อให้น้ำหนาวอีกที “ส่วนคนนี้เพื่อนฉันเองค่ะ” “ชื่อน้ำหนาวนะคะอาจารย์” ยัยนั่นยิ้มกริ่มแนะนำตัว “เรียกผมธาราเฉยๆ ก็ได้ครับ ผมเป็นแค่อาจารย์พิเศษที่มาเข้าร่วมกิจกรรมกับพวกนักศึกษาเฉยๆ” เขายิ้มเล็กน้อย ท่าทางดูสุภาพและเป็นกันเอง “ตอนแรกผมคิดว่าคุณสองคนเป็นแฝดกันซะอีกครับ แถมชื่อก็ยังคล้ายๆ กันด้วย” อาจารย์ธาราก็พูดเหมือนที่คนอื่นๆ เขาเคยพูดกับเราสองคนนั่นแหละ ฉันและน้ำหนาวหลุดหัวเราะออกมา จากนั้นเราก็ได้เพื่อนใหม่ในกิจกรรมครั้งนี้เป็นถึงอาจารย์เชียวล่ะ “ตั๋วฮู้อะยังก่อ ป้อเลี้ยงภูผาเปิ้นบริจาคตังค์หื้อโครงการบ้านเฮาตั้งห้าแสน” (เธอรู้อะไรไหม พ่อเลี้ยงภูผาเขาบริจาคเงินให้โครงการบ้านเราตั้งห้าแสน) “ป๊าดดด ห้าแสนแต้ก๊ะ หยังมารวยแต้รวยว่า วาสนาแม่ญิงคนไหนได้ไปเป๋นผัวน้อ คงสบายไปทั้งซาด” (ป๊าดดด ห้าแสนจริงเหรอ ทำไมถึงได้รวยขนาดนี้ วาสนาผู้
น้ำเหนือ | Part กลับจากต่างจังหวัดพี่ผาเข้าไปลุยงานในไร่ต่อ หน้าที่ของเขาไม่ใช่แค่ชี้นิ้วสั่งให้ลูกน้องทำนั่นทำนี่เพียงอย่างเดียวแต่ต้องลงมือทำด้วยตัวเอง พี่ผาทั้งดูแลไร่ ดูแลรีสอร์ต ฟาร์มม้า ไหนจะร้านอาหารและรวมไปถึงอีกหนึ่งหน้าที่ที่สำคัญ นั่นก็คือสมาชิกขององค์กรแบล็คเรด มาเฟียระดับต้นๆ ของเมืองไทย เพื่อนของพี่ผาก็ล้วนแต่เป็นคนในแวดวงนี้ทั้งนั้น การที่เขาต้องไปประชุมหรือคุยเรื่องธุรกิจต่างจังหวัดบ่อยๆ ก็เกี่ยวข้องกับเรื่องในองค์กร ฉันไม่ได้รู้ลึกถึงขนาดที่ว่าพวกเขามีธุรกิจกี่สิบอย่าง และแต่ล่ะครั้งประชุมงานเรื่องอะไรบ้าง แต่เท่าที่รู้พี่ผามีหุ้นส่วนในธุรกิจขององค์กรเยอะแยะ จึงไม่แปลกที่แต่ล่ะปีเขาจะได้เงินปันผลเป็นกอบเป็นกำ ภายนอกดูสุขุมนิ่งเงียบ เป็นที่เคารพของลูกน้องและเหล่าชาวบ้านที่ชอบให้ความช่วยเหลือ พ่อเลี้ยงภูผาที่ใครๆ ก็เกรงขาม แต่ในอีกบทบาทคือมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลยังพื้นที่ภาคเหนือนี่เอง ฉันไม่รู้ถึงเหตุผลของพี่ผาและเพื่อนๆ กับการก้าวเข้าสู่เส้นทางสายนี้หรอกนะ แต่เท่าที่เขาอยู่ในแบล็คเรดมาหลายปี ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะส่งผลกระทบอะไรเลย มีแต่ธุรกิจและคนในองค์กรที่พากันเ
แต่ล่ะวันภูผาต้องถอนหายใจกับความแสบซนของน้ำเหนือไปไม่รู้กี่รอบ ทำไมถึงได้เข้าใจอะไรยากเย็นขนาดนี้ “ยังไงก็ไม่ได้ ขึ้นไปนั่งรอพี่ด้านบน” น้ำเหนือชักหงุดหงิด แค่ขอนั่งข้างๆ เป็นตุ๊กตาประดับหน้ารถก็ยังดี ทำไมพี่ผาต้องกีดกันเธอด้วย หญิงสาวทำท่าจะเถียงอีกครั้งทว่าเสียงของมาร์ตินดังขัดขึ้นก่อน “ถ้าไอ้ภูผาไม่ให้ไป งั้นน้องเหนือสนใจมานั่งคันของพี่ไหมครับ” เสียงเชิญชวนนั้นทำเอาดวงตากลมสวยลุกวาว สีหน้าตื่นเต้นพยักรับอย่างไม่ต้องคิดเยอะ “เอาค่ะๆ พาเหนือไปด้วยคนนะพี่ติน” “เฮ้อ กูปวดหัวจริงๆ” ภูผาสบถเสียงเหนื่อยหน่ายใจ ทั้งเพื่อนทั้งเมีย เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย ดวงตาคมกริบมองหน้าอ้อนๆ ของน้ำเหนืออีกครั้ง ก็ชอบทำตัวให้น่าเห็นใจแบบนี้ แถมยังดื้อเป็นที่หนึ่ง สุดท้ายเขาไม่อาจปล่อยให้เธอไปนั่งรถคันอื่นที่ตัวเองไม่ใช่คนขับได้ “ถ้าจะไปด้วยก็ตามมา” น้ำเหนือยิ้มจนเห็นฟันขาวครบทุกซี่ ท่าทางกระดี๊กระด๊าออกนอกหน้าเมื่อเดินตามหลังภูผาเพื่อเข้าไปเตรียมตัว แม้หญิงสาวจะไม่ใช่คนขับ แต่เพราะเป็นคนที่นั่งข้างคนขับอย่างไรล่ะ จึงต้องสวมชุดเซฟตี้ไม่ต่างกัน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยและทุกคนพร้อมสำหรับลงแข่งแล้ว ต
สายจนแดดส่องก้นยังไม่มีทีท่าคนบนเตียงจะตื่นมาใช้ชีวิตเหมือนคนอื่นสักที กระนั้นภูผาทำได้แค่มอง ไม่อาจเข้าไปปลุกรบกวนฝันหวานของเธอ (มึงจะมาตอนไหนไอ้ภูผา) น้ำเสียงพายัพที่เอ่ยลอดมาทางปลายสายถามซ้ำเพื่อนสนิทอีกครั้ง วันนี้พวกเขาอุตส่าห์เคลียร์งานเพื่อให้ได้หยุดตรงกัน อยากมีโมเมนต์สนุกๆ ตอนอยู่กับเพื่อนบ้าง ถ้าขาดใครไปสักคนก็คงกร่อยแย่ “กูไปเลทหน่อย ต้องรอน้ำเหนือตื่นก่อน” (ไอ้คิเรย์บอกกูว่าเมื่อคืนมึงแบกน้ำเหนือกลับไป นี่มึงจัดหนักจนน้องยังไม่ลุกเลยเหรอวะ) “จัดหนักเหี้ยอะไรของมึง สมองพวกมึงนี่นะ คิดได้แต่เรื่องใต้สะดือจริงๆ น้ำเหนือเมามากโว้ยเลยยังไม่ตื่น” ภูผาพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ให้กับคำพูดพายัพที่เอะอะก็จะให้เขาจับน้ำเหนือกินท่าเดียว ดีนะเขาเป็นคนไม่คล้อยตามใครง่ายๆ ไม่งั้นคงได้บ้าจี้ทำตามตามแรงยุแรงเชียร์ของพวกมันแล้ว หลังวางสายจากพายัพ เสียงอู้อี้ของคนตัวเล็กที่เริ่มจะรู้สึกตัวดังขึ้น ภูผาหันไปมอง พบว่าน้ำเหนือลุกนั่งด้วยสภาพผมเผ้าพันกันไม่เป็นทรง หน้าตายับยุ่งดูไม่ได้ “กี่โมงแล้วอะพี่ผา” เสียงคนขี้เซาร้องถาม มือเรียวขยี้เปลือกตาด้วยอาการง่วงงุน มีความอยากนอนต่อ “จะเที่ยงแล้วน







![สมิงดำ [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)