ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช

ย้อนเวลามาเป็นชายาของทรราช

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-12-31
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
42Bab
3.1KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ชีวิตของอนุภรรยาจวนอ๋องที่ไม่เคยพบกับความสุขสงบทั้งกายและใจของมู่เหยียนส่งผลให้นางเข็ดขยาดกับการมีชีวิตคู่หลังจากได้ย้อนเวลามาเกิดใหม่ช่วงก่อนแต่งงาน  ทว่าตระกูลของนางกลับมีส่วนพัวพันกับการก่อกบฏโดยไม่รู้ตัว บิดาถูกหลอกใช้และหักหลังจนพังย่อยยับ เคยถูกสั่งประหารล้างตระกูล ชั่วเวลานั้นนางก็ถูกกดดันให้กินยาพิษฆ่าตัวตายล้างอายหลังจากชื่อเสียงเสื่อมเสียจนถึงขีดสุด บุรุษร้ายกาจที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีเป็นคนสั่งการทุกอย่างหลังมีอำนาจ ใครจะรู้ว่าหลังจากมู่เหยียนตายไปชีวิตของเขาก็เหมือนตายทั้งเป็น ความดีและความรักที่นางมีให้เขาอย่างจริงใจจบลงไปพร้อมชีวิตน้อย ๆ ของนาง คำอธิษฐานก่อนจบชีวิตตัวเองส่งผลให้เขาย้อนเวลากลับมาแก้ไขความผิดพลาดที่เคยทำกับนางเอาไว้เช่นเดียวกัน ทว่า.... ความทรงจำของเขากลับเลือนรางและถูกลบออกไปแทบทั้งหมด ไม่เพียงเท่านั้นยังย้อนเวลามาก่อนนางในช่วงที่ครอบครัวกำลังแตกสลาย สวรรค์ช่างใจร้ายยิ่งนัก

Lihat lebih banyak

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Natsumei
Natsumei
พล็อตดีนะ แต่เขียนไม่ลงลึกรายละเอียดคสพ.ตัวละครหลักซะหน่อย เสียดายนะ ตอนจบนี่เหมือนskipไปเลย ช่วยเขียนรายละเอียดพระนางเคลียร์ใจกันซักนิ๊ดจะดีมาก
2026-02-08 10:23:07
0
0
42 Bab
บทนำ
ภายในห้องที่เงียบสงบสตรีโฉมสะคราญกำลังนั่งหวีผมเป็นขั้นตอนสุดท้าย นางแต่งกายงดงามด้วยชุดสีชมพูอ่อนปักลวดลายดอกอิงฮวาดูอ่อนหวานราวกับบุตรีสวรรค์ ดวงตามีแววของความเศร้าโศกเต็มเปี่ยม ปิ่นปักผมรูปผีเสื้อทำจากหยกเนื้อดีที่ราคาแพงที่สุดและหายากที่สุดปักอยู่บนเรือนผมยาวสลวยของนาง ราวกับว่าสิ่งที่สวยงามที่สุดบนร่างกายนางได้ตั้งใจแต่งเอาไว้แล้ว รอเพียงเวลาเท่านั้น มู่เหยียนหวนนึกถึงอดีตในวัยเยาว์ขึ้นมา ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่นางมีความสุขที่สุด ในเวลานั้นมีเพียงนางท่านพ่อและท่านแม่เป็นครอบครัวอบอุ่นที่ใคร ๆ ต่างชื่นชม แม้ท่านพ่อของนางจะเป็นเพียงขุนนางชั้นผู้น้อยแต่กลับมีแต่ความสุขกายสบายใจในจวนหลังเล็ก ท่านแม่ของนางเสียชีวิตลงตอนนางมีอายุเพียงสี่ขวบต่อมาไม่ถึงเดือนท่านพ่อก็แต่งงานใหม่และมีบุตรสาวเพิ่มอีกคนคือ มู่หลิงที่แบ่งความรักของท่านพ่อไปจากนาง มู่เหยียนกลายเป็นเด็กสาวหัวรั้นไม่ค่อยเชื่อฟังบิดานางจึงถูกฮูหยินลงโทษอยู่เสมอ แม้แต่บ่าวรับใช้ในจวนยังไม่เคยเห็นหัวนางเลยสักคน เชื่อฟังเพียงฮูหยิน นายท่านและคุณหนูรองเท่านั้น คิดมาถึงตรงนี้มู่เหยียนหัวเราะในลำคออย่างขมขื่น ตระกูลมู่ไม่ใส่ใจนางก็
Baca selengkapnya
ย้อนเวลา
ดวงตาคู่งามหลับตาส่ายหน้าไปมาชั่วครู่ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้น มู่เหยียนสะดุ้งตัวรู้สึกเจ็บแปลบบนหน้าอกข้างซ้ายโดยไม่มีสาเหตุ นางลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดมิด หัวใจเต้นแรงเจ็บปวดลึก ๆ ราวกับถูกมีดแหลมคมกรีดแทง "ข้าตายไปแล้วนี่" มู่เหยียนมีสติดีนางมั่นใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด หญิงสาวสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นเอื้อมมือเปิดผ้าม่านออกมองไปด้านนอกท่ามกลางความเงียบสงบ "ทำไมคุ้นตา" นางลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูออกดูด้านนอก ลมหนาวเย็นยะเยือกพัดแรงปะทะใบหน้างามให้ความรู้สึกเย็นเฉียบ มู่เหยียนรีบปิดประตูหนีลมหนาวเดินเข้ามานั่งบนโต๊ะหน้าเตียงนอน ที่นี่หากจำไม่ผิดน่าจะเป็นบ้านของท่านป้าญาติฝั่งมารดาที่ให้นางมาร่วมงานแต่งงานของพี่ชายใหญ่แล้ววันนี้ก็คือวันที่เตรียมตัวเดินทางกลับจวนแล้ว "ข้าย้อนเวลากลับมาตอนอายุสิบหกปี" หลังจากทำความเข้าใจกับเรื่องเหลือเชื่ออยู่ครู่หนึ่งนางก็ต้องทำใจยอมรับ คิดทบทวนถึงความทรงจำวัยนี้ที่ยังมิได้ออกเรือนทว่าเป็นช่วงที่บิดากำลังจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรองเจ้ากรมอาญาและถูกจับประหารชีวิตโทษฐานร่วมก่อกบฏหลังจากนางแต่งงานได้เพียงสองปี ช่วงเวลานี้ครอบครัวยังไม่มี
Baca selengkapnya
บุตรชายตระกูลหยาง
ตระกูลหยาง หยางหมิงเช่ออ่านตำราในห้องมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางจวบจนตอนนี้ก็พลบค่ำแล้ว "หมิงเช่อมากินข้าวก่อนเถิด" เซียวถงเรียกบุตรชายคนเดียวสายตาของนางเต็มไปด้วยความห่วงใย หยางหมิงเช่อเงยหน้าขึ้น แพขนตายาวกระพริบสม่ำเสมอสองครั้ง "ขอรับท่านแม่" เขาละสายตาจากตำราลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอกตามหลังมารดา ที่มีหยางเซินผู้เป็นบิดาตักข้าวใส่ชามรอด้วยใบหน้าเบิกบาน "มากินข้าวก่อนลูกมา หักโหมเกินไปสุขภาพจะแย่เอาได้" เขาพูดอย่างกระตือรือร้นชักชวนให้หยางหมิงเช่อกินอาหารบำรุงร่างกายเสียก่อนค่อยไปอ่านตำราต่อ มารดาของเขาคอยคีบอาหารให้อย่างเอาใจใส่มองดูแล้วเป็นครอบครัวที่อบอุ่นไม่น้อย หยางหมิงเช่ออยู่กับครอบครัวตระกูลหยางมาตั้งแต่อายุแปดขวบ ในฐานะลูกบุญธรรมของบ้านหลังนี้ เนื่องจากสองสามีภรรยาไม่มีบุตรจึงรับเลี้ยงโดยไม่ลังเล เซียวถงผู้มีจิตใจอ่อนโยนนางให้ความรักและเอาใจใส่บุตรชายคนเดียวไม่ขาดตกบกพร่อง หยางเซินก็เป็นคนขยันขันแข็งเป็นหัวหน้าครอบครัวที่รักภรรยาและลูกเป็นอันดับหนึ่ง เขาทำงานหนักทุ่มเทสุดตัวเพื่อให้หยางหมิงเช่อได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด ใช่ว่าชายหนุ่มไม่รับรู้เขาเป็นเด็กกตัญญูต่อบิดามารดาม
Baca selengkapnya
เตรียมตัวสอบ
สองคนปลายแถวเปลี่ยนทิศทางเดินตามหยางหมิงเช่อและฟางอวี่จึงมาถึงห้องประชุมก่อนคนอื่นตามมาด้วยอาจารย์ใหญ่และอาจารย์ทั้งสำนักศึกษา จากนั้นคนอื่น ๆ ก็ทยอยมา ส่วนกลุ่มของหลี่เอ้อเหลียนมาถึงเป็นลำดับสุดท้าย อาจารย์ใหญ่กวาดตามองไปทั่วทั้งห้องกล่าวขึ้น "ไม่รักษาเวลากันเลยเรียนมากี่ปีแล้ว" ทั้งห้องเงียบกริบไม่มีใครกล้าแก้ตัว หลี่เอ้อเหลียนได้แต่มองหยางหมิงเช่อด้วยความขุ่นเคือง มิใช่ว่าเขาไม่รู้ตัวเพียงแต่เป็นคนพูดน้อยจึงเพียงนั่งฟังอาจารย์เงียบ ๆ เท่านั้น บัณฑิตในสำนักศึกษามาเตรียมตัวสำหรับการสอบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทุกคนคร่ำเคร่งอ่านท่องตำรา ห้องทุกห้องเงียบกริบ ข้างนอกมีคนอยู่ตามใต้ร่มไม้บ้าง อยู่ศาลาบ้างแต่ไม่มีการส่งเสียงดัง อาจารย์ใหญ่ลู่เซียวก็คอยเดินตรวจตราตลอดเวลาบางครั้งก็คอยตอบคำถามเหล่าบัณฑิตให้เข้าใจเนื้อหาถ่องแท้มากขึ้น หยางหมิงเช่อยังคงโดดเด่นท่ามกลางบัณฑิตเป็นร้อยคนที่จะเข้าสอบแข่งขันในรอบนี้ เป็นความหวังของอาจารย์ใหญ่และอาจารย์อีกหลายคน "หยางหมิงเช่อเรียนเก่งที่สุดทั้งยังฉลาดล้ำลึก ดูบทกวีของเขาสิขนาดข้าเป็นอาจารย์ของเขาก็ยังต้องหันมาทบทวนตัวเอง" อาจารย์ลู่เซียวพูดกับ
Baca selengkapnya
ขายสินค้า
ตระกูลมู่ มู่เหยียนแต่งกายด้วยชุดสีฟ้าอ่อนจัดแต่งทรงผมเรียบง่ายมองดูสวยสมวัย ในอดีตนางเป็นสตรีรักสวยรักงามการแต่งหน้าแต่งกายไม่เคยน้อยหน้าผู้อื่น แต่วันนี้นางเข้าใจชีวิตมากขึ้น เครื่องหน้าเครื่องหัวเยอะแยะไม่ช่วยทำให้ดูดีขึ้นมาได้ กล่องเครื่องประดับไม้แกะสลักลายดอกเหมย ของขวัญที่มารดาเคยมอบให้ในวันเกิดก่อนเสียชีวิตที่นางทั้งรักและหวงแหนหายไปจากตู้หลังจากนางเปิดออกจะหยิบมาปักเพื่อระลึกถึง ก่อนไปบ้านตระกูลหวงนางยังเปิดดูลูบไล้อย่างทะนุถนอมด้วยความคิดถึงมารดาอยู่เลย วันนี้กลับพบเพียงกล่องอื่นที่มีไม่มาก ตำแหน่งเดิมก็ถูกกล่องไม้อื่นเลื่อนมาทับจุดเดิมไปแล้ว "ใครเข้ามาในห้องนี้" โดยปกติมู่เหยียนไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น นางอยู่ในจวนอย่างเจียมตัวมาตลอดรู้ตัวดีว่าไม่เป็นที่โปรดปรานของบิดาและฮูหยิน ที่ไม่ค่อยชอบหน้านางเพราะความดื้อรั้นไม่เชื่อฟัง นางไม่สุงสิงแม้แต่กับน้องสาวต่างมารดาความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงดูห่างเหินราวกับอยู่คนละตระกูล ถึงมู่เหยียนไม่ชอบสู้รบปรบมือกับผู้ใด แม้กระทั่งบ่าวรับใช้ที่ไม่เคารพนางก็ไม่เคยบังคับให้จงรักภักดี แม้นางจะดื้อรั้นไม่ชอบทำตามคำสั่งของฮูหยินแต่ก็ไม่เคยท
Baca selengkapnya
เปลี่ยนแปลงชะตา
กลับถึงจวนจางเหยาตำหนิมู่เหยียนที่ทำให้นางขายหน้าจนไม่มีชิ้นดี "เจ้ามันอวดดีทำให้ข้าอับอายเสียชื่อเสียง อกตัญญู" มู่เหยียนต่างหากที่สมควรโกรธนางโต้เถียงจางเหยาทั้งที่ไม่เคยปริปากมาก่อน "ที่ข้าทำมันเทียบไม่ได้กับสิ่งที่ท่านทำด้วยซ้ำ กล้าดียังไงถึงเอาของของข้าไปเร่ขายเป็นของไร้ราคา" จางเหยาไม่มีเรื่องใดจะเสียแล้วนางยืนหลังตรงกล่าวว่า "ใครบอกไร้ราคา ของสิ่งนี้กำลังจะได้ในราคาสูงถ้าเจ้าไม่เข้ามาขวางเสียก่อน" นางเชิดหน้าพูดขึ้นไม่สนใจความรู้สึกของมู่เหยียน "หากข้าไปไม่ทันทรัพย์สินของข้าคงเป็นของผู้อื่นไปแล้ว" มู่เหยียนกอดกล่องไม้เอาไว้อย่างหวงแหน "เจ้าเคยรู้อะไรในจวนบ้านของที่ไม่จำเป็นควรขายออกไปซะ ตอนนี้ฐานะของจวนเราย่ำแย่ลงข้าประหยัดทุกอย่างช่วยนายท่าน ในเมื่อรายได้มันไม่เพียงพอเราก็ต้องทำเช่นนี้" จางเหยาหน้าเครียดยกมือขึ้นกุมหน้าผาก มู่เหยียนไม่ได้พูดอะไรต่อปากสวยเม้มปากเอาไว้แน่น "ของในกล่องนี้หากขายออกไปก็ช่วยต่อชีวิตคนในจวนได้เจ้าอย่าใจแคบนักเลย" "ไม่มีทาง ต่อให้ข้าต้องอดตายก็จะไม่ขายห้ามคนอื่นแตะต้องมิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน" นางไม่อยากอยู่ตรงนี้นานนักเดินกอ
Baca selengkapnya
ความทรงจำที่ว่างเปล่า
มู่เหยียนมองหน้ามู่หลินสายตาแข็งกร้าวเห็นได้ชัดว่าไม่พอใจ มู่หลินก้มหน้าลงไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดหลบสายตาแล้วเดินออกไป เรื่องไม่ลงเอยง่าย ๆ แล้ว มู่เหยียนเองก็จนใจจะต่อรอง บิดาของนางคงโกรธมากที่บุตรสาวคนโตของตระกูลขอย้ายไปอยู่ที่อื่น ทั้งที่มีบิดามารดายืนหัวโด่อยู่ในจวนและเลี้ยงดูนางให้สุขสบายได้ แต่ไม่มีใครเข้าใจส่วนลึกของสาวน้อย บิดาก็ไม่เคยพบเจอเหตุการณ์ยามนางต้องลำบากหรือหากรับรู้ก็คงไม่ใส่ใจกระมัง จดหมายจากตระกูลมู่ส่งมาที่ตระกูลหวงในอีกสองวันต่อมา "ใต้เท้ามู่ไม่ยินยอมให้เหยียนเอ๋อร์มาอยู่ที่นี่ เห็นทีฮูหยินคงต้องทำใจแล้ว" ใต้เท้าหวงหมิงพูดกับภรรยาหลังจากอ่านจดหมายเสร็จ จ้าวซือหงถอนหายใจใหญ่นี่นางคงหมดหวังเสียแล้ว แววตาหม่นแสงลงเล็กน้อยนึกเป็นห่วงหลานสาวที่อยู่เมืองหลวง "ข้าเกรงว่านางจะลำบากเจ้าค่ะ" "อย่าห่วงเลยนางอยู่กับบิดานะ นั่นก็บ้านของนางเอาไว้มีโอกาสเราได้เข้าเมืองหลวงค่อยแวะไปเยี่ยม" หวงหมิงปลอบใจพร้อมกับยิ้มแย้มนางจึงผ่อนคลายความวิตกลงได้มาก สำนักศึกษาเซิ่งจู ดึกมากแล้วหยางหมิงเช่อเพิ่งดับไฟนอน ภายในสำนักศึกษาเงียบสงัดได้ยินเพียงเสียงลมหนาวหวีดหวิวท่ามกลางความเงียบ
Baca selengkapnya
เกิดปัญหาระหว่างทาง
"ศิษย์เพียงแต่อยากมีวิชาการเอาตัวรอดติดตัว แล้วก็ผ่อนคลายจากการอ่านตำราไปด้วยขอรับ" ที่แท้มาขอพบเพราะอยากฝึกวรยุทธ ช่างเป็นบัณฑิตที่ใฝ่รู้จริง ๆ "ได้ ถ้าอย่างนั้นหลังจากพักจากการอ่านตำราก็มาที่นี่ ข้าจะให้ศิษย์พี่ของเจ้ารอรับ" "ขอบคุณอาจารย์ที่เมตตา" มิใช่ว่าอาจารย์ใหญ่จะให้ทุกคนได้ฝึกฝนวรยุทธ บัณฑิตของที่นี่น้อยคนนักที่จะสนใจการต่อสู้ถึงจะอยากฝึกก็ไม่ค่อยรอดเพราะต้องใช้ความมุ่งมั่นสูงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการท่องตำรา แม้แต่สองคนที่อยู่ข้างกายยังละทิ้งการเป็นบัณฑิตเพื่อนฝึกวรยุทธเพียงอย่างเดียว แต่อาจารย์ก็อยากรู้ว่าหยางหมิงเช่อจะทำได้ดีทั้งสองอย่างหรือไม่ หากทำไม่ได้ก็ไปมุ่งมั่นในการเป็นขุนนางจะดีกว่าแต่หากทำได้เขาจะเป็นคนแรกที่เก่งกาจทั้งสองทาง หลังจากท่องตำราเสร็จในทุกวันหยางหมิงเช่อได้ฝึกฝนวรยุทธเป็นการส่วนตัวกับศิษย์พี่โดยอาจารย์เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ หากแพร่งพรายออกไปคนอื่น ๆ จะครหาเอาได้ว่าเขาโลภมากทั้งสอบขุนนางและฝึกการต่อสู้ อีกทางหนึ่งเป็นเรื่องอันตรายสำหรับผู้อื่นถึงแม้ว่าจะเอาไว้ป้องกันตัวก็ตาม แม้แต่ฟางอวี่ก็ไม่เคยรับรู้เรื่องนี้ ตระกูลเว่ย องครักษ์เว่ยอวี่สวนกำ
Baca selengkapnya
พบคนที่หูโจว
หลี่เอ้อเหลียนมาถึงจวนตะกูลหลี่ของท่านอาที่เป็นขุนนางอยู่ที่นี่เพราะจวนของท่านน้าอยู่ไกลออกไปเล็กน้อยเขาจึงเลือกที่นี่เพราะอยู่ใจกลางเมือง "เอ้อเหลียนมาถึงเอาค่ำมืดไม่บอกกล่าวอาเลย จะได้เตรียมต้อนรับเต็มที่กว่านี้" หลี่ชิงเอ่ยกับหลานและสหายอย่างอารมณ์ดี "รบกวนท่านอาแล้วขอรับ หลานเพียงแต่ออกมาท่องเที่ยวผ่อนคลายจากการท่องตำรา" ทั้งหมดพยักหน้าเห็นด้วยและพูดคุยกันอยู่พักใหญ่จึงแยกย้าย ช่วงเช้าหลังจากกินข้าวเช้าเสร็จหลี่เอ้อเหลียนอาสาพาสหายทั้งสี่คนเดินชมเมืองหูโจว ตระกูลหวง "เหยียนเอ๋อร์ควรส่งข่าวมาก่อนป้าจะได้ให้รถม้าไปรับเดินทางไกลถึงค่ำมืดอันตรายยิ่งนัก" จ้าวซือหงเป็นห่วงหลานสาวคนโปรดใบหน้าซีดเซียวมองอย่างเอ็นดู มู่เหยียนส่งยิ้มหวานเป็นการสร้างความสบายใจให้นาง "คราวหน้าหลานจะรอบคอบกว่านี้เจ้าค่ะ ท่านพ่อกับฮูหยินรองฝากของมาเยี่ยมท่านป้าและฝากความห่วงใยมาด้วยเจ้าค่ะ" คำเรียกขานแม่เลี้ยงฟังดูแปลกหูแต่ทุกคนก็ชินชาแล้วมิได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจแต่อย่างใด วันนี้เป็นวันทำงานจึงมีเพียงมู่เหยียน ฮูหยินและลูกสะใภ้อยู่ที่จวน มั่วชิงหรงรับอาสาดูแลแม่สามี มู่เหยียนจึงช่วยได้ไม่มากนัก "เหยี
Baca selengkapnya
จับขโมย
มู่เหยียนพักอยู่ในตระกูลหวงด้วยความสบายใจ นางนั่งปักผ้ากับมั่วชิงหรงมีท่านป้านอนดูอยู่บนเตียงด้วยสายตามีความสุขเปี่ยมล้น "ถึงพี่จะเป็นสะใภ้แต่ยังบกพร่องหน้าที่อีกมาก น้องเหยียนสามารถชี้แนะ" มั่วชิงหรงเอ่ยอย่างถ่อมตัว มู่เหยียนยิ้มหวานตอบ "มิกล้าเจ้าค่ะ" กิริยาถ่อมตนของทั้งคู่ดูเรียบร้อยน่ารักเข้ากันได้ดีสร้างความปลาบปลื้มให้จ้าวซือหงที่เห็นสะใภ้ใหญ่และหลานสาวรักใคร่กลมเกลียว มู่เหยียนคอยดูแลท่านป้าอยู่สามวันจนกระทั่งอาการดีขึ้นแล้วนางจึงได้เดินทางกลับจวนพร้อมกับการอารักขาจากตระกูลหวงเช่นเดิม เสี่ยวหงพาคนรับใช้เข้ามาจัดห้องของมู่เหยียนตามคำสั่งเพราะถึงกำหนดวันกลับจวนแล้ว นางกวาดตามองไปรอบห้องหาของมีค่าเผื่อติดตัวไปสักชิ้นสองชิ้น เปิดดูพบเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้น เครื่องประดับดี ๆ ก็ไม่เห็นมีทำให้บ่าวตัวดีเกิดความหงุดหงิดขึ้นมา "เช็ดให้สะอาดด้วยล่ะ" เสี่ยวหงชี้นิ้วสั่งคนอื่นแล้วลากเก้าอี้มานั่งวางท่าเหมือนเป็นเจ้านาย สาวใช้คนอื่นมองอย่างไม่ค่อยพอใจนักแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเสี่ยวหงเป็นคนของฮูหยินที่มีอำนาจมากที่สุดถ้าเป็นเรื่องภายใน แม้แต่คุณหนูใหญ่ยังต้องเชื่อฟัง รถม้าของมู่เหยียนจ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status