LOGINคดีของหลินเนี่ยนเนี่ยนตัดสินเร็วมากทั้งจงใจปรับอุณหภูมิห้องเย็น อุดช่องระบายอากาศ และทำลายอุปกรณ์ขอความช่วยเหลือ หลักฐานหลายส่วนเชื่อมโยงกันอย่างครบถ้วนวันที่ศาลมีคำพิพากษาชั้นต้น พี่สามยืนอยู่หน้าศาล เงยหน้ามองท้องฟ้าสีหม่นมัวนักข่าวคนหนึ่งพุ่งเข้ามา ยื่นไมค์จ่อหน้าเขา“ทนายหลิน...ไม่สิ คุณหลิน ขอถามว่าคุณมีความเห็นอย่างไรกับคำตัดสินครั้งนี้”เขาก้มหน้าลง มองนักข่าวแวบหนึ่ง"เบาไป"พูดจบ เขาก็หันหลังขึ้นรถ ไม่หันกลับมาอีกหลังจากนั้น วิญญาณของฉันอยู่ที่วิลล่าตระกูลหลินอีกนานมากนานจนฉันเห็นฤดูกาลเปลี่ยนจากปลายใบไม้ร่วงเข้าสู่ฤดูหนาวจัดพี่ใหญ่ล็อกห้องเดิมของฉันไว้ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปแต่ทุกสุดสัปดาห์ เขาจะเปิดประตูเอง แล้วนั่งอยู่ข้างเตียงของฉันตลอดบ่ายบนโต๊ะมีงานแกะสลักไม้จันทน์แดงชิ้นที่สองของฉันที่ยังทำไม่เสร็จวางอยู่โครงร่างที่แกะไปได้เพียงครึ่งเดียว ดูออกว่าเป็นกระต่ายน้อยตัวหนึ่งฉันเกิดปีเถาะเขาหยิบมันขึ้นมาดูครั้งหนึ่ง แล้ววางกลับลงไปสัปดาห์ต่อมาก็หยิบขึ้นมาดูอีกครั้งราวกับกำลังรอให้ฉันกลับมาแกะมันต่อจนเสร็จพี่รองดึงประวัติการรักษาของฉันออกมาจากระ
ตอนหลินเนี่ยนเนี่ยนถูกพาตัวไป ไฟถนนทั้งสายก็สว่างขึ้นแล้วแสงไฟแดงน้ำเงินจากรถตำรวจสาดกระทบกำแพงสีขาวของวิลล่า กะพริบวูบวาบไม่หยุดเธอถูกตำรวจหญิงสองคนประคองแกมหิ้วปีกออกจากบ้าน ผมเผ้ายุ่งเหยิง คราบน้ำตาบนใบหน้ายังไม่แห้ง ปากพร่ำซ้ำอยู่เพียงประโยคเดียว“พี่ใหญ่ช่วยฉัน...พี่รอง...พี่สาม...ฉันไม่ได้ตั้งใจ...”ไม่มีใครตอบเธอสามพี่น้องยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงในห้องรับแขก ไม่มีใครหันไปมองข้างนอกแม้แต่คนเดียวรถตำรวจเคลื่อนตัวออกไป ไฟท้ายหายลับในความมืดยามค่ำคืนวิลล่ากลับมาเงียบสงัดอีกครั้งพ่อบ้านพาเจ้าหน้าที่จากสถานฌาปนกิจลงไปยังชั้นใต้ดินฉันลอยตามพวกเขาเข้าไปในห้องเย็นเจ้าหน้าที่สถานฌาปนกิจเห็นความตายมาจนชิน แต่ในวินาทีที่เปิดประตูห้องเย็น ชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าก็ยังชะงักไปครู่หนึ่งเขามองศพที่ขดตัวอยู่แวบหนึ่ง แล้วมองตัวเลขบนแผงควบคุมอุณหภูมิอีกครั้ง เงียบอยู่นาน ก่อนจะเรียกเพื่อนร่วมงานให้เข้ามาพวกเขาเคลื่อนไหวอย่างเบามือมากตอนค่อย ๆ เคลื่อนศพของฉันออกจากมุมห้อง ถึงพบว่าเสื้อผ้าของฉันแข็งติดกับพื้นไปแล้ว จึงจำเป็นต้องใช้น้ำอุ่นค่อย ๆ ละลายออกทีละนิดฉันลอยอยู่ด้านบ
พ่อบ้านดึงภาพวงจรปิดได้เร็วมากระบบรักษาความปลอดภัยของวิลล่า พี่ใหญ่เป็นคนจ้างคนมาออกแบบเอง ได้ชื่อว่าครอบคลุมทุกมุมไร้จุดบอด แม้แต่มุมสวนยังติดกล้องอินฟราเรดสำหรับมองกลางคืนไว้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทางเดินหน้าห้องเย็นชั้นใต้ดินจอโปรเจกเตอร์ถูกกางขึ้นในห้องรับแขก พ่อบ้านมือสั่นขณะต่อสายหลินเนี่ยนเนี่ยนคุกเข่าอยู่บนพื้น สีหน้าจากซีดขาวค่อย ๆ กลายเป็นหม่นเทาเธออ้าปากเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่ลำคอกลับเหมือนถูกสำลีอุดไว้ภาพวงจรปิดสว่างขึ้นเวลา: สามวันก่อน 19:47:23ในภาพ สามพี่น้องหิ้วปีกหลินรั่วเดินไปทางห้องเย็นหลินรั่วถูกพี่รองกับพี่สามจับแขนขนาบซ้ายขวา ปลายเท้าลากไปกับพื้นเป็นรอยขาด ๆ หาย ๆเธอกำลังดิ้นรนแต่เด็กสาวอายุสิบเจ็ดปีคนหนึ่ง เด็กสาวที่ข้อต่อเสื่อมเหมือนคนแก่อายุหกสิบ จะดิ้นสู้ผู้ชายโตเต็มวัยสามคนได้อย่างไร“พี่ ฉันไม่ได้ผลักเธอ ไม่ใช่ฉันจริง ๆ”วงจรปิดมีเสียงเสียงของหลินรั่วดังออกมาจากลำโพง เจือเสียงสะอื้น สั่นเครือ และเต็มไปด้วยคำวิงวอนสิ้นหวังผู้ชายสามคนในห้องรับแขกตัวแข็งค้างขึ้นมาพร้อมกันภาพยังดำเนินต่อไปพี่ใหญ่ผลักหลินรั่วเข้าไปในห้องเย็นด้วยมือเ
ในห้องรับแขก หลินเนี่ยนเนี่ยนนั่งขดอยู่บนโซฟา คลุมผ้าห่มแคชเมียร์ มือประคองโกโก้ร้อนไว้หนึ่งแก้วภายนอก เธอกำลังไถมือถือ มุมปากยังแต้มรอยยิ้มจาง ๆแต่ความจริง ทุกไม่กี่วินาทีเธอก็เหลือบมองไปทางบันไดพวกเขาลงไปนานเกินไปแล้วตอนแรกเธอคิดว่า พวกพี่ชายคงรีบลงไปด่าหลินรั่วสักยก แล้วกลับขึ้นมาด้วยความโมโห จากนั้นเธอค่อยอ้อนให้ถูกจังหวะ เรื่องนี้ก็จะผ่านไปแต่ตอนนี้ผ่านไปเกือบสี่สิบนาทีแล้วเธอวางมือถือ กัดริมฝีปากล่างเบา ๆติดลบสี่สิบองศา สามวันไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยคิดว่าหลินรั่วอาจเกิดเรื่องขึ้นจริง ๆแต่เธอคิดว่าคนที่โตมาในชนบท ย่อมทนหนาวได้ดีอีกอย่าง เธอก็แค่ปรับอุณหภูมิเท่านั้น ไม่ได้ลงมือเองเสียหน่อยถ้าเกิดเรื่องจริง ก็เป็นพวกพี่ชายที่ขังหล่อน เกี่ยวอะไรกับเธอด้วยเธอทบทวนความคิดนี้ในหัวรอบหนึ่ง แล้วก็สบายใจขึ้นมากกำลังจะยกโกโก้ขึ้นจิบ“ปัง”ประตูห้องรับแขกถูกผลักเปิด กระแทกเข้ากับผนังมือของหลินเนี่ยนเนี่ยนสั่นวูบ โกโก้ร้อนหกกระจายไปเป็นวงกว้างผู้ชายสามคนยืนอยู่ตรงประตูสิ่งแรกที่เธอเห็นคือมือของพี่ใหญ่กำลังมีเลือดหยดสิ่งที่เธอเห็นเป็นลำดับที่สองคือใบหน้าของพี่ส
โทรศัพท์หลุดจากมือหลินจิ่งยวน กระแทกพื้นห้องเย็นดังแกร๊กพี่ใหญ่ก้มลงจะเก็บ ท่าทางเชื่องช้าจนไม่เหมือนเขาเขาจ้องข้อความสั้น ๆ นั้นอยู่นานจากนั้นมือของเขาก็เริ่มสั่น จากปลายนิ้วลามไปถึงแขน แล้วลามไปทั้งร่าง“พี่ ฉันหนาว ช่วยฉันด้วย”ส่งไม่สำเร็จข้างช่องข้อความ มีเครื่องหมายตกใจสีแดงตั้งนิ่งอยู่เธอส่งแล้วเธอขอความช่วยเหลือแล้วไม่ใช่ว่าเธอไม่ส่งข้อความสำนึกผิดเลยสักข้อความเธออยู่ในห้องเย็นราวถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้ ใช้นิ้วที่แข็งชาพิมพ์ข้อความสั้น ๆ นี้ออกมาแต่ส่งไม่ออกเพราะโทรศัพท์ถูกความเย็นจัดจนพังหลินจิ่งถิงนึกถึงคำพูดของตัวเองเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ตอนตบโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ“สามวันแล้ว ไม่มีข้อความสำนึกผิดสักข้อความ ยังคิดว่าตัวเองถูกจริง ๆ เหรอ?”เขาก้มลงทันที ชกพื้นเต็มแรงพื้นน้ำแข็งแตกร้าว ข้อนิ้วแตกจนเลือดซึมออกมาตามซอกนิ้วเขาไม่รู้สึกเจ็บเลย“คุณชายใหญ่!”พ่อบ้านพุ่งเข้ามาดึงเขา“อย่าแตะฉัน”เสียงเขาต่ำราวกับถูกบดออกมาจากส่วนลึกของอกพี่สามเดินกลับมาจากหน้าประตู ใบหน้ายังซีดจากการอาเจียนเขาเห็นตัวเลขบนแผงควบคุมอุณหภูมิ ทั้งร่างนิ่งค้างไปสามวินาที“ติดล
ผนังด้านในห้องเย็นปกคลุมด้วยชั้นน้ำแข็งหนา หมอกขาวลอยคลุ้งสามพี่น้องหยุดฝีเท้าพร้อมกันราวกับถูกตรึงอยู่กับที่ตรงมุมห้อง มีร่างคล้ายคนขดตัวพิงเชิงกำแพงอยู่แขนทั้งสองกอดเข่าแน่น ศีรษะซุกอยู่ระหว่างเข่า ราวกับพยายามหดตัวให้เล็กที่สุด เพื่อกักไออุ่นเฮือกสุดท้ายไว้ในอกผิวหนังเป็นสีม่วงคล้ำ เคลือบด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีขาวบาง ๆนิ้วทั้งสิบเหยียดไปทางประตูเหล็ก เล็บทุกเล็บพลิกฉีกหักหมด คราบเลือดสีแดงคล้ำจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ลากยาวจากปลายนิ้วไปถึงบานประตูที่อยู่ห่างออกไปราวสามเมตรรอยนั้น คือรอยจากการคลานไปในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต เธอใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ คลานไปหาประตูทีละนิด ทีละนิดรูม่านตาของพี่ใหญ่หลินจิ่งถิงเบิกกว้างขึ้นทันที ริมฝีปากสั่นระริกสองครั้ง แต่พูดไม่ออกสักคำ“หลบ”พี่รองหลินจิ่งยวนดันพี่ใหญ่ออก แล้วก้าวยาว ๆ เข้าไปเขาย่อตัวลง ยื่นมือไปจับชีพจรตรงลำคอของหลินรั่วทันทีที่ปลายนิ้วแตะผิวหนัง เขาก็สะดุ้งถอยราวกับถูกไฟช็อตสัมผัสนั้นไม่ใช่อุณหภูมิของคนแต่เป็นอุณหภูมิของเหล็กเป็นอุณหภูมิของหินเป็นอุณหภูมิของสิ่งไร้ชีวิตที่ถูกทิ้งไว้นอกบ้านตลอดคืนในฤดู