เขาออกรถจากหน้ามหาวิทยาลัยมุ่งตรงไปที่ไหนสักที่ที่เธอไม่รู้ ภายในใจขอเพียงแค่อย่าพาเธอไปทำมิดีมิร้ายก็แล้วกัน
“คุณ...เอ่อ...อาจารย์มีอะไรก็พูดมาเลยค่ะ” เสียงสั่นอย่างประหม่าเปล่งออกมา พร้อมกับมองหน้าเขาราวกับลูกแมวหลงทางแล้วพบคนแปลกหน้า
“พักกับใคร” เขาพูดทั้งสายตายังแน่วแน่บนท้องถนน
“คนเดียวค่ะ”
“อื้ม...แล้วมีแฟนหรือยัง”
“คะ???”
เธอหันหน้ามองเขาขวับแค่อยากพาเธอมาถามว่ามีแฟนหรือยังนี่หมายความว่ายังไง เขาจะจีบเหรอ แต่ว่าไม่น่าใช่เสืออย่างเขาหรือจะจีบเหยื่ออย่างเธอ
“แล้วมีแฟนหรือยัง” เมื่อเธอยังไม่ตอบเขาก็ย้ำอีกรอบ จนคนที่โดนลักพาตัวมาแบบงง ๆ ตอบออกไป
“ยังค่ะ”
“ยังไม่มี” เขาเน้นย้ำอีกครั้งเพื่อให้เธอยืนยัน
“ยังไม่คิดเรื่องนั้น”
“งั้นจากนี้เริ่มคิดก็ดีนะ” เขาไม่เคยหลอกล่อผู้หญิงคนไหนเท่ากับนักศึกษาด้านข้างมาก่อน จูบรสพีชทำให้เขาลบกฎเหล็กที่สมภารจะไม่กินไก่วัดทิ้งอย่างไม่ต้องคิด ถ้าจะกินต้องกินไกล ๆ แต่เธอเป็นนักศึกษาของเขา และพยายามคิดถึงข้อเสียที่จะกินแต่เส้นมโนธรรมในใจของเขามันขาดสะบั้นลงด้วยจูบเดียว
“หิวข้าวไหม” เขาปล่อยให้ในรถเงียบอีกอึดใจ แล้วก็เอ่ยชวนเธอคุยสร้างบรรยากาศ
“เอ่อไม่หิวค่ะ..ถ้าไม่มีอะไรแล้วส่งฉันข้างหน้าก็ได้คะ”
โครก...คราก!!!
‘ท้องเวรมาท้องอะไรตอนนี้ แน่ใจว่าไม่ได้หิวเอ๊ะหรือว่าหิวอะไรกันแน่’ เธอสับสนแต่เขาลอบยิ้มร้าย ๆ แต่กลับทำให้เธอใจละลาย
“โกหกไม่เก่งนะ สั่งขึ้นไปกินบนห้องฉันเถอะ ฉันอยากพัก”
อรนลินพยายามหาทางออกจากถ้ำเสือ เหมือนเธอหลงเข้าถ้ำ แต่ทางออกนั้นโดนเขาขว้างไว้หมด จนในที่สุดก็มานั่งตัวเกร็งในชุดนักศึกษาอยู่ในเพ้นเฮ้าส์ราคาแพง เพราะลำพังห้องนั่งเล่นก็ใหญ่กว่าห้องพักที่เธออยู่หลายเท่า เหมือนเธอเป็นลูกแมวที่หลงอยู่ในโลกอันกว้างใหญ่ไม่มีผิด
เขาเดินไปยกหูสั่งอาหารแล้วกลับมานั่งโซฟาฝั่งตรงข้าม แล้วปลดกระดุมออกสองเม็ดด้านบน เผยให้เห็นแผงอกแน่น ๆ เป็นลูกจนทำให้หัวใจสาวน้อยอย่างเธอสั่นอีกแล้ว
‘เขาอ่อยเก่ง’
“รอนิดนะเดี๋ยวอาหารก็มาส่ง”
“แค่ชวนมากินอาหาร?” เลิกคิ้วถามเขาแล้วกลับต้องแก้มแดง เหมือนคำถามของเธอต้องการเชิญชวนเขาทำอะไรที่มากกว่ากินอาหาร
“แล้วอยากกินอะไรที่มากว่าอาหารไหม” เขาจงใจมองไปที่เป้านูน ๆ ของตัวเองแล้วก็ลากสายตาเธอให้มองมายังจุดเดียวกับเขา
“ทะลึ่ง!” เธอตอบสะบัดหน้าหนีแต่เรียกเสียงหัวเราะให้กับคนชอบแกล้งได้เป็นอย่างดี
“งอนเหรอ”
“เปล่าไม่ได้งอน”
“ปากไม่ตรงกับใจ” พูดจบเขาก็ขยับมานั่งใกล้ ๆ แล้วทำเรื่องตกลงบางอย่างกับเธอ
“ฉันอยากดูแลเธอ เธอกำพร้าพ่อแม่ตายหมด แถมยังโดนแม่เลี้ยงโกงสมบัติไป” เขาให้คนสืบนิดหน่อยก็ได้ข้อมูลมาแล้ว
“ฉันดูแลตัวเองได้” เธอตอบไปแม้ว่าตอนนี้กระเป๋าเงินกำลังจะแฟบ แล้วอาหารมื้อต่อไปจะเป็นมาม่าก็ตาม ทำให้รู้ว่าศักดิ์ศรีกินไม่ได้สินะ
สีหน้ากับคำตอบดูจะสวนทางกัน ทำให้เสือที่ต้อนเหยื่ออย่างเขาเป็นต่อในทันที แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขามองเบอร์โทรที่โทรมาว่าเป็นใคร แล้วก็ตั้งใจวางบนตักให้เธอเห็น
‘ชาช่า’ อรนลินตกใจนิด ๆ ว่าใช่ชาช่าเดียวกับที่เป็นเจ้ากรรมนายเวรเธอหรือเปล่า
“ไม่รับเหรอคะ” หัวใจของอรนลินเต้นตุบตับ อยากรู้ว่าใช่ไหม ถ้าใช่ล่ะก็...
“สวัสดีครับ” เขารับโทรศัพท์ต่อหน้าเธอและเปิดลำโพงให้เธอได้ยินด้วย
“พี่ปราชญ์ขา...แย่จังวันนี้ไม่ได้เข้าคลาสของพี่ ชาช่าขอไปเอาชีทเรียนที่ห้องพี่ได้ไหมคะ”
เสียงออดอ้อนเกินเบอร์ของชาช่า ทำให้อรนลินที่นั่งอยู่ด้านข้างหมั่นไส้ ก็คงเป็นชาช่าเดียวกันกับที่ปอกลอกพ่อเธอไปจนทำให้หัวใจวายเสียชีวิตกระทันหัน และเธอต้องกลายมาเป็นคนไร้ญาติขาดมิตรทุกวันนี้
‘อยากได้เขาใช่ไหม...ถ้างั้นฉันจะแย่งคืนบ้างแล้วกัน’
“ฉันตกลงค่ะ” อรนลินหันไปตอบเขาด้วยสีหน้าจริงจัง แต่นั่นสร้างความตกใจให้กับคนที่อยากจับเหยื่อนิด ๆ ไม่คิดว่าแค่ผู้หญิงคนอื่นจะจับเขา เธอก็รีบตะครุบเลยหรือ
“ชาช่าพี่ไม่สะดวก ไม่ชอบให้คนอื่นล้ำพื้นที่ส่วนตัว” เขาตอบกลับไป แต่เขาลืมหรือเปล่าว่าเธอก็นั่งในพื้นที่ส่วนตัวเขานะ
“เสียงผู้หญิงใครคะ” ชาช่ามั่นใจว่าได้ยินชัด แต่ไม่แน่ใจว่าใครไม่รู้ว่าเพื่อนเขา หรือว่าผู้หญิงคนอื่นที่ต้องการเขาไปครอบครองหรือเปล่า
“พี่กำลังติดธุระด่วน แค่นี้นะ” เขาไม่ใช่เพียงแค่วางสายแต่ยังปิดเครื่องด้วยต่างหาก เพื่ออยากทำข้อตกลงกับเด็กเลี้ยงคนล่าสุดคนนี้
เขาไปหยิบรายละเอียดของสัญญาการเลี้ยงดูมาให้เธออ่าน แต่กลับเรียกรอยยิ้มอ่านไม่ออกจากใบหน้าของเธอ ทำเอาคนที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวดูเครียดขึ้นคล้ายกำลังถูกเหยื่อกดดัน
เขาดูมืออาชีพดี ท่าจะบ่อย ข้อตกลงทั่ว ๆ ไปก็คืออย่าให้คนอื่นรู้ว่าคบกัน ห้ามหึง ห้ามหวง ห้ามมีแฟน อันนี้เธอทำได้ กับเงินเดือนหกหลักที่เธอทำงานพิเศษทั้งปีก็ยังหาไม่ได้ ซึ่งกับเขาดูง่ายดีจัง
“ฉันตกลงค่ะ”
“คอนโด รถ ผมจะจัดการให้”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ แค่เงินเดือนก็พอแล้ว” เธอไม่ได้อยากปอกลอกเขา แค่อยากทำให้คนบางคนมันเจ็บปวดยามที่โดนแย่งสิ่งที่หมายปองไป หรือเรียกง่าย ๆ คืออยากให้รู้ว่าเวรกรรมมีจริง สองแม่ลูกนั้นจะได้ไม่สมหวัง
“ฉันเพิ่มเงินให้อีก” เมื่อเด็กเขามักน้อยเกินไป เขาจึงใส่เงินให้เพิ่มขึ้นอีก เมื่อเห็นว่าเธอไม่ติดขัดอะไรจึงทำเรื่องตกลงกันขั้นต่อไป
“นี่คีย์การ์ด มาหาฉันได้อาทิตย์ละกี่วัน”
“สาม”
“ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์” เขาเลิกคิ้วถาม เพื่ออยากรู้วันแน่นอนเขาจะได้กลับมารอเธอ และยกนัดทั้งหมด
“ค่ะ”
“วันนี้เริ่มงานเลยได้ไหม...ฉันอยาก” เขาดึงมือเธอมาจับเป้าแล้วก็ลูบขึ้นลง ทำให้ใบหน้าเรียบเฉยแก้มแดงปลั่ง แต่ยังซ่อนสีหน้าได้เก่ง จนคนมองว่าแมวน้อยตัวนี้น่ารักเป็นบ้า
“เอ่อ...”
“ฉันจะติวให้พิเศษ” ออฟชันเสริมที่ดึงดูดทำให้อรนลินคิดหนัก แต่แล้วก็พยักหน้าให้กับอาจารย์ปราชญ์ของเธอ
เขาไม่รอช้ารั้งต้นคอเธอมาจูบอย่างดูดดื่มราวหิวเสียเต็มประดาทั้งที่ไม่เคยขาดแคลนผู้หญิง
หญิงสาวตื่นเต้นมาก แม้นี่จะเป็นจูบครั้งที่สองแต่มันลึกซึ้งเสียจนในช่องท้องเธอเสียววูบเบาโหวงเหมือนมีผีเสื้อบินอยู่ในท้องจริง ๆ
เรียวลิ้นอุ่นชื้นกับลมหายใจสะอาดของเขาทำให้เธอเคลิ้มไป เหมือนเขาจะรู้ว่าเธอไม่เคยชินในเรื่องพวกนี้และกำลังสอนเธอให้ได้รับรู้รสชาติแห่งความหอมหวานแต่ผ่านไปสักครู่ก็เริ่มเร่าร้อนจนเธอนั้นควบคุมไม่อยู่
“อื้อ...” เสียงครางหลุดออกมาเมื่อมือของเขาบีบเคล้นหน้าอกกลมกลึงแล้วก็ต้องหยุดเมื่อมีคนมากดกริ่งหน้าประตู
“อาหารน่าจะมาส่ง รอฉันสักครู่” เสียงพูดปนหอบอย่างกระเส่าทำให้รู้ว่าเขามีอารมณ์กำหนัดพุ่งสูงแล้ว ส่วนคนที่โดนจูบแบบไม่ทันตั้งตัวก็ใจเต้นไม่แพ้กัน ใบหน้าแดงระเรื่อจนลามไปถึงใบหูนั้นทำให้เขาไม่อยากละสายตา
‘น่าเอาชิบ!’
เขาจำใจผละออกแม้ว่าอยากสานต่อ แต่เพียงแค่ไปเอาอาหารมาเท่านั้นแค่ครู่เดียว เขาท่องไว้ในใจแล้วก็ข่มอารมณ์ไปจัดการของที่เอามาส่ง
ชายหนุ่มเร่งรีบเอาอาหารวางไว้ในครัวอย่างไม่ไยดีมัน แล้วก็เดินกลับมาหาใครบางคนที่นั่งตัวแดงอยู่ในห้องรับแขก ทั้งเอามือตบหน้าไปมาดูแล้วน่าสงสารแกมเอ็นดูชอบกล
“อย่าตบ...”
“เหมียว...เอ้ย...ฉัน...เอ่อ...”
“ชื่อเล่นเหมียวเหรอ” เขารู้ว่าเธอประหม่าจึงหลุดชื่อเล่นของตัวเองออกมา แล้วเธอก็พยักหน้าตอบ
“เรียกพี่ปราชญ์นะ เรียกอาจารย์ดูแก่มาก”
เขาให้ฉันแทนตัวเองว่าเหมียวและให้เรียกเขาพี่ปราชญ์ แต่ทำไมฟังดูแล้วเหมือนคนรัก ไม่เหมือนเด็กเลี้ยงเลย
“นึกว่าจะให้เรียกป๋าเสียอีก” คำพูดเธอทำเขาหลุดขำอีกแล้ว
‘ยายเด็กนี่น่ารักเป็นบ้า’ เขาเดินมาหยิกแก้มแล้วเข้าไปฟัดอีกหลายทีจากนั้นก็จูงมือเธอไปกินข้าวเพื่อลดความประหม่า แม้อยากกินเธอใจจะขาดแล้ว
เป็นเสือก็ต้องขุนเหยื่อให้อิ่ม!