แชร์

บทที่ 10

ผู้เขียน: จิ้งซิง
“พวกท่านกล่าวถูกต้อง ข้าไม่ใช่น้องสาวของข้า และข้าก็ไม่ได้ใจดีเหมือนนาง ทุกคนที่เคยรังแกข้าและเคยเหยียดหยามข้า ข้าจะเอาคืนให้หมด”

น้ำเสียงของเวินซื่อเย็นชา นางมองชุยเส้าเจ๋อ จากนั้นก็เอ่ยคำพูดที่ชาติก่อนนางนึกเสียใจนับครั้งไม่ถ้วนที่ไม่อาจเอ่ยออกมาต่อหน้าผู้คนด้วยปากของตัวเอง...

“ชุยเส้าเจ๋อ ท่านอยากถอนหมั้นไม่ใช่หรือ? ได้ ข้าตกลง และไม่ต้องให้ท่านตกลงเงื่อนไขใด ๆ ด้วย เพียงแต่ว่าหลังจากนี้ไป ข้าเวินซื่อไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับจวนจงหย่งโหวของพวกท่านอีกต่อไปแล้ว!”

เมื่อสิ้นคำพูดของนาง ทั่วทั้งงานก็เงียบกริบ

แม้แต่ชุยเส้าเจ๋อก็อดตกตะลึงไม่ได้

ยะ....ยอมตกลงเช่นนี้เลย?

เขานึกว่าเรื่องการถอนหมั้นในวันนี้จะไม่มีทางราบรื่นเป็นอันขาด

เขานึกว่าเวินซื่อคงไม่ยินยอมง่าย ๆ

นึกว่าเวินซื่อจะตามตื๊อ จะร้องไห้โวยวาย...

ก่อนจะมาชุยเส้าเจ๋อเคยคิดถึงความเป็นไปได้มากมาย แต่สิ่งเดียวที่เขาไม่เคยคิดก็คือเวินซื่อจะยอมตกลงง่ายดายเช่นนี้จริง ๆ

ไม่สิ ก็ไม่ถือว่าง่ายดาย

นางยังตบเขาหนึ่งฉาดด้วย

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ชุยเส้าเจ๋อที่รู้สึกเสียหน้าก็ทำหน้าเคร่งขรึมทันที

เขาลูบแก้มที่แสบร้อนของตัวเอง มองเวินซื่ออย่างเย็นชาแวบหนึ่ง “เห็นว่าเจ้ายังรู้จักดูสถานการณ์ คนใจกว้างเช่นข้าจะไม่ถือสาเจ้าเรื่องฝ่ามือนี้ แต่ทางที่ดีเจ้าจำเอาไว้ว่าต่อไปหากเจ้ากล้าตามตื๊อข้า หรือว่าเล่นลูกไม้อะไรกับน้องเยวี่ยเอ๋อร์อีก ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ เป็นอันขาด!”

“ปัง!”

เสียงฟาดโต๊ะอย่างหนักหน่วงพลันดังขึ้นจากตรงตำแหน่งที่นั่งของประธานพิธี

เวินเฉวียนเซิ่งค่อย ๆ ลุกขึ้น กวาดตามองพวกเขาสองคนด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

“พูดจบหรือยัง?”

เวินซื่อหลุบตา เอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “ลูกพูดจบแล้วเจ้าค่ะ ที่เหลือท่านพ่อโปรดตัดสินใจเถิด”

นางรู้ว่าหลังจากผ่านเหตุการณ์วุ่นวายในวันนี้ ต่อให้เวินเฉวียนเซิ่งให้เกียรติหลานชายอย่างชุยเส้าเจ๋ออีกแค่ไหน ก็ไม่มีทางทำเหมือนว่าไม่มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นและเลิกแล้วต่อกันเช่นนี้

เป็นไปตามที่คาดไว้เลย วินาทีต่อมาก็ได้ยินเวินเฉวียนเซิ่งเอ่ยปาก

“ในเมื่อเจ้าคิดดีแล้ว เช่นนั้นเรื่องการหมั้นหมายนี้ก็สิ้นสุดลงเพียงแค่นี้ วันพรุ่งนี้จะคืนของหมั้นให้กัน”

เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ ไม่ว่าจะเป็นชุยเส้าเจ๋อหรือว่าเวินหย่าลี่ สองแม่ลูกคู่นี้ล้วนมีสีหน้าปีติยินดี

“แต่ว่า...”

เวินเฉวียนเซิ่งทองมองไปที่ชุยเส้าเจ๋อด้วยสายตากดดันถึงที่สุด “ถอนหมั้นได้ แต่ขอแต่งงานไม่ได้”

“ท่านลุง!”

ชุยเส้าเจ๋อร้อนใจแล้ว “แต่ข้ากับน้องเยวี่ยเอ๋อร์มีใจให้กัน ท่านไม่อาจ...”

“เหลวไหล!”

“หุบปากสุนัขของเจ้าไปเสีย!”

“เจ้าอย่าพูดให้ร้ายน้องหกนะ!”

เวลานี้ชุยเส้าเจ๋อบอกว่ามีใจให้กัน เช่นนั้นก็เป็นการยอมรับว่าเวินเยวี่ยล่อลวงคู่หมั้นพี่สาวของตนเองจริง ๆ ไม่ใช่หรือ?

พวกเวินจื่อเฉินมีปฏิกิริยาเร็วสุด ตวาดเสียงดังด้วยความโกรธเกรี้ยวขัดคำพูดของชุยเส้าเจ๋อทันที

แม้แต่เวินเยวี่ยก็อดไม่ได้ลอบด่าในใจอย่างลับ ๆ ว่า ‘โง่เง่า’

หลังจากที่ถูกตัดบท ชุยเส้าเจ๋อก็ตระหนักได้ว่าตนกล่าวผิดไปแล้ว จึงรีบหุบปาก

แต่ถ้าเกิดเขาไม่ต่อสู้เช่นนี้ แล้วเขากับน้องเยวี่ยเอ๋อร์จะทำอย่างไร?

ชุยเส้าเจ๋ออดส่งสายตาไปหามารดาของตนเองเพื่อขอความช่วยเหลือไม่ได้

เวินหย่าลี่รู้สึกปวดใจแทนบุตรชาย ทำได้เพียงเอ่ยปากพูดอึกอักอย่างระมัดระวังว่า “พี่ใหญ่ ท่านก็รู้ว่าความจริงแล้วข้าชอบเยวี่ยเอ๋อร์มากมาโดยตลอด ไม่เช่นนั้น...”

นางยังไม่ทันกล่าวจบ สายตาของเวินเฉวียนเซิ่งก็ทำให้นางหุบปากในพริบตา

“เยวี่ยเอ๋อร์ไม่เลว แต่ว่าชุยเส้าเจ๋อนับเป็นอะไรได้?”

บุตรสาวของเขาเวินเฉวียนเซิ่งต่อให้โง่งมชั่วร้ายอีกเพียงใด ก็ไม่ถึงตาให้ชุยเส้าเจ๋อมาเหยียดหยามต่อหน้าผู้คน

คำพูดที่ชุยเส้าเจ๋อกล่าวในวันนี้ดูเหมือนด่าทอแค่เวินซื่อ แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับการท้าทายบารมีของจวนเจิ้นกั๋วกงแล้ว

วันนี้คนที่เขาดูหมิ่นคือเวินซื่อ วันหน้าเกรงว่าคงจะเหยียบศีรษะของเวินเฉวียนเซิ่งแล้ว

ถอนหมั้นแล้วขอแต่งงานกับอีกคน เห็นสกุลเวินเป็นสวนหลังบ้านของเขาหรือไร?

เวินเฉวียนเซิ่งเอ่ยอย่างเฉยชาว่า “วันนี้เห็นแก่หน้าของจงหย่งโหว ข้าจะยังไม่ถือสาเอาความมากกว่านี้”

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เวินหย่าลี่ก็ไม่กล้าเอ่ยอันใดอีกทันที

เพียงแต่นางเป็นฮูหยินของจงหย่งโหวผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อถูกพี่ใหญ่หักหน้าต่อหน้าผู้คนมากมายถึงเพียงนี้ ในใจก็ตำหนิอยู่บ้างอย่างยากจะหลีกเลี่ยงได้

นางไม่กล้าตำหนิพี่ใหญ่ของตนเอง และไม่อย่าโทษบุตรชายของตนเอง ถึงอย่างไรบุตรชายแค่ไม่อยากแต่งงานกับสตรีชั่วช้าเท่านั้น เขามีความผิดอะไร?

คนที่มีความผิดคือเวินซื่อ!

ทั้งหมดต้องโทษนางแพศยาผู้นี้

น่ารังเกียจเหมือนมารดาของนางจริง ๆ!

“เอาละ เริ่มงานเลี้ยงเถิด”

แม้วันนี้จะได้เห็นเรื่องครึกครื้นใหญ่โต แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเวินเฉวียนเซิ่งผู้เป็นเจิ้นกั๋วกง ใครจะกล้าหัวเราะสกุลเวินได้จริง ๆ?

ในเมื่อเวินเฉวียนเซิ่งยังจัดงานเลี้ยงต่อได้โดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยน บรรดาแขกเหรื่อย่อมไปนั่งลงบนที่นั่งด้วยความเกรงใจ

ทว่าสุดท้ายบรรยากาศในนั้นยังคงอึดอัดเล็กน้อยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่องานเลี้ยงสิ้นสุดลง แขกทุกคนจากไปหมดแล้ว...

“มาที่ห้องหนังสือ”

เวินเฉวียนเซิ่งทิ้งคำพูดนี้ไว้ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินจากไป

เขาไม่ได้เรียกชื่อใคร แต่ไม่มีใครกล้าไม่ไป

หนึ่งเค่อต่อมา พี่น้องสกุลเวินยืนรวมกันอยู่ในห้องหนังสือของเวินเฉวียนเซิ่ง

เมื่อเห็นเวินเฉวียนเซิ่งถือพู่กันเขียนคำว่า ‘สงบ’ ลงไปหลาย ๆ ตัว ทุกคนล้วนไม่กล้าส่งเสียงอยู่ชั่วขณะ

บรรยากาศภายในห้องหนังสือเงียบสนิทอย่างยิ่ง

“เวินซื่อ”

เวินซื่อไม่รู้สึกแปลกใจเลยที่ตนเองถูกเรียกชื่อเป็นคนแรก

นางก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าวด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “ท่านพ่อ”

“เจ้ารู้ความผิดหรือไม่?”

เวินเฉวียนเวินโยนพู่กันลงบนโต๊ะ คราบหมึกหยดลงมาเปื้อนตัวอักษรคำว่า ‘สงบ’ นั้น

เป็นคำพูดประโยคนี้อีกแล้ว

เวินซื่อรู้สึกเหมือนหัวใจหนาวเหน็บ

นางหลุบตาเอ่ยอย่างเฉยชาว่า “เจ้าค่ะ ลูกผิดไปแล้ว”

เวินเฉวียนเซิ่งไม่ใช่เวินฉางอวิ้น

ท่านเจิ้นกั๋วกงที่มีอำนาจสูงส่งมาหลายปีผู้นี้ไม่สนใจว่าเจ้าจะได้รับความคับข้องใจอะไรหรือไม่

ขอเพียงทำให้สกุลเวินอับอายขายหน้า ไม่ว่าเป็นผู้ใดก็มีความผิด

อ่อไม่สิ ยกเว้นเวินเยวี่ยที่เป็นไข่มุกในมือของเขานะ

ชาติที่แล้ว ต่อให้เวินเยวี่ยก่อความวุ่นวายข้างนอกมากมายเพียงใด เขาก็จะช่วยสะสางให้นาง ถึงขนาดที่งอเข่าโน้มตัวเอ่ยกับเวินเยวี่ยด้วยน้ำเสียงที่เวินซื่อไม่เคยได้ยินมาก่อนว่า...

“เจ้าเป็นบุตรสาวของเวินเฉวียนเซิ่ง ใครก็รังแกเจ้าไม่ได้”

ครั้งหนึ่งในอดีตเมื่อนางได้ยินคำพูดนี้ นางอยากบอกเวินเฉวียนเซิ่งมากว่าตนเองก็เป็นบุตรสาวของเขาเช่นกัน เหตุใดเมื่อนางถูกรังแก เขากลับไม่สนไยดีเลย?

หรือว่าเวินเยวี่ยเป็นบุตรสาวของเขา ส่วนนางไม่นับหรือ?

เวินซื่อที่ย้อนนึกถึงตอนนั้นก็หลับตาลง กำหมัดแน่น ใช้ความเจ็บปวดทำให้ตนเองกลับมามีสติแจ่มชัด

“วันนี้ลูกถูกถอนหมั้นต่อหน้าผู้คน ทำให้สกุลเวินอับอายขายหน้า และยังตบหน้าซื่อจื่อของจวนจงหย่งโหวอย่างไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำอีก จนทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูลอาจได้รับผลกระทบเพราะเหตุนี้ได้”

เวินซื่อกล่าวพลางคุกเข่าลงดัง ‘ตุบ’ โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ก่อนจะเอ่ยปากด้วยใบหน้าเย็นชาว่า “ดังนั้นท่านพ่อไม่จำเป็นต้องลำบากใจ ลูกขอรับโทษตามกฎตระกูลเฆี่ยนห้าสิบที ใช้บทลงโทษนี้มาไถ่โทษ ขอท่านพ่อโปรดช่วยทำให้สมหวังด้วย”

“เฆี่ยนห้าสิบที?”

“เวินซื่อ เจ้าจะฆ่าตนเองหรือไร?!”

ทุกคนในห้องหนังสือพากันตกใจ

เวินจื่อเฉินที่เดิมทียังไม่กล้าส่งเสียงก็ตกตะลึงจนเผลอส่งเสียงดัง
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (9)
goodnovel comment avatar
เจ้าสำราญ พัทยา
สนุกดีน่าติดตาม
goodnovel comment avatar
Duangchan Horthong
สนุกอยากอ่านตอนต่อไป
goodnovel comment avatar
นาวี อมฤกษ์
เราโง้ขนาดนี้
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1343

    “เยวี่ยโหรว ไม่ต้องลังเลอีกแล้ว ครั้งนี้ เจ้าไปเถิด”เขาไม่ได้เอ่ยถึงตนเองเพราะไม่ว่าจะพูดอย่างไร คนผู้นั้นก็คือบิดาของเขาไป๋เยวี่ยโหรวเม้มริมฝีปาก มองเขาด้วยสายตาซับซ้อน “ปาถูเอ่อร์...”นางเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ปาถูเอ่อร์กลับขัดจังหวะนางก่อนที่จะได้อ้าปาก เขาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงกำชับด้วยความห่วงใยประโยคหนึ่ง “ระวังตัวด้วย ดูแลตัวเองให้ดี”จนกระทั่งชั่วขณะนี้เอง ไป๋เยวี่ยโหรวจึงได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในที่สุดถูกพิษ ถูกบงการ ถูกตามล่า...ความแค้นทั้งหลายนี้ ได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเสินอ๋องผู้เฒ่าและปาหย่า รวมถึงปาเก๋อหลู่ ล้วนกลายเป็นความแค้นที่ต้องตายกันไปข้างหนึ่งพวกเขาไม่เพียงคิดร้ายต่อนาง แม้แต่ปาถูเอ่อร์เองก็ต้องเผชิญกับอันตรายมาไม่น้อยวันที่พวกเขาได้พบกับหลานซื่อและพวกเป็นครั้งแรก ไม่ใช่ว่ากำลังถูกปาเก๋อหลู่พาคนตามไล่ล่าอยู่หรอกหรือ?ยามปกติก็ทำเป็นเสแสร้ง ลับหลังก็ลอบวางแผนประทุษร้ายปาถูเอ่อร์ผู้เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดอย่างไม่ลดละเสินอ๋องผู้เฒ่าอาจจะไม่เคยลงมือเอง แต่การนิ่งเฉยและลำเอียงของเขา แท้จริงแล้วก็คือการทำร้ายบุตรชายในไส้ของตนเองรูปแบบ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1342

    หลังจากหลานซื่อปล่อยเลือดจนเต็มชามใหญ่ต่อหน้าแล้ว เสินอ๋องผู้เฒ่าและพวกถึงได้ปล่อยให้นางกลับไปยังกระโจมก่อนตอนที่เดินจากมา ใบหน้าของนางขาวซีด มือซ้ายกุมเป่ยเฉินหยวนไว้แน่น มือขวาจูงเล่อถงหลวม ๆไป๋เยวี่ยโหรวและปาถูเอ่อร์เดินตามหลังนางมาด้วยกันเมื่อกลับถึงกระโจมที่พักของตน หลานซื่อก็เดินโซเซ เกือบจะล้มพับลงกับพื้นแต่ในวินาทีถัดมา มือใหญ่ข้างหนึ่งก็เข้ามาประคองนางไว้ได้ทันท่วงที โอบกอดนางเข้าสู่อ้อมอกในทันใดอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นนี้ทำให้นางที่สูญเสียเลือดมากเกินไป จนแขนขาเริ่มเย็นเฉียบค่อย ๆ อบอุ่นขึ้นเล็กน้อยแต่ผู้ที่โอบกอดนางอยู่นั้นกลับมีสีหน้าเย็นชาจนน่ากลัวเป่ยเฉินหยวนสีหน้าเย็นชา แต่การเคลื่อนไหวของมือนั้นกลับเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ขณะวางหลานซื่อลงพักผ่อนบนตั่ง“ภารกิจในค่ำคืนนี้ไม่อนุญาตให้ท่านเข้าร่วม”เป่ยเฉินหยวนเอ่ยคำพูดนี้ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แฝงด้วยความโกรธเกรี้ยวเห็นได้ชัดว่ากำลังโกรธเคืองหลานซื่อที่ยืนกรานจะใช้วิธีทำร้ายตนเองเพื่อคลี่คลายเรื่องนี้เมื่อหลานซื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาที่เดิมทีจวนจะปิดลงเพื่อพักผ่อนได้เบิกโพลงขึ้นมาทันควันนางมองบุรุษที่ยืนอยู่ข

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1341

    นางก้มหน้ามองมือที่ขาดสะบั้นบนพื้น เปลือกตาที่หลุบลงบดบังไฟโทสะอันพลุ่งพล่านและความเคียดแค้นอันไร้ที่สิ้นสุดในดวงตาของนางนางหญิงชั้นต่ำสมควรตาย!แค้นนี้ นางจะต้องให้นางผู้นั้นชดใช้คืนเป็นร้อยเท่าแน่นอน!“เอาล่ะ พาองค์หญิงไปทำแผล”เสินอ๋องผู้เฒ่าออกคำสั่งสือเซี่ยวรุดขึ้นไปด้านหน้าทันที มือหนึ่งประคองปาหย่า อีกมือหนึ่งกำลังจะไปหยิบมือที่ขาดบนพื้น ในชั่วพริบตานั้นปลายดาบที่แผ่ไอเย็นเยียบก็เฉียดผ่านลำคอของเขาไป ปักมือข้างที่ขาดนั้นไว้กับพื้นสือเซี่ยวสะดุ้งโหยง พลางเงยหน้าขึ้นมองเห็นเพียงองครักษ์ข้างกายธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งต้าหมิงกำลังโน้มมองลงมาที่เขาด้วยสายตาเย็นชา ราวกับกำลังมองคนตายก็ไม่ปาน“เจ้า...”“ยังมัวเหม่ออะไรอยู่เล่า พาองค์หญิงออกไป!”สือเซี่ยวกำลังคิดจะดุด่าเป่ยเฉินหยวน เสียงของเสินอ๋องผู้เฒ่าก็ดังขึ้นตัดบทเขาในทันทีภายในใจของสือเซี่ยวสั่นสะท้านเห็นทีมือข้างนี้ขององค์หญิงคงเอาไปไหนไม่ได้แล้วเขาทำได้เพียงกัดฟัน ตัดใจจากมือที่ขาดบนพื้น แล้วประคองปาหย่าออกไปอย่างระมัดระวังหลังจากพวกเขาเดินออกไป ไม่รอให้หลานซื่อพูดอะไร ไป๋เยวี่ยโหรวก็ผุดลุกขึ้นแล้วเดินไปหาเด็กน

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1340

    ปาหย่าคิดไม่ถึงว่า ตนเองพยายามเอาอกเอาใจเสด็จพ่อถึงเพียงนี้แล้วท้ายที่สุด เสด็จพ่อกลับไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะต่อสู้เพื่อนางแม้แต่น้อย ตอบรับเงื่อนไขของสตรีผู้นั้นทันที!นั่นคือมือของนาง!หากต้องเสียมือไปข้างหนึ่ง แล้ววันหลังนางจะไปช่วงชิงตำแหน่งผู้สืบทอดได้อย่างไร?!แม้ก่อนหน้านี้ปาเก๋อหลู่จะถูกกรีดจนตาบอด แต่ดวงตายังเปลี่ยนได้ แต่มือที่ขาดไปนั้นไม่อาจต่อคืนได้อีก!เวลานี้ปาหย่ายังไม่ล่วงรู้สิ่งที่เสินอ๋องผู้เฒ่าได้วางแผนไว้ให้ตนเองแล้วนางรู้สึกเพียงว่าหัวใจเย็นเฉียบถึงขีดสุด สายตาที่มองไปยังเสด็จพ่อของตนเริ่มเจือไปด้วยแววอาฆาตแค้นโดยไม่รู้ตัวเสินอ๋องผู้เฒ่าคล้ายจะสัมผัสได้ถึงบางอย่าง แต่ทันทีที่หันมา ปาหย่าก็เบือนหน้าหนีไปเสียแล้วนางกัดริมฝีปากล่างแน่น ฝืนกลืนความโกรธแค้นและความพยาบาทลงไปในเมื่อเสด็จพ่อปฏิบัติต่อนางเช่นนี้ ก็อย่ามาตำหนิว่าบุตรสาวอย่างนางไร้น้ำใจ!ปาเก๋อหลู่ที่อยู่ข้าง ๆ มองเห็นทุกอย่างนี้เช่นกันหากจะพูดว่าก่อนหน้านี้เขายังคงสงสัยในคำพูดของปาหย่าที่ว่า เสด็จพ่อเริ่มจะผิดหวังในตัวนางแล้วเช่นกันเช่นนั้นการตัดสินใจเลือกของเสด็จพ่อในตอนนี้ก็ทำให้เขาหมดคว

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1339

    นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ สายตาเริ่มจากจับจ้องเวินเฉวียนเซิ่งด้วยเจตนาที่ค่อนข้างร้ายในขณะที่เวินเฉวียนเซิ่งเกือบจะคิดไปว่า บุตรสาวเนรคุณผู้นี้คิดจะฉวยโอกาสเอาชีวิตของเขา สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นระแวดระวังถึงขีดสุดนั้น หลานซื่อก็ยิ้มเยาะเบา ๆ ทีหนึ่ง แล้วจึงละสายตาไปนางมองไปยังเอ้อถานหลัวที่กำลังหลับตาพักผ่อน พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ต้องการให้เอ้อถานหลัวไต้ซือช่วยอะไรข้าบางอย่าง”เมื่อได้ยินหลานซื่อเอ่ยถึงตนเองอย่างกะทันหัน เอ้อถานหลัวจึงลืมตาขึ้นมองนางเพียงแต่รู้สึกอยู่เสมอว่าการที่หลานซื่อลากเขาเข้ามาเกี่ยวข้องในเงื่อนไขข้อที่สามนี้ อาจจะแฝงด้วยเจตนาที่ไม่ดีนักดังนั้นเขาจึงอ้าปากเตรียมจะปฏิเสธ “อาตมาไม่มีความสามารถอะไร คงไม่อาจช่วยธิดาศักดิ์สิทธิ์ได้”ฟังดูเถิด หลวงจีนชั่วนี่ลืมตาขึ้นมาก็โป้ปดแล้ว ยังกล้าเรียกตัวเองว่าพระสงฆ์อยู่อีกหรือ?แต่ตนเองก็ต้องอาบัติอยู่บ่อยครั้ง เมื่อเทียบกับหลวงจีนชั่วผู้นี้แล้วก็นับว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกันจริง ๆหลานซื่อท่องอมิตตาพุทธในใจเพื่อสำนึกผิดอีกครา ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เอ้อถานหลัวไต้ซือโปรดวางใจ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพียงอยากจะขอยืมโลง

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1338

    “หากองค์หญิงปาหย่าสนใจคนข้างกายข้าถึงเพียงนี้จริง ๆ วันหลังแม่ชีค่อยจัดให้พวกท่าน ‘พูดคุยกันให้มาก ๆ’ เพียงแต่ตอนนี้คงจะไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดเรื่องเหล่านี้กระมัง?”หลานซื่อปรายตาขึ้นมอง พลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิมคล้ายกับว่าไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่ปาหย่าเปิดเผยว่าข้างกายนางยังมีผู้ใต้บัญชาที่เก่งกาจอีกคนหนึ่งแม้แต่น้อยนางมองข้ามปาหย่าไป สายตาทอดมองไปยังเสินอ๋องผู้เฒ่า “หรือจะบอกว่า คนที่ค่อนข้างสนใจเรื่องนี้ไม่ใช่องค์หญิงปาหย่า แต่เป็นเสินอ๋องหรอกหรือ?”เสินอ๋องผู้เฒ่าต้องสนใจอยู่แล้วแต่เมื่อเทียบกับเรื่องที่สำคัญตรงหน้านี้ ก็เป็นความสนใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ธิดาศักดิ์สิทธิ์พูดเล่นเสียแล้ว เรากลับเข้าประเด็นหลัก หารือเรื่องการสลายพิษกันต่อเถอะ”เขายกคำพูดก่อนหน้าของหลานซื่อขึ้นมา “ก่อนหน้านี้ธิดาศักดิ์สิทธิ์บอกว่ามีเงื่อนไขทั้งหมดสามข้อ นี่เพิ่งจะพูดไปเพียงข้อเดียว ทำไมไม่บอกอีกสองข้อที่เหลือออกมาเสียเลย พวกเราจะได้เอามาพิจารณาให้ดี”หลานซื่อยิ้มเล็กน้อย นางพยักหน้าเห็นพ้องด้วย “ก็ได้”“เงื่อนไขข้อที่สอง ข้าต้องการเด็กคนนี้”ทันทีที่คำพูดนี้เอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status