สัปดาห์ถัดมา ณฐกร นั่งอยู่ในห้องประชุมของออฟฟิศของบริษัทยักษ์ใหญ่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจรับติดตั้งและวางแผนระบบการทำงานในองค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ หน้าที่หลักคือ ออกแบบ ติดตั้ง และดูแลระบบ Server ที่ใช้ในองค์กร และหน่วยงาน ซึ่งทีมของเขามักแก้ปัญหาได้รวดเร็วและแม่นยำ เรียกได้ว่าได้รับคำชมจากผู้บริหารอยู่เป็นประจำ แม้เขาจะนั่งตำแหน่งไดเรกเตอร์แล้ว แต่งานต่าง ๆ ก็ยังต้องดูใกล้ชิด เพื่อให้การวางงานอย่างเรียบร้อย
เวลาเที่ยงเขาออกจากห้องประชุม ก็พบเข้ากับสุพิชา หญิงสาวที่ตามเทียวไล้เทียวขื่อ หมายอยากจับเขาให้อยู่หมัดนั่งรออยู่ในห้องในชุดนักศึกษาที่สั้นเสมอ...ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
‘เขาไม่ชอบผู้หญิงง่าย ๆ แบถึงที่’
“พี่ปราชญ์เลิกประชุมแล้ว ไปทานข้าวกลางวันด้วยกันเลยไหม วันนี้ชาช่ามีเข้าเรียนในคลาสพี่ด้วยนะ” สุพิชาไม่ได้เรียนเอกฝรั่งเศส แต่เพื่อผู้ชายหล่อรวยอย่างณฐกร เธอจะยอมเหนื่อยเรียนเพิ่มอีกวิชา เพื่อให้เขาช่วยติวให้
“พี่คงไปกินข้าวด้วยกันไม่ได้ พี่เป็นอาจารย์ไม่เน้นมีความสัมพันธ์กับนักศึกษา” ที่จริงก็พูดไปอย่างนั้น แค่เขาเบื่อสุพิชาที่เข้ามายุ่งวุ่นวายในชีวิตเขาเท่านั้น เขาไม่ชอบให้ผู้หญิงตามติด ชอบมีอิสระไม่วุ่นวายชีวิตส่วนตัว แต่สุพิชา นอกจากจะรุกล้ำความเป็นส่วนตัวแล้ว ยังยุ่งกับชีวิตเขามากขึ้นทุกวัน นี่เขาเห็นแก่ที่แม่ของเธอเป็นเพื่อนในสังคมเดียวกับแม่เขาหรอกนะ ถึงยอมให้ขนาดนี้
“แต่ว่า...เรา”
“พี่ว่าพี่พูดชัดเจนแล้วนะครับ” เขาไม่ชอบทำร้ายจิตใจผู้หญิงก็จริง แต่ผู้หญิงที่พูดไม่รู้เรื่องถือเป็นข้อยกเว้น
“แต่”
“ต่อไปห้ามมาพบพี่อีกถ้าไม่จำเป็น ชัดพอไหมครับ”
สุพิชาหน้าเจื่อนเมื่อเขาเริ่มเสียงแข็ง รู้ว่าเขาจับยากแต่เธออยากจับ หากจับเขาไว้ไม่ได้เดี๋ยวก็โดนแม่ถากถางอีก ยิ่งตอนนี้สมบัติเก่าจากผัวคนล่าสุดของแม่ก็ร่อยหรอ ต้องหาที่เกาะใหม่อีกแล้ว
ณฐกรปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ในห้อง แล้วก็คว้าเอาอุปกรณ์ทำงานต่าง ๆ ลงกระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่รอให้สุพิชาตามมาอีก เขาเดินเร็วจนเธอตามไม่ทันต่อให้เรียกแค่ไหนเขาก็ไม่หัน
รถสปอร์ตสัญชาติเยอรมันพุ่งออกจากลานจอดรถผู้บริหารมุ่งตรงสู่มหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐที่เขาเป็นอาจารย์สอนอยู่ เมื่อมาถึงก่อนเวลาเขาจึงเลือกใช้ห้องสมุดเพื่อทำงานในแมคบุ๊กที่หิ้วมาด้วยค่าเวลา
เมื่อเขานั่งลงทำงานสักครู่ก็เริ่มหิวน้ำจึงเดินลงไปด้านลงเพื่อจะซื้อน้ำสักหน่อย แต่เมื่อเยียบบันไดขั้นสุดท้ายลงมาก็ชนกับร่างของนักศึกษาคนหนึ่งที่มีหน้าอกอวบอิ่ม เรียวปากสีโอรสที่เคลือบด้วยลิปกรอสกลิ่นพีชจุ๊บเข้าที่ริมฝีปากอมชมพูสุขภาพดีของเขาอย่างจัง
‘จุ๊บ’
ว๊าย...อื้อ...!
เมื่อนักศึกษาคนนั้นกำลังจะกรีดร้องอย่างตกใจเขาก็ใช้ริมฝีปากครอบปากเธอจนร้องไม่ออก พร้อมกับเสียงที่กลืนลงคอไป
เธอเหมือนตกตะลึงไปชั่วขณะ
“อย่าร้องห้องสมุด” เขากระซิบแผ่วรดริมฝีปาก แต่นั่นเธอยังคงตาโตดีที่ตรงนี้มีเสาทรงกระบอกต้นใหญ่บังไว้ ไม่เช่นนั้นคงได้เห็นว่าเขาจูบนักศึกษาในห้องสมุด
โชคดีที่ตอนนี้พักกลางวัน คนส่วนใหญ่จึงรวมกันอยู่โรงอาหาร ส่วนเขานั้นเป็นพวกไม่ชอบกินอาหารเช้ากับเที่ยง ชอบรวบยอดทีเดียวมื้อเย็นเลย
“เธอ...ที่เป็นเด็กเสิร์ฟคืนนั้นใช่ไหม” เหมือนเขาจะจำเจ้าแมวน้อยได้ยากคนนั้นได้ จำได้ว่าวงสนทนาทั้งคืนมีแต่ผู้หญิงคนนี้ที่บอกว่าได้ยาก ถ้าใครได้ไปจะยอมเลี้ยงเหล้าสิบวันสิบคืน
มาวันนี้ราวกับพรหมลิขิตเขาได้จูบเธอแล้ว
“เอ่อ...ขอ...ขอตัวค่ะ” อรนลินไม่ตอบ แต่เลือกที่จะวิ่งหนีออกจากห้องสมุดไป หัวใจเธอเต้นตุบตับราวกับมันอยู่นอกอกแล้ว
เธอมานั่งอยู่ที่โต๊ะนั่งหลังห้องบรรยายพิเศษ เพราะมีที่นั่งให้นักศึกษาอ่านหนังสือ มือของเธอจับที่อกว่าหัวใจเธอยังอยู่ดีหรือไม่ ไม่ใช่ว่าร่วงไปแล้วนะ
กว่าอรนลินจะทำใจให้เป็นปกติได้ เธอก็ต้องหายใจเข้าหายใจออกยาว ๆ อยู่นาน
ณฐกรนั่งอมยิ้มมองหน้าจอแมคบุ๊กโดยที่มือไม่ได้สัมผัสแป้นสักนิดเดียว มัวแต่เอามาลูบไล้ที่ริมฝีปากรู้สึกถึงกลิ่นพีชที่ได้ชิมเมื่อครู่ มันช่างเย้ายวนใจเสียจริงจนเจ้าปราชญ์น้อยมันคึกคักขึ้นเสียอย่างนั้น ตั้งสติอยู่นานกว่าจะเอามันลงส่วนน้ำตอนนี้ไม่หิวแล้ว หิวอย่างอื่น
เมื่อเวลาบ่ายโมงมาถึงเขาเข้าไปเตรียมการบรรยายในห้องที่มีลักษณะแบบเธียเตอร์ โดยเขาจะเป็นผู้บรรยายอยู่เบื้องล่างและมีนักศึกษานั่งต่างระดับขึ้นไปคล้ายโรงหนัง และเมื่อนักศึกษาสองสามคนสุดท้ายเข้ามา แต่มีคนหนึ่งท่าทางพิรุธชอบกล ยกชีทเรียนปิดบังใบหน้าแล้วขึ้นไปด้านบนสุด ทำให้เขารู้สึกสนใจ แต่เมื่อเธอนั่งลงแล้วเงยหน้าขึ้นก็สบประสานสายตากับเขาพอดิบพอดี
เขายิ้มให้เธอเต็มใบหน้า ‘นี่คือครั้งแรก’
แต่เธอนั้นนอกจากไม่ยิ้มแล้วยังหน้าบูดบึ้งแต่แก้มแดง ๆ นั้นมันน่ารักน่าหยิกไม่หยอกเลยทีเดียว
เขาสลักความคิดเรื่องของเธอแล้วหันมาสนใจเกี่ยวกับหัวข้อบรรยายวันนี้เรื่องการปฏิวัติฝรั่งเศส และต่อให้จะบรรยายเป็นภาษาฝรั่งเศส แต่คนในห้องเรียนก็ตั้งอกตั้งใจฟังด้วยดวงตาหยาดเยิ้มราวนั่งสูดกลิ่นกัญชา...
เวลาพักเบรกสิบห้านาทีเริ่ม แต่นักศึกษาสาวไม่ขยับเอาแต่ส่งยิ้มให้อาจารย์พิเศษไม่หยุด ทำเอาเขาค่อนข้างอึดอัด แต่สายตากับสะดุดเข้ากับคนด้านบนที่พยายามหลบสายตา
‘ใครบอกว่าไม่กินนักศึกษา’
รู้สึกอยากเป็นป๋าดันเลี้ยงเด็กขึ้นมาก็ตอนนี้แหละ นี่เป็นปีแรกที่เข้ามาบรรยายให้นักศึกษารุ่นแรก ถึงกับใจแตกเสียแล้ว แต่เขาก็หันสมาธิเข้ามาอย่างเดิมได้และผ่านชั่วโมงบรรยายไปอย่างราบรื่น
อรนลินแทบฟังไม่รู้เรื่องเลยสักหัวข้อที่อาจารย์ปราชญ์สอนวันนี้ และแล้วหายนะก็มาเยือนเมื่อคำเตือนของอาจารย์บรรยายกล่าวทิ้งท้าย
“คราวนี้จะสอบเก็บคะแนน อย่าลืมทบทวนที่เรียนวันนี้ด้วยนะครับ”
นั่นไง เธอเป็นนักศึกษาทุนค่าครองชีพที่มหาวิทยาลัยช่วยสำหรับนักศึกษาเรียนดีแต่ขาดแคลน และจำนวนเงินมันก็พอให้เธอผ่านแต่ละเดือนไปได้อย่างไม่ลำบาก แต่เธอต้องทำคะแนนให้ได้เอทุกวิชา ซึ่งแม้ว่ายากเย็นแค่ไหนเธอก็จะพยายาม
แต่วิชานี้มันไม่เข้าหัวจริง ๆ
“เหมียวแกเป็นอะไร หน้าซีดมากแล้วก็ฉันจองที่ไว้ให้ใกล้ ๆ อาจารย์แกไปนั่งเสียไกล” เสียงของธยาดาเพื่อนสนิทหนึ่งเดียวของอรนลินเอ่ยถามเพื่อน เมื่ออาการเพื่อนแปลกไป
“ปะ...เปล่า...ฉัน...ฉันมึน ๆ หัวกลัวนั่งหลับต่อหน้าอาจารย์” เธอแก้ต่างไป เพราะตัวเองไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
“หน้าแกก็แดง ๆ ไข้ขึ้นหรือเปล่า” ธยาดาเอามืออังหน้าผากของเพื่อนสาว แต่การกระทำนั้นอยู่ในสายตาคนที่รั้งรอยังไม่ออกจากห้อง แม้ว่านักศึกษาจะเริ่มทยอยออกไปบ้างแล้ว
“กินยาแล้วคงหาย แกจดไว้ได้เยอะไหม” อรนลินหวังพึ่งเพื่อน และการสนทนานั้นก็ดันเข้าหูอาจารย์ปราชญ์เข้าเต็มสองหู
‘อยากติวให้เป็นพิเศษ’ เขาคิดในใจ
“ก็ได้อยู่นิดหน่อย” ธยาดาไม่ชอบฝรั่งเศสเข้าหูซ้ายออกหูขวาได้อรนลินติวให้ตลอด วันนี้เพื่อนดันนั่งเสียไกลใครจะติวให้ล่ะทีนี้
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวหาลอกเพื่อนคนอื่น กลับเถอะฉันอยากพัก” อรนลินอยากออกไปจากตรงนี้ เพราะมีใครบางคนลอบมองมาไม่หยุดจนเธอเริ่มขัดเขินเสียแล้ว
‘วันนี้ซวยอะไรไม่รู้ดันไปเดินชนแล้วจูบกับอาจารย์ปราชญ์เสียได้’
“ไว้เจอกันนะ เดี๋ยวแฟนฉันมารับแล้ว” อรนลินต้องอยู่หอคนเดียวเพราะว่าธยาดามีแฟน แล้วค่าใช้จ่ายของเธอก็ค่อนข้างหนักหนา นี่แหละถึงรับงานตัวเป็นเกลียวอยู่ทุกวัน
เมื่อเธอออกเขาก็ออก แล้วก็ลอบมองเธอไปตลอดการเดินจนเห็นว่าเธอเดินออกไปจากมหาวิทยาลัยน่าจะกลับห้องพัก แล้วเขาก็ขับตามไปจนลับตาคนหน่อยแล้วจึงบีแตรเรียก
“ขึ้นมาคุยกันหน่อยสิ” เสียงนุ่มหูที่คุ้นเคยดีของอาจารย์ปราชญ์ทำให้เธอหันมาอย่างตกใจเล็กน้อย
‘เขาตามมา!’ เธอมองซ้ายขวาแล้วกลัวคนเห็นจึงรีบถามเขา
“คุยอะไรคะ”
“เรื่องเมื่อกลางวัน”
“มันแค่อุบัติเหตุ ลืมไปเสียเถอะ” เธอไม่ได้เรียกร้องให้เขารับผิดชอบเพียงจูบเดียว แต่ว่าเขากลับคิดมากตามเธอมาเกือบถึงหน้าหอพักแล้ว
“ถ้าไม่ขึ้นฉันก็จะขับตามเธอไปเรื่อย ๆ”
อรนลินเหลือกกลอกไปมาดังเลขแปด แล้วก็อ่อนใจกับผู้ชายเจ้าชู้คนนี้เสียจริง แต่เมื่อเห็นกลุ่มนักศึกษาที่เป็นแฟนคลับอาจารย์ปราชญ์อยู่ไกล ๆ เธอก็รีบกระโดดขึ้นทันที เพราะไม่อยากมีศัตรูเพิ่ม แล้วอีกอย่างฟิล์มของรถเขาก็มืดพอจะอำพรางสายตาไม่เป็นมิตรพวกนั้นได้