Masuk“ค่ารักษาทั้งหมด คุณพ่อไม่ต้องห่วงนะคะ นอนให้สบายใจได้เลยค่ะ”
คนที่นอนอยู่บนเตียงทำสีหน้าชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ภาพิไลหัวเราะชอบใจ
“อะไรกันคะ? ไม่สบายใจหรือยังไงกันที่หนูภาบอกให้อย่ากังวลเรื่องค่ารักษา”
“จะสบายใจได้ยังไงกัน พ่อมีหลายโรครุมเร้า เป็นภาระให้หนูเหลือเกิน ในเวลาที่ควรจะอยู่ข้างหนูแท้ๆ พ่อเป็นพ่อที่ใช้ไม่ได้จริงๆ”
ปารมีเอ่ยเสียงแผ่ว มองเด็กสาวที่เขารักสุดหัวใจด้วยสายตาอ่อนแสง ภาพิไลทรุดลงนั่งบนเตียง เธอโอบประคองเขาไว้ แล้วจุมพิตหน้าผากของเขาเบาๆ น้ำเสียงนั้นหวานนัก มันเหมือนน้ำทิพย์อันแสนชุ่มชื่น
“เอาเถอะค่ะ ให้หนูภาดูแลคุณพ่อนะคะ”
“แล้ว...พีระ...เอ่อ...”
เขากล้ำกลืนคำพูดบางอย่างลงไป ตาต่อตาสบกัน ภาพิไลหัวเราะเบาๆ แล้วจุ๊บเบาๆ ที่ปากอันแห้งผากของคนป่วย กิริยาที่แสดงต่อกัน ดูอย่างไรก็เกินเลยความสัมพันธ์ของบิดาเลี้ยงกับลูกสาวนัก
“คุณพ่อไม่ต้องห่วงหรอกค่ะทุกอย่างเป็นไปด้วยดี”
“จริงๆ น่ะหรือ?”
“จริงสิคะ”
เธอขยิบตาให้กับบิดาเลี้ยง พลางก้มลงกระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าข้างหูของคนป่วย ที่ทำเอาปารมีแทบจะหายป่วยขึ้นมาอย่างทันทีทันใด
“เขาสู้คุณพ่อไม่ได้สักนิด...รีบๆ หายนะคะ หนูภาคิดถึง...”
“พ่อจะรีบหายเลยล่ะจ้ะ”
เธออยู่ดูแล ป้อนข้าว ป้อนยา และอยู่เป็นเพื่อนจนนางพยาบาลพิเศษเข้ามา แล้วจึงเดินออกมาจากห้องคนไข้ เธอเดินตรงไปยังลิฟท์ส่วนตัวของผู้บริหาร ยามแปลกใจเล็กน้อยที่เธอเดินมาทางนั้น ภาพิไลแสดงนามบัตรให้กับยามดู เขาจึงมีท่าทีที่เปลี่ยนไป แต่ก็ยังไม่วายมองเธอไม่วางตา ก็เธอยังอยู่ในชุดนักเรียนมอปลาย ภาพิไลย่นจมูกเล็กน้อยกับสายตาแบบนั้น รู้แบบนี้เธอกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนคงจะดีหรอก
ลิฟท์ตัวนี้มันขึ้นชื่อลือชาในหมู่ยาม พนักงานของโรงพยาบาลแห่งนี้อยู่ไม่ใช่น้อย
ชั้นที่ห้าสิบของโรงพยาบาลเป็นชั้นของผู้บริหาร ที่เป็นส่วนพักผ่อนส่วนตัว ซึ่งมีคนใช้ห้องและส่วนของชั้นนี้เพียงแค่สองคนเท่านั้น คือ ราชันย์ เจ้าของโรงพยาบาลรักษ์สุข และราชิต ทายาทคนเดียวของที่นี่ บุตรชายของราชันย์กำลังร่ำเรียนในคณะบริหารจัดการในมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง เพื่อจบมาเขาจะได้ไปเรียนที่ต่างประเทศต่อ และกลับมาดูแลกิจการต่อจากบิดา
ราชิตนั้นขึ้นชื่อนักในเรื่องเจ้าชู้ เพลย์บอย ลิฟท์ส่วนตัวของผู้บริหารจึงกลายเป็นลิฟท์ขึ้นสวรรค์ของเขาเลยก็ว่าได้ สาวๆ มากหน้าหลายตาถูกพามาที่นี่ ยามเห็นจนเจนตา แต่เด็กสาวคนนี้ ดูเหมือนจะมีสิทธิพิเศษกว่าคนอื่นๆ เพราะมีการ์ดนามบัตรของราชิตพกติดตัวไว้เสียด้วย มันเหมือนใบผ่านทางกลายๆ ว่าหล่อนสามารถขึ้นไปรอเจ้านายของเขาได้เลยในที่เฉพาะแบบไม่ต้องรอคำอนุญาต
“ให้ดิฉันเรียนท่านว่าคุณอะไรคะ”
แม่บ้านที่อยู่ด้านหน้ามองภาพิไลแบบหัวจรดเท้า แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“น้องภาค่ะ ฝากบอกพี่รันด้วยค่ะ”
“คุณรัน?”
“ใช่ค่ะ คุณรัน”
“ค่ะ” เธอพยักหน้า พลางเดินไปที่โทรศัพท์ที่แขวนอยู่แล้วกดติดต่อ
ภาพิไลยืนรออยู่สักครู่หนึ่ง แม่บ้านก็มาเชิญเธอเข้าไปรอในห้องรับรอง เธอนั่งรออยู่สักครู่ ก็ได้ยินเสียงแหลมๆ ของผู้หญิงที่ฟังดูไม่สบอารมณ์นัก ดังขึ้น
“อะไรกันคะพี่รัน โอ๊ย...ทำไมจะต้องให้กุชชี่กลับด้วยล่ะ”
“กลับไปก่อนเถอะน่า พี่มีแขกพิเศษ” เสียงฝ่ายชายดังห้วนๆ
“แขกพิเศษ? ใครกัน ไหนขอดูหน้าหน่อยสิ”
แล้วก่อนที่จะทันได้ยินเสียงห้ามปราม ประตูห้องรับรองก็ถูกเปิด สาวสวยในชุดนักศึกษาสั้นจู๋ ก็โผล่หน้าเข้ามา ภาพิไลนั่งตัวตรง ยิ้มนิดๆ ส่งให้กับเจ้าหล่อน ที่พอมองสบตากับสาวน้อยแล้ว ทางนั้นก็ขมวดคิ้ว แล้วหันไปมองหน้าราชิต
“นี่หรือคะแขกพิเศษ”
“อืม...น้องสาวพี่น่ะ กลับไปก่อน”
เขาล้วงกระเป๋ากางเกง หยิบกระเป๋าเงินหนังสีเทาออกมา แล้วล้วงเอาธนบัตรปึกหนึ่งส่งให้กับกุชชี่ อีกฝ่ายรับหมับไปทันทีแล้วก็เดินกระแทกรองเท้าส้นสูงสามนิ้วจากไป
“มีแขกทุกวันเลยนะคะ”
เสียงหวานเอ่ย ราชิตกวาดตามองสาวน้อยด้วยสีหน้าอึดอัดเพียงครู่ แล้วก็ยิ้มส่งให้กับเธออย่างลังเล
“น้องภามีธุระอะไรกับพี่หรือเปล่า? ถึงได้มาหาถึงบนนี้”
“แหม...”
ภาพิไลลุกขึ้นยืน เธอเดินตรงมาหาราชิต แม่บ้านที่ยังเช็ดถูอยู่ในห้องนั้นเหลือบมองคนทั้งคู่ ราชิตเห็นเข้าจึงดึงแขนเธอ ลากพาไปยังห้องส่วนตัวของเขา
“วันหลังโทรศัพท์มาก่อนสิครับ”
ราชิตว่าเมื่ออยู่กันตามลำพังแล้ว ภาพิไลยิ้มนิดๆ ส่งให้เขา เธอยืนตรงหน้าเขาเอามือไพล่หลัง เหมือนจะอวดสรีระบางอย่างให้เตะตาคนตรงหน้า ที่เขาลดตาต่ำลง และกำลังมองมันอย่างไม่ตั้งใจ เสื้อนักเรียนของสาวน้อยกระดุมหลุดจากรังไปเม็ดหนึ่ง ทำให้คอเสื้อแหวกกว้างกว่าที่ควรเป็น ความนุ่มเนียน อวบอัด ในเสื้อทับสีขาวมันอวดสายตาเขา
“น้องภาจะต้องโทรด้วยหรือคะ? เมื่อก่อนไม่เห็นจะต้องโทรเลย”
“เอ่อ...ก็...น้องภา...เฮ้อ...พี่ถามตรงๆ เถอะ น้องภาต้องการอะไรวันนี้”
ราชิตละสายตาจากความอวบนุ่มอย่างลำบาก เลื่อนสายตามามองใบหน้าหวานละมุนนั่น คิ้วของเขาขมวดนิดๆ
ให้ตายเถอะ...
เจ้าหล่อนยิ่งโตยิ่งสวย ตอนแรกที่เขาพบปะเธอ อายุเธอเพียงสิบห้า สิบห้าเท่านั้น...แต่ก็สวยเหลือเกิน จนเขาห้ามใจไว้ไม่อยู่ ทั้งที่ปรกติไม่เคยคิดจะจีบสาววัยนี้เลยสิน่า
แล้วก็เผลอ...
แล้วความเผลอกับความขบเผาะ น่าลองลิ้มหนนั้น มันทำให้ราชิตต้องตกที่นั่งลำบากมาจนถึงตอนนี้
ไม่ใช่แต่เขาคนเดียวเสียด้วย...
“พ่อของน้องภาป่วยค่ะ”
ภาพิไลตอบตามตรงพลางยิ้มหวานส่งให้กับเขา ร่างงามนั่นค่อยเคลื่อนไปใกล้เขา ทีละนิด ทีละนิด กลิ่นโคโลญหอมอ่อนๆ ยิ่งทำให้หัวใจของราชิตเต้นแรง
“อ้อ...ครับ อยู่โรงพยาบาลไหนหรือครับ?”
“อยู่ที่นี่แหละค่ะ”
เธอใช้มือลูบปกเสื้อนักศึกษาของเขา ช้อนตามองเขาด้วยนัยน์ตาสวยระยับ ราชิตถึงกับกลืนน้ำลาย
“พี่จะดูแลค่าใช้จ่ายให้เอง”
“น้องภาขึ้นมาบนนี้เพราะเรื่องนี้แหละค่ะ”
เธอโน้มคอเขาลงมา ราชิตก้มลงตามเจ้าหล่อนอย่างช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ สาวน้อยคนนี้ เสน่ห์แรงนัก แรงดึงดูดทางเพศมหาศาล เขาไม่ใช่ไม่เคยผู้หญิง ผ่านมานักต่อนักเสียด้วยซ้ำ มืออาชีพที่ว่าเยี่ยมยอด ยังไม่เทียบเท่าเสน่ห์ของภาพิไล
“พยาบาลพิเศษด้วยนะคะ แล้วก็ขอหมอเฉพาะทาง คุณพ่อดูท่าจะอาการไม่ค่อยดีนัก”
“เอ่อ...พี่จะดูแลให้ดีที่สุด”
“ขอบคุณมากค่ะ”
เธอกระซิบชิดปากเขา แล้วผละออก ราชิตเผลอไขว่คว้าร่างนุ่มไว้ในอ้อมกอด ภาพิไลหัวเราะคิก แล้วใช้มือยันอกเขาไว้ ช้อนตาขึ้นมองเขาพลางเลิกคิ้ว
“คะ?”
“น้องภาจะกลับแล้วหรือ”
“ก็กลับแล้วน่ะสิคะ ตอนนี้น้องภามีผู้ปกครอง เหลวไหลไม่ได้หรอกค่ะ”
“อ้าว...” เขาเหมือนจะผิดหวัง ภาพิไลหัวเราะคิก พลางเอ่ยเสียงหวาน
“พี่รัน...จะ...หรือคะ...น้องภาทำให้ได้นะ”
เธอย่นจมูกน้อยๆ ราชิตเกือบจะเคลิ้มตาม แต่อะไรบางอย่างมันส่งสัญญาณเตือนในสมองขึ้นเสียก่อน
‘แกอย่าไปยุ่งกับนังเด็กผีนั่นอีกนะ ไอ้รัน’
“ไม่ดีกว่าจ๊ะ แหะๆ แล้วจะกลับยังไง เดี๋ยวพี่ให้คนขับรถไปส่งนะ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ น้องภามีคนขับรถคอยรับอยู่ ฝากพี่รันดูแลคุณพ่อให้ด้วยก็แล้วกันนะคะ จนกว่าท่านจะหาย”
เธอย้ำ แล้วขยิบตาให้กับเขา พร้อมกับเขย่งตัวจุ๊บปากเขาเบาๆ ก่อนจะเดินพลางกระโดดพลางด้วยท่าทางเหมือนเด็กๆ ออกไปจากห้อง
ราชิตมองตามหล่อนพลางกลืนน้ำลาย เขาเสียดายขึ้นมาครู่หนึ่งที่ไม่รับข้อตกลงของภาพิไล แล้วก็สั่นหน้าน้อยๆ พลางบ่นพึมกับตนเอง
“อดกลั้นไว้น่าไอ้รัน อย่าเห็นแก่หัวล่างนักสิวะ คนอื่นได้ แต่คนนี้...แม่งอันตรายฉิบหาย ไม่คุ้ม”
เขากดโทรศัพท์ภายในติดต่อไปยังแผนกการเงิน เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องค่ารักษาของบิดาเลี้ยงของภาพิไล และได้ต่อสายคุยกับแพทย์เจ้าของไข้ เมื่อฟังๆ อาการแล้วเขาก็ถึงกับหน้าซีด!
มิน่าเด็กนั่นถึงขึ้นมาหาเขาถึงบนนี้
“พ่อจะด่าอีกหรือเปล่าวะงานนี้”
เขาถอนใจเมื่อบอกกับทางแผนกการเงินไปว่า ค่ารักษาทั้งหมดของปารมีให้ลงบัญชีเขาไว้ ให้หาพยาบาลพิเศษดูแลอย่างดี และย้ำกับนายแพทย์เจ้าของไข้ว่าให้ทำการรักษาอย่างดีที่สุด สำหรับคนไข้พิเศษ
และเขาไม่ต้องรอถึงสิบนาที บิดาก็โทรศัพท์เข้ามา แล้วยังไม่ทันจะตอบรับกลับไปทางนั้นก็เริ่มด่าทันที
“เฮ้ย...ไอ้รัน นี่แกไปรับรักษาใครฟรี ไปรับใจบุญฟรีกับใครมาอีกวะ แหม....ไอ้ลูกล้างลูกผลาญ ผ่าตัดกล้ามเนื้อหัวใจ เนื้องอกในสมอง รักษาตัวในห้องวีไอพี พยาบาลพิเศษยี่สิบสี่ชั่วโมง แถมด้วยโรคประจำตัวอีก หมอที่ดีที่สุด โอ๊ย...แกรู้ไหมว่าต้องกี่...”
“พ่อของน้องภาครับพ่อ”
คำตอบนั้นทำให้อีกฝ่ายหนึ่งอึ้ง แล้วเงียบไปราวสองสามวินาที เสียงเกรี้ยวกราดลดคีย์ลงราวกับปาฏิหาริย์
“เอ่อ...เฮ้อ....ห่าเอ๊ย เอ่อ...บอกให้ดูแลกันให้เต็มที่ก็แล้วกัน ไอ้รัน ส่วนค่ารักษาของพ่อเด็กนี่ ฉันจะหักจากค่าเงินที่จะโอนให้แกปลายปี”
“พ่อ แล้วรถที่สัญญากับผมไว้ล่ะ” ราชิตทำเสียงโอด
“ก็ยังไม่ต้องเอา” บิดาตอบสั้นๆ แล้วตัดสายฉับ ราชิตถึงกับเข่าอ่อนชั่วคราว ทรุดลงนั่งบนเตียง พร้อมกับถอนใจเฮือก
บางทีไอ้หัวล่างที่ทำอะไรไม่คิด ที่หวังว่าจะเคลมเด็กไร้เดียงสามาเป็นเหยื่อของตนเอง มันก็กลับพลิกตลบ ให้เขาเป็นเหยื่อของหล่อนเสียเอง
ภาพิไล...
ชื่อนี้จำไม่ลืมจริงๆ
“เราจะกลับถึงบ้านก่อนที่พี่ระจะกลับมาไหมคะ คุณชนะ”
เสียงอ่อนหวานดังขึ้น คนขับรถเหลือบมองเธอนิดหนึ่ง แล้วตอบเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ก่อนแน่นอนครับคุณหนูภา”
“ฝากด้วยนะคะ หนูภาไม่อยากให้พี่ระเป็นห่วง”
ภาพิไลยิ้มหวานส่งให้คนขับรถที่มองเธอมาทางกระจกหลัง นัยน์ตาของเขาฉายแววอ่อนโยนให้กับเธอ ก่อนจะทำหน้าที่ของตนเองต่ออย่างเคร่งครัด
เธอล้วงหยิบเอาหูฟังขึ้นมาแล้วเลือกเปิดฟังเพลงโปรด ตามองการจราจรสองข้างทางใจ คิดไปถึงผู้ชายที่เธอจากมา เธอรู้จักเขาจากการแนะนำของหมอวิษณุ ราชิตสนใจเธออย่างออกนอกหน้า
เขาหน้าตาดีมาก ฐานะดีมาก และนั่นมันก็ทำให้สาวน้อยหันมาให้ความสนใจ และให้...อีกหลายสิ่ง แล้วเมื่อดูเหมือนว่าคนอย่างราชิตไม่ได้มีอะไรที่เธอต้องการมากไปกว่าเซ็กส์ และการเปย์ของแพงๆ อีกเล็กๆ น้อยๆ สาวน้อยก็ถอยออกมา อีกอย่างหนึ่ง เซ็กส์ของผู้ชายที่เรียกตัวเองว่าคาสโนว่า แย่กว่า...ลีลาของพ่อของเขาเสียอีก
สาวน้อยหัวเราะหึๆ ก่อนจากเธอก็ร้อยพวกเขาสองพ่อลูกไว้ใช้ ด้วยคลิปเซ็กส์ แน่ล่ะพวกเขาอาจจะเอาไว้แบล็กเมล์เธอก็ได้เมื่อตอนชวนเธอถ่าย แต่เขาลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าเธออายุเพียงสิบห้า ตอนที่พวกเขามีเซ็กส์กับเธอ แถมยังอยู่ในชุดนักเรียนอีกด้วย
อืม...
การเป็นเยาวชนอายุไม่ถึงสิบแปดปีนี่ บางทีก็ดีตรงที่กฎหมายคุ้มครอง ในเรื่องที่ดูในสายตาคนอื่นว่าผิดศีลธรรม เจ้าของโรงพยาบาล...กับทายาท ชื่อเสียงของพวกเขาย่อมมากและต้องได้รับการรักษาไว้เสียยิ่งกว่าเธอ ที่เป็นลูกสาวของคนมีฐานะพอสมควรคนหนึ่งก็เท่านั้นเอง
เธอเป็นเด็กดีของอาจารย์ที่โรงเรียน มีชื่อเสียงว่าเป็นเด็กเรียน ในคลิปนั้นเธอดูมึนเมา เลื่อนลอยราวกับไม่ใช่ตนเอง มันก็ยิ่งง่าย ถ้าเธอจะให้ปากคำกับใครต่อใครว่าโดนสองพ่อลูกนี่หลอกมอมเหล้า หลอกให้เสพยา อีกอย่างการมีเซ็กส์กับเด็กอายุไม่ถึงสิบแปดปีจะอย่างไรก็ผิดกฎหมาย
มันเป็นเซ็กส์แบบชายสองหญิงหนึ่งเสียด้วย...
บางครั้งใยแมงมุมที่ตั้งใจจะถักทอไว้ล่อเหยื่อ
มันก็พลิกกลับกันได้เมื่อเหยื่อที่เป็นติด ดันเป็นเหยื่อที่กินเนื้อ...แมงมุม
ภาพิไลเลื่อนเปลี่ยนเพลง แล้วเคาะนิ้วไปตามจังหวะเพลงอย่างมีความสุข
จนวันนี้เทิดวิชก็ยังไม่กลับบ้าน พีระเองก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักเพราะเทิดวิชบอกมาทางข้อความสั้นๆ ว่าเขามีธุระที่ต่างจังหวัด ขอลางานไปพักสมองสักสองสามวัน เขากำลังเมามัวกับเมียเด็กของตน เพราะถือว่าเป็นเวลาพักเช่นกัน ผัวแก่เมียสาว แทบไม่ออกจากห้อง เล่นเอาพวกคนรับใช้พากันแอบซุบซิบอย่างอดไม่ได้“หูย...ไม่รู้ว่าคุณพีระเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน” “มีเมียเด็ก สวย ขนาดนั้น เป็นฉันก็ไม่ออกมาง่ายหรอก นี่ยังดีนะที่คุณท่านยังไปทำงานทำการบ้าง” คนที่ทะลึ่งหน่อยว่า“ป่านนี้แหกไปหมดแล้วมั้ง” นางทองสร้อยพูดโพล่งขึ้นมาอย่างนึกหมั่นไส้ พลางเบ้ปาก ทุกคนชื่นชอบภาพิไล บางคนสงสาร แต่คงจะมีแต่นางนี่แหละที่หมั่นไส้“สงสารคุณหนูภามากกว่า” เสียงทุ้มเสียงหนึ่งเอ่ยขัดขึ้น นายชนะคนขับรถนั่นเอง ทุกคนหันขวับไปมองเขาแทบจะเป็นตาเดียว นายชนะกระแอมแล้วพูดต่อเสียงขรึมๆ“คิดถึงสิ ว่าถ้าเป็นพวกเอ็งน่ะ มีผัวแก่แบบคุณพีระ จะมีความสุขไหม? อายุยังนิดเดียว เรียนก็เก่ง มารยาทก็ดี ต้องมาจำใจทำอะไรแบบนี้ คงไม่สนุก ไม่เสียวอะไรหรอก”คำพูดนั้นทำให้วงนินทาถึงกับแตก แยกย้ายกันไปคนล่ะทางสองทาง นางทองสร้อยกอดอก พลางมองหน้าชนะ นางเอ่ยขึ้นม
เทิดวิชมองภาพิไลที่ตอนนี้ถูกโอบโดยพีระ หัวใจของเขาร้อนผ่าวกับไฟจี้ จนไม่อาจจะทนมองสิ่งนั้นได้นานนัก เขาขอตัวจากโต๊ะอาหาร โดยอ้างว่าเขาปวดหัว พีระบอกสั่งให้เขาหายากิน ก่อนจะสนใจกับเมียเด็กในอ้อมแขนของตนต่อ นั่นก็เมียเขา...เหมือนกันหัวใจของเขาปวดหนึบนัก เมื่อรู้ว่าคืนนี้ ภาพิไลจะต้อง...อยู่ร่วมเตียงกับพีระ เธอบอกเขามากมายอย่างเปิดใจ หลังจากที่เธอและเขาได้ตกเป็นของกันและกันแล้ว ว่าบิดาทำอะไรลงไปกับเธอบ้างมันยิ่งทำให้เขาทั้งสงสาร ทั้งหึงหวง และโกรธบิดาบุญธรรมมากขึ้นไปอีก สมองของเขาตอนนี้ กำลังคิดหาวิธีที่จะทำให้ภาพิไลรอดพ้นเสียจากบิดา คิด คิด และคิด ว่าเขาจะทำอย่างไรได้บ้าง นับวันเขายิ่งรัก ยิ่งหลงเธอ และอยากได้เธอ ทั้งที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะพรากแย่งของรักของใคร แถมของรักนั้นยังเป็นของผู้มีพระคุณของตนเสียด้วยแต่ทว่า...ความรัก ความหลง มันทำให้สิ่งใดๆ ที่เทิดวิชเคยยึดถือไว้ มันถูกกระชากพรากไปเสียจากสมองของเขาชั่วคราว ไม่รู้ถูกผิด ดีชั่ว รู้เพียงว่าเขาจะทำอย่างไร ถึงจะได้เธอมาเป็นของตนเขาล้มตัวลงนอน แล้วยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก ห้องของเขาและบิดาอยู่ติดกัน มีประตูเปิดปิดถึงกันแต่ตอน
โตเกียวดิสนีย์แลนด์...ภาพิไลมองทุกอย่างด้วยความตื่นตาตื่นใจ จะอย่างไรส่วนหนึ่งของเธอก็ยังมีความเป็นเด็กหลงเหลืออยู่ เธอจูงมือกับเทิดวิช วิ่งไปตรงนั้นตรงนี้อย่างมีความสุข สาวน้อยหัวเราะด้วยน้ำเสียงสดใส จนคนข้างๆ มองรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนั้น แล้วมีความสุขไปด้วยกับเธอยิ่งเธอสร้าง...ให้เขาเข้าใจว่าเธอนั้นน่าสงสาร รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของภาพิไล มันกระแทกใจเทิดวิช และทำให้เขาปลาบปลื้มอย่างมาก ที่ทำให้เธอมีความสุขได้“เราไปขึ้นอันนั้นไหมคะ” สาวน้อยชี้มือไปยังโซนเครื่องเล่นที่ค่อนข้างจะเรียกเลือดลมจากหัวใจ เทิดวิชมองพวกเครื่องเล่นพลางย่นจมูกน้อยๆ เขากลัวความสูง...มาก...“เอ่อ...คือว่าพี่”“ไปได้ไหมคะ นะคะ” เห็นตาแป๋วๆ ของเธอเข้า ใจของเขาก็ละลายวูบ ทิ้งความหวาดกลัวทั้งหมดไปยอมตามเธอไปแต่โดยดีและแล้ว ทำใจกล้า ไม่กลัวแท้ๆ แต่ความกลัวไม่ได้เอาชนะกันได้ง่ายๆ ลงมาจากเครื่องเล่นอันแรก เทิดวิชก็ถูกหิ้วปีกประคองโดยสาวน้อย ที่ดูเป็นห่วงเป็นใยเขา แล้วต่อว่าตัวเองที่พาเขาไปเล่นเครื่องเล่นที่หวาดเสียวโดยไม่ถามไถ่ก่อนว่าเขาชอบไหม พร้อมที่จะเล่นมันกับเธอไหม“กลับกันก็ได้นะคะ พี่วิชดีขึ้นหรือยั
“อันนี้น้องภาทำเองหรือคะ?” เสียงทุ้มเอ่ยถาม พลางลองตักสลัดที่ตกแต่งอย่างน่ากินตรงหน้าขึ้นมาลองรับประทานดู “ค่ะ อร่อยไหมคะ” เธอมองเขาตาแป๋ว แล้วจ้องเขานิ่งเหมือนรอคำตอบ พีระยกนิ้วโป้งให้ แล้วตักอีกคำใหญ่เพื่อรับประทานเพื่อเอาใจคนทำ“เยี่ยมไปเลย ปรกติพี่จะไม่กินสลัดนะ แต่สงสัยเป็นเพราะน้องภาทำ มันเลยอร่อยมากๆ”“ถ้าอย่างนั้นน้องภาจะทำให้กินบ่อยๆ นะคะ” เธอดูปลื้มกับคำชมนั้นมาก หนุ่มใหญ่หัวเราะ แล้วพยักหน้า ถึงเขาจะไม่ค่อยชอบกินผักนัก แต่ถ้าเมียรักทำให้แล้ว เขาก็ยอมกินจนหมด“ได้ค่ะ กินผักดีต่อสุขภาพด้วย”“น้องภาเลือกแต่ผักที่มีประโยชน์ทั้งนั้นเลยค่ะ” ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็ตักป้อนเขาไป แล้วบรรยายไปว่ามีผักอะไรบ้างที่เอามาทำสลัดให้เขากินหนนี้ พีระฟังเสียงใสๆ เจื้อยแจ้วนั่นอย่างมีความสุขเขาราวกับได้ยาอมฤตจริงๆ เมื่อมีเธอเข้ามาในชีวิตอิ่มอาหารแล้ว เขาก็ประคองพาเมียเด็กของเขาไปนั่งพักผ่อนในห้องนั่งเล่น ช่วงนี้งานรุมเร้าจนเขาไม่ค่อยได้อยู่บ้านสักเท่าไหร่ แถมยังจะต้องบินไปเมืองนอกอีกในไม่กี่วันนี้ เพื่อจัดการเรื่องปัญหาของโรงงานทางโน้น เขาปล่อยไม่ได้เพราะมีปัญหาเรื่องการทุจริต ขืนปล่อยไว้มี
กว่าภาพยนตร์จะจบก็เกือบเที่ยงคืน เทิดวิชพาสาวน้อยไปแวะหาอะไรรับประทานก่อนกลับบ้าน ภาพิไลยังคงเอ่ยชวนคุยถึงเนื้อหาของภาพยนตร์อย่างติดอกติดใจ เขายิ้มนิดๆ กับความช่างคุยนั่น ยามนี้เธอเหมือนเด็กๆ จริงๆ เพราะคุยแล้วคุยอีกแจ๋วๆ ชวนน่าเอ็นดู “ชอบมากๆ หรือครับ”“ค่ะ น้องภาชอบจริงๆ อยากดูตั้งแต่ที่เห็นทีเซอร์ ไม่ผิดหวังเลย” เธอหันมายิ้มจนตาหยีส่งให้กับเขา รอยยิ้มนั้นประทับใจคนมองเป็นอย่างมากนั่น...หล่อนเป็นภรรยาของพีระสำนึกถูกผิดเตือนขึ้นมา แม้จะนึกถูกใจหล่อนมากกว่าใคร แต่...เขาก็ต้องรู้จักที่เหมาะที่ควร เทิดวิชไม่เคยคิดจะแย่งของๆ ใคร หล่อนน่ารัก และน่าสงสาร น่าเวทนาเหลือเกินความรู้สึกวูบขึ้นมาอีก เมื่อเผลอมองหล่อนที่ตอนนี้กำลังนั่งเอนพิงเบาะ หลับตาพริ้ม ดูเหมือนจะงีบหลับไปแล้ว ทั้งที่ยังมีรอยยิ้มติดอยู่ที่มุมปากไม่รู้ว่าพ่อของเขา...เขาไม่รู้มาก่อนว่าพีระจะเป็นพวกเซ็กส์วิตถาร นั่นก็ยิ่งทำให้เทิดวิช นึกสงสารหล่อนมากยิ่งขึ้น อายุก็เพียงเท่านี้ ประสบการณ์เลวร้ายทางเพศที่ได้รับจากพีระ มันจะฝังใจเธอไปนานแค่ไหนนะ เธอทั้งหวาดกลัว และดูเหมือนไม่อยากจะเอ่ยถึงพ่อของเขาด้วยซ้ำ เธอคงจะกลัวม
“แฟนพี่เค้าไม่ได้ใช้ห้องนี้มาตั้งแต่ท้อง พนักงานคนอื่นจะใช้ห้องโน้น มิ้นเค้าไม่ชอบใช้เครื่องมือร่วมกับใคร ก็เลยทำห้องไว้เป็นพิเศษน่ะ”ภาพิไลมองไปรอบๆ ห้องแลปที่ทันสมัยอย่างพึงใจ วิษณุมองเจ้าหล่อนก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย“น้องภาจะทำโครงงานนี้คนเดียวหรือคะ มีเพื่อนมาทำด้วยหรือเปล่า”“ทำคนเดียวค่ะ เป็นโครงการส่งเข้าประกวด น้องภาจะทำเกี่ยวกับเรื่องยา แล้วก็พวกสมุนไพร” ภาพิไลหรี่ตา เธอเปิดดูตู้เย็นขนาดเล็ก เพื่อสำรวจว่ามีอะไรบ้าง “น้องภาใช้งานเป็นนะคะ” วิษณุเอ่ยถามย้ำอีกหน เครื่องมือเครื่องไม้ในนี้แพงมาก ภรรยาของเขามักจะใช้ทดลองทำเครื่องสำอางและครีมใหม่ๆ มีขวดเก็บพวกสารเคมีที่ใช้ในงาน บางอย่างเป็นอันตรายถ้าเกิดใช้ไม่ถูกวิธี“เป็นสิคะ น้องภาไม่ยุ่งไม่กวนของของพี่มิ้นหรอกค่ะ น้องภามีของน้องภามาเอง แล้วพี่หมอคะ น้องภาอยากได้” เธอเอากระดาษจดรายการให้เขา วิษณุมองแล้วขมวดคิ้ว ตัวยาบางอย่างเป็นยาควบคุม เจ้าหล่อนจะเอาไปทำไม?“น้องภาจะเอามาทดลองน่ะค่ะ พี่หมอหามาให้น้องภาได้ไหม”“เอ่อ...มัน”“นะคะ...น้องภาขอแค่ครั้งนี้เองนะ”เธอแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ท่าทียั่วยวนจนวิษณุร้อนผ่าวแข็งขึงขึ้นม







