ログインสิ้นเสียงของซูหย่าซิน ไม่รู้ว่ากู้สือซวี่ตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ร่างของเขาพลันปรากฏขึ้นตรงห้องรับแขก“ฉันเป็นคนสั่งให้เธออยู่เอง”น้ำเสียงของเขาแฝงไว้ด้วยความแหบพร่าหลังเพิ่งตื่นนอนและความไม่สบอารมณ์ ทว่ากลับสะกดทุกความวุ่นวายลงได้อย่างเฉียบพลันในพริบตาเจียงซูฮุ่ยรีบหุบปากฉับแล้วสาวเท้าเข้าไปประคองเขาทันที “สือซวี่ ทำไมลุกขึ้นมาล่ะลูก? หมอสั่งให้นอนพักเยอะๆ ไม่ใช่เหรอ?”กู้สือซวี่เอี้ยวตัวหลบมือของเธอเบาๆ พลางขมวดคิ้ว “ต่อไปแม่ไม่ต้องมาทุกวันหรอกครับ มันลำบากเปล่าๆ”เจียงซูฮุ่ยมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา “สือซวี่ แกบ้าไปแล้วเหรอ! นังเยี่ยเจาเจามันเป็นนังผู้หญิงแพศยาสารเลว มันสมคบคิดกับไอ้สารเลวกู้อี้หานจนเกือบจะฆ่าแกตาย แกยังจะกล้าเอามันไว้ข้างตัวอีกเหรอ?”ซูหย่าซินขยับตามเข้าไปด้วย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานน่าสงสาร “พี่สือซวี่ ให้ฉันอยู่ดูแลพี่เถอะนะคะ พอนึกถึงเรื่องที่พี่สาวจากไป ฉันก็ยังหวาดผวากลัวจนจับใจ ฉันกลัวเหลือเกินว่าพี่จะทิ้งฉันไปอีกคน...”ประโยคนี้ฉันฟังออกทะลุปรุโปร่งนี่มันจงใจชี้โพรงเป็นนัยว่า นอกจากฉันจะฆ่าซูเนี่ยนเอินแล้ว ยังคิดจะหาทางฆ่ากู้สือซวี่ให
ฉันฝืนยิ้มแห้ง ๆ พลางตอบว่า “ช่างมันเถอะค่ะ แค่นี้ก็ดีแล้ว”ไม่ว่ายังไง ขอเพียงแค่ต้องอยู่ร่วมชายคากับกู้สือซวี่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนฉันก็อึดอัดทั้งนั้นขอแค่กัดฟันทนจนถึงวันที่เขาออกจากโรงพยาบาล ทุกสิ่งทุกอย่างระหว่างเราก็จะได้ตัดขาดกันอย่างเด็ดขาดเสียทีหลังจากป้าหลิวกลับไป ฉันก็หยิบอุปกรณ์อาบน้ำเดินเข้าห้องน้ำไปชำระล้างร่างกาย เปลี่ยนเป็นชุดนอนตัวหลวม ตั้งแต่ต้นจนจบ ฉันไม่ได้ปริปากพูดคุยกับกู้สือซวี่แม้แต่ประโยคเดียวจนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงตีหนึ่ง เขาก็ยังคงไม่ยอมหลับยอมนอน เอาแต่นั่งกึ่งนอนพิงหัวเตียงตรวจดูเอกสารอยู่แบบนั้นส่วนฉันคืนนี้มีหน้าที่ต้องคอยวัดอุณหภูมิร่างกายให้เขาทุกๆ หนึ่งชั่วโมง จึงหมดสิทธิ์นอนหลับเช่นกันฉันเลยตัดสินใจว่าจะโต้รุ่งนั่งปั่นนิยายเพื่อดึงสติตัวเองให้ตื่น ถึงแม้ว่าตอนนี้หนังตาของฉันจะเริ่มหนักอึ้งและประท้วงจะปิดลงให้ได้แล้วก็ตามเนื้อหาของนิยายที่ฉันเพิ่งอัปเดตลงไปในวันนี้ ช่างบังเอิญตรงกับฉากที่สามีสารเลวผู้ทรมานจิตใจนางเอกมานับพันนับหมื่นครั้งเกิดล้มป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลพอดีแต่สภาพของพระเอกในนิยายเรื่องนี้น่าสมเพชกว่ากู้สือซวี่หลายเท่าตัวนัก
“จริงสิ เรื่องจดทะเบียนหย่าของเราจะไปทำเรื่องกันเมื่อไหร่?”กู้สือซวี่ช้อนตาขึ้นปรายตามองฉันด้วยสายตาเย็นชา “จะรีบร้อนไปไหน? ต่อให้ตอนนี้หย่ากันเสร็จเรียบร้อย กู้อี้หานก็ยังออกจากคุกไม่ได้อยู่ดี พวกเธอก็ยังไปสานสัมพันธ์ขั้นต่อไปไม่ได้หรอก”ฉันยืนกรานเสียงแข็ง “เรื่องหย่ามันเป็นเรื่องระหว่างฉันกับนาย รีบทำให้มันจบ ๆ ไป พวกเราทุกคนจะได้หลุดพ้นกันสักที!”กู้สือซวี่ก้มลงมองบาดแผลของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบไม่ยี่หระ “เธอคิดว่าสภาพฉันตอนนี้ จะลุกไปที่ว่าการอำเภอกับเธอไหวเหรอ?”ตอนที่ฉันแท้งลูก ฉันยังต้องคุกเข่าตากฝนอยู่ที่วัดซีเหยียนเพื่อชดใช้บาปให้รักแรกของเขาเลย บาดแผลแค่นี้ของเขา มันจะไปเทียบอะไรได้?แต่สุดท้ายฉันก็กลืนคำพูดเหล่านั้นกลับลงคอไปก่อนที่กู้อี้หานจะได้รับการปล่อยตัวออกมาอย่างปลอดภัย ฉันไม่อยากมีเรื่องทะเลาะกับเขาให้กลายเป็นเรื่องบานปลายไปมากกว่านี้ในจังหวะนั้นเอง ผู้ช่วยพยาบาลก็ยกกะละมังน้ำอุ่นเดินเข้ามาเดิมทีฉันคิดว่าคงได้ผลัดเวรช่วยกันดูแลเขากับผู้ช่วยพยาบาล กำลังตั้งท่าจะขอตัวกลับไปพักผ่อน ทว่าข้างหลังกลับมีเสียงเย็นยะเยือกของกู้สือซวี่ลอยตามมา“เรื่
“น้าฉินคะ น้าอย่าเพิ่งร้อนใจไป น้ารู้ไหมคะว่าตอนนี้กู้สือซวี่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลไหน?”ถึงอย่างไรกู้อี้หานก็ทำเรื่องทั้งหมดนี้เพื่อฉัน ฉันไม่มีทางทนนั่งดูดายได้ลงคอหลังจากจดที่อยู่เรียบร้อย ฉันก็เดินไปส่งเซี่ยเสี่ยวฉินออกจากบ้านเมื่อทอดสายตามองท้องฟ้าที่ยังคงเป็นสีฟ้าครามสดใสนอกหน้าต่าง จู่ ๆ ก้อนเมฆหมอกอึมครึมก็พลันแผ่เข้าปกคลุมหัวใจของฉัน……ณ บริเวณหน้าห้องพักผู้ป่วย VIP ของโรงพยาบาลกระดูกและข้อเมืองไห่เฉิงฉันได้ยินเสียงถามไถ่เอาอกเอาใจของเจียงซูฮุ่ย ผสมปนเปกับเสียงเจื้อยแจ้วไร้เดียงสาของตั๋วตั่วที่ดังแว่วออกมา จึงรู้ได้ทันทีว่าพวกเธอยังอยู่กันครบฉันไม่อยากเข้าไปหาเรื่องให้ตัวเองต้องถูกเหยียบย่ำดูแคลน จึงทำได้เพียงยืนรออย่างเงียบ ๆ อยู่ตรงทางเดินด้านนอกกระทั่งดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลับขอบฟ้า เจียงซูฮุ่ยและซูหย่าซินถึงได้พากันจูงมือตั๋วตั่วเดินจากไปตอนที่ฉันผลักประตูเข้าไป กู้สือซวี่กำลังเอนหลังพิงหัวเตียงเหม่อลอย ปลายนิ้วของเขาคอยหมุนลูกประคำในมือเป็นจังหวะเนิบช้า ไม่รู้ว่าในใจกำลังคิดอะไรอยู่บริเวณหน้าอกของเขาพันผ้าพันแผลไว้หนาเตอะ ตรงมุมปากยังมีรอยฟกช้ำสีคล้ำหลง
ณ คฤหาสน์ตระกูลกู้กู้สือซวี่นั่งนิ่งเงียบอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ปลายนิ้วลูบไล้ไปมาตรงลายเซ็นชื่อ ‘เยี่ยเจาเจา’ บนหนังสือสัญญาหย่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าลายมือหมึกสีดำนั้นดูเรียบสวยอ่อนช้อย ทว่ากลับแฝงความเด็ดเดี่ยวเด็ดขาดเอาไว้อย่างชัดเจนวันที่ที่ลงกำกับไว้ คือวันที่ข่าวฉาวระหว่างเขากับซูหย่าซินแพร่สะพัดออกไปทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอหึงหวงและตามตอแยเขาไม่เลิก ก่อเรื่องวุ่นวายมากมายจนถึงขั้นพรากชีวิตเนี่ยนเอินของเขาไปทั้งหมดที่เธอทำลงไป ก็เพื่อรักษาตำแหน่งคุณนายกู้นี้ไว้ไม่ใช่หรือไง?ใบต้นอูถงนอกหน้าต่างเสียดสีกับสายลมส่งเสียงซ่า ๆ ดังเป็นจังหวะ ความรู้สึกอึดอัดหม่นหมองในอกซัดกระหน่ำเข้ามาดั่งระลอกคลื่นจู่ ๆ ในหัวของเขาก็พลันนึกถึงประโยคสุดท้ายที่เยี่ยเจาเจาพูดกับเขา ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยในวันนั้นขึ้นมา“กู้สือซวี่... ฉันไม่ได้ต้องการนายตั้งนานแล้ว”ค่ำคืนนี้ ที่เขี่ยบุหรี่บนโต๊ะทำงานมีก้นบุหรี่เพิ่มขึ้นมวนแล้วมวนเล่าทั้งที่เธอเป็นฝ่ายล่วงล้ำเข้ามาในเขตหวงห้ามของเขา เป็นคนทำร้ายคนที่เขารักและหวงแหนที่สุดจนถึงแก่ความตายแต่ทำไมในคืนนี้... เขาถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่า บางส
พูดจบ เธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะโทรหากู้สือซวี่ฉันรีบห้ามเธอไว้ “ฉันไม่อยากเจอเขา เขาไม่จำเป็นต้องรับรู้อะไรทั้งนั้น ทางที่ดี... อย่าให้เขาได้นึกถึงคนอย่างฉันขึ้นมาอีกเลยจะดีกว่า”ซ่งจินรั่วพยักหน้าเห็นด้วย “ก็จริง แยกกันอยู่ครบสองปีก็ฟ้องหย่าได้แล้ว ในเมื่อเขาชอบกินอาจมขนาดนั้น ก็ปล่อยให้เขากินสองพี่น้องตระกูลซูให้อิ่มหนำสำราญไปเลย! ตายไปคนหนึ่ง ก็ยังเหลืออีกคนไม่ใช่หรือไง!”……ด้วยเหตุนี้ ซ่งจินรั่วจึงยอมวางมือจากงานทั้งหมดเพื่อมาดูแลฉันเธอถึงขั้นไปหัดทำอาหารกับแม่บ้านที่คฤหาสน์ ทุก ๆ วันจะคอยเปลี่ยนเมนูตุ๋นซุปบำรุงสารพัดสูตรมาให้ฉันดื่มแม้ว่าการดูแลเอาใจใส่ของเธอจะช่วยให้ร่างกายของฉันฟื้นตัวได้ค่อนข้างดีแต่ปริศนา ‘การฆ่าตัวตายอย่างมีเงื่อนงำของซูเนี่ยนเอิน’ ก็ยังคงเป็นดั่งเมฆหมอกดำทะมึนที่ปกคลุมอยู่ในใจของฉันซูเนี่ยนเอินเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของซูหย่าซิน... เป็นไปได้หรือว่า เพื่อที่จะกำจัดฉัน ซูหย่าซินถึงกับยอมสังเวยชีวิตพี่สาวของตัวเองเชียวหรือ?ตกดึก หลังจากซ่งจินรั่วกลับไปแล้วฉันกำลังจะเอื้อมมือไปปิดไฟนอน ก็พลันได้ยินเสียงของกู้สือซวี่ดังขึ้นจากหน้าประตูห้อง“เธอพ







![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)