LOGINฉันอาบน้ำจัดการตัวเองเสร็จ ยังไม่เห็นวี่แววว่าพี่ผาจะกลับขึ้นมาบนห้อง หรือว่าเขาจะนอนห้องเดิมของตัวเอง เมื่อคิดดังนั้นฉันก็ย่องไปดูห้องข้างๆ ทันที ทว่าภายในห้องเงียบเชียบไม่มีใคร
“นี่ยังไม่ให้คนมาซ่อมฝ้าอีกเหรอเนี่ย” เพดานยังคงสภาพเดิม แม้น้ำไม่รั่วแล้วแต่พี่ผาก็น่าจะซ่อมหน่อยไหมล่ะ และในเมื่อพี่ผาไม่ได้อยู่ในห้อง ฉันเองก็ไม่ได้ยินเสียงรถขับออกไป งั้นเขาก็ต้องอยู่ชั้นล่าง พอเดินลงมาดูเท่านั้นก็พบว่าเขานั่งพิงโซฟาเหมือนหลับไปแล้ว ตรงหน้าคือเหล้าและเบียร์หลายขวดเกลื่อนพื้น แถมเปิดทีวีทิ้งไว้อีก เหมือนพี่ผาจะรับรู้การมาของฉัน เขาผงกหัวหันมาดู ใบหน้าหล่อเหลาแดงจัด ดวงตาฉ่ำเยิ้มหรี่มองกันจนรู้สึกประหม่า “เหนือมาหาพี่ดิ” เสียงแหบๆ เอ่ยขึ้นพร้อมกระดิกนิ้วเรียก ฉันจึงเดินเข้าไปหาเขา มองสภาพพี่ผาแล้วเขาเมาพอสมควรเลยล่ะ “ทำไมพี่ดื่มเยอะขนาดนี้เนี่ย” ฉันกำลังบ่น ไม่ทันระวังตัวว่าพี่ผาจะใช้โอกาสนี้ดึงแขนฉันให้นั่งบนตักเขาอย่างง่ายดาย ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันยังไม่ทันส่งเสียงร้องตกใจด้วยซ้ำ แขนแกร่งที่เคลื่อนสวมกอดเอวคอดกิ่วหลวมๆ ปลุกความตื่นเต้นให้หัวใจทำงานอย่างหนัก ราวกับเลือดในตัวมันสูบฉีดมากองรวมกันตรงใบหน้า ทั้งเห่อร้อนและคงจะแดงซ่านเพราะตกอยู่ในสถานการณ์ชวนใจเต้นแรง “พะ…พี่ผาจะทำอะไร” ฉันเหลือบตามองเขาเล็กน้อย ไม่เคยถูกพี่ผาจ้องมองด้วยสายตาวูบไหวแบบนั้น มันทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหน จู่ๆ ก็มาถึงเนื้อถึงตัวกันแบบนี้ เมาแล้วธาตุแท้โผล่ออกมาเหรอ “ทำไมเหนือชอบดื้อกับพี่จัง พี่ไม่ได้อยากใจร้ายกับเหนือเลยนะ” เสียงยานคางแหบพร่าของคนเมาบอกกับฉัน สายตาที่เขามองมาก็ยังคงจ้องนิ่งๆ กันอยู่อย่างนั้น จนเป็นฉันที่ต้องหลบหน้าเขาเอง “เหนือยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” “เหรอ” เสียงประชดขึ้นจมูกสบถพร้อมกลั้วหัวเราะ “เหนือรู้ไหมว่าที่เหนือยังคุยกับไอ้ศรุต รวมไปถึงไอ้อาจารย์อะไรนั่น พี่ไม่ชอบเลยนะ” หัวใจฉันเต้นถี่ขึ้นเรื่อยๆ ทรงงานหนักราวจะหลุดออกจากอก แค่เขาพูดว่า ‘พี่ไม่ชอบ’ มันก็ทำให้ฉันตีความจินตนาการไปไกล หน้าเน่อร้อนจัดและเผลอๆ อาจจะแดงยิ่งกว่าหน้าพี่ผา “เหนืออยากให้พี่อกแตกตายมากนักเหรอ” เสียงที่อ่อนลงนั่นก็ด้วย “เหนือไม่ได้คิดอะไรกับพวกเขาสักหน่อย อีกอย่างเหนือก็รักษาระยะห่างของตัวเอง เหนือว่า…” “เหนือไม่คิดแต่พวกมันคิดไง” เขาเอ่ยตัดหน้าฉัน สายตาจริงจังที่มองกันอยู่เนิ่นนานยิ่งทำให้เกร็งไปทั้งตัว “ผู้ชายด้วยกันพี่ดูออก” เขาคิดมากกับเรื่องนี้เหรอเนี่ย พี่ผามองหน้าฉันอย่างกับตัวเขาเองมีเรื่องมากมายที่อยากจะพูดออกมา “อย่าไปสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่นอีกได้ไหม เว้นไว้แค่พี่คนเดียวพอ” ทั้งคำพูด สายตา สีหน้าอ่อนโยนในตอนนี้ของอีกคน จะไม่ให้ฉันคิดไปไกลได้ไง พี่ผากำลังเล่นกับใจฉันอยู่นะ “ว่าไง พี่ขอแค่นี้เอง ได้ไหมน้ำเหนือ” หัวใจฉันเต้นกระหน่ำรัวเร็วแทบทะลุออกมาข้างนอกให้ได้จริงๆ ทำไมพี่ผาสลับโหมดได้ไวขนาดนี้ ช่วยเห็นใจฉันหน่อยเถอะ “ค่ะ” ฉันตอบกลับสั้นๆ อย่างคนที่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะเหมือนมันจะหลุดลอยไปอยู่กับเขา พี่ผาเผยยิ้มมุมปากเล็กน้อย หล่ออะไรขนาดนี้ แค่หน้านิ่งๆ เหมือนตอนปกติฉันก็รับมือยากอยู่แล้ว พอเมาแล้วสลับโหมดไปอีกแบบ ฉันแทบไหลเป็นน้ำคาตักเขา ยิ่งโดนจ้องนานๆ ก็มีความรู้สึกขัดเขิน หัวใจอ่อนยวบยาบ ฉันแทบจะละลายให้ได้จริงๆ พี่ผาแกล้งกันชัดๆ เขารู้วิธีที่จะทำให้ฉันประหม่าจนทำอะไรไม่ถูกใช่ไหม ใช้หน้าตาของตัวเองได้เป็นประโยชน์จังเลยนะ “เหนือโตมาแล้วสวยขนาดนี้เลยเหรอ” เสียงนุ่มไม่คุ้นหูเอ่ยขึ้นก่อนจะตามมาด้วยแรงโอบกอดแนบแน่นกว่าเดิม ถึงคราวนี้ฉันเริ่มทำตัวไม่ถูกหนักเข้าไปอีก “ทำไมสวยจังเลยล่ะ” พี่ผาไม่ทำแค่พูดเท่านั้น มือเรียวสากของเขากำลังลูบใบหน้าฉันเบาๆ ถึงกับแข็งเป็นหินเพราะท่าทางแปลกไปของเขาเลยล่ะ “เหนือว่าพี่ผาเมาแล้ว ขึ้นไปนอนข้างบนนะคะ เดี๋ยวเหนือเก็บกวาดตรงนี้ให้เอง” ฉันเค้นเสียงพูดออกไป จะลุกจากตักพี่ผาก็ถูกร่างสูงขืนตัวเอาไว้ “เหนือมองหน้าพี่” ฉันไม่กล้า “มองหน้าพี่สิน้ำเหนือ” มือสากจับปลายคางเรียวให้หันสบตา แต่ก็ทนไม่ไหวกับออร่าบางอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นใบหน้าหล่อเหลาของเขา ฉันขัดเขินจนจะหันหน้าหนีอีกครั้ง ทว่าหนนี้พี่ผาไม่ปล่อยฉันไปอีก “อะ…อื้อ” ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วภายในชั่วพริบตา กว่าจะรู้ตัวและตั้งสติได้ว่าฉันกำลังโดนขโมยจูบ ริมฝีปากหนาที่รุกล้ำเข้ามาในโพรงปากอิ่มก็กวาดต้อนชิมรสชาติจนทั่ว ก้อนเนื้อข้างซ้ายเต้นกระหน่ำรุนแรงบ้าคลั่ง ร่างกายแข็งชาราวคนไม่มีความรู้สึกเพราะกำลังช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้น ฉันไม่สามารถควบคุมตัวเองได้จึงกลายเป็นว่าพี่ผากำลังควบคุมฉัน จูบเร่าร้อนถูกส่งมอบให้เต็มไปด้วยความเอาแต่ใจและร้อนแรง กลิ่นแอลกอฮอล์จากปากพี่ผากำลังทำให้ฉันมึนเมาไปด้วย มือจิกกำเสื้อของเขาแน่นขึ้น ก่อนที่ไม่นานร่างของฉันเองจะถูกดันตัวนอนหงายบนโซฟาตัวยาว มีพี่ผาตามขึ้นคร่อมมาติดๆ “เฮือก!…” จูบยาวนานแทบปลิดอากาศหายใจไปจากฉัน ริมฝีปากเดือดเร่ายังไม่มีทีท่าจะหยุด เขาค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าหล่อเหลาไปตามลำคอขาว ขบเม้มเบาๆ สร้างความกระสันจนฉันส่งเสียงครางเล็ดลอดให้ได้ยิน พี่ผาเหมือนเสือหิวโหยดีๆ นี่เอง ความช่ำชองของเขาไม่อาจทำให้ผู้มีประสบการณ์ด้อยกว่าอย่างฉันตามทัน ยังไม่ทันสูดอากาศหายใจได้เต็มปอดกลับต้องสะดุ้งวาบ เสื้อยืดตัวเก่งถูกมือหนาถลกขึ้นเหนือหน้าอก คนเมาไม่แม้แต่จะรีรออะไรทั้งนั้น “อะ…อื้อ พี่ผา” เพียงปลายนิ้วสะกิดผ่านแผ่นหลัง ตะขอชั้นในถูกปลดออกอย่างง่ายดาย ก้อยเนื้อกลมโตทั้งสองยั่วเย้าสายตาหื่นกระหายของเขาเป็นอย่างมาก พี่ผาก้มลงประทับจูบฟอนฟัดด้วยจมูกและปากจนฉันสั่นสะท้านทั่วทั้งตัว “อื้อ พี่ผา” อยากขอร้องให้เขาหยุด แต่เสียงที่เปล่งออกไปกลับยิ่งกระตุ้นอารมณ์เขาให้เพิ่มมากขึ้น ราวฉันได้เอาฟืนใส่กองไฟ ไฟสวาทในตัวพี่ผาและฉันกำลังลุกโชน “ตัวหอมจังเลยเหนือ” “ฮึก อ๊ะ พี่ผา!” “นมก็สวย” มือที่บีบขยำและใช้ปากดูดเลีย ฉันสั่นระริกไปทั้งตัว ลมหายใจหอบกระเส่าขาดห้วงเป็นพักๆ มือสากของพี่ผาข้างหนึ่งวอแวอยู่แถวๆ ขอบกางเกง ฉันเอื้อมมือตัวเองไปจับข้อมือของเขา แต่แรงน้อยย่อมสู้แรงมากไม่ได้ มือหนาผลุบหายเข้าไปในกางเกงนอนตัวโปรดรวดเร็ว สัมผัสบางเบาผ่านแพนตี้ตัวจิ๋วทำฉันใจสั่นวาบ “พะ..พี่ผา อื้อ..หยุดเถอะค่ะ” ฉันร้องห้ามปากคอสั่น “เหนือ..พี่ขอ” เสียงแหบพร่าและนิ้วมือกำลังจะกรีดกรายผ่านแพนตี้ตัวจิ๋ว สติที่หลุดลอยไปของฉันกลับเข้าร่างในทันที “พี่ผาหยุด ปะ…ปล่อยเหนือก่อน” ฉันผลักหน้าอกคนตัวโตออกห่าง พร้อมกันก็ขยับตัวออกจากพี่ผา รีบดึงเสื้อยืดปกปิดสองเต้ากลมโตก่อนจะหยิบชั้นในสีขาวที่ตกข้างๆ โซฟา พี่ผาเงยหน้าซึ่งยังมีความต้องการมองฉันผู้ยืนเหงื่อตก “เหนือ..” “ปะ…ไปนอนก่อนนะคะ” ฉันพูดเร็วแบบลืมหายใจทิ้งท้ายไว้แค่นั้น สองขารีบจ้ำอ้าววิ่งขึ้นบันไดเข้าห้องตัวเอง ตึก! ตึก! “เกิดอะไรขึ้นนะ..” เฝ้าถามตัวเองย้ำๆ มือกุมหน้าอกข้างซ้ายที่ยังคงเต้นถี่รัวให้กับเหตุการณ์เมื่อครู่ ทำไมจู่ๆ ก็เปลี่ยนไปราวคนล่ะคนเลยล่ะ กว่าหัวใจจะกลับมาเต้นปกติ กว่าจะได้ข่มตานอนหลับ ฉันก็เฝ้าเอาแต่คิดถึงสัมผัสและจูบนั้น มันตามวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมจางหายไปง่ายๆ เช้าวันต่อมา ตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์มือถือ จากนั้นก็เห็นข้อความที่ป้าหมี่ส่งมาบอกว่าจะเข้าบ้านตอนสายๆ หน่อย แกขอพาลูกไปหาหมอก่อน ฉันก็ตอบกลับไปก่อนจะขยี้ตาให้หายขี้เซา พี่ผาไม่ได้เข้ามานอนบนห้องด้วยกัน ฉันค่อยๆ ย่องเท้าเงียบเชียบลงไปดูด้านล่างก็พบว่าเขานอนหลับปุ๋ยบนโซฟา “พี่ผา…พี่ผาตื่นค่ะ” ฉันเขย่าตัวปลุกอีกคน จะให้เขาขึ้นไปนอนบนห้องให้มันดีๆ พี่ผาที่ถูกรบกวนการนอนก็ค่อยๆ ลืมตางัวเงีย เขาลุกนั่งทั้งที่ยังมึนงง มือหนาทุบต้นคอแรงๆ ไปหลายที “เหนือ” “คะ?” ฉันครางรับเสียงเบา ลุ้นว่าเขาจะพูดอะไรต่อ นิ้วพี่ผาที่มาหาฉัน “รอยที่คอหาอะไรกลบด้วยล่ะ” รอย? รอยเหรอ ฉันรีบสำรวจตัวเองก็พบว่าสิ่งที่เขาพูดมันปรากฏเด่นชัดบนตัวฉันมากมาย เผลอตัวแค่หน่อยเดียวแต่ได้รอยเยอะขนาดนี้เลยเหรอ “พี่ขอโทษด้วยนะ เมื่อคืนเมาไปหน่อย” พี่ผาเปิดปากหาววอด ท่าทางดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ต่างจากฉันที่ใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ไม่สู้ดี“รูดเบาๆ แค่นั้นพี่ไม่แตกง่ายๆ หรอกนะ เหนือต้องทำแบบนี้” ราวกับรู้ใจ พี่ผายิ้มเอ็นดูมองอาการตื่นเต้นขลาดเขินที่ฉันเป็นอยู่ ฝ่ามือหนาวางทาบหลังมือสวยก่อนจะออกแรงควบคุมให้ฉันขยับข้อมือขึ้นลงเป็นจังหวะที่เร็วขึ้น ไม่นานนักก็ได้เห็นหน้าฟินๆ ของเขา “อื้ม ดี ดีมาก” และเมื่อเขาปล่อยมือให้ฉันทำเอง ฉันก็เรียนรู้ได้ว่าควรใช้จังหวะยังไง ทั้งที่คิดว่าตัวเองไม่ไก่อ่อนเรื่องนี้ แต่พอเป็นพี่ผาใจฉันมันระทวยจนทำอะไรไม่ถูก ราวกับเด็กฝึกหัด “อ่า…เก่งมากน้ำเหนือ ต่อไปก็ใช้ปาก” หน้าหล่อๆ ตอนมีอารมณ์ของพี่ผาสร้างความรู้สึกขัดเขินส่งผ่านทางสีหน้าและแก้มแดงปลั่งของฉัน ริมฝีปากอมชมพูครอบหัวหยักดูดลองเชิงเบาๆ แต่แค่นั้นก็ทำพี่ผาครางอย่างหมดมาด มองเห็นมือของเขาที่ค้ำยันตัวขณะเอนหลัง มันจิกผ้าปูเตียงแน่นระบายความเสียว ปากสวยค่อยๆ ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ ฉันผงกหัวรูดกลืนเข้าๆ ออกๆ เอ็นอุ่นที่พองขยายคับแน่นเต็มโพรงปาก มันทั้งนิ่มและร้อน “อ่า! เป็นงานมากน้ำเหนือ โคตรเก่ง” มือสากของพี่ผาลูบหัวฉันเบาๆ ไม่รู้เลยว่าเขาแสดงสีหน้าแบบไหนออกมาบ้าง แต่เท่าที่ฟังดูจากเสียงสั่นพร่าก็คงเสียวซ่านไม่ใช่น้อ
ตั้งแต่พ่อแม่ตายไป ฉันก็ไม่เคยคาดหวังชีวิตที่มีความสุขและสมบูรณ์แบบ สำหรับฉันสิ่งเหล่านั้นไม่มีจริง เหมือนนิทานหลอกเด็ก ทุกชีวิตล้วนเกิดมารับกรรมและมีแต่ความเจ็บปวด ฉันคิดแบบนั้นมาตลอดจนกระทั่งตอนนี้ ตอนที่ชีวิตของฉันมิชชั่นคอมพลีทดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยาย เพอร์เฟคและสมบูรณ์แบบ ฉันถึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าชีวิตคู่ที่ยืนยาวและอบอุ่นมันสามารถสร้างขึ้นได้จากคนสองคน ความคิดแง่ลบก็มลายหายไป คนที่เข้ามาเติมเต็มและเปลี่ยนความคิดฉันก็คือเขา… “พี่ผาพักก่อนค่ะ เหนือคั้นน้ำส้มมาให้” คนถูกเรียกละสายตาจากงานตรงหน้า ส่งยิ้มอบอุ่นละมุนละไมมองใบหน้าสดใสของฉัน หากแต่รอยยิ้มของเขาดูจะสดใสกว่าเสียอีก พี่ผาวางค้อน เก็บตะปูลงกล่องเครื่องมือ มือสากเปื้อนเศษไม้เช็ดลวกๆ เข้ากับกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่สภาพผ่านการใช้งานมาหนักหน่วง “มีเค้กด้วย น่ากินจัง” เขานั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวกัน เราอยู่ในสวนข้างบ้านที่พี่ผาคิดปรับปรุงทำสนามเด็กเล่นให้ลูก เห็นเศษซากไม้ที่หักเป็นชิ้น ไหนจะผงขี้เลื่อยและอุปกรณ์งานช่างต่างๆ วางระเกะระกะสักหน่อย ก็ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือเขาทั้งนั้น และเมื่อถึงขั้นตอนลงสีกลิ่นคงจะฉุนจนแส
“ใครจะเมาก็เมาไปเถอะ แต่พี่ผาห้ามเมาเด็ดขาด ไม่งั้นเราคนใดคนหนึ่งนี่แหละที่ต้องขับรถกลับ” “เอาน่า ต่อให้พี่ผาเมาจริงๆ ฉันก็ขับกลับได้ หรือจะให้ไอ้หนาวขับก็ได้ ใช่ไหมน้ำหนาว” อั่งเปาถามคนที่ยกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดเนี่ยนะ ถามจริงๆ เถอะว่าฉันไว้ใจพวกมันสองคนได้ใช่ไหม และต่อให้อั่งเปาพูดอย่างนั้นก็เถอะ ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อมา สุราออกฤทธิ์เปลี่ยนเพื่อนฉันสองคนให้กลายเป็นซากอะไรสักอย่างที่นอนสลบสไลไม่ได้สติ ตัวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้าหึ่งจนต้องให้การ์ดของพี่คิเรย์มาพาตัวไปไว้ในรถ ส่วนพี่ผาก็ดื่มไปพอกรึ่มๆ เช่นกัน หากแต่ยังพอประคองสติได้อยู่ “พี่ผา ถ้ารู้สึกเวียนหัวหรืออยากอ้วก สลับให้เหนือขับแทนเถอะนะ” ฉันกังวลความปลอดภัยจริงๆ แต่พูดไปก็เท่านั้นในเมื่อคนตัวสูงรั้นจะขับเองให้ได้ สองมือประคองพวงมาลัย สายตาจดจ่อกับถนนเบื้องหน้า มีฉันผู้นั่งข้างๆ คอยสวดมนต์ภาวนาอีกที ขอเถอะ…ขอให้เราทั้งหมดกลับถึงที่พักโดยสวัสดิภาพด้วยเถอะ ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง…คำขอของฉันที่ภาวนามาตลอดเส้นทางสำเร็จสมดั่งใจหมาย หากแต่ความปวดหัวยังไม่จบเท่านี้ การปลุกอั่งเปาและน้ำหนาวให้ขึ้นไปบนห้องนั้นทำได้ยากยิ่ง ฉันต้อ
งานแต่งของพี่พายัพและน้องต้นหยงจัดขึ้นช่วงกลางวันที่โรงแรมหรูบนเขาใหญ่ แขกเหรื่อมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ต่างเป็นคนมีหน้ามีตามีชื่อเสียงทั้งนั้น แม้แต่เหล่าดาราและอินฟลูเอนเซอร์ก็ยังมี ฉันทึ่งในคอนเนคชั่นของพวกเขามากนะ “พี่ผาๆ คนนั้นเหนือชอบมากเลยอะ ติดตามผลงานเขาอยู่” ฉันสะกิดคนข้างๆ มองผู้ชายรูปร่างสูงยาวเข่าดี หน้าตาหล่อเหลา สไตล์ลูกครึ่งไทย-จีน อย่างกับหลุดมาจากซีรีส์สักเรื่อง และแน่นอนว่าผู้ชายที่ฉันหมายถึงคือดาราดังที่เล่นซีรีส์จริงๆ เพียงแต่เป็นซีรีส์ไฮสคูลของไทย พี่ผามองตามสายตาเคลิบเคลิ้มของฉัน เขาไม่พูดหรือถามไถ่อะไรสักคำ ร่างสูงก็ลุกออกจากโต๊ะและเดินไปทางดาราดังคนนั้นในทันทีคุยอะไรกันสองสามคำ พี่ผาก็พาเขากลับมาที่โต๊ะด้วยกันได้สำเร็จ ฉันตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ยิ่งดูใกล้ๆ ทำไมถึงหล่อได้ขนาดนี้ ออร่าบางอย่างในตัวเขาสะกดสายตาฉันได้อยู่หมัด “ไอ้ไป๋ นี่เมียกูชื่อน้ำเหนือ น้องบอกว่าชอบมึงมาก ยังไงก็ขอให้เมียกูถ่ายรูปกับมึงหน่อยนะ” พี่ผาพูดกับเขาอย่างเป็นกันเอง แล้วคุณไป๋ก็หันมาส่งยิ้มหวานให้ฉันพร้อมเอ่ยแนะนำตัว ยื่นมือทักทาย“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับน้องน้ำเหนือ ไม่คิดว่าเ
“คนนี้นี่เองพี่มุกดา สวยจังเลยนะคะ” ฉันกระซิบกระซาบกับพี่ผา มองผู้หญิงที่พี่มาร์ตินออกตัวชัดว่าเขาเป็นเจ้าของ ส่วนพี่มุกดาก็แค่ยิ้มรับ ไม่มีความเคอะเขินกระดากอาย เธอเป็นคนที่สวยมากๆ คนหนึ่ง หน้าตาผิวพรรณดูดีสุดๆ ไปเลยล่ะ ฉันไม่แปลกใจเท่าไร่ที่ผู้ชายเจ้าชู้อย่างพี่เขาจะปิ๊งพี่มุกดาได้ ระหว่างมื้ออาหารก็มีการพูดคุยถึงเรื่องงานแต่งในอีกไม่กี่วันที่ใกล้จะถึง พี่พายัพยิ้มไม่หุบตั้งแต่ฉันเข้ามา เขาคงจะมีความสุขมากที่ได้แต่งงานกับน้องต้นหยง ผู้หญิงที่เขารัก กิ๊ง! กิ๊ง! เสียงช้อนตีกระทบแก้วดังขึ้นจากทางพี่คิเรย์ เขาลุกยืนส่งยิ้มให้กับน้องสาวตัวเองและว่าที่น้องเขย “กูขอดื่มฉลองให้กับมึง ไอ้พายัพคนที่เป็นทั้งเพื่อนรักและก็น้องเขยของกู และพี่ก็ดื่มให้หนูด้วย ต้นหยงน้องรักของพี่” ไวน์แดงก่ำถูกกลืนลงคอรวดเดียวจนหมด ก่อนคนอื่นๆ จะทำตาม ร่วมดื่มฉลองให้กับว่าที่บ่าวสาว มีแค่ฉันที่ดื่มน้ำส้ม แปลกและแตกต่าง เราใช้เวลาสังสรรค์มื้อเย็นจนเวลาล่วงเข้าสู่ช่วงค่ำ แสงไฟจากระเบียงถูกเปิดขึ้นให้บรรยากาศอีกแบบ พี่พายัพที่กรึ่มๆ ได้ที่ก็จูงมือน้องต้นหยงออกไปเต้นด้วยกันยามที่เพลงเปิดคลอมันกังวานเร
น้ำเหนือ | Part ร่างกายที่แน่นหนัดด้วยมัดกล้ามเนื้อค่อยๆ โยกขยับร่างกายเชื่องช้าแต่เน้นจังหวะลีลาพลิ้วไหวใต้ร่างบอบบางซึ่งนอนกระเส่าครางเสียงหวานรับการกระแทกแสนโยนอ่อนหากแต่ถึงใจ อาจจะด้วยบรรยากาศอึมครึมด้านนอกที่ไม่มีท่าฝนจะหยุดลงง่ายๆ มวลอากาศหนาวเย็นและเมื่อผสมรวมกับความร้อนรุ่มในกายซึ่งเกิดจากกิจกามสวาท ก็กลายเป็นความอบอุ่นที่เข้าด้วยกันเป็นอย่างดี “อ๊า เสียว” ฉันพร่ำบอกพี่ผาตั้งไม่รู้กี่หนขณะที่เขากระแทกกระทั้นและบดอัดช่วงล่างทำเอาใจจะขาด แต่ครั้งนี้ไร้ซึ่งความรุนแรงจนหัวสั่นหัวคลอนเช่นครั้งก่อนๆ อาจจะด้วยเจ้าก้อนในครรภ์ พี่ผาถึงได้ปราณีฉันบ้างเนินนมขาวผ่องถูกครอบดูดครั้งแล้วครั้งเล่าจนเกิดรอยแดงเถือก กระนั้นคนฝากรอยเอาไว้ก็ดูจะพออกพอใจมิใช่น้อย ความสาดเสียวจากปลายลิ้นช่ำชองทำฉันตัวสั่นสะท้าน มือจิกกำเบาะนอนเป็นที่ระบาย หน้าอกก็แอ่นขึ้นลงตามแรงปรนเปรอที่ส่งมอบให้กัน “นุ่มมาก ชักจะเสพติดนมเมียซะแล้วสิ ต่อไปพี่คงต้องดูดทุกวัน” เสียงหื่นๆ ที่ร้องบอกทำฉันวูบวาบไปทั้งตัว มันก็แค่ข้ออ้างของคนขี้เอาเท่านั้นแหละพี่ผาดูดยอดอกสีก่ำจนพอใจด็เลื่อนใบหน้าหล่อเหลาคลอเคลียลำคอฉัน ลมห
ที่ร้องไห้ฟูมฟายจะเป็นจะตายเมื่อสักครู่ น้ำเหนือตลกตัวเอง เธออยากย้อนเวลากลับไปใหม่และตั้งสติให้ดีก่อนจะทำอะไรบ้าๆ เพราะหลังจากที่คิดเองเออเองแล้ว เจอความเป็นจริงเข้าไปก็แทบปิดหน้าหนีอาย ‘ฮืออออ พี่ผา ฮึก…ขอทางหน่อยค่ะ ขอทางหน่อย’ แหวกฝูงชนเข้าไปหวังถึงตัวคนเป็นสามีเร็วๆ ด้วยเสียงร้องห่มร้องไห้สะอ
(น้องน้ำเหนือเป็นยังไงบ้างแล้ววะ) เสียงถามไถ่แสดงความเป็นห่วงของเหล่าบรรดาเพื่อนภูผา เกิดมาจากเมื่อชั่วโมงก่อน น้ำเหนือดูหน้าซีดๆ และไม่สนุกสนานกับคนอื่นๆ เท่าที่ควร สาเหตุคงมาจากอาการแพ้ท้องของเธอ ภูผาถึงได้รีบพากลับที่พัก “น้องหลับไปแล้ว บอกว่าเวียนหัวน่ะ”(ขอให้น้องอาการดีขึ้นเร็วๆ เว้ย แล้
พายัพเอ่ยคำว่าเมียกับน้องเขาทีไร คิเรย์ก็หนาวจับใจทุกที “เออก็ได้ กูไปขี่ม้ากับพวกแม่งดีกว่า” เขาพูดกับพายัพเสียงหนึ่ง “ต้นหยงคะ หนูดูแลตัวเองดีๆ ด้วยนะ รีบกลับนะคะอย่าไปเถลไถลไกล” แต่พูดกับน้องสาวเสียงสอง “มีพี่พายัพคอยดูแลหนูทั้งคน พี่คิเรย์ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เด็กสาวหน้าตาน่ารักยิ้มแป้นและค
กลับสู่ไร่ภูพนาไพร ภูผาพาภรรยาฝากครรภ์ยังโรงพยาบาลชั้นนำของจังหวัด น้ำเหนือท้องได้สามวีคแล้วเป็นสามวีคที่ไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยจนกระทั่งเริ่มสำแดงอาการ และคาดว่าคงเป็นแบบนี้ไปอีกระยะ เรื่องที่เธอท้องแพร่ไปถึงหูลูกน้องของภูผาเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็นเหล่าคนงานในไร่หรือพนักงานของรีสอร์ต ต่างก็รู้กันทั้ง







