LOGINชีวิตของอนุภรรยาจวนอ๋องที่ไม่เคยพบกับความสุขสงบทั้งกายและใจของมู่เหยียนส่งผลให้นางเข็ดขยาดกับการมีชีวิตคู่หลังจากได้ย้อนเวลามาเกิดใหม่ช่วงก่อนแต่งงาน ทว่าตระกูลของนางกลับมีส่วนพัวพันกับการก่อกบฏโดยไม่รู้ตัว บิดาถูกหลอกใช้และหักหลังจนพังย่อยยับ เคยถูกสั่งประหารล้างตระกูล ชั่วเวลานั้นนางก็ถูกกดดันให้กินยาพิษฆ่าตัวตายล้างอายหลังจากชื่อเสียงเสื่อมเสียจนถึงขีดสุด บุรุษร้ายกาจที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีเป็นคนสั่งการทุกอย่างหลังมีอำนาจ ใครจะรู้ว่าหลังจากมู่เหยียนตายไปชีวิตของเขาก็เหมือนตายทั้งเป็น ความดีและความรักที่นางมีให้เขาอย่างจริงใจจบลงไปพร้อมชีวิตน้อย ๆ ของนาง คำอธิษฐานก่อนจบชีวิตตัวเองส่งผลให้เขาย้อนเวลากลับมาแก้ไขความผิดพลาดที่เคยทำกับนางเอาไว้เช่นเดียวกัน ทว่า.... ความทรงจำของเขากลับเลือนรางและถูกลบออกไปแทบทั้งหมด ไม่เพียงเท่านั้นยังย้อนเวลามาก่อนนางในช่วงที่ครอบครัวกำลังแตกสลาย สวรรค์ช่างใจร้ายยิ่งนัก
View Moreภายในห้องที่เงียบสงบสตรีโฉมสะคราญกำลังนั่งหวีผมเป็นขั้นตอนสุดท้าย นางแต่งกายงดงามด้วยชุดสีชมพูอ่อนปักลวดลายดอกอิงฮวาดูอ่อนหวานราวกับบุตรีสวรรค์ ดวงตามีแววของความเศร้าโศกเต็มเปี่ยม ปิ่นปักผมรูปผีเสื้อทำจากหยกเนื้อดีที่ราคาแพงที่สุดและหายากที่สุดปักอยู่บนเรือนผมยาวสลวยของนาง
ราวกับว่าสิ่งที่สวยงามที่สุดบนร่างกายนางได้ตั้งใจแต่งเอาไว้แล้ว รอเพียงเวลาเท่านั้น มู่เหยียนหวนนึกถึงอดีตในวัยเยาว์ขึ้นมา ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่นางมีความสุขที่สุด ในเวลานั้นมีเพียงนางท่านพ่อและท่านแม่เป็นครอบครัวอบอุ่นที่ใคร ๆ ต่างชื่นชม แม้ท่านพ่อของนางจะเป็นเพียงขุนนางชั้นผู้น้อยแต่กลับมีแต่ความสุขกายสบายใจในจวนหลังเล็ก ท่านแม่ของนางเสียชีวิตลงตอนนางมีอายุเพียงสี่ขวบต่อมาไม่ถึงเดือนท่านพ่อก็แต่งงานใหม่และมีบุตรสาวเพิ่มอีกคนคือ มู่หลิงที่แบ่งความรักของท่านพ่อไปจากนาง มู่เหยียนกลายเป็นเด็กสาวหัวรั้นไม่ค่อยเชื่อฟังบิดานางจึงถูกฮูหยินลงโทษอยู่เสมอ แม้แต่บ่าวรับใช้ในจวนยังไม่เคยเห็นหัวนางเลยสักคน เชื่อฟังเพียงฮูหยิน นายท่านและคุณหนูรองเท่านั้น คิดมาถึงตรงนี้มู่เหยียนหัวเราะในลำคออย่างขมขื่น ตระกูลมู่ไม่ใส่ใจนางก็เหมือนทอดทิ้งไปแล้ว เวลานี้สามีที่นางรักหมดหัวใจกำลังมอบความตายมาให้ช่างน่าเจ็บปวดยิ่งนัก "อนุมู่รับถ้วยยาเถิด" องครักษ์ของเหอเจี้ยนฉวนเดินถือถ้วยยาเข้ามายื่นให้กับนาง ตอนนี้เขาชนะศึกชิงบัลลังก์ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของแคว้นต้าฉวน เขากล่าวหาว่านางเป็นลูกสาวฝ่ายกบฏที่ต้องกำจัดทิ้งทั้งที่นางจงรักภักดีมาตลอดนับตั้งแต่แต่งงานกันมา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยมองเห็นคุณค่าของความรักที่นางมีให้เลยก็ตาม มู่เหยียนรับถ้วยยาพิษถือเอาไว้ มือเรียวพยายามสะกดความสั่นเทาเอาไว้ ความตายในอีกไม่ช้ากำลังจะพรากนางไปจากคนรักที่เหี้ยมโหดที่สุด คิ้วสวยขมวดเครียดมองน้ำยาพิษสุดแสนเจ็บปวดใจ เขาตอบแทนความจงรักภักดีของนางด้วยยาพิษถ้วยนี้หรือ นางหลับตาลงในใจเจ็บช้ำเหลือจะกล่าว หยดน้ำใส ๆ ร่วงลงบนสองแก้มงามกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก การกลัวความทรมานจากฤทธิ์ยาไม่เจ็บปวดรวดร้าวเท่าความรักที่ไร้ค่าของภรรยาผู้เชื่อฟัง "เมื่อเขาไม่ต้องการข้า ข้าก็ไม่ขอมีชีวิตอยู่เป็นเพียงเศษฝุ่นให้เขาเหยียบย่ำอีกต่อไป" นางว่าจะข่มกลั้นความเจ็บครั้งนี้เอาไว้ภายในทว่ามันกลับพรั่งพรูออกมาไม่จบสิ้น มู่เหยียนยกถ้วยยาขึ้นมาดื่มจนหมดนางทิ้งชามลงพื้นทรุดกายลงดวงตาเลื่อนลอยภายในร่างกายเครียดเกร็ง ยาพิษแล่นพล่านไปทั่วร่าง นางสะกดความทรมานเอาไว้ มือเล็กกำหมัดแน่น ชั่วพริบตาเลือดสีแดงสดไหลออกทางปากและจมูกลงสู่พื้นเป็นทางยาว "ข้าไม่ขอพบเจอคนใจร้ายที่เหี้ยมโหดเช่นเจ้าอีก ไม่ว่าชาติภพใดขอให้เราอย่าได้เกี่ยวข้องกัน" เสียงของนางแหบพร่าดังในลำคอ ไม่มีผู้ใดได้รับรู้ความต้องการสุดท้าย มีเพียงสายลมดังหวีดหวิวกระทบผ่านร่างกาย ร่างบางค่อย ๆ ทรุดกายล้มลงชักกระตุกสองสามครั้งก็แน่นิ่งไป เหอเจี้ยนฉวนเดินเร่งฝีเท้ามาถึงพบว่านางไร้ลมหายใจแล้ว เขาคุกเข่าลงข้าง ๆ อุ้มนางขึ้นมากอดเอาไว้กับอก เขาตัดสินใจช้าเกินไป เหลือเพียงเสียงสะอื้นเบาบนร่างไร้วิญญาณที่ไม่มีความรู้สึกใดอีกแล้วหลังจากเรื่องราวส่วนรวมจบลงทางราชสำนักได้มีการสะสางงานเก่าเร่งด่วนก่อนโดยการฟื้นฟูเมืองหลวงหลังการทำสงครามพร้อมกับระดมกำลังมากขึ้นในการสร้างเขื่อนที่ใกล้เสร็จสิ้น ข่าวการก่อกบฏยึดอำนาจของแคว้นต้าฉวนเผยแพร่ไปยังแคว้นต่าง ๆ สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงไม่น้อย แคว้นน้อยใหญ่ต่างอยากเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับต้าฉวนแสดงความยกย่องให้ต้าฉวนเป็นผู้นำในทุกด้านเพราะความยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งของกองทัพ อีกทั้งยังมีฮ่องเต้ที่มาจากจอหงวนอันดับหนึ่งด้วยคะแนนสูงสุดเป็นคนแรก เรื่องที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือเขาเป็นทายาทอดีตราชองครักษ์ของฮ่องเต้องค์ก่อนที่ถูกชิงอำนาจไปถึงสองรุ่น นับว่าเป็นความสำเร็จที่รอคอยมายาวนานถึงสิบกว่าปี ทำให้ชื่อเสียงของตระกูลเหอกลับมาโด่งดังอีกครั้งในฐานะใหม่ เรื่องสำคัญของฮ่องเต้เหอเจี้ยนฉวนที่ต้องจัดการต่อจากนี้ไปคือพิธีอภิเษกสมรสที่วางแผนไว้นานแล้วทว่าด้วยความจำเป็นจึงเลื่อนออกไปจนงานของราชสำนักเสร็จสิ้นโดยที่ไม่มีโอกาสได้ป่าวประกาศและถูกลืมไปแล้ว "ใต้เท้ามู่เรื่องที่เราเคยคุยกันเอาไว้ข้ายังไม่ลืม ตอนนี้งานก็ถูกปล่อยให้ฝ่ายต่าง ๆ รับผิดชอบไปแล้ว ต่อไปก็เป็นเรื่องของคุณหนูมู่เหยียน"
ความปลอดภัยของประชาชนได้รับความคุ้มครองอยู่แล้วการก่อกบฏครั้งนี้มุ่งเป้าหมายไปที่คนเพียงกลุ่มเดียวและพวกพ้องเท่านั้น การทำงานในวังหลวงไม่เสียเปล่าเขาได้วางแนวทางการยึดอำนาจเอาไว้แล้วและรู้ละเอียดว่าขุนนางคนใดบ้างที่รับใช้ฝั่งไทเฮาเต็มตัว นึกไปถึงมู่เหยียนที่นางไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเขาก็ปล่อยให้นางใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่ให้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยต่อไปจึงจะเป็นเรื่องของนางทั้งหมด เวลาผ่านไปครึ่งเดือนความสงบเงียบของแคว้นต้าฉวนยังอยู่ในภาวะปกติแม่ทัพเจินลั่วและแม่ทัพเหยาเดินทางเข้าปิดล้อมแคว้นต้าฉวนคนละด้านโดยไม่มีการให้ฝั่งฮ่องเต้ได้เตรียมการทัน "แม่ทัพเจินพากองทัพเดินทางมาที่ต้าฉวนเพื่ออะไร เขาทำเหมือนกับว่าพวกเราเป็นศัตรูกัน" กองทัพของไทเฮาหารือกันถึงความผิดปกติของแม่ทัพเจินและกระจายข่าวออกไปทั่วต้าฉวน "เกิดเรื่องอะไรขึ้นทำไมกระชั้นชิดอย่างนี้" ฮองเฮาที่มารวมตัวกันที่ท้องพระโรงกับฮ่องเต้และราชวงศ์มีอาการตื่นตระหนก "มีหนอนบ่อนไส้น่ะสิ น่าเจ็บใจนักแม่ทัพเจินกำลังคิดแปรพักตร์" ฮ่องเต้ตรัสอย่างโกรธแค้น พระองค์ประมาทเรื่องที่ชายแดนมากเกินไปปล่อยให้แม่ทัพเจ
หยางหมิงเช่อได้พบกับเหอหยวนทั้งคู่ต่างเล่าเรื่องราวที่ตนเองประสบมาและเริ่มหารือกัน "แม่ทัพเจินรู้เรื่องแล้ว เวลานี้เป็นโอกาสเหมาะ ทุกอย่างก็มีพร้อมหมดแล้ว" "ได้ท่านอาแต่ขอข้าไปช่วยชาวจงหยวนเสียก่อนถ้าทำสำเร็จเราจะได้มีเพิ่มอีกหนึ่งกองทัพและได้พันธมิตรไปด้วย" เหอหยวนขมวดคิ้วแน่นไม่เข้าใจการกระทำของหลานชาย "เจ้าต้องทุ่มเทขนาดนั้นเลยหรือ" "หากเราต้องการคนเหล่านี้กลับมาเป็นพวกควรซื้อใจพวกเขาก่อน ข้าลองเสี่ยงดูขอรับแม่ทัพก็รับปากเอาไว้แล้ว" หยางหมิงเช่ออธิบายถึงแนวคิดของตัวเอง "หากไม่ได้ผลเล่า" "ข้ามีวิธีรับมือเตรียมไว้แล้วขอรับ" เหอหยวนพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ สิ่งที่เขาเป็นห่วงในตัวหยางหมิงเช่อถูกหลานชายจัดการเรียบร้อยแล้ว เขาละเอียดรอบคอบเช่นนี้เองฮ่องเต้ถึงได้โปรดปราน หยางหมิงเช่อให้คนส่งข่าวลับไปตามหาหมอมากฝีมือจากเมืองต่าง ๆ รวมถึงหมอสมุนไพรระดับอาจารย์เข้าไปที่เมืองจงหยวน ด้วยความอยากรู้สถานการณ์เหอหยวนจึงเดินทางไปด้วย "ข้าไม่เคยมาจงหยวนเคยได้ยินข่าวมาว่าที่นี่แร้นแค้นประชาชนลำบากมาก" ประเมินดูแล้วก็นึกชื่นชมแม่ทัพจงหยวนที่กล้าเดิมพันกับหยางหมิงเช่อด้วยการเอาชีวิตครอบครัวต
มู่เหยียนรู้สึกตัวอีกทีนางก็อยู่ในห้องโดยมีซวงซวงนั่งอยู่ข้าง ๆ "คุณหนูฟื้นแล้ว" นางจำได้ว่าเมื่อคืนนางเห็นการเข่นฆ่าจากนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว "ข้ามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่" ซวงซวงยิ้มเอียงอายตอบขึ้นว่า "ใต้เท้าหยางอุ้มคุณหนูเข้ามาส่งในห้องนี้เจ้าค่ะ เห็นนายท่านบอกว่าทางวังหลวงตามหาคุณหนูกับนายท่านกันวุ่นวายมาก นายท่านเป็นห่วงคุณหนูพาคนออกตามหาไปทุกที่จนกระทั่งเจอใต้เท้าหยางพากลับมาที่จวนเจ้าค่ะ" พวงแก้มของมู่เหยียนแดงระเรื่อนางทั้งอับอายทั้งตื่นตระหนก หยางหมิงเช่ออุ้มนางอย่างนั้นหรือ มู่หลวนเฟิง จางเหยาและมู่หลินเข้ามาเยี่ยมมู่เหยียนในห้อง "ได้รับบาดเจ็บหรือไม่" มู่หลวนเฟิงถามอย่างเป็นห่วง มู่หลินผละจากมารดาเข้ามานั่งบนเตียงข้างมู่เหยียน "พี่ใหญ่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ" นางยิ้มบางให้ทั้งสองคนตอบว่าไม่เป็นอะไรมาก มู่หลวนเฟิงพูดคุยไม่นานก็กลับออกไปทำงานต่อ มีเพียงสองแม่ลูกที่เฝ้านางแทนเพราะซวงซวงออกไปเอาอาหารกับยาบำรุงมาให้ "คราวนี้ได้มีข่าวลืออีกแล้ว ทำอะไรควรรู้จักคิดบ้าง" จางเหยาตำหนิมู่เหยียนที่ไม่รู้จักระมัดระวังตัว หายตัวไปจนเกิดเรื่องขึ้นจนได้ มู่หลินเห็นมารดาพูด











