Share

หลังคุณหนูปลอมจาม ฉันก็หนาวตาย
หลังคุณหนูปลอมจาม ฉันก็หนาวตาย
Author: จือหนานอี

บทที่ 1

Author: จือหนานอี
เพราะความหนาวจัด ฉันจึงแข็งตายอยู่ในห้องเย็นร้าง

หลังตายไปแล้วฉันถึงได้รู้ว่า คุณหนูปลอมเปลี่ยนอุณหภูมิที่พี่ใหญ่ตั้งไว้จากติดลบสิบองศาเป็นติดลบห้าสิบองศา ทั้งยังทำให้มือถือเพียงเครื่องเดียวที่ฉันใช้ขอความช่วยเหลือแข็งจนพัง

หลังวิญญาณถูกกักไว้ข้างกายพี่ชายทั้งสาม ตลอดสามวันที่ผ่านมา ฉันได้แต่มองพวกเขาคอยถามไถ่ดูแลหลินเนี่ยนเนี่ยนอย่างใกล้ชิด

พี่ใหญ่ยอมยกเลิกดีลความร่วมมือมูลค่าหมื่นล้าน เพียงเพื่อเคี่ยวน้ำขิงให้เธอด้วยตัวเองหนึ่งถ้วย

พี่รองเลื่อนการประชุมวิชาการแพทย์นานาชาติ คอยเฝ้าอยู่ข้างเตียงคนไข้ไม่ห่าง

พี่สามถึงขั้นเหมาซื้อดอกไม้ไฟทั่วเมือง เพียงเพื่อให้เธอยิ้มออกหลังเพิ่งหายป่วยหนัก

พวกเขาดูเหมือนกำลังแอบแข่งกัน เพียงเพื่อประคบประหงมหลินเนี่ยนเนี่ยนจนแทบยกขึ้นฟ้า

แต่กลับไม่มีใครนึกถึงเลยว่า ฉันยังถูกขังอยู่ในห้องเย็น กระทั่งศพก็แข็งใสราวกับน้ำแข็งแล้ว

จนกระทั่งสามวันต่อมา คุณหนูปลอมออกจากโรงพยาบาลกลับบ้าน

พ่อบ้านหน้าซีดเผือดเดินเข้ามาต้อนรับ ก่อนจะอดพูดออกมาไม่ได้

“คุณชายทั้งสาม คุณหนูรั่วอยู่ในห้องเย็นมาสามวันแล้ว ยังไม่มีความเคลื่อนไหวเลย…”

เดิมทีฉันคิดว่า อย่างน้อยพวกเขาคงเป็นห่วงสักนิด

แต่พี่ใหญ่หลินจิ่งถิงกลับสีหน้าเย็นเยียบ ขัดขึ้นทันที

“หุบปาก! เนี่ยนเนี่ยนเพิ่งออกจากโรงพยาบาล จะพูดถึงตัวซวยนั่นทำไม?”

พ่อบ้านยังอยากพูดต่อ แต่สายตาเย็นชาของพี่รองหลินจิ่งยวนก็จ้องตรึงไปที่เขาทันที

“คนที่ขนาดน้องสาวยังกล้าผลักตกน้ำ จะให้ไปสงบสติอยู่ข้างในสองสามวันแล้วมันยังไง?”

พี่สามหลินจิ่งเจ๋อแค่นเสียงเย็น

“ทั้งที่รู้ว่าเนี่ยนเนี่ยนร่างกายอ่อนแอ ยังผลักเธอลงทะเลสาบน้ำแข็ง ถ้ายังสำนึกผิดไม่พอก็อย่าหวังว่าจะได้ออกมา”

“ไม่เป็นไร อุณหภูมินั่นฉันตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว คนไม่ตายหรอก ก็แค่ให้เธอได้ลำบากบ้างเท่านั้น”

พอพูดถึงความลำบาก พี่ใหญ่ก็นึกขึ้นได้ว่าฉันลำบากมาตั้งแต่เกิด แววตาจึงฉายความลังเลออกมาเล็กน้อย

เขาหันไปถามพี่สาม “แน่ใจนะว่าติดลบสิบองศา ไม่อย่างนั้นเราไปดูหน่อยไหม?”

แต่เพิ่งพูดจบ หลินเนี่ยนเนี่ยนก็ยกข้อมือขึ้นพอดี ชายแขนเสื้อเลื่อนหล่นลงมา เผยให้เห็นรอยแดงจาง ๆ หลายรอย

จากนั้นเธอก็ไอเบา ๆ สองทีอย่างอ่อนแรง

“พี่คะ… อย่าโทษพี่สาวเลย บางทีเธออาจไม่ได้ตั้งใจก็ได้ ไม่อย่างนั้นก็ปล่อยเธอ…”

แต่พอเห็นรอยแดง รูม่านตาของพี่รองที่เดิมทียังลังเลก็หดวูบ เขาคว้าข้อมือเธอไว้ทันที

“นี่เป็นรอยที่เขาทำตอนผลักเธอเหรอ?”

หลินเนี่ยนเนี่ยนรีบชักมือกลับอย่างลนลาน

“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ ฉันไปกระแทกเอง… พี่สาวแค่โกรธที่ฉันแย่งตำแหน่งของเธอไป เลยดึงฉันเบา ๆ เท่านั้น”

“นี่เรียกว่าดึงเบา ๆ เหรอ เห็นชัด ๆ ว่าถูกคนกระชากแรง!”

พอเห็นรอยแดง แววตาของพี่ใหญ่ก็พลันเต็มไปด้วยความโกรธ

เขาหยิบมือถือขึ้นมา เปิดประวัติแชตระหว่างฉันกับเขา

บทสนทนาหยุดค้างอยู่เมื่อสามวันก่อน

เพราะมือถือของฉันถูกแช่จนพัง บนหน้าจอจึงค้างอยู่ที่ข้อความใหม่หนึ่งข้อความที่ยังส่งไม่ออก กับสายโทรหนึ่งสาย

สีหน้าพี่ใหญ่ดำทะมึน เขาฟาดมือถือใส่โต๊ะอย่างแรง

“ตั้งสามวันแล้ว ไม่มีแม้แต่ข้อความสำนึกผิด ยังคิดว่าตัวเองมีเหตุผลอีกเหรอ?”

“บางที… พี่สาวอาจคิดว่าฉันไม่คู่ควรเป็นน้องสาวก็ได้ งั้นฉันย้ายออกไปดีกว่า… แบบนี้พี่สาวจะได้ไม่ต้องโกรธอยู่ตลอด”

หลินเนี่ยนเนี่ยนก้มหน้าลง น้ำเสียงเบาบางราวกับจะแตกสลาย พี่ใหญ่ลุกพรวดขึ้นทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ

“พูดเหลวไหลอะไร! เขามีสิทธิ์อะไรมาไล่เธอไป? เธอต่างหากคือน้องสาวที่พวกเราเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก! มีพี่ใหญ่อยู่ทั้งคน ลองดูสิว่าเขาจะกล้ารังแกเธอไหม!”

พี่รองกับพี่สามก็พูดขึ้นพร้อมกัน น้ำเสียงเย็นยะเยือก

“ใช่ เสียแรงที่เมื่อกี้พวกเรายังสงสารเขาอยู่เลย! เขาคู่ควรด้วยเหรอ!”

“อย่าไปสนใจเขา ไป! พี่พาเธอไปกินของดี ๆ บำรุงร่างกาย”

เห็นดังนั้น พ่อบ้านก็สั่นไปทั้งตัว เอ่ยด้วยเสียงสั่นเครืออย่างร้อนใจ

“แต่คุณชายครับ คุณหนูรั่วไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ มาสามวันแล้วจริง ๆ…”

“ขังมันไว้ในห้องเย็นไม่กี่วันจะถึงกับแข็งตายหรือไง”

พี่สามโบกมืออย่างรำคาญ

“เขาอยู่ชนบทมาตั้งสิบห้าปี มีความลำบากอะไรที่ไม่เคยเจอบ้าง? ลุงจ้าว อย่าตื่นตูมไปหน่อยเลย! ระวังจะทำให้เนี่ยนเนี่ยนตกใจ”

ฉันลอยอยู่กลางอากาศ ฟังพี่ชายทั้งสามด่าทอฉัน ในใจเหลือเพียงรอยยิ้มขมขื่น

ใช่แล้ว สิบห้าปีในชนบท

เพื่อหาเงินให้พ่อแม่บุญธรรม ฉันเคยแบกอิฐ เก็บขยะ ล้างจานท่ามกลางฟ้าหนาวหิมะจัด ทั้งที่อายุยังน้อย ร่างกายก็เต็มไปด้วยโรคจากความหนาวแล้ว

เดิมทีคิดว่าพอได้พบพ่อแม่แท้ ๆ ทุกอย่างจะดีขึ้น แต่ระหว่างเดินทางกลับ พ่อแม่แท้ ๆ ของฉันกลับประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์

ส่วนพี่ชายทั้งสามลำบากแทบตายกว่าจะรับฉันกลับบ้านได้ วินาทีก่อนหน้านั้นยังสวมกอดฉันร้องไห้ รับปากว่าจะชดเชยสิ่งที่ติดค้างฉันมาตลอดสิบห้าปีให้ทั้งหมด

แต่ทุกครั้งที่หลินเนี่ยนเนี่ยนตาแดง ร้องไห้คร่ำครวญว่าพ่อแม่แท้ ๆ ของเธอก่อกรรมไว้ และเธอยอมทำทุกอย่างเพื่อชดใช้

พี่ชายทั้งสามก็จะรีบเข้าไปรุมปลอบเธอด้วยความเป็นห่วงทันที

“เนี่ยนเนี่ยน พวกเขาก็คือพวกเขา เธอก็คือเธอ เธอไม่ผิด พวกเราจะเห็นเธอเป็นน้องสาวตลอดไป!”

จากนั้นพวกเขาก็หันมาเตือนฉันอย่างเย็นชา “ต่อไปก็เข้ากับเนี่ยนเนี่ยนดี ๆ อย่าเอานิสัยเสีย ๆ จากชนบทกลับมาด้วย”

เพื่อญาติเพียงสามคนที่เหลืออยู่ ฉันจึงฝืนกลืนความเจ็บปวดและยอมเชื่อฟัง

แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นการใส่ร้ายป้ายสีจากหลินเนี่ยนเนี่ยนครั้งแล้วครั้งเล่า ส่วนคำอธิบายของฉัน พี่ชายทั้งสามไม่เคยเชื่อเลย

พวกเขาโยนให้ฉันเพียงประโยคเดียว “เนี่ยนเนี่ยนเป็นเด็กที่พวกเราเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก พวกเราจะไม่รู้นิสัยเธอได้ยังไง!?”

จนกระทั่งเมื่อสามวันก่อน หลินเนี่ยนเนี่ยนจงใจไล่คนรับใช้ออกไป แล้วแกล้งตกลงในทะเลสาบน้ำแข็งต่อหน้าพวกเขา

ฉันจึงถูกพวกเขาโยนเข้าห้องเย็นร้างอีกครั้งอย่างไร้ความปรานี

ฉันคุกเข่าอยู่หน้าประตูเหล็กที่จับตัวเป็นน้ำค้างแข็ง โขกศีรษะอ้อนวอนอย่างสุดชีวิต บอกว่าฉันกลัวหนาว ฉันจะหนาวตายอยู่ในนั้น

แต่สิ่งที่ตอบกลับฉันมา คือคำเยาะหยันเย็นชาของพี่รอง

“จะหนาวตายอะไรนักหนา! เธอทำให้เนี่ยนเนี่ยนเป็นไข้ นี่มันก็เป็นสิ่งที่เธอรนหาที่เอง อยู่ในห้องเย็นสักหน่อยก็ดี จะได้มีสติขึ้นบ้าง คนไม่ตายหรอก!”

พี่สามยิ่งไปกว่านั้น เขาถอดสวิตช์ฉุกเฉินเพียงจุดเดียวในห้องเย็นออก ตัดทางรอดของฉันจนหมดสิ้น

และตอนนี้ เมื่อมองดูพวกเขาทะนุถนอมหลินเนี่ยนเนี่ยนทุกวิถีทาง ฉันก็อดหัวเราะเยาะอย่างขมขื่นไม่ได้

พี่ชายทั้งหลาย ลืมตาดูให้ดีเถอะ หลินเนี่ยนเนี่ยนที่ในสายตาพวกพี่แสนดีคนนั้น

ลงมือฆ่าน้องสาวแท้ ๆ ของพวกพี่ด้วยมือตัวเองไปแล้ว

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • หลังคุณหนูปลอมจาม ฉันก็หนาวตาย   บทที่ 9

    คดีของหลินเนี่ยนเนี่ยนตัดสินเร็วมากทั้งจงใจปรับอุณหภูมิห้องเย็น อุดช่องระบายอากาศ และทำลายอุปกรณ์ขอความช่วยเหลือ หลักฐานหลายส่วนเชื่อมโยงกันอย่างครบถ้วนวันที่ศาลมีคำพิพากษาชั้นต้น พี่สามยืนอยู่หน้าศาล เงยหน้ามองท้องฟ้าสีหม่นมัวนักข่าวคนหนึ่งพุ่งเข้ามา ยื่นไมค์จ่อหน้าเขา“ทนายหลิน...ไม่สิ คุณหลิน ขอถามว่าคุณมีความเห็นอย่างไรกับคำตัดสินครั้งนี้”เขาก้มหน้าลง มองนักข่าวแวบหนึ่ง"เบาไป"พูดจบ เขาก็หันหลังขึ้นรถ ไม่หันกลับมาอีกหลังจากนั้น วิญญาณของฉันอยู่ที่วิลล่าตระกูลหลินอีกนานมากนานจนฉันเห็นฤดูกาลเปลี่ยนจากปลายใบไม้ร่วงเข้าสู่ฤดูหนาวจัดพี่ใหญ่ล็อกห้องเดิมของฉันไว้ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปแต่ทุกสุดสัปดาห์ เขาจะเปิดประตูเอง แล้วนั่งอยู่ข้างเตียงของฉันตลอดบ่ายบนโต๊ะมีงานแกะสลักไม้จันทน์แดงชิ้นที่สองของฉันที่ยังทำไม่เสร็จวางอยู่โครงร่างที่แกะไปได้เพียงครึ่งเดียว ดูออกว่าเป็นกระต่ายน้อยตัวหนึ่งฉันเกิดปีเถาะเขาหยิบมันขึ้นมาดูครั้งหนึ่ง แล้ววางกลับลงไปสัปดาห์ต่อมาก็หยิบขึ้นมาดูอีกครั้งราวกับกำลังรอให้ฉันกลับมาแกะมันต่อจนเสร็จพี่รองดึงประวัติการรักษาของฉันออกมาจากระ

  • หลังคุณหนูปลอมจาม ฉันก็หนาวตาย   บทที่ 8

    ตอนหลินเนี่ยนเนี่ยนถูกพาตัวไป ไฟถนนทั้งสายก็สว่างขึ้นแล้วแสงไฟแดงน้ำเงินจากรถตำรวจสาดกระทบกำแพงสีขาวของวิลล่า กะพริบวูบวาบไม่หยุดเธอถูกตำรวจหญิงสองคนประคองแกมหิ้วปีกออกจากบ้าน ผมเผ้ายุ่งเหยิง คราบน้ำตาบนใบหน้ายังไม่แห้ง ปากพร่ำซ้ำอยู่เพียงประโยคเดียว“พี่ใหญ่ช่วยฉัน...พี่รอง...พี่สาม...ฉันไม่ได้ตั้งใจ...”ไม่มีใครตอบเธอสามพี่น้องยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงในห้องรับแขก ไม่มีใครหันไปมองข้างนอกแม้แต่คนเดียวรถตำรวจเคลื่อนตัวออกไป ไฟท้ายหายลับในความมืดยามค่ำคืนวิลล่ากลับมาเงียบสงัดอีกครั้งพ่อบ้านพาเจ้าหน้าที่จากสถานฌาปนกิจลงไปยังชั้นใต้ดินฉันลอยตามพวกเขาเข้าไปในห้องเย็นเจ้าหน้าที่สถานฌาปนกิจเห็นความตายมาจนชิน แต่ในวินาทีที่เปิดประตูห้องเย็น ชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าก็ยังชะงักไปครู่หนึ่งเขามองศพที่ขดตัวอยู่แวบหนึ่ง แล้วมองตัวเลขบนแผงควบคุมอุณหภูมิอีกครั้ง เงียบอยู่นาน ก่อนจะเรียกเพื่อนร่วมงานให้เข้ามาพวกเขาเคลื่อนไหวอย่างเบามือมากตอนค่อย ๆ เคลื่อนศพของฉันออกจากมุมห้อง ถึงพบว่าเสื้อผ้าของฉันแข็งติดกับพื้นไปแล้ว จึงจำเป็นต้องใช้น้ำอุ่นค่อย ๆ ละลายออกทีละนิดฉันลอยอยู่ด้านบ

  • หลังคุณหนูปลอมจาม ฉันก็หนาวตาย   บทที่ 7

    พ่อบ้านดึงภาพวงจรปิดได้เร็วมากระบบรักษาความปลอดภัยของวิลล่า พี่ใหญ่เป็นคนจ้างคนมาออกแบบเอง ได้ชื่อว่าครอบคลุมทุกมุมไร้จุดบอด แม้แต่มุมสวนยังติดกล้องอินฟราเรดสำหรับมองกลางคืนไว้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทางเดินหน้าห้องเย็นชั้นใต้ดินจอโปรเจกเตอร์ถูกกางขึ้นในห้องรับแขก พ่อบ้านมือสั่นขณะต่อสายหลินเนี่ยนเนี่ยนคุกเข่าอยู่บนพื้น สีหน้าจากซีดขาวค่อย ๆ กลายเป็นหม่นเทาเธออ้าปากเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่ลำคอกลับเหมือนถูกสำลีอุดไว้ภาพวงจรปิดสว่างขึ้นเวลา: สามวันก่อน 19:47:23ในภาพ สามพี่น้องหิ้วปีกหลินรั่วเดินไปทางห้องเย็นหลินรั่วถูกพี่รองกับพี่สามจับแขนขนาบซ้ายขวา ปลายเท้าลากไปกับพื้นเป็นรอยขาด ๆ หาย ๆเธอกำลังดิ้นรนแต่เด็กสาวอายุสิบเจ็ดปีคนหนึ่ง เด็กสาวที่ข้อต่อเสื่อมเหมือนคนแก่อายุหกสิบ จะดิ้นสู้ผู้ชายโตเต็มวัยสามคนได้อย่างไร“พี่ ฉันไม่ได้ผลักเธอ ไม่ใช่ฉันจริง ๆ”วงจรปิดมีเสียงเสียงของหลินรั่วดังออกมาจากลำโพง เจือเสียงสะอื้น สั่นเครือ และเต็มไปด้วยคำวิงวอนสิ้นหวังผู้ชายสามคนในห้องรับแขกตัวแข็งค้างขึ้นมาพร้อมกันภาพยังดำเนินต่อไปพี่ใหญ่ผลักหลินรั่วเข้าไปในห้องเย็นด้วยมือเ

  • หลังคุณหนูปลอมจาม ฉันก็หนาวตาย   บทที่ 6

    ในห้องรับแขก หลินเนี่ยนเนี่ยนนั่งขดอยู่บนโซฟา คลุมผ้าห่มแคชเมียร์ มือประคองโกโก้ร้อนไว้หนึ่งแก้วภายนอก เธอกำลังไถมือถือ มุมปากยังแต้มรอยยิ้มจาง ๆแต่ความจริง ทุกไม่กี่วินาทีเธอก็เหลือบมองไปทางบันไดพวกเขาลงไปนานเกินไปแล้วตอนแรกเธอคิดว่า พวกพี่ชายคงรีบลงไปด่าหลินรั่วสักยก แล้วกลับขึ้นมาด้วยความโมโห จากนั้นเธอค่อยอ้อนให้ถูกจังหวะ เรื่องนี้ก็จะผ่านไปแต่ตอนนี้ผ่านไปเกือบสี่สิบนาทีแล้วเธอวางมือถือ กัดริมฝีปากล่างเบา ๆติดลบสี่สิบองศา สามวันไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยคิดว่าหลินรั่วอาจเกิดเรื่องขึ้นจริง ๆแต่เธอคิดว่าคนที่โตมาในชนบท ย่อมทนหนาวได้ดีอีกอย่าง เธอก็แค่ปรับอุณหภูมิเท่านั้น ไม่ได้ลงมือเองเสียหน่อยถ้าเกิดเรื่องจริง ก็เป็นพวกพี่ชายที่ขังหล่อน เกี่ยวอะไรกับเธอด้วยเธอทบทวนความคิดนี้ในหัวรอบหนึ่ง แล้วก็สบายใจขึ้นมากกำลังจะยกโกโก้ขึ้นจิบ“ปัง”ประตูห้องรับแขกถูกผลักเปิด กระแทกเข้ากับผนังมือของหลินเนี่ยนเนี่ยนสั่นวูบ โกโก้ร้อนหกกระจายไปเป็นวงกว้างผู้ชายสามคนยืนอยู่ตรงประตูสิ่งแรกที่เธอเห็นคือมือของพี่ใหญ่กำลังมีเลือดหยดสิ่งที่เธอเห็นเป็นลำดับที่สองคือใบหน้าของพี่ส

  • หลังคุณหนูปลอมจาม ฉันก็หนาวตาย   บทที่ 5

    โทรศัพท์หลุดจากมือหลินจิ่งยวน กระแทกพื้นห้องเย็นดังแกร๊กพี่ใหญ่ก้มลงจะเก็บ ท่าทางเชื่องช้าจนไม่เหมือนเขาเขาจ้องข้อความสั้น ๆ นั้นอยู่นานจากนั้นมือของเขาก็เริ่มสั่น จากปลายนิ้วลามไปถึงแขน แล้วลามไปทั้งร่าง“พี่ ฉันหนาว ช่วยฉันด้วย”ส่งไม่สำเร็จข้างช่องข้อความ มีเครื่องหมายตกใจสีแดงตั้งนิ่งอยู่เธอส่งแล้วเธอขอความช่วยเหลือแล้วไม่ใช่ว่าเธอไม่ส่งข้อความสำนึกผิดเลยสักข้อความเธออยู่ในห้องเย็นราวถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้ ใช้นิ้วที่แข็งชาพิมพ์ข้อความสั้น ๆ นี้ออกมาแต่ส่งไม่ออกเพราะโทรศัพท์ถูกความเย็นจัดจนพังหลินจิ่งถิงนึกถึงคำพูดของตัวเองเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ตอนตบโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ“สามวันแล้ว ไม่มีข้อความสำนึกผิดสักข้อความ ยังคิดว่าตัวเองถูกจริง ๆ เหรอ?”เขาก้มลงทันที ชกพื้นเต็มแรงพื้นน้ำแข็งแตกร้าว ข้อนิ้วแตกจนเลือดซึมออกมาตามซอกนิ้วเขาไม่รู้สึกเจ็บเลย“คุณชายใหญ่!”พ่อบ้านพุ่งเข้ามาดึงเขา“อย่าแตะฉัน”เสียงเขาต่ำราวกับถูกบดออกมาจากส่วนลึกของอกพี่สามเดินกลับมาจากหน้าประตู ใบหน้ายังซีดจากการอาเจียนเขาเห็นตัวเลขบนแผงควบคุมอุณหภูมิ ทั้งร่างนิ่งค้างไปสามวินาที“ติดล

  • หลังคุณหนูปลอมจาม ฉันก็หนาวตาย   บทที่ 4

    ผนังด้านในห้องเย็นปกคลุมด้วยชั้นน้ำแข็งหนา หมอกขาวลอยคลุ้งสามพี่น้องหยุดฝีเท้าพร้อมกันราวกับถูกตรึงอยู่กับที่ตรงมุมห้อง มีร่างคล้ายคนขดตัวพิงเชิงกำแพงอยู่แขนทั้งสองกอดเข่าแน่น ศีรษะซุกอยู่ระหว่างเข่า ราวกับพยายามหดตัวให้เล็กที่สุด เพื่อกักไออุ่นเฮือกสุดท้ายไว้ในอกผิวหนังเป็นสีม่วงคล้ำ เคลือบด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีขาวบาง ๆนิ้วทั้งสิบเหยียดไปทางประตูเหล็ก เล็บทุกเล็บพลิกฉีกหักหมด คราบเลือดสีแดงคล้ำจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ลากยาวจากปลายนิ้วไปถึงบานประตูที่อยู่ห่างออกไปราวสามเมตรรอยนั้น คือรอยจากการคลานไปในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต เธอใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ คลานไปหาประตูทีละนิด ทีละนิดรูม่านตาของพี่ใหญ่หลินจิ่งถิงเบิกกว้างขึ้นทันที ริมฝีปากสั่นระริกสองครั้ง แต่พูดไม่ออกสักคำ“หลบ”พี่รองหลินจิ่งยวนดันพี่ใหญ่ออก แล้วก้าวยาว ๆ เข้าไปเขาย่อตัวลง ยื่นมือไปจับชีพจรตรงลำคอของหลินรั่วทันทีที่ปลายนิ้วแตะผิวหนัง เขาก็สะดุ้งถอยราวกับถูกไฟช็อตสัมผัสนั้นไม่ใช่อุณหภูมิของคนแต่เป็นอุณหภูมิของเหล็กเป็นอุณหภูมิของหินเป็นอุณหภูมิของสิ่งไร้ชีวิตที่ถูกทิ้งไว้นอกบ้านตลอดคืนในฤดู

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status