로그인จนวันนี้เทิดวิชก็ยังไม่กลับบ้าน พีระเองก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักเพราะเทิดวิชบอกมาทางข้อความสั้นๆ ว่าเขามีธุระที่ต่างจังหวัด ขอลางานไปพักสมองสักสองสามวัน เขากำลังเมามัวกับเมียเด็กของตน เพราะถือว่าเป็นเวลาพักเช่นกัน ผัวแก่เมียสาว แทบไม่ออกจากห้อง เล่นเอาพวกคนรับใช้พากันแอบซุบซิบอย่างอดไม่ได้“หูย...ไม่รู้ว่าคุณพีระเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน” “มีเมียเด็ก สวย ขนาดนั้น เป็นฉันก็ไม่ออกมาง่ายหรอก นี่ยังดีนะที่คุณท่านยังไปทำงานทำการบ้าง” คนที่ทะลึ่งหน่อยว่า“ป่านนี้แหกไปหมดแล้วมั้ง” นางทองสร้อยพูดโพล่งขึ้นมาอย่างนึกหมั่นไส้ พลางเบ้ปาก ทุกคนชื่นชอบภาพิไล บางคนสงสาร แต่คงจะมีแต่นางนี่แหละที่หมั่นไส้“สงสารคุณหนูภามากกว่า” เสียงทุ้มเสียงหนึ่งเอ่ยขัดขึ้น นายชนะคนขับรถนั่นเอง ทุกคนหันขวับไปมองเขาแทบจะเป็นตาเดียว นายชนะกระแอมแล้วพูดต่อเสียงขรึมๆ“คิดถึงสิ ว่าถ้าเป็นพวกเอ็งน่ะ มีผัวแก่แบบคุณพีระ จะมีความสุขไหม? อายุยังนิดเดียว เรียนก็เก่ง มารยาทก็ดี ต้องมาจำใจทำอะไรแบบนี้ คงไม่สนุก ไม่เสียวอะไรหรอก”คำพูดนั้นทำให้วงนินทาถึงกับแตก แยกย้ายกันไปคนล่ะทางสองทาง นางทองสร้อยกอดอก พลางมองหน้าชนะ นางเอ่ยขึ้นม
เทิดวิชมองภาพิไลที่ตอนนี้ถูกโอบโดยพีระ หัวใจของเขาร้อนผ่าวกับไฟจี้ จนไม่อาจจะทนมองสิ่งนั้นได้นานนัก เขาขอตัวจากโต๊ะอาหาร โดยอ้างว่าเขาปวดหัว พีระบอกสั่งให้เขาหายากิน ก่อนจะสนใจกับเมียเด็กในอ้อมแขนของตนต่อ นั่นก็เมียเขา...เหมือนกันหัวใจของเขาปวดหนึบนัก เมื่อรู้ว่าคืนนี้ ภาพิไลจะต้อง...อยู่ร่วมเตียงกับพีระ เธอบอกเขามากมายอย่างเปิดใจ หลังจากที่เธอและเขาได้ตกเป็นของกันและกันแล้ว ว่าบิดาทำอะไรลงไปกับเธอบ้างมันยิ่งทำให้เขาทั้งสงสาร ทั้งหึงหวง และโกรธบิดาบุญธรรมมากขึ้นไปอีก สมองของเขาตอนนี้ กำลังคิดหาวิธีที่จะทำให้ภาพิไลรอดพ้นเสียจากบิดา คิด คิด และคิด ว่าเขาจะทำอย่างไรได้บ้าง นับวันเขายิ่งรัก ยิ่งหลงเธอ และอยากได้เธอ ทั้งที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะพรากแย่งของรักของใคร แถมของรักนั้นยังเป็นของผู้มีพระคุณของตนเสียด้วยแต่ทว่า...ความรัก ความหลง มันทำให้สิ่งใดๆ ที่เทิดวิชเคยยึดถือไว้ มันถูกกระชากพรากไปเสียจากสมองของเขาชั่วคราว ไม่รู้ถูกผิด ดีชั่ว รู้เพียงว่าเขาจะทำอย่างไร ถึงจะได้เธอมาเป็นของตนเขาล้มตัวลงนอน แล้วยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก ห้องของเขาและบิดาอยู่ติดกัน มีประตูเปิดปิดถึงกันแต่ตอน
โตเกียวดิสนีย์แลนด์...ภาพิไลมองทุกอย่างด้วยความตื่นตาตื่นใจ จะอย่างไรส่วนหนึ่งของเธอก็ยังมีความเป็นเด็กหลงเหลืออยู่ เธอจูงมือกับเทิดวิช วิ่งไปตรงนั้นตรงนี้อย่างมีความสุข สาวน้อยหัวเราะด้วยน้ำเสียงสดใส จนคนข้างๆ มองรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนั้น แล้วมีความสุขไปด้วยกับเธอยิ่งเธอสร้าง...ให้เขาเข้าใจว่าเธอนั้นน่าสงสาร รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของภาพิไล มันกระแทกใจเทิดวิช และทำให้เขาปลาบปลื้มอย่างมาก ที่ทำให้เธอมีความสุขได้“เราไปขึ้นอันนั้นไหมคะ” สาวน้อยชี้มือไปยังโซนเครื่องเล่นที่ค่อนข้างจะเรียกเลือดลมจากหัวใจ เทิดวิชมองพวกเครื่องเล่นพลางย่นจมูกน้อยๆ เขากลัวความสูง...มาก...“เอ่อ...คือว่าพี่”“ไปได้ไหมคะ นะคะ” เห็นตาแป๋วๆ ของเธอเข้า ใจของเขาก็ละลายวูบ ทิ้งความหวาดกลัวทั้งหมดไปยอมตามเธอไปแต่โดยดีและแล้ว ทำใจกล้า ไม่กลัวแท้ๆ แต่ความกลัวไม่ได้เอาชนะกันได้ง่ายๆ ลงมาจากเครื่องเล่นอันแรก เทิดวิชก็ถูกหิ้วปีกประคองโดยสาวน้อย ที่ดูเป็นห่วงเป็นใยเขา แล้วต่อว่าตัวเองที่พาเขาไปเล่นเครื่องเล่นที่หวาดเสียวโดยไม่ถามไถ่ก่อนว่าเขาชอบไหม พร้อมที่จะเล่นมันกับเธอไหม“กลับกันก็ได้นะคะ พี่วิชดีขึ้นหรือยั
“อันนี้น้องภาทำเองหรือคะ?” เสียงทุ้มเอ่ยถาม พลางลองตักสลัดที่ตกแต่งอย่างน่ากินตรงหน้าขึ้นมาลองรับประทานดู “ค่ะ อร่อยไหมคะ” เธอมองเขาตาแป๋ว แล้วจ้องเขานิ่งเหมือนรอคำตอบ พีระยกนิ้วโป้งให้ แล้วตักอีกคำใหญ่เพื่อรับประทานเพื่อเอาใจคนทำ“เยี่ยมไปเลย ปรกติพี่จะไม่กินสลัดนะ แต่สงสัยเป็นเพราะน้องภาทำ มันเลยอร่อยมากๆ”“ถ้าอย่างนั้นน้องภาจะทำให้กินบ่อยๆ นะคะ” เธอดูปลื้มกับคำชมนั้นมาก หนุ่มใหญ่หัวเราะ แล้วพยักหน้า ถึงเขาจะไม่ค่อยชอบกินผักนัก แต่ถ้าเมียรักทำให้แล้ว เขาก็ยอมกินจนหมด“ได้ค่ะ กินผักดีต่อสุขภาพด้วย”“น้องภาเลือกแต่ผักที่มีประโยชน์ทั้งนั้นเลยค่ะ” ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็ตักป้อนเขาไป แล้วบรรยายไปว่ามีผักอะไรบ้างที่เอามาทำสลัดให้เขากินหนนี้ พีระฟังเสียงใสๆ เจื้อยแจ้วนั่นอย่างมีความสุขเขาราวกับได้ยาอมฤตจริงๆ เมื่อมีเธอเข้ามาในชีวิตอิ่มอาหารแล้ว เขาก็ประคองพาเมียเด็กของเขาไปนั่งพักผ่อนในห้องนั่งเล่น ช่วงนี้งานรุมเร้าจนเขาไม่ค่อยได้อยู่บ้านสักเท่าไหร่ แถมยังจะต้องบินไปเมืองนอกอีกในไม่กี่วันนี้ เพื่อจัดการเรื่องปัญหาของโรงงานทางโน้น เขาปล่อยไม่ได้เพราะมีปัญหาเรื่องการทุจริต ขืนปล่อยไว้มี
กว่าภาพยนตร์จะจบก็เกือบเที่ยงคืน เทิดวิชพาสาวน้อยไปแวะหาอะไรรับประทานก่อนกลับบ้าน ภาพิไลยังคงเอ่ยชวนคุยถึงเนื้อหาของภาพยนตร์อย่างติดอกติดใจ เขายิ้มนิดๆ กับความช่างคุยนั่น ยามนี้เธอเหมือนเด็กๆ จริงๆ เพราะคุยแล้วคุยอีกแจ๋วๆ ชวนน่าเอ็นดู “ชอบมากๆ หรือครับ”“ค่ะ น้องภาชอบจริงๆ อยากดูตั้งแต่ที่เห็นทีเซอร์ ไม่ผิดหวังเลย” เธอหันมายิ้มจนตาหยีส่งให้กับเขา รอยยิ้มนั้นประทับใจคนมองเป็นอย่างมากนั่น...หล่อนเป็นภรรยาของพีระสำนึกถูกผิดเตือนขึ้นมา แม้จะนึกถูกใจหล่อนมากกว่าใคร แต่...เขาก็ต้องรู้จักที่เหมาะที่ควร เทิดวิชไม่เคยคิดจะแย่งของๆ ใคร หล่อนน่ารัก และน่าสงสาร น่าเวทนาเหลือเกินความรู้สึกวูบขึ้นมาอีก เมื่อเผลอมองหล่อนที่ตอนนี้กำลังนั่งเอนพิงเบาะ หลับตาพริ้ม ดูเหมือนจะงีบหลับไปแล้ว ทั้งที่ยังมีรอยยิ้มติดอยู่ที่มุมปากไม่รู้ว่าพ่อของเขา...เขาไม่รู้มาก่อนว่าพีระจะเป็นพวกเซ็กส์วิตถาร นั่นก็ยิ่งทำให้เทิดวิช นึกสงสารหล่อนมากยิ่งขึ้น อายุก็เพียงเท่านี้ ประสบการณ์เลวร้ายทางเพศที่ได้รับจากพีระ มันจะฝังใจเธอไปนานแค่ไหนนะ เธอทั้งหวาดกลัว และดูเหมือนไม่อยากจะเอ่ยถึงพ่อของเขาด้วยซ้ำ เธอคงจะกลัวม
“แฟนพี่เค้าไม่ได้ใช้ห้องนี้มาตั้งแต่ท้อง พนักงานคนอื่นจะใช้ห้องโน้น มิ้นเค้าไม่ชอบใช้เครื่องมือร่วมกับใคร ก็เลยทำห้องไว้เป็นพิเศษน่ะ”ภาพิไลมองไปรอบๆ ห้องแลปที่ทันสมัยอย่างพึงใจ วิษณุมองเจ้าหล่อนก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย“น้องภาจะทำโครงงานนี้คนเดียวหรือคะ มีเพื่อนมาทำด้วยหรือเปล่า”“ทำคนเดียวค่ะ เป็นโครงการส่งเข้าประกวด น้องภาจะทำเกี่ยวกับเรื่องยา แล้วก็พวกสมุนไพร” ภาพิไลหรี่ตา เธอเปิดดูตู้เย็นขนาดเล็ก เพื่อสำรวจว่ามีอะไรบ้าง “น้องภาใช้งานเป็นนะคะ” วิษณุเอ่ยถามย้ำอีกหน เครื่องมือเครื่องไม้ในนี้แพงมาก ภรรยาของเขามักจะใช้ทดลองทำเครื่องสำอางและครีมใหม่ๆ มีขวดเก็บพวกสารเคมีที่ใช้ในงาน บางอย่างเป็นอันตรายถ้าเกิดใช้ไม่ถูกวิธี“เป็นสิคะ น้องภาไม่ยุ่งไม่กวนของของพี่มิ้นหรอกค่ะ น้องภามีของน้องภามาเอง แล้วพี่หมอคะ น้องภาอยากได้” เธอเอากระดาษจดรายการให้เขา วิษณุมองแล้วขมวดคิ้ว ตัวยาบางอย่างเป็นยาควบคุม เจ้าหล่อนจะเอาไปทำไม?“น้องภาจะเอามาทดลองน่ะค่ะ พี่หมอหามาให้น้องภาได้ไหม”“เอ่อ...มัน”“นะคะ...น้องภาขอแค่ครั้งนี้เองนะ”เธอแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ท่าทียั่วยวนจนวิษณุร้อนผ่าวแข็งขึงขึ้นม







