Share

บทที่ 9

Penulis: จิ้งซิง
“ไม่ได้นะ!”

“ไม่มีทาง!”

แค่คำสาบานเดียวเท่านั้น เดิมที่นึกว่าชุยเส้าเจ๋อน่าจะรับปากได้ แต่ใครก็คิดไม่ถึงว่าชุยเส้าเจ๋อจะมีปฏิกิริยารุนแรงถึงเพียงนั้น

สิ่งที่แปลกประหลาดยิ่งกว่านั้นคือ คนที่มีปฏิกิริยารุนแรงเช่นเดียวกันยังมีอีกคน

“น้องหก?”

พวกเวินฉางอวิ้นมองไปทางเวินเยวี่ยด้วยความประหลาดใจ

เวินเยวี่ยมีสีหน้าแข็งทื่อ

เมื่อตระหนักได้ว่าเมื่อครู่นี้นางยั้งสติไม่อยู่มากเกินไป นางจึงรีบเก็บงำอารมณ์ ฝืนยิ้มมุมปากพลางเอ่ยว่า “ไม่ใช่นะ...คือว่า ข้า...ข้าแค่รู้สึกว่าเงื่อนไขที่พี่หญิงเสนอออกมานี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยเหมาะสมมากนัก หะ...หากต่อไปพี่เส้าเจ๋อเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาเล่า? ดังนั้น พี่หญิงเหลือทางถอยให้ตนเองหน่อยไม่ดีกว่าหรือ?”

เวินฉางอวิ้นผู้เป็นพี่ใหญ่ขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกว่าคำพูดนี้ของนางดูแปลกพิกลนิด ๆ

เวินจื่อเยวี่ยผู้เป็นพี่สามไม่มีปฏิกิริยาอะไร

เวินอวี้จือผู้เป็นพี่สี่กลับมองเวินเยวี่ยและมองชุยเส้าเจ๋ออย่างใคร่ครวญ

เทียบกับพวกเขาแล้ว เวินจื่อเฉินผู้เป็นพี่รองเชื่อในตัวเวินเยวี่ยโดยสิ้นเชิงว่ามีจิตใจบริสุทธิ์ เขาจึงไม่ได้คิดมากมายเช่นนั้น

“พอได้แล้วน้องหก ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงเวินซื่อ แต่ข้ากลับคิดว่าคำพูดของนางไม่มีอะไรที่ไม่เหมาะสม”

เขาแค่นเสียงเย็น เหลือบมองชุยเส้าเจ๋ออย่างดูแคลน “ในเมื่อเจ้ารังเกียจบุตรสาวสกุลเวินของพวกเราถึงเพียงนั้นก็ตัดขาดให้สิ้นเรื่องไปเลย สาบานไปตรง ๆ ต่อหน้าท่านพ่อของข้า ต่อหน้าแขกเหรื่อมากมายในวันนี้ ต่อไปต่อให้เวินซื่ออยากตามตื๊อเจ้า สกุลเวินของพวกเราก็จะไม่อนุญาตเป็นอันขาด”

“พี่รอง...”

เวินเยวี่ยร้อนใจแล้ว แต่ชุยเส้าเจ๋อกลับร้อนใจยิ่งกว่านาง

“ไม่ได้ ข้าไม่กล่าวคำสาบานนี้!”

ชุยเส้าเจ๋อถลึงตาใส่เวินซื่ออย่างเหี้ยมโหด

เขาคิดว่าเวินซื่อจะต้องดูออกแล้วว่าเขามีใจให้น้องเยวี่ยเอ๋อร์ ดังนั้นถึงจงใจเสนอเงื่อนไขชั่วช้าเช่นนี้ออกมาเพื่อขัดขวางเขากับน้องเยวี่ยเอ๋อร์!

เหอะ

ต่อให้เป็นเช่นนี้ เขาก็ไม่มีทางปล่อยให้สตรีชั่วช้าผู้นี้ทำสำเร็จหรอก!

ชุยเส้าเจ๋อคิดถึงตรงนี้ ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวพลันพรั่งพรูขึ้นมาในใจ

เขาประสานมืออีกครั้งแล้วเอ่ยกับเวินเฉวียนเซิ่งโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยว่า “ท่านลุง นอกจากการเรื่องถอนหมั้นเรื่องแรกนี้แล้ว หลายยังมีคำขออีกอย่าง หวังว่าท่านลุงจะช่วยทำให้สมหวังได้”

“คำขอของเจ้าช่างเยอะเหลือเกิน”

เวลานี้เวินเฉวียนเซิ่งมองออกถึงเงื่อนงำจากในปฏิกิริยาตอบสนองของเขากับเวินเยวี่ยแล้ว

เขาหรี่ตาสองข้าง นิ้วมือเคาะโต๊ะ ไม่เอ่ยวาจาอะไร

เวินหย่าลี่เห็นก็รู้ว่าพี่ชายของนางโกรธเกรี้ยวแล้ว

นางแทบอยากจะรีบดึงชุยเส้าเจ๋อลงไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ตอนนี้ความคิดของชุยเส้าเจ๋อมีเพียงเวินเยวี่ยเท่านั้น ไฉนเลยจะยอมฟังคำเกลี้ยกล่อมของมารดาเขา?

เขาสลัดมือของมารดาเขาอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวคำพูดที่เหลือออกมาทั้งหมดในเฮือกเดียว “ขอร้องท่านลุง ชาตินี้ข้าอยากแต่งงานกับสตรีเพียงนางเดียว นั่นก็คือน้องเยวี่ยเอ๋อร์! ดังนั้นขอร้องท่านลุงโปรดยินยอมให้ข้าถอนหมั้นกับเวินซื่อ เพื่อให้ข้ากับเยวี่ยเอ๋อร์สมหวังด้วยขอรับ!”

เมื่อคำพูดนี้ของเขาออกมา พี่น้องสกุลเวินในงานพากันหน้าเปลี่ยนสี

“ชุยเส้าเจ๋อ เจ้ากล้า!”

เวินจื่อเฉินเดือดดาล

เวินฉางอวิ้นเอ่ยโน้มน้าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “น้องเส้าเจ๋อ บุตรีสกุลเวินของพวกเราไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้เจ้ามาหยามเกียรติได้ตามใจชอบหรอกนะ!”

แม้กระทั่งเวินจื่อเยวี่ยกับเวินอวี้จือสองคนก็มีสายตาไม่พอใจเช่นกัน

ท่าทางหวั่นไหวและปกป้องคนใกล้ชิดของแต่ละคนดูดีกว่าเมื่อครู่นี้มากเลย

เวินซื่อหัวเราะหยัน

เวินจื่อเฉินที่อยู่ทางด้านข้างบังเอิญเห็นฉากนี้พอดีก็คิดไม่ถึงว่านางยังจะหัวเราะออกมาได้

“เจ้ายังหน้าไม่อายหัวเราะอีกหรือ?! ข้าขอถามเลยนะเวินซื่อ เจ้าเป็นบุตรีสกุลเวินของพวกเราแน่หรือ? ดูสิว่าคู่หมั้นของเจ้ารังแกเจ้าต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้จนกลายเป็นอันใดไปแล้ว? เจ้าควบคุมเขาให้ดี ๆ ไม่ได้หรือ?”

“ข้าไม่กล้าควบคุมหรอก พี่รองไม่ได้ยินคำพูดของเขาหรือ? สตรีที่คู่หมั้นของข้าอยากแต่งงานด้วยในชาตินี้มีเพียงน้องสาวแสนดีของข้าเท่านั้น ว่าไปแล้วช่างรักมั่นเสียจริง เจ้าว่าใช่หรือไม่ น้องหก?”

เวินซื่อกล่าวพลางยิ้มจนดวงตาโค้ง สีหน้าของนางคล้ายกับไม่แยแสเลยสักนิดเดียว ถึงขนาดที่ยังทีท่าทางทอดถอนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างมากด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อคำพูดเหล่านี้เข้าไปในหูของคนอื่น ก็มีคนค่อย ๆ เข้าใจความนัย

ในบรรดาแขกที่มาวันนี้ มีหลายคนเป็นฮูหยินขุนนางที่คุ้นชินกับการแก่งแย่งชิงดีและวางอุบายชั่วร้ายกันในเรือนหลัง

เรื่องน้องสาวล่อลวงคู่หมั้นพี่สาวอะไรเช่นนี้พบเห็นได้ไม่น้อยในเมืองหลวงนี้

หากเป็นคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์จริง ๆ ควรรู้จักรักษาระยะห่างที่ควรมีกับคู่หมั้นของพี่สาวบ้างถึงจะถูก

แต่เมื่อครู่นี้ทุกคนล้วนมองเห็นชัดเจนว่าตอนที่เวินซื่อยังไม่มาที่เรือนหน้า เวินเยวี่ยกับชุยเส้าเจ๋อก็พูดคุยหัวเราะกันตลอด ดูใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก

ก่อนหน้านี้ทุกคนคิดตามจิตใต้สำนึกว่าเป็นเพียงความสัมพันธ์สนิทสนมระหว่างลูกพี่ลูกน้องเท่านั้นเอง

ทว่าตอนนี้มีเหตุการณ์ที่ชุยเส้าเจ๋อก่อขึ้นมาเช่นนั้น แล้วนึกโยงถึงคำพูดของเวินซื่ออีกที ชั่วขณะหนึ่งผู้คนไม่น้อยมองไปทางเวินเยวี่ยด้วยสายตาที่มีนัยแอบแฝงลึกซึ้ง

เวินเยวี่ยที่สัมผัสได้ว่าบรรยากาศรอบด้านเปลี่ยนไปก็แทบจะกัดฟันหัก

สมควรตาย!

เหตุใดนางแพศยาผู้นี้ถึงฉลาดขึ้นมาแล้ว?

ก่อนหน้าโง่เง่าเหมือนหมู ถูกนางเล่นอยู่ในมือมาโดยตลอด

แต่วันนี้นางแพศยาผู้นี้รับมือไม่ง่ายเลยอย่างเห็นได้ชัด

หรือว่ามีผู้สูงส่งอะไรคอยชี้แนะอยู่ข้างหลัง?

เวินเยวี่ยเม้มปากเล็กน้อย

ต่อให้เป็นเช่นนี้ คนโง่ก็เป็นคนโง่

ขอเพียงบิดากับพวกพี่ชายยืนอยู่ฝั่งนาง เวินซื่อผู้นั้นก็ไม่มีวันมีโอกาสพลิกสถานการณ์กลับมาได้เด็ดขาด!

ชาติที่แล้วข้าช่างโง่งมเหลือเกิน

เวินซื่อที่สัมผัสได้เช่นเดียวกันว่าบรรยากาศรอบด้านเปลี่ยนไปก็ด่าทอตนเองในใจด้วยน้ำเสียงทอดถอนใจ

ชาติก่อนนางถูกชุยเส้าเจ๋อถอนหมั้นต่อหน้าผู้คน เวลานั้นนางสะเทือนใจมากเกินไปจนไม่อาจยอมรับได้ นางจึงขอร้องอย่างขมขื่นต่อหน้าแขกเหรื่อทุกคนเพื่อที่จะชนะใจชุยเส้าเจ๋อกลับมา แต่สิ่งที่ได้รับมาคือสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจและความดูแคลนของชุยเส้าเจ๋อ

เขากล่าวว่า “ข้าชุยเส้าเจ๋อเป็นคนที่เปิดเผยโปร่งใส สิ่งที่รังเกียจที่สุดก็คือลูกไม้สกปรกพวกนั้น เวินซื่อเจ้าฝ่าฝืนข้อห้ามของข้า ไม่คู่ควรเป็นภรรยาของข้านานแล้ว”

หลังจากนั้นมา นางก็กลายเป็นที่ขบขันของทั้งเมืองหลวงในชั่วข้ามคืนเพราะคำพูดนี้ของชุยเส้าเจ๋อ

เวลานี้ได้กลับมามีชีวิตใหม่ เวินซื่อได้เลือกหนทางใหม่แล้ว

หลังจากที่ไม่ยึดติดกับสิ่งของที่ไม่ใช่ของนางแล้ว ที่แท้ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเรียบง่ายมากนัก

“เวินซื่อ เจ้าพอได้แล้ว!”

ชุยเส้าเจ๋อทำหน้าทะมึน “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับน้องเยวี่ยเอ๋อร์ ข้าอยากถอนหมั้นกับเจ้า เจ้ามีคำพูดอะไรก็พูดกับข้าสิ! แต่ถ้าเจ้าอยากให้ข้าเปลี่ยนความคิด เช่นนั้นข้าขอบอกเจ้าว่า...”

เขาใช้น้ำเสียงรังเกียจที่สุดเอ่ยออกมาทีละคำ “เจ้า อย่า หวัง!”

“เพียะ!”

เสียงตบหน้าดังลั่นไปทั่วทั้งงาน

ทุกคนมองเวินซื่อที่อยู่บนปะรำพิธีอย่างตกตะลึง แม้แต่พวกเวินฉางอวิ้นที่เป็นพี่ชายก็ไม่อยากจะเชื่อภาพเบื้องหน้าอยู่บ้าง

ใคร ๆ ก็รู้ว่าเวินซื่อชอบชุยเส้าเจ๋อมาก

นางตามก้นชุยเส้าเจ๋าต้อย ๆ มาตั้งแต่เด็ก ใฝ่ฝันมาตลอดว่าอยากโตขึ้นไว ๆ เพื่อจะได้แต่งงานกับพี่เส้าเจ๋อของนาง

แต่ตอนนี้เวินซื่อกลับตบชุบเส้าเจ๋อ?

“เวินซื่อ! เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? เจ้ามีสิทธิอะไรมาตบบุตรชายของข้า!”

เวินหย่าลี่เป็นคนแรกที่ได้สติกลับมา ร้องเสียงดังด้วยอารมณ์รุนแรง ก่อนจะยกมือขึ้นฟาดไปที่หน้าของเวินซื่อ

แต่วินาทีถัดมาก็ถูกเวินซื่อจับข้อมือไว้
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
Chanamon Chanudon
มีไหวพริบในการช่วยตนเอง
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1413

    อวิ่นซิงกำลังนำทุกอย่างที่แมลงพิษด้านนอกสังเกตเห็น ถ่ายทอดให้หลานซื่อฟังอย่างไม่ตกหล่นหลานซื่อรับฟังไปพลาง โยนสมุนไพรต้นสุดท้ายลงในหม้อไปพลาง “นักพรตกู่จัดการได้ไม่เลว ถือว่ายังรู้จักหนักเบา ไม่ได้ทำให้ผู้คนถึงตาย เจียวชิงจูผู้นั้นก็ไม่ธรรมดา ปล่อยให้นางไปต่อกรกับนายน้อยเผ่าร้อยอสูรผู้นั้นก่อนสักตั้งเถิด”ที่นางพูดเช่นนี้ เป็นเพราะในสายตาของนาง เจียวชิงจูกับหลิงอวิ๋นไม่น่าจะไม่ใช่พวกเดียวกันผู้หนึ่งคือนายน้อยเผ่า ผู้หนึ่งคือบุตรีผู้อาวุโส ต่างมีเจตนาแอบแฝงแม้ทั้งหมดเป็นคนของเผ่าร้อยอสูร แต่ที่ใดมีผู้คนก็ย่อมมีการต่อสู้เห็นได้ชัดว่าสองคนนี้ก็เป็นเช่นนั้นมิเช่นนั้นหลังจากที่มหาปุโรหิตของพวกเขามีคำสั่งชัดเจนว่าห้ามมารบกวนที่นี่ จะไม่แอบมาหานางลับหลังผู้อื่นเช่นนี้อีกหลานซื่อไม่อยากออกหน้า ก็เป็นเพราะนางคร้านที่จะเข้าไปพัวพันกับเรื่องราวการต่อสู้ภายในของเผ่าร้อยอสูรแม้ว่าตอนนี้นางจะถูกเพ่งเล็งแล้ว ไม่อยากเข้าไปพัวพันก็เป็นไปไม่ได้อีกแต่การให้นักพรตกู่จัดการ หรือให้ฉีเซิงผู้เป็นมหาปุโรหิตของพวกเขาจัดการเอง อย่างไรเสียก็ย่อมแตกต่างจากการที่นางออกหน้าเองนอกจากนี้ยังมีอีกประ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1412

    “แม่นางชิงจูกระมัง ธิดาศักดิ์สิทธิ์ของเรายังคงปิดด่านรักษาสัตว์อสูรอยู่ หากยังไม่ถึงเวลา ก็จะไม่ออกมา และจะไม่พบใครทั้งสิ้น ขอให้ทุกท่านจงกลับไปเถิด”นางผู้นี้ก้าวเข้ามาอย่างเกรงอกเกรงใจ บอกฐานะของตนเองแก่นักพรตกู่ขึ้นมาก่อนเจียวชิงจู บุตรีของผู้อาวุโสแห่งเผ่าร้อยอสูรเนื่องจากสัตว์อสูรกำลังรับการรักษาอยู่กับหลานซื่อ นางรู้สึกได้ว่าดูเหมือนจะหายดีแล้ว ดังนั้นจึงอยากมาเยี่ยมสัตว์อสูร และต้องการมาขอบคุณหลานซื่อต่อหน้าสักครั้งแต่นักพรตกู่ยังคงขัดขวางนางเอาไว้โดยไร้การยกเว้นเห็นแก่ที่นางดูมีมารยาทกว่าคนก่อนหน้านี้ แม้ภายในใจนักพรตกู่จะรำคาญยิ่งนัก แต่ก็ยังผ่อนปรนท่าทีลง ไม่ได้ลงมือ เพียงใช้น้ำเสียงราบเรียบปฏิเสธนางไป“อย่างนั้นหรือ? แล้วไม่ทราบว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์จะออกจากด่านเมื่อไหร่?”เจียวชิงจูไม่ได้ดึงดันจะบุกเข้าไปเหมือนหลิงอวิ๋นหลังจากได้ยินนักพรตกู่ปฏิเสธนาง นางก็ทำหน้าเสียดาย ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นโดยลดความต้องการลงนักพรตกู่กล่าวเพียงว่า “ธิดาศักดิ์สิทธิ์จำเป็นต้องปิดด่านสามวัน วันนี้คือวันที่สอง”เจียวชิงจูย่อมรู้เรื่องที่หลานซื่อต้องปิดด่านสามวันอยู่แล้ว ดังนั้นที่นางถาม

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1411

    “จริงสิ ข้าเห็นแก่หน้าของท่าน ถึงไม่ได้ลงมือสังหารพวกเขาให้ตายทันที ยังพอเหลือช่องทางให้พวกเขาอยู่บ้าง เวลาสามวัน ตราบใดที่พวกท่านสามารถหาวิธีถอนพิษให้พวกเขาได้ภายในเวลาสามวัน ย่อมไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว”นักพรตกู่เอ่ยถ้อยคำนี้อย่างง่ายดายแต่สิ่งที่คนเหล่านั้นโดนเข้าไปคือพิษร้าย!มองดูใบหน้าที่เขียวคล้ำของแต่ละคนนั้น ไม่ต้องคาดเดาฉีเซิงก็รู้ว่า สิ่งที่เรียกว่ายาถอนพิษนี้ไม่อาจมีวิธีอื่นใดอีก หนทางช่วยชีวิตเพียงหนึ่งเดียวล้วนอยู่ในกำมือของตาเฒ่าผู้นี้น่าเสียดาย ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดจะเอามันออกมาฉีเซิงเหลือบมองนักพรตกู่ปราดหนึ่ง นักพรตกู่ประสานสายตาที่ท้าทายยิ่งนักกับเขา “แน่นอน หากมหาปุโรหิตฉีอยากจะเป็นเหมือนพวกเขา อยากจะลองแย่งชิงดูสักตั้งล่ะก็ ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะเล่นสนุกกับมหาปุโรหิตฉี”ตะขาบพิษร้ายหวนกลับมาอยู่แทบเท้านักพรตกู่ในทันที แล้วหันไปทางฉีเซิงพร้อมชูตัวขึ้นครึ่งร่าง ส่งเสียงเตือนเป็นการข่มขู่ฉีเซิงไม่มีทางลงไม้ลงมือกับเขาอยู่แล้วเมื่อครู่นายน้อยเผ่าเพิ่งจะล่วงเกินคนผู้นี้ไป ตาเฒ่าผู้นี้มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนใจแคบยิ่งนัก หากไปล่วงเกินเขาเข้าอีก แล้วคนในเ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1410

    เรื่องอับอายในบ้านไม่ควรแพร่งพรายสู่ภายนอกยิ่งไปกว่านั้น หลิงอวิ๋นยังเป็นถึงนายน้อยของเผ่าร้อยอสูรเขาไม่ต้องการศักดิ์ศรี แต่เผ่าร้อยอสูรยังต้องรักษาศักดิ์ศรีเอาไว้ฉีเซิงกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมาให้หลิงอวิ๋นได้ส่วนหนึ่ง แต่หลิงอวิ๋นกลับไม่คิดจะขอบคุณเขาเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังรู้สึกว่าเขาเกะกะขวางหูขวางตาเสียอีกไอ้สุนัขรับใช้ได้กลิ่นมาไวถึงเพียงนี้เชียวหรือเวลานี้ภายในใจของหลิงอวิ๋นหงุดหงิดถึงขีดสุด เป็นเพราะตาแก่บัดซบผู้นี้ และเป็นเพราะท่าทีเสแสร้งของฉีเซิงด้วยเขาพ่นลมหายใจเย็นชาทีหนึ่ง ไม่สนใจทางลงที่ฉีเซิงมอบให้เลยแม้แต่น้อยเมื่อรู้ว่าเรื่องของวันนี้ไม่มีโอกาสเหลือแล้ว หลิงอวิ๋นจึงไม่อ้อมค้อม เพียงมองไปยังผู้ใต้บัญชาและสัตว์อสูรของพวกเขาที่ถูกพิษล้มกองเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้น“ตาเฒ่า รีบส่งยาถอนพิษออกมาเดี๋ยวนี้!”หากคนของเขาและสัตว์อสูรของพวกเขาเป็นอะไรไป เขาจะไม่มีทางปล่อยตาแก่บัดซบผู้นี้ไปเด็ดขาด!แต่นักพรตกู่กลับมีสีหน้าเรียบเฉย ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไม่มี”“ว่าอะไรนะ?!”หลิงอวิ๋นกำลังจะระเบิดอารมณ์ในทันทีฉีเซิงที่อยู่ด้านข้างรีบเข้ามาขวางเขาเอาไว้ “ยั้ง

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1409

    “ท่านกล้าแตะต้องข้าก็ลองดูสิ! ข้าคือนายน้อยเผ่าร้อยอสูร หากท่านปล่อยให้แมลงโสโครกตัวนี้มากัดข้าอีก ไม่ว่าจะเป็นท่านหรือนายของท่าน ก็อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดได้เห็นดวงตะวันของวันพรุ่งนี้!”เขาก็นึกอยู่ว่าเหตุใดเจ้าหนูคนนี้ถึงได้โอหังนัก ที่แท้ก็เป็นนายน้อยเผ่าของที่นี่นี่เองนักพรตกู่นึกตำหนิในใจอยู่สองคำ สีหน้ายังคงเหยียดหยาม “เป็นนายน้อยเผ่าแล้วจะอย่างไร? ธิดาศักดิ์สิทธิ์ของพวกข้ามีจิตใจเมตตา จึงได้สงสารยอมรักษาสัตว์อสูรให้แก่ชาวเผ่าร้อยอสูรของพวกท่าน ได้ยินว่ายังเป็นสิบตัวที่ถูกพิษศพเน่าเปื่อยรุนแรงที่สุดในหมู่พวกท่านเสียด้วย เวลานี้กำลังอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน ไม่อนุญาตให้ผู้ใดรบกวน ท่านผู้เป็นนายน้อยเผ่ากลับยังกล้าพาคนบุกรุกเข้ามา ไม่กลัวว่าหากพลั้งเผลอไปจะทำให้สัตว์อสูรในชนเผ่าของพวกท่านต้องตายอย่างนั้นหรือ?”ช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานอะไรกัน ชัดเจนว่ารักษาหายแล้ว ยังจะต้องรออะไรอีก?ที่เขาร้อนใจเช่นนี้ในตอนนี้ นอกจากต้องการพบหน้าธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนเซียนผู้นั้นในทันทีแล้ว การอยากรีบไปดูอาการของสัตว์อสูรเสือดาวของตนก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งเช่นกันเพียงแต่นึกไม่ถึงว่า ยังไม่ทันจะได

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1408

    คนของเผ่าร้อยอสูรหลายคนแม้จะหวาดกลัวตะขาบพิษร้ายแรงตัวนั้น แต่เมื่อมีคำสั่งของนายน้อยเผ่าอยู่ พวกเขาจึงทำได้เพียงกัดฟันปล่อยสัตว์อสูรของตนเองออกมามีหมี หมู มีเพียงพอนและวานรสัตว์อสูรทั้งสี่ห้าตัวที่มีขนาดใหญ่กว่าสัตว์ป่าทั่วไปประมาณหนึ่ง ต่างปรากฏกายขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยภายนอกถ้ำพำนักของหลานซื่อ แต่ละตัวล้วนเผยแววตาดุร้าย ตีวงล้อมครึ่งวงกลมใส่นักพรตกู่ที่อยู่บริเวณปากถ้ำพำนักพร้อมกับผู้เป็นนายของพวกเขา“อาศัยเพียงเดรัจฉานไม่กี่ตัวนี้ ก็คิดจะบุกรุกถ้ำพำนักของธิดาศักดิ์สิทธิ์ของเราอย่างนั้นหรือ?”นักพรตกู่ไม่เห็นสัตว์อสูรเหล่านั้นอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย เขาเชิดคางขึ้นอย่างหยิ่งยโส ส่งเสียงยิ้มเยาะทีหนึ่ง “หึ อยากตายก็เข้ามา! ข้าจะสงเคราะห์พวกเจ้าเอง!”หลิงอวิ๋นตีหน้าขรึม “ไม่ต้องเล่นถึงตาย แค่ทำให้เขาพิการก็พอ”หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้น แค่ตาเฒ่าชั่วช้าผู้นี้ยั่วยุครั้งแล้วครั้งเล่า เขาไม่มีทางไว้ชีวิตเขาผู้นั้นแน่ตอนนี้เก็บชีวิตต่ำต้อยของเขาไว้ก่อน รอจนกว่าจะจับตัวธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนเซียนผู้นั้นได้แล้ว เขาย่อมมีสารพัดวิธีที่จะเล่นงานตาเฒ่าชั่วช้าผู้

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1227

    หากเสินอ๋องผู้เฒ่าต้องการไว้หน้าเอ้อถานหลัวจริง ก็คงไม่ตอบตกลงให้นางจัดการเวินเยวี่ยแม้จะเอ่ยประโยคที่ว่า ‘เห็นแก่หน้าอาจารย์อาของเจ้า อย่าลงมือให้หนักเกินไปนัก’ แต่นั่นก็เป็นเพียงลมปากพูดกันตามตรง ที่รับปากให้นางสั่งสอนคนอื่นนั้นไม่จริง ที่บีบบังคับให้ศิษย์น้องเอ้อถานหลัวของเขาเปิดปากต่างหากที่

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1253

    เป่ยเฉินหยวนทาบธนูปลอกแขนเข้ากับข้อมือของหลานซื่อ พลางจัดให้เข้าที่แล้วค่อย ๆ พันสายรัดสีแดงนั้นรอบแล้วรอบเล่าจนแน่นหนา“ในพิธีสวดขอพรท่านต้องระวังให้ดี เสินอ๋องผู้เฒ่าผู้นั้นอันตรายยิ่งกว่าเวินเฉวียนเซิ่งเสียอีก การที่จู่ ๆ เขาก็ให้ท่านเป็นผู้ดำเนินพิธีสวดขอพร ย่อมไม่ใช่เพียงแค่การเซ่นไหว้ทั่วไปตา

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1241

    ไป๋เยวี่ยโหรวขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาแฝงความไม่เข้าใจเอาไว้หลานซื่อนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง พลางเอ่ยปากอย่างไตร่ตรองว่า “ข้าไม่ค่อยรู้เรื่องราวในอดีตของพวกท่านนัก แต่มีจุดหนึ่งที่ข้าค่อนข้างรู้สึกสงสัย บางทีอาจเป็นเพราะข้าไม่เข้าใจ ดังนั้นข้าจะลองพูดให้ท่านฟังดูว่ามันมีปัญหาหรือไม่”ไป๋เยวี่ยโหรวพยักหน

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1216

    “ฟิ้ว!”ลำแสงเย็นเยียบสายหนึ่งแวบผ่านมาผู้คนล้วนยังไม่ทันตอบสนอง กระบี่ยาวในมือเป่ยเฉินหยวนไม่รู้ถูกชักออกมาเมื่อใด พริบตาเดียวก็แนบอยู่บนลำคอของปาเก๋อหลู่เสียแล้วโลหิตไหลรินลงมาตามลำคอที่ไหลลงมาพร้อมกันยังมีเหงื่อเย็นหยดหนึ่งบนหน้าผากของปาเก๋อหลู่เหล่าทหารด้านหลังเขามีการตอบสนองในที่สุด พา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status