Masukสนามบาสเกตบอล – มหาวิทยาลัย
ปัก เอี๊ยด ปัก !
เสียงลูกบาสเกตบอลปะทะกับพื้นสนามสลับกับเสียงฝีเท้าของนักกีฬาดังก้องโถงเนื่องจากการซ้อมอย่างหนักหน่วงเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัย
ปิ๊ด ปี๊ดดดดดด !
การฝึกซ้อมจบลงเหล่านักกีฬาต่างพากันแยกย้ายพักผ่อนตามอัธยาศัย บ้างก็นั่งกับเพื่อนในทีม บ้างก็นั่งกับแฟนสาวที่มารอให้กำลังใจ
ยกเว้นก็แต่ตำแหน่งพอยต์การ์ด ที่หลบมานั่งข้างเพื่อนสนิท..
“เป็นไง เหนื่อยไหม”
ดรีมเอ่ยถามเสียงใสปนรอยยิ้มหวาน เป็นอีกครั้งที่เธอมานั่งรอเขาซ้อม แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกแต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเขินอายเมื่อมีสายตาของเพื่อนในทีมเขามองมา
“นิดหน่อย”
“อะ”
เธอยื่นขวดน้ำที่เตรียมไว้เข้าใกล้มือหนุ่มนักกีฬา แต่เขากลับไม่ได้สนใจมันเลยสักนิด คว้าเอาแก้วชาไข่มุกที่เหลืออยู่ค่อนแก้วมาดูดโดยไม่ได้รับอนุญาต
“มึงกินหลอดเดียวกับกู ?”
“อืม ทำไม น้ำตาลตกอยากกินของหวาน”
ว่าจบก็ดื่มต่อโดยไม่สนใจว่าเจ้าของจะพูดอะไร นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่คุณชายเช่นเขาดื่มน้ำแก้วเดียวกับคนอื่น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการใช้หลอดเดียวกัน
“ไม่ไปนั่งกับเพื่อนอะ”
“พวกมันก็นั่งกับแฟนไง”
ร่างสูงโปร่งหย่อนก้นลงข้างตัวเพื่อนสนิท ร่างที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเคลือบผิวขาวผ่องจนขึ้นเงาเซ็กซี่เสียจนละสายตาไม่ได้
“หาแฟนสักทีดิจะได้มีคนมาให้กำลังใจ”
ฝันลดาสูดลมหายใจเฮือกใหญ่พูดในสิ่งที่ฝืนกับความรู้สึกพลางกวาดสายตาไปรอบสนามมองคู่หนุ่มสาวที่ป้อนน้ำซับเหงื่อให้กันเฉกเช่นคู่รัก ทั้งโถงใหญ่นี้คงมีแค่เธอกับเขาที่ไม่ได้อยู่สถานะนั้น
“มีแค่มึงก็พอแล้วปะ”
ทว่าลมปากจากคนไม่ได้คิดกลับพาใจคนฟังหลุดลอยไปไกล อกข้างซ้ายเต้นระรัวเลือดลมสูบฉีดพล่านพลันหน้าแดงก่ำ ฝ่ามือน้อยกำแน่นฟันแหลมคมขบกัดริมฝีปากด้านในเบา ๆ เพื่อหยุดความคิดของตนเอง
“มะ.. มึงว่าไงนะ”
“มีมึงเป็นเพื่อนก็พอแล้ว มีแฟนเดี๋ยวก็งอนกันเลิกกันอีก รำคาญ”
สิ้นประโยคเมื่อครู่ใบหน้าแดงซ่านก่อนหน้าสลดลง คำพูดของเขาเหมือนกำลังขีดเส้น ‘เพื่อน’ คั่นกลางระหว่างเขาและเธอ ซึ่งแน่นอนว่ามันได้ผลเป็นอย่างดี
“ฝากหน่อย”
โทรศัพท์มือถือส่วนตัวถูกวางลงบนตักเพื่อนสนิททันทีที่พูดจบ เสื้อบาสตัวแพงค่อย ๆ เลิกขึ้นเผยให้เห็นมัดกล้ามแน่นเรียงตัวสวย
“อึก”
เสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ดังขึ้นจนฮาร์ทต้องหันมอง พวงแก้มสีชมพูจัดรวมกับดวงตาโตของเพื่อนสนิทพานให้เขาแอบหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
“มะ.. มึงเลิกถอดเสื้อในที่สาธารณะสักที !”
เธอตัดใจละสายตาเบนหน้าหนีจากหนุ่มหล่อกล้ามแน่นด้านข้าง แม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นหุ่นนายแบบเซ็กซี่ของเขาแต่ก็อดเขินอายจนหน้าแดงไม่ได้เลยสักครั้ง
“ทำไม มึงก็ชอบดูไม่ใช่เหรอ ชมพูนะ ฮึ”
เขาว่าพลางลูบไล้กล้ามเนื้อก่อนจะลากไล้ปลายนิ้วมือขึ้นวนรอบจุกเต้าสีระเรื่อ สายตาชายเชยมองเพื่อนสาวด้วยรอยยิ้มกระหยิ่มใจเมื่อได้แกล้ง
“ใครจะชอบ ชิ !”
คราวนี้ไม่ใช่แค่เบนหน้าหนี เธอหันทั้งตัวเพื่อไม่ให้สายตาซุกซนเห็นเรือนร่างเมื่อครู่อีก แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อหัวสมองของเธอฝังภาพนั้นลงส่วนลึกไปแล้ว
“กูกลับนะ”
“เออ ๆ”
ขณะที่คนสองคนคุยกันอยู่นั้นเพื่อนในทีมก็ขัดขึ้น ทุกคนโบกมือลากันไม่เว้นแม้แต่หญิงสาวผู้ไม่เกี่ยวข้องเช่นฝันลดา
บรรยากาศทั้งสนามกีฬาในร่มเงียบสงบปราศจากผู้คนรบกวน ดรีมลอบมองคนด้านข้างที่กำลังนั่งเอนกายเตะลมโดยไม่เอ่ยคำใด
“มึงกลับไง รอนี่เดี๋ยวกูไปส่ง”
ว่าจบร่างสูงโปร่งก็หยัดกายลุกขึ้นก่อนจะวิ่งเข้าสู่ห้องแต่งตัวโดยที่ไม่รอฟังคำตอบของอีกฝ่าย จนเธอเองต้องย่นคิ้วส่ายหน้าเอือมให้กับความเอาแต่ใจของเขา
“สรุปถามหรือบอก !”
“สั่ง ฮึ ! รอกู !”
เขาทั้งตะโกนตอบทั้งวิ่งไปพร้อมกัน รอยยิ้มกว้างจนเห็นฟันหน้าครบทุกซี่ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง คงมีแค่เธอเท่านั้นที่ทำให้เขายิ้มได้เช่นนี้
“มึงก็ชอบมาเล่นกับใจกูแบบนี้แหละฮาร์ท ไอ้เหี้ย ! หล่อฉิบหาย”
คนอ่อนไหวอยู่เก่าก่อนใจสั่นระรัวนับครั้งไม่ถ้วน เพียงแค่เขายิ้มบาง ๆ ก็มีผลต่อความรู้สึกเธอได้ง่าย ๆ ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ก็พิเศษสำหรับเธอ
จะดีแค่ไหน ถ้าเขาก็รู้สึกเช่นเดียวกัน..
“คืนนี้ พี่ขอรักเราให้สมกับที่พี่รอคอยมาทั้งอาทิตย์นะ”สิ้นเสียงแหบพร่า เสื้อผ้าอาภรณ์ชิ้นน้อยใหญ่ถูกปลดเปลื้องทิ้งลงข้างเตียงอย่างไม่ไยดี เผยให้เห็นความงดงามตามธรรมชาติที่ซ่อนรูป ยอดถันสีชมพูระเรื่อชูชันสู้สายตา ท้าทายให้ลิ้มลอง ไพค์ไม่รอช้าก้มลงครอบครองความนุ่มหยุ่นนั้นด้วยริมฝีปากร้อนผ่าว“อ๊า~ พี่ไพค์... เสียวจังอื้มมม”แอนนาแอ่นอกรับสัมผัสวาบหวามเมื่อลิ้นสากร้อนตวัดเลียวนรอบปานนมไว ๆ สลับกับดูดดึงแรง ๆ จนแก้มตอบ เสียงจ๊วบจ๊าบจากการดูดกลืนดังลั่นห้องฟังดูน่าอายแต่กลับปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนได้อย่างดีเยี่ยมไพค์ขบกัดยอดอกแข็งขึงเบา ๆ อย่างมันเขี้ยว สลับกับใช้มืออีกข้างบีบเคล้นเต้าอวบอิ่มจนเนื้อล้นออกตามง่ามนิ้ว สร้างรอยแดงจาง ๆ ตามแรงบีบมือเรียวของหญิงสาวขยุ่มกลุ่มผมสีดำสนิทของชายหนุ่มระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านจากปลายอกลงสู่ท้องน้อย สะโพกมนเริ่มบิดเร่าไปมาอย่างทรมานไพค์เลื่อนมือต่ำลงผ่านหน้าท้องแบนราบ สัมผัสเนินเนื้อสาวที่นูนเด่น ก่อนจะส่งนิ้วเรียวแทรกผ่านกลีบเกสรสีสดที่ชุ่มฉ่ำเข้าไปสำรวจความพร้อมภายใน น้ำหวานใสที่หลั่งรินออกมาต้อนรับเขาจนนิ้วเปียชุ่มเปรอะเปื้อน“แฉะหมดแล้ว อ
กว่าที่ทั้งสองจะออกจากห้องมาส่งคนน้องได้ก็กินเวลาไปค่อนวัน มือปลาหมึกของพี่หมอเอาแต่เกี่ยวรั้งเธอไว้ไม่ยอมปล่อย“ขอบคุณที่มาส่งค่ะ”แอนนากล่าวคำขอบคุณประดับยิ้มหวาน มือน้อยปลดเข็มขัดนิรภัย เตรียมจะเปิดประตูลงเมื่อจอดสนิท“เดี๋ยว”“คะ ?” “ยาแก้ปวด กับวิตามินบำรุง กินข้าวแล้วกินยาด้วย เย็นนี้พี่โทรหา ถ้าออกไปแล้วไม่บอกแบบเมื่อคืนรู้นะว่าต้องเจอกับอะไร หืม ?”เขายื่นถุงกระดาษใบเล็กที่เตรียมไว้ให้เธอด้วยสายตาเปื้อนเลศนัย แอนนารับถุงยามาถือไว้ หัวใจพองโตกับความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ ทั้งขบขันกับความหวงจนออกหน้าออกตา“รู้แล้วน่า สั่งยิ่งกว่าพ่ออีก”“ผัวครับ ไม่ใช่พ่อ หรือหนูขาดชูการ์แดดดี๊ไหมคะ”แอนนาหน้าร้อนฉ่า รีบเปิดประตูรถลงไปอย่างรวดเร็ว ที่เพื่อนเธอเล่าให้ฟังเขาไม่ใช่คนแบบนี้เลยแม้แต่นิด ตอนนี้กลับกลายเป็นหนุ่มขี้อ้อนชอบหว่านเสน่ห์ไปได้เธอยืนโบกมือลาจนรถของเขาขับออกไปลับสายตา ก่อนจะหมุนตัวเดินขึ้นหอพักด้วยรอยยิ้มที่กว้างที่สุดในรอบปี โลกทั้งใบดูเป็นสีชมพูสดใส แม้แดดเมืองไทยจะร้อนระอุก็ไม่อาจทำให้เธอหงุดหงิดได้“ฮั่นแน่ ! ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาแต่ไกลเชียวนะ”เสียงทักทายจากล็อบบี้ทำเอาแอน
แสงแดดอ่อนยามสายลอดผ่านม่านทึบแสงเข้ามาภายในห้องนอนกว้าง ตกกระทบลงบนผิวกายเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่มนวมผืนหนาที่ยับยู่ยี่แอนนาลืมตาตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้งที่เปลือกตา อาการปวดเมื่อยตามร่างกายยังคงตอกย้ำถึงบทรักอันเร่าร้อนและยาวนานเมื่อคืนได้เป็นอย่างดี หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อยเพื่อคลายความขบเมื่อย แต่กลับพบว่าตนเองถูกพันธนาการไว้ด้วยวงแขนแกร่งของคนที่นอนหายใจสม่ำเสมออยู่ข้างกายพี่หมอไพค์ยังคงหลับสนิท ใบหน้ายามนิทราของเขาดูไร้พิษสง ผิดกับพยัคฆ์ร้ายจอมหึงหวงเมื่อคืนราวกับคนละคน แอนนานอนตะแคงมองใบหน้าคมคายนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งรัก ทั้งหลง แต่ลึก ๆ กลับมีความหวาดหวั่นสายหนึ่งเกาะกุมหัวใจอยู่ไม่จางหายรักจริง ๆ ...หรือระบายความใคร่...แม้เมื่อคืนเขาจะพูดคำว่าแฟนออกมา แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนั้น ใครจะไปรู้ว่าเขาพูดเพื่อตัดรำคาญหรือพูดเพราะอารมณ์พาไป ยิ่งคิดถึงสถานะที่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่ให้เพื่อนสนิทอย่างลัทรู้ ความน้อยเนื้อต่ำใจก็ตีตื้นขึ้นมาจุกที่อก“แค่เมียเก็บของคุณหมอเหมือนที่ได้ยินมาไหมนะ”ความคิดฟุ้งซ่านทำให้ขอบตาร้อนผ่าว แอนนาค่อย ๆ แกะท่อนแขนหนักอึ้งของชายหนุ่มอ
เสียงบีทดนตรีหนักหน่วงดังกึกก้องสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ แสงไฟเลเซอร์หลากสีสาดส่องตัดผ่านความมืดสลัวภายในผับหรู สร้างบรรยากาศมึนเมาเร้าอารมณ์ให้เหล่าผีเสื้อราตรีได้วาดลวดลายโยกย้ายส่ายสะโพกกันอย่างเต็มที่ กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ผสมปนเปกับกลิ่นน้ำหอมหลากยี่ห้อปะทะกลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึก ลอยอวลเป็นเอกลักษณ์ของสถานเริงรมย์ยามค่ำคืนแอนนาในชุดเดรสเกาะอกสีแดงเพลิงรัดรูปสั้นเหนือเข่า อวดผิวสีขาวผ่องนวลเนียนและเรียวขายาวสวย กำลังยืนเต้นเบา ๆ อยู่หน้าโต๊ะวีไอพีกับกลุ่มเพื่อน แก้วค็อกเทลสีสวยในมือถูกยกขึ้นจิบเป็นระยะ ใบหน้าหวานฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์เมรัย ดวงตากลมโตปรือมองบรรยากาศรอบกายด้วยความสนุกสนาน“ชะนี ผู้มองค่ะแจกอ้อยเร็ว”ลัทกระซิบกระซาบข้างหูแข่งกับเสียงเพลง พลางพยักพเยิดไปทางชายหนุ่มหน้าตาดีที่ส่งยิ้มเจ้าชู้มาให้ ทว่าแอนนาเพียงแค่ยักไหล่ ยิ้มตอบตามมารยาทไม่ได้คิดจะสานต่อแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่คิดเช่นนั้น ชายหนุ่มคนดังกล่าวถือแก้วเหล้าเดินตรงเข้ามาหาอย่างถือวิสาสะ สายตาโลมเลียกวาดมองเรือนร่างของหญิงสาวอย่างจาบจ้วง ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะที่ต้นแขนเปลือยเปล่าของเธอ“ขอโทษครับคนสวย มาคนเดียวเหรอ ให้ผมเล
“อ่ะ กินเยอะ ๆ”เขาวางจานที่จัดการเสร็จสรรพคืนมาตรงหน้าเธอ พร้อมกับตักเนื้อปูแกะแล้วใส่จานให้อีกกองพะเนิน จนอรไพลินรู้สึกกังวลเล็กน้อย“พี่หมอไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ค่ะ แอนเกรงใจ”เสียงเธออ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความประทับใจตีตื้นขึ้นมาจุกอก ใบหน้าสดใสมั่นอกมั่นใจตอนนี้เล็กลีบเหลือเพียงสองนิ้วได้“กินไปเถอะ ไม่ได้ลำบากอะไร บอกแล้วค่อยใช้คืน”เขาเบี่ยงเบนความสนใจคนน้องไปทางอื่นเพื่อให้เธอผ่อนคลายลง แอนนามองการกระทำที่สวนทางกับคำพูดห้วน ๆ นั้นแล้วอดยิ้มไม่ได้ไม่รู้ว่าเขาใส่ใจเธอ...หรือเป็นแค่ช่วงโพรโมชัน...“ขอบคุณนะคะ พี่หมอไพค์น่ารักจัง”คำชมโต้ง ๆ ทำเอาหมอไพค์สำลักน้ำซุปเล็กน้อยจนใบหูแดงระเรื่อลามไปถึงคอ เขาหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มกลบเกลื่อน สายตาวอกแวกเล็กน้อยไม่กล้ามองเธอตรง ๆ อย่างที่เคยบรรยากาศบนโต๊ะอาหารดำเนินไปอย่างรื่นรมย์ ความเกร็งในตอนแรกมลายหายไปจนหมดสิ้น ทั้งคู่แลกเปลี่ยนบทสนทนาเรื่องสัพเพเหระ แอนนาเล่าเรื่องวีรกรรมเปิ่น ๆ ในมหาวิทยาลัยให้ฟัง ส่วนไพค์ก็นั่งฟังเงียบ ๆ คอยตบมุกบ้าง ยิ้มบ้าง คอยตักอาหารใส่จานไม่ให้ขาดสาย ราวกับกำลังขุนหมูตัวน้อยให้อ้วนพีจนกระทั่งของคาวหมดเกลี้ยง เ
รถหรูแล่นฝ่าการจราจรที่คับคั่ง มุ่งหน้าสู่ร้านอาหารริมน้ำชื่อดังแห่งหนึ่ง บรรยากาศในรถเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยมวลความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่น มันทั้งขัดเขิน โหยหา และตื่นเต้น“เรื่องลัท... พี่ไม่อยากให้น้องพี่รู้เรื่องเราตอนนี้นะ”จู่ ๆ ไพค์ก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ แอนนาชะงัก หันไปมองเขาด้วยแววตาตัดพ้อเล็กน้อย ทั้งที่สะกดจิตตัวเองทุกเช้าแต่กลับรู้สึกจุกในอกตอนที่ได้ยินจากปากเขาเอง“ค่ะ”เธอตอบสั้น ๆ ทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยความน้อยอกน้อยใจจนเขารับรู้ได้ ไพค์เลี้ยวรถเข้าซองจอดอย่างชำนาญ ก่อนจะหันมาสบตาเธอตรง ๆ ด้วยท่าทางจริงจังน่าเกรงขาม“พี่แค่อยากให้เรามั่นใจกันมากกว่านี้ก่อนแล้วค่อยบอก แอนมั่นใจก็บอกพี่ เดี๋ยวพี่ไปคุยกับลัทเอง”ใจดวงน้อยพองโตคับอก ความน้อยใจเมื่อครู่มลายหายไปราวกับหมอกควัน คำพูดเมื่อครู่ราวกับว่าเขายกการทางเลือกทั้งหมดให้เธอเป็นฝ่ายตัดสินใจเขาจะเชื่อฟังทุกอย่าง...“มะ... มั่นใจอะไรคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”เธอตอบเสียงอ้อมแอ้มก้มหน้างุดมองมือตัวเอง ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าพยายามกลั้นรอยยิ้มไว้แน่น ขณะเดียวกันอกซ้ายก็บีบคลายเร็วรัวจนรู้สึกปวดหนึบไพค์ปลดเข็มขัดนิรภัยก







