Compartilhar

บทที่ 10

Autor: จิ้งซิง
“พวกท่านกล่าวถูกต้อง ข้าไม่ใช่น้องสาวของข้า และข้าก็ไม่ได้ใจดีเหมือนนาง ทุกคนที่เคยรังแกข้าและเคยเหยียดหยามข้า ข้าจะเอาคืนให้หมด”

น้ำเสียงของเวินซื่อเย็นชา นางมองชุยเส้าเจ๋อ จากนั้นก็เอ่ยคำพูดที่ชาติก่อนนางนึกเสียใจนับครั้งไม่ถ้วนที่ไม่อาจเอ่ยออกมาต่อหน้าผู้คนด้วยปากของตัวเอง...

“ชุยเส้าเจ๋อ ท่านอยากถอนหมั้นไม่ใช่หรือ? ได้ ข้าตกลง และไม่ต้องให้ท่านตกลงเงื่อนไขใด ๆ ด้วย เพียงแต่ว่าหลังจากนี้ไป ข้าเวินซื่อไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับจวนจงหย่งโหวของพวกท่านอีกต่อไปแล้ว!”

เมื่อสิ้นคำพูดของนาง ทั่วทั้งงานก็เงียบกริบ

แม้แต่ชุยเส้าเจ๋อก็อดตกตะลึงไม่ได้

ยะ....ยอมตกลงเช่นนี้เลย?

เขานึกว่าเรื่องการถอนหมั้นในวันนี้จะไม่มีทางราบรื่นเป็นอันขาด

เขานึกว่าเวินซื่อคงไม่ยินยอมง่าย ๆ

นึกว่าเวินซื่อจะตามตื๊อ จะร้องไห้โวยวาย...

ก่อนจะมาชุยเส้าเจ๋อเคยคิดถึงความเป็นไปได้มากมาย แต่สิ่งเดียวที่เขาไม่เคยคิดก็คือเวินซื่อจะยอมตกลงง่ายดายเช่นนี้จริง ๆ

ไม่สิ ก็ไม่ถือว่าง่ายดาย

นางยังตบเขาหนึ่งฉาดด้วย

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ชุยเส้าเจ๋อที่รู้สึกเสียหน้าก็ทำหน้าเคร่งขรึมทันที

เขาลูบแก้มที่แสบร้อนของตัวเอง มองเวินซื่ออย่างเย็นชาแวบหนึ่ง “เห็นว่าเจ้ายังรู้จักดูสถานการณ์ คนใจกว้างเช่นข้าจะไม่ถือสาเจ้าเรื่องฝ่ามือนี้ แต่ทางที่ดีเจ้าจำเอาไว้ว่าต่อไปหากเจ้ากล้าตามตื๊อข้า หรือว่าเล่นลูกไม้อะไรกับน้องเยวี่ยเอ๋อร์อีก ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ เป็นอันขาด!”

“ปัง!”

เสียงฟาดโต๊ะอย่างหนักหน่วงพลันดังขึ้นจากตรงตำแหน่งที่นั่งของประธานพิธี

เวินเฉวียนเซิ่งค่อย ๆ ลุกขึ้น กวาดตามองพวกเขาสองคนด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

“พูดจบหรือยัง?”

เวินซื่อหลุบตา เอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “ลูกพูดจบแล้วเจ้าค่ะ ที่เหลือท่านพ่อโปรดตัดสินใจเถิด”

นางรู้ว่าหลังจากผ่านเหตุการณ์วุ่นวายในวันนี้ ต่อให้เวินเฉวียนเซิ่งให้เกียรติหลานชายอย่างชุยเส้าเจ๋ออีกแค่ไหน ก็ไม่มีทางทำเหมือนว่าไม่มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นและเลิกแล้วต่อกันเช่นนี้

เป็นไปตามที่คาดไว้เลย วินาทีต่อมาก็ได้ยินเวินเฉวียนเซิ่งเอ่ยปาก

“ในเมื่อเจ้าคิดดีแล้ว เช่นนั้นเรื่องการหมั้นหมายนี้ก็สิ้นสุดลงเพียงแค่นี้ วันพรุ่งนี้จะคืนของหมั้นให้กัน”

เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ ไม่ว่าจะเป็นชุยเส้าเจ๋อหรือว่าเวินหย่าลี่ สองแม่ลูกคู่นี้ล้วนมีสีหน้าปีติยินดี

“แต่ว่า...”

เวินเฉวียนเซิ่งทองมองไปที่ชุยเส้าเจ๋อด้วยสายตากดดันถึงที่สุด “ถอนหมั้นได้ แต่ขอแต่งงานไม่ได้”

“ท่านลุง!”

ชุยเส้าเจ๋อร้อนใจแล้ว “แต่ข้ากับน้องเยวี่ยเอ๋อร์มีใจให้กัน ท่านไม่อาจ...”

“เหลวไหล!”

“หุบปากสุนัขของเจ้าไปเสีย!”

“เจ้าอย่าพูดให้ร้ายน้องหกนะ!”

เวลานี้ชุยเส้าเจ๋อบอกว่ามีใจให้กัน เช่นนั้นก็เป็นการยอมรับว่าเวินเยวี่ยล่อลวงคู่หมั้นพี่สาวของตนเองจริง ๆ ไม่ใช่หรือ?

พวกเวินจื่อเฉินมีปฏิกิริยาเร็วสุด ตวาดเสียงดังด้วยความโกรธเกรี้ยวขัดคำพูดของชุยเส้าเจ๋อทันที

แม้แต่เวินเยวี่ยก็อดไม่ได้ลอบด่าในใจอย่างลับ ๆ ว่า ‘โง่เง่า’

หลังจากที่ถูกตัดบท ชุยเส้าเจ๋อก็ตระหนักได้ว่าตนกล่าวผิดไปแล้ว จึงรีบหุบปาก

แต่ถ้าเกิดเขาไม่ต่อสู้เช่นนี้ แล้วเขากับน้องเยวี่ยเอ๋อร์จะทำอย่างไร?

ชุยเส้าเจ๋ออดส่งสายตาไปหามารดาของตนเองเพื่อขอความช่วยเหลือไม่ได้

เวินหย่าลี่รู้สึกปวดใจแทนบุตรชาย ทำได้เพียงเอ่ยปากพูดอึกอักอย่างระมัดระวังว่า “พี่ใหญ่ ท่านก็รู้ว่าความจริงแล้วข้าชอบเยวี่ยเอ๋อร์มากมาโดยตลอด ไม่เช่นนั้น...”

นางยังไม่ทันกล่าวจบ สายตาของเวินเฉวียนเซิ่งก็ทำให้นางหุบปากในพริบตา

“เยวี่ยเอ๋อร์ไม่เลว แต่ว่าชุยเส้าเจ๋อนับเป็นอะไรได้?”

บุตรสาวของเขาเวินเฉวียนเซิ่งต่อให้โง่งมชั่วร้ายอีกเพียงใด ก็ไม่ถึงตาให้ชุยเส้าเจ๋อมาเหยียดหยามต่อหน้าผู้คน

คำพูดที่ชุยเส้าเจ๋อกล่าวในวันนี้ดูเหมือนด่าทอแค่เวินซื่อ แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับการท้าทายบารมีของจวนเจิ้นกั๋วกงแล้ว

วันนี้คนที่เขาดูหมิ่นคือเวินซื่อ วันหน้าเกรงว่าคงจะเหยียบศีรษะของเวินเฉวียนเซิ่งแล้ว

ถอนหมั้นแล้วขอแต่งงานกับอีกคน เห็นสกุลเวินเป็นสวนหลังบ้านของเขาหรือไร?

เวินเฉวียนเซิ่งเอ่ยอย่างเฉยชาว่า “วันนี้เห็นแก่หน้าของจงหย่งโหว ข้าจะยังไม่ถือสาเอาความมากกว่านี้”

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เวินหย่าลี่ก็ไม่กล้าเอ่ยอันใดอีกทันที

เพียงแต่นางเป็นฮูหยินของจงหย่งโหวผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อถูกพี่ใหญ่หักหน้าต่อหน้าผู้คนมากมายถึงเพียงนี้ ในใจก็ตำหนิอยู่บ้างอย่างยากจะหลีกเลี่ยงได้

นางไม่กล้าตำหนิพี่ใหญ่ของตนเอง และไม่อย่าโทษบุตรชายของตนเอง ถึงอย่างไรบุตรชายแค่ไม่อยากแต่งงานกับสตรีชั่วช้าเท่านั้น เขามีความผิดอะไร?

คนที่มีความผิดคือเวินซื่อ!

ทั้งหมดต้องโทษนางแพศยาผู้นี้

น่ารังเกียจเหมือนมารดาของนางจริง ๆ!

“เอาละ เริ่มงานเลี้ยงเถิด”

แม้วันนี้จะได้เห็นเรื่องครึกครื้นใหญ่โต แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเวินเฉวียนเซิ่งผู้เป็นเจิ้นกั๋วกง ใครจะกล้าหัวเราะสกุลเวินได้จริง ๆ?

ในเมื่อเวินเฉวียนเซิ่งยังจัดงานเลี้ยงต่อได้โดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยน บรรดาแขกเหรื่อย่อมไปนั่งลงบนที่นั่งด้วยความเกรงใจ

ทว่าสุดท้ายบรรยากาศในนั้นยังคงอึดอัดเล็กน้อยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่องานเลี้ยงสิ้นสุดลง แขกทุกคนจากไปหมดแล้ว...

“มาที่ห้องหนังสือ”

เวินเฉวียนเซิ่งทิ้งคำพูดนี้ไว้ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินจากไป

เขาไม่ได้เรียกชื่อใคร แต่ไม่มีใครกล้าไม่ไป

หนึ่งเค่อต่อมา พี่น้องสกุลเวินยืนรวมกันอยู่ในห้องหนังสือของเวินเฉวียนเซิ่ง

เมื่อเห็นเวินเฉวียนเซิ่งถือพู่กันเขียนคำว่า ‘สงบ’ ลงไปหลาย ๆ ตัว ทุกคนล้วนไม่กล้าส่งเสียงอยู่ชั่วขณะ

บรรยากาศภายในห้องหนังสือเงียบสนิทอย่างยิ่ง

“เวินซื่อ”

เวินซื่อไม่รู้สึกแปลกใจเลยที่ตนเองถูกเรียกชื่อเป็นคนแรก

นางก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าวด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “ท่านพ่อ”

“เจ้ารู้ความผิดหรือไม่?”

เวินเฉวียนเวินโยนพู่กันลงบนโต๊ะ คราบหมึกหยดลงมาเปื้อนตัวอักษรคำว่า ‘สงบ’ นั้น

เป็นคำพูดประโยคนี้อีกแล้ว

เวินซื่อรู้สึกเหมือนหัวใจหนาวเหน็บ

นางหลุบตาเอ่ยอย่างเฉยชาว่า “เจ้าค่ะ ลูกผิดไปแล้ว”

เวินเฉวียนเซิ่งไม่ใช่เวินฉางอวิ้น

ท่านเจิ้นกั๋วกงที่มีอำนาจสูงส่งมาหลายปีผู้นี้ไม่สนใจว่าเจ้าจะได้รับความคับข้องใจอะไรหรือไม่

ขอเพียงทำให้สกุลเวินอับอายขายหน้า ไม่ว่าเป็นผู้ใดก็มีความผิด

อ่อไม่สิ ยกเว้นเวินเยวี่ยที่เป็นไข่มุกในมือของเขานะ

ชาติที่แล้ว ต่อให้เวินเยวี่ยก่อความวุ่นวายข้างนอกมากมายเพียงใด เขาก็จะช่วยสะสางให้นาง ถึงขนาดที่งอเข่าโน้มตัวเอ่ยกับเวินเยวี่ยด้วยน้ำเสียงที่เวินซื่อไม่เคยได้ยินมาก่อนว่า...

“เจ้าเป็นบุตรสาวของเวินเฉวียนเซิ่ง ใครก็รังแกเจ้าไม่ได้”

ครั้งหนึ่งในอดีตเมื่อนางได้ยินคำพูดนี้ นางอยากบอกเวินเฉวียนเซิ่งมากว่าตนเองก็เป็นบุตรสาวของเขาเช่นกัน เหตุใดเมื่อนางถูกรังแก เขากลับไม่สนไยดีเลย?

หรือว่าเวินเยวี่ยเป็นบุตรสาวของเขา ส่วนนางไม่นับหรือ?

เวินซื่อที่ย้อนนึกถึงตอนนั้นก็หลับตาลง กำหมัดแน่น ใช้ความเจ็บปวดทำให้ตนเองกลับมามีสติแจ่มชัด

“วันนี้ลูกถูกถอนหมั้นต่อหน้าผู้คน ทำให้สกุลเวินอับอายขายหน้า และยังตบหน้าซื่อจื่อของจวนจงหย่งโหวอย่างไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำอีก จนทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูลอาจได้รับผลกระทบเพราะเหตุนี้ได้”

เวินซื่อกล่าวพลางคุกเข่าลงดัง ‘ตุบ’ โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ก่อนจะเอ่ยปากด้วยใบหน้าเย็นชาว่า “ดังนั้นท่านพ่อไม่จำเป็นต้องลำบากใจ ลูกขอรับโทษตามกฎตระกูลเฆี่ยนห้าสิบที ใช้บทลงโทษนี้มาไถ่โทษ ขอท่านพ่อโปรดช่วยทำให้สมหวังด้วย”

“เฆี่ยนห้าสิบที?”

“เวินซื่อ เจ้าจะฆ่าตนเองหรือไร?!”

ทุกคนในห้องหนังสือพากันตกใจ

เวินจื่อเฉินที่เดิมทียังไม่กล้าส่งเสียงก็ตกตะลึงจนเผลอส่งเสียงดัง
Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App
Comentários (9)
goodnovel comment avatar
เจ้าสำราญ พัทยา
สนุกดีน่าติดตาม
goodnovel comment avatar
Duangchan Horthong
สนุกอยากอ่านตอนต่อไป
goodnovel comment avatar
นาวี อมฤกษ์
เราโง้ขนาดนี้
VER TODOS OS COMENTÁRIOS

Último capítulo

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1413

    อวิ่นซิงกำลังนำทุกอย่างที่แมลงพิษด้านนอกสังเกตเห็น ถ่ายทอดให้หลานซื่อฟังอย่างไม่ตกหล่นหลานซื่อรับฟังไปพลาง โยนสมุนไพรต้นสุดท้ายลงในหม้อไปพลาง “นักพรตกู่จัดการได้ไม่เลว ถือว่ายังรู้จักหนักเบา ไม่ได้ทำให้ผู้คนถึงตาย เจียวชิงจูผู้นั้นก็ไม่ธรรมดา ปล่อยให้นางไปต่อกรกับนายน้อยเผ่าร้อยอสูรผู้นั้นก่อนสักตั้งเถิด”ที่นางพูดเช่นนี้ เป็นเพราะในสายตาของนาง เจียวชิงจูกับหลิงอวิ๋นไม่น่าจะไม่ใช่พวกเดียวกันผู้หนึ่งคือนายน้อยเผ่า ผู้หนึ่งคือบุตรีผู้อาวุโส ต่างมีเจตนาแอบแฝงแม้ทั้งหมดเป็นคนของเผ่าร้อยอสูร แต่ที่ใดมีผู้คนก็ย่อมมีการต่อสู้เห็นได้ชัดว่าสองคนนี้ก็เป็นเช่นนั้นมิเช่นนั้นหลังจากที่มหาปุโรหิตของพวกเขามีคำสั่งชัดเจนว่าห้ามมารบกวนที่นี่ จะไม่แอบมาหานางลับหลังผู้อื่นเช่นนี้อีกหลานซื่อไม่อยากออกหน้า ก็เป็นเพราะนางคร้านที่จะเข้าไปพัวพันกับเรื่องราวการต่อสู้ภายในของเผ่าร้อยอสูรแม้ว่าตอนนี้นางจะถูกเพ่งเล็งแล้ว ไม่อยากเข้าไปพัวพันก็เป็นไปไม่ได้อีกแต่การให้นักพรตกู่จัดการ หรือให้ฉีเซิงผู้เป็นมหาปุโรหิตของพวกเขาจัดการเอง อย่างไรเสียก็ย่อมแตกต่างจากการที่นางออกหน้าเองนอกจากนี้ยังมีอีกประ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1412

    “แม่นางชิงจูกระมัง ธิดาศักดิ์สิทธิ์ของเรายังคงปิดด่านรักษาสัตว์อสูรอยู่ หากยังไม่ถึงเวลา ก็จะไม่ออกมา และจะไม่พบใครทั้งสิ้น ขอให้ทุกท่านจงกลับไปเถิด”นางผู้นี้ก้าวเข้ามาอย่างเกรงอกเกรงใจ บอกฐานะของตนเองแก่นักพรตกู่ขึ้นมาก่อนเจียวชิงจู บุตรีของผู้อาวุโสแห่งเผ่าร้อยอสูรเนื่องจากสัตว์อสูรกำลังรับการรักษาอยู่กับหลานซื่อ นางรู้สึกได้ว่าดูเหมือนจะหายดีแล้ว ดังนั้นจึงอยากมาเยี่ยมสัตว์อสูร และต้องการมาขอบคุณหลานซื่อต่อหน้าสักครั้งแต่นักพรตกู่ยังคงขัดขวางนางเอาไว้โดยไร้การยกเว้นเห็นแก่ที่นางดูมีมารยาทกว่าคนก่อนหน้านี้ แม้ภายในใจนักพรตกู่จะรำคาญยิ่งนัก แต่ก็ยังผ่อนปรนท่าทีลง ไม่ได้ลงมือ เพียงใช้น้ำเสียงราบเรียบปฏิเสธนางไป“อย่างนั้นหรือ? แล้วไม่ทราบว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์จะออกจากด่านเมื่อไหร่?”เจียวชิงจูไม่ได้ดึงดันจะบุกเข้าไปเหมือนหลิงอวิ๋นหลังจากได้ยินนักพรตกู่ปฏิเสธนาง นางก็ทำหน้าเสียดาย ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นโดยลดความต้องการลงนักพรตกู่กล่าวเพียงว่า “ธิดาศักดิ์สิทธิ์จำเป็นต้องปิดด่านสามวัน วันนี้คือวันที่สอง”เจียวชิงจูย่อมรู้เรื่องที่หลานซื่อต้องปิดด่านสามวันอยู่แล้ว ดังนั้นที่นางถาม

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1411

    “จริงสิ ข้าเห็นแก่หน้าของท่าน ถึงไม่ได้ลงมือสังหารพวกเขาให้ตายทันที ยังพอเหลือช่องทางให้พวกเขาอยู่บ้าง เวลาสามวัน ตราบใดที่พวกท่านสามารถหาวิธีถอนพิษให้พวกเขาได้ภายในเวลาสามวัน ย่อมไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว”นักพรตกู่เอ่ยถ้อยคำนี้อย่างง่ายดายแต่สิ่งที่คนเหล่านั้นโดนเข้าไปคือพิษร้าย!มองดูใบหน้าที่เขียวคล้ำของแต่ละคนนั้น ไม่ต้องคาดเดาฉีเซิงก็รู้ว่า สิ่งที่เรียกว่ายาถอนพิษนี้ไม่อาจมีวิธีอื่นใดอีก หนทางช่วยชีวิตเพียงหนึ่งเดียวล้วนอยู่ในกำมือของตาเฒ่าผู้นี้น่าเสียดาย ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดจะเอามันออกมาฉีเซิงเหลือบมองนักพรตกู่ปราดหนึ่ง นักพรตกู่ประสานสายตาที่ท้าทายยิ่งนักกับเขา “แน่นอน หากมหาปุโรหิตฉีอยากจะเป็นเหมือนพวกเขา อยากจะลองแย่งชิงดูสักตั้งล่ะก็ ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะเล่นสนุกกับมหาปุโรหิตฉี”ตะขาบพิษร้ายหวนกลับมาอยู่แทบเท้านักพรตกู่ในทันที แล้วหันไปทางฉีเซิงพร้อมชูตัวขึ้นครึ่งร่าง ส่งเสียงเตือนเป็นการข่มขู่ฉีเซิงไม่มีทางลงไม้ลงมือกับเขาอยู่แล้วเมื่อครู่นายน้อยเผ่าเพิ่งจะล่วงเกินคนผู้นี้ไป ตาเฒ่าผู้นี้มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนใจแคบยิ่งนัก หากไปล่วงเกินเขาเข้าอีก แล้วคนในเ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1410

    เรื่องอับอายในบ้านไม่ควรแพร่งพรายสู่ภายนอกยิ่งไปกว่านั้น หลิงอวิ๋นยังเป็นถึงนายน้อยของเผ่าร้อยอสูรเขาไม่ต้องการศักดิ์ศรี แต่เผ่าร้อยอสูรยังต้องรักษาศักดิ์ศรีเอาไว้ฉีเซิงกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมาให้หลิงอวิ๋นได้ส่วนหนึ่ง แต่หลิงอวิ๋นกลับไม่คิดจะขอบคุณเขาเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังรู้สึกว่าเขาเกะกะขวางหูขวางตาเสียอีกไอ้สุนัขรับใช้ได้กลิ่นมาไวถึงเพียงนี้เชียวหรือเวลานี้ภายในใจของหลิงอวิ๋นหงุดหงิดถึงขีดสุด เป็นเพราะตาแก่บัดซบผู้นี้ และเป็นเพราะท่าทีเสแสร้งของฉีเซิงด้วยเขาพ่นลมหายใจเย็นชาทีหนึ่ง ไม่สนใจทางลงที่ฉีเซิงมอบให้เลยแม้แต่น้อยเมื่อรู้ว่าเรื่องของวันนี้ไม่มีโอกาสเหลือแล้ว หลิงอวิ๋นจึงไม่อ้อมค้อม เพียงมองไปยังผู้ใต้บัญชาและสัตว์อสูรของพวกเขาที่ถูกพิษล้มกองเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้น“ตาเฒ่า รีบส่งยาถอนพิษออกมาเดี๋ยวนี้!”หากคนของเขาและสัตว์อสูรของพวกเขาเป็นอะไรไป เขาจะไม่มีทางปล่อยตาแก่บัดซบผู้นี้ไปเด็ดขาด!แต่นักพรตกู่กลับมีสีหน้าเรียบเฉย ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไม่มี”“ว่าอะไรนะ?!”หลิงอวิ๋นกำลังจะระเบิดอารมณ์ในทันทีฉีเซิงที่อยู่ด้านข้างรีบเข้ามาขวางเขาเอาไว้ “ยั้ง

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1409

    “ท่านกล้าแตะต้องข้าก็ลองดูสิ! ข้าคือนายน้อยเผ่าร้อยอสูร หากท่านปล่อยให้แมลงโสโครกตัวนี้มากัดข้าอีก ไม่ว่าจะเป็นท่านหรือนายของท่าน ก็อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดได้เห็นดวงตะวันของวันพรุ่งนี้!”เขาก็นึกอยู่ว่าเหตุใดเจ้าหนูคนนี้ถึงได้โอหังนัก ที่แท้ก็เป็นนายน้อยเผ่าของที่นี่นี่เองนักพรตกู่นึกตำหนิในใจอยู่สองคำ สีหน้ายังคงเหยียดหยาม “เป็นนายน้อยเผ่าแล้วจะอย่างไร? ธิดาศักดิ์สิทธิ์ของพวกข้ามีจิตใจเมตตา จึงได้สงสารยอมรักษาสัตว์อสูรให้แก่ชาวเผ่าร้อยอสูรของพวกท่าน ได้ยินว่ายังเป็นสิบตัวที่ถูกพิษศพเน่าเปื่อยรุนแรงที่สุดในหมู่พวกท่านเสียด้วย เวลานี้กำลังอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน ไม่อนุญาตให้ผู้ใดรบกวน ท่านผู้เป็นนายน้อยเผ่ากลับยังกล้าพาคนบุกรุกเข้ามา ไม่กลัวว่าหากพลั้งเผลอไปจะทำให้สัตว์อสูรในชนเผ่าของพวกท่านต้องตายอย่างนั้นหรือ?”ช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานอะไรกัน ชัดเจนว่ารักษาหายแล้ว ยังจะต้องรออะไรอีก?ที่เขาร้อนใจเช่นนี้ในตอนนี้ นอกจากต้องการพบหน้าธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนเซียนผู้นั้นในทันทีแล้ว การอยากรีบไปดูอาการของสัตว์อสูรเสือดาวของตนก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งเช่นกันเพียงแต่นึกไม่ถึงว่า ยังไม่ทันจะได

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1408

    คนของเผ่าร้อยอสูรหลายคนแม้จะหวาดกลัวตะขาบพิษร้ายแรงตัวนั้น แต่เมื่อมีคำสั่งของนายน้อยเผ่าอยู่ พวกเขาจึงทำได้เพียงกัดฟันปล่อยสัตว์อสูรของตนเองออกมามีหมี หมู มีเพียงพอนและวานรสัตว์อสูรทั้งสี่ห้าตัวที่มีขนาดใหญ่กว่าสัตว์ป่าทั่วไปประมาณหนึ่ง ต่างปรากฏกายขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยภายนอกถ้ำพำนักของหลานซื่อ แต่ละตัวล้วนเผยแววตาดุร้าย ตีวงล้อมครึ่งวงกลมใส่นักพรตกู่ที่อยู่บริเวณปากถ้ำพำนักพร้อมกับผู้เป็นนายของพวกเขา“อาศัยเพียงเดรัจฉานไม่กี่ตัวนี้ ก็คิดจะบุกรุกถ้ำพำนักของธิดาศักดิ์สิทธิ์ของเราอย่างนั้นหรือ?”นักพรตกู่ไม่เห็นสัตว์อสูรเหล่านั้นอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย เขาเชิดคางขึ้นอย่างหยิ่งยโส ส่งเสียงยิ้มเยาะทีหนึ่ง “หึ อยากตายก็เข้ามา! ข้าจะสงเคราะห์พวกเจ้าเอง!”หลิงอวิ๋นตีหน้าขรึม “ไม่ต้องเล่นถึงตาย แค่ทำให้เขาพิการก็พอ”หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้น แค่ตาเฒ่าชั่วช้าผู้นี้ยั่วยุครั้งแล้วครั้งเล่า เขาไม่มีทางไว้ชีวิตเขาผู้นั้นแน่ตอนนี้เก็บชีวิตต่ำต้อยของเขาไว้ก่อน รอจนกว่าจะจับตัวธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนเซียนผู้นั้นได้แล้ว เขาย่อมมีสารพัดวิธีที่จะเล่นงานตาเฒ่าชั่วช้าผู้

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 994

    เวินฉางอวิ้นคิดทำอะไรกันแน่?หลานซื่อหันกลับไปมองตามหลังเวินฉางอวิ้นที่ก้าวเข้าไปในอารามสุ่ยเยว่ พลางขมวดคิ้วเล็กน้อยจากนั้นนางก็คิดในใจพลางเรียกเสียงหนึ่ง...[อวิ่นซิง ให้พวกแมลงพิษทั้งหมดคอยจับตามองอย่างลับ ๆ หากมีการเคลื่อนไหว รีบแจ้งให้ข้ารู้ทันที][รับทราบ นายหญิง]ตอนนี้ทุกคนในอารามสุ่ยเ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 999

    ตอนที่เป่ยเฉินหยวนบุกขึ้นสู่ยอดเขา เกาเย่าที่อยู่ตีนเขาก็สังเกตเห็นความผิดปกติในทันที จึงนำกองทัพธงดำบุกขึ้นมาโดยไม่หยุดพักไม่นึกเลยว่าพอขึ้นมาถึง ก็เห็นภาพท่านอ๋องของพวกเขาถีบรองเสนาบดีศาลต้าหลี่กระเด็นไปแล้วจากนั้นก็รีบมองดูอีกที ธิดาศักดิ์สิทธิ์กลับได้รับบาดเจ็บอย่างไม่คาดคิด?!เกาเย่าเข้าใจ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1026

    ไม่ว่าเวินเฉวียนเซิ่งจะพาใครมา หลานซื่อก็ไม่เห็นอยู่ในสายตาทั้งนั้นก่อนหน้าที่จะรู้เรื่องราวของสกุลหลาน คนที่นางเกลียดที่สุดก็คือเวินเยวี่ยอย่างไม่ต้องสงสัยแต่เมื่อนางรู้ว่าเบื้องหลังของแผนการชั่วร้ายทั้งหมดนี้ มาจากน้ำมือของบิดาของนาง คนที่นางเกลียดที่สุดก็คือเวินเฉวียนเซิ่งแล้วมีความสัมพันธ์

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 985

    “เป็นเจ้าเองหรือ?!”“ไม่สิ จะเป็นเจ้าไปได้อย่างไร เจ้ามาปรากฏตัวในเวลานี้ได้อย่างไร?!”ใบหน้าของศพหุ่นเชิดที่ปรากฏออกมานั้น เหมือนกับฟ่านจุ้ยทุกประการดังนั้นจึงดูคล้ายกับ “เวินเยวี่ย” อย่างยิ่งถึงขนาดที่หลังจาก “เวินเยวี่ย” ได้เห็นใบหน้านี้ นางก็พลันนึกถึงบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้ความรู้สึกตก

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status