Masuk“เยวี่ยโหรว ไม่ต้องลังเลอีกแล้ว ครั้งนี้ เจ้าไปเถิด”เขาไม่ได้เอ่ยถึงตนเองเพราะไม่ว่าจะพูดอย่างไร คนผู้นั้นก็คือบิดาของเขาไป๋เยวี่ยโหรวเม้มริมฝีปาก มองเขาด้วยสายตาซับซ้อน “ปาถูเอ่อร์...”นางเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ปาถูเอ่อร์กลับขัดจังหวะนางก่อนที่จะได้อ้าปาก เขาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงกำชับด้วยความห่วงใยประโยคหนึ่ง “ระวังตัวด้วย ดูแลตัวเองให้ดี”จนกระทั่งชั่วขณะนี้เอง ไป๋เยวี่ยโหรวจึงได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในที่สุดถูกพิษ ถูกบงการ ถูกตามล่า...ความแค้นทั้งหลายนี้ ได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเสินอ๋องผู้เฒ่าและปาหย่า รวมถึงปาเก๋อหลู่ ล้วนกลายเป็นความแค้นที่ต้องตายกันไปข้างหนึ่งพวกเขาไม่เพียงคิดร้ายต่อนาง แม้แต่ปาถูเอ่อร์เองก็ต้องเผชิญกับอันตรายมาไม่น้อยวันที่พวกเขาได้พบกับหลานซื่อและพวกเป็นครั้งแรก ไม่ใช่ว่ากำลังถูกปาเก๋อหลู่พาคนตามไล่ล่าอยู่หรอกหรือ?ยามปกติก็ทำเป็นเสแสร้ง ลับหลังก็ลอบวางแผนประทุษร้ายปาถูเอ่อร์ผู้เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดอย่างไม่ลดละเสินอ๋องผู้เฒ่าอาจจะไม่เคยลงมือเอง แต่การนิ่งเฉยและลำเอียงของเขา แท้จริงแล้วก็คือการทำร้ายบุตรชายในไส้ของตนเองรูปแบบ
หลังจากหลานซื่อปล่อยเลือดจนเต็มชามใหญ่ต่อหน้าแล้ว เสินอ๋องผู้เฒ่าและพวกถึงได้ปล่อยให้นางกลับไปยังกระโจมก่อนตอนที่เดินจากมา ใบหน้าของนางขาวซีด มือซ้ายกุมเป่ยเฉินหยวนไว้แน่น มือขวาจูงเล่อถงหลวม ๆไป๋เยวี่ยโหรวและปาถูเอ่อร์เดินตามหลังนางมาด้วยกันเมื่อกลับถึงกระโจมที่พักของตน หลานซื่อก็เดินโซเซ เกือบจะล้มพับลงกับพื้นแต่ในวินาทีถัดมา มือใหญ่ข้างหนึ่งก็เข้ามาประคองนางไว้ได้ทันท่วงที โอบกอดนางเข้าสู่อ้อมอกในทันใดอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นนี้ทำให้นางที่สูญเสียเลือดมากเกินไป จนแขนขาเริ่มเย็นเฉียบค่อย ๆ อบอุ่นขึ้นเล็กน้อยแต่ผู้ที่โอบกอดนางอยู่นั้นกลับมีสีหน้าเย็นชาจนน่ากลัวเป่ยเฉินหยวนสีหน้าเย็นชา แต่การเคลื่อนไหวของมือนั้นกลับเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ขณะวางหลานซื่อลงพักผ่อนบนตั่ง“ภารกิจในค่ำคืนนี้ไม่อนุญาตให้ท่านเข้าร่วม”เป่ยเฉินหยวนเอ่ยคำพูดนี้ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แฝงด้วยความโกรธเกรี้ยวเห็นได้ชัดว่ากำลังโกรธเคืองหลานซื่อที่ยืนกรานจะใช้วิธีทำร้ายตนเองเพื่อคลี่คลายเรื่องนี้เมื่อหลานซื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาที่เดิมทีจวนจะปิดลงเพื่อพักผ่อนได้เบิกโพลงขึ้นมาทันควันนางมองบุรุษที่ยืนอยู่ข
นางก้มหน้ามองมือที่ขาดสะบั้นบนพื้น เปลือกตาที่หลุบลงบดบังไฟโทสะอันพลุ่งพล่านและความเคียดแค้นอันไร้ที่สิ้นสุดในดวงตาของนางนางหญิงชั้นต่ำสมควรตาย!แค้นนี้ นางจะต้องให้นางผู้นั้นชดใช้คืนเป็นร้อยเท่าแน่นอน!“เอาล่ะ พาองค์หญิงไปทำแผล”เสินอ๋องผู้เฒ่าออกคำสั่งสือเซี่ยวรุดขึ้นไปด้านหน้าทันที มือหนึ่งประคองปาหย่า อีกมือหนึ่งกำลังจะไปหยิบมือที่ขาดบนพื้น ในชั่วพริบตานั้นปลายดาบที่แผ่ไอเย็นเยียบก็เฉียดผ่านลำคอของเขาไป ปักมือข้างที่ขาดนั้นไว้กับพื้นสือเซี่ยวสะดุ้งโหยง พลางเงยหน้าขึ้นมองเห็นเพียงองครักษ์ข้างกายธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งต้าหมิงกำลังโน้มมองลงมาที่เขาด้วยสายตาเย็นชา ราวกับกำลังมองคนตายก็ไม่ปาน“เจ้า...”“ยังมัวเหม่ออะไรอยู่เล่า พาองค์หญิงออกไป!”สือเซี่ยวกำลังคิดจะดุด่าเป่ยเฉินหยวน เสียงของเสินอ๋องผู้เฒ่าก็ดังขึ้นตัดบทเขาในทันทีภายในใจของสือเซี่ยวสั่นสะท้านเห็นทีมือข้างนี้ขององค์หญิงคงเอาไปไหนไม่ได้แล้วเขาทำได้เพียงกัดฟัน ตัดใจจากมือที่ขาดบนพื้น แล้วประคองปาหย่าออกไปอย่างระมัดระวังหลังจากพวกเขาเดินออกไป ไม่รอให้หลานซื่อพูดอะไร ไป๋เยวี่ยโหรวก็ผุดลุกขึ้นแล้วเดินไปหาเด็กน
ปาหย่าคิดไม่ถึงว่า ตนเองพยายามเอาอกเอาใจเสด็จพ่อถึงเพียงนี้แล้วท้ายที่สุด เสด็จพ่อกลับไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะต่อสู้เพื่อนางแม้แต่น้อย ตอบรับเงื่อนไขของสตรีผู้นั้นทันที!นั่นคือมือของนาง!หากต้องเสียมือไปข้างหนึ่ง แล้ววันหลังนางจะไปช่วงชิงตำแหน่งผู้สืบทอดได้อย่างไร?!แม้ก่อนหน้านี้ปาเก๋อหลู่จะถูกกรีดจนตาบอด แต่ดวงตายังเปลี่ยนได้ แต่มือที่ขาดไปนั้นไม่อาจต่อคืนได้อีก!เวลานี้ปาหย่ายังไม่ล่วงรู้สิ่งที่เสินอ๋องผู้เฒ่าได้วางแผนไว้ให้ตนเองแล้วนางรู้สึกเพียงว่าหัวใจเย็นเฉียบถึงขีดสุด สายตาที่มองไปยังเสด็จพ่อของตนเริ่มเจือไปด้วยแววอาฆาตแค้นโดยไม่รู้ตัวเสินอ๋องผู้เฒ่าคล้ายจะสัมผัสได้ถึงบางอย่าง แต่ทันทีที่หันมา ปาหย่าก็เบือนหน้าหนีไปเสียแล้วนางกัดริมฝีปากล่างแน่น ฝืนกลืนความโกรธแค้นและความพยาบาทลงไปในเมื่อเสด็จพ่อปฏิบัติต่อนางเช่นนี้ ก็อย่ามาตำหนิว่าบุตรสาวอย่างนางไร้น้ำใจ!ปาเก๋อหลู่ที่อยู่ข้าง ๆ มองเห็นทุกอย่างนี้เช่นกันหากจะพูดว่าก่อนหน้านี้เขายังคงสงสัยในคำพูดของปาหย่าที่ว่า เสด็จพ่อเริ่มจะผิดหวังในตัวนางแล้วเช่นกันเช่นนั้นการตัดสินใจเลือกของเสด็จพ่อในตอนนี้ก็ทำให้เขาหมดคว
นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ สายตาเริ่มจากจับจ้องเวินเฉวียนเซิ่งด้วยเจตนาที่ค่อนข้างร้ายในขณะที่เวินเฉวียนเซิ่งเกือบจะคิดไปว่า บุตรสาวเนรคุณผู้นี้คิดจะฉวยโอกาสเอาชีวิตของเขา สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นระแวดระวังถึงขีดสุดนั้น หลานซื่อก็ยิ้มเยาะเบา ๆ ทีหนึ่ง แล้วจึงละสายตาไปนางมองไปยังเอ้อถานหลัวที่กำลังหลับตาพักผ่อน พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ต้องการให้เอ้อถานหลัวไต้ซือช่วยอะไรข้าบางอย่าง”เมื่อได้ยินหลานซื่อเอ่ยถึงตนเองอย่างกะทันหัน เอ้อถานหลัวจึงลืมตาขึ้นมองนางเพียงแต่รู้สึกอยู่เสมอว่าการที่หลานซื่อลากเขาเข้ามาเกี่ยวข้องในเงื่อนไขข้อที่สามนี้ อาจจะแฝงด้วยเจตนาที่ไม่ดีนักดังนั้นเขาจึงอ้าปากเตรียมจะปฏิเสธ “อาตมาไม่มีความสามารถอะไร คงไม่อาจช่วยธิดาศักดิ์สิทธิ์ได้”ฟังดูเถิด หลวงจีนชั่วนี่ลืมตาขึ้นมาก็โป้ปดแล้ว ยังกล้าเรียกตัวเองว่าพระสงฆ์อยู่อีกหรือ?แต่ตนเองก็ต้องอาบัติอยู่บ่อยครั้ง เมื่อเทียบกับหลวงจีนชั่วผู้นี้แล้วก็นับว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกันจริง ๆหลานซื่อท่องอมิตตาพุทธในใจเพื่อสำนึกผิดอีกครา ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เอ้อถานหลัวไต้ซือโปรดวางใจ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพียงอยากจะขอยืมโลง
“หากองค์หญิงปาหย่าสนใจคนข้างกายข้าถึงเพียงนี้จริง ๆ วันหลังแม่ชีค่อยจัดให้พวกท่าน ‘พูดคุยกันให้มาก ๆ’ เพียงแต่ตอนนี้คงจะไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดเรื่องเหล่านี้กระมัง?”หลานซื่อปรายตาขึ้นมอง พลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิมคล้ายกับว่าไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่ปาหย่าเปิดเผยว่าข้างกายนางยังมีผู้ใต้บัญชาที่เก่งกาจอีกคนหนึ่งแม้แต่น้อยนางมองข้ามปาหย่าไป สายตาทอดมองไปยังเสินอ๋องผู้เฒ่า “หรือจะบอกว่า คนที่ค่อนข้างสนใจเรื่องนี้ไม่ใช่องค์หญิงปาหย่า แต่เป็นเสินอ๋องหรอกหรือ?”เสินอ๋องผู้เฒ่าต้องสนใจอยู่แล้วแต่เมื่อเทียบกับเรื่องที่สำคัญตรงหน้านี้ ก็เป็นความสนใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ธิดาศักดิ์สิทธิ์พูดเล่นเสียแล้ว เรากลับเข้าประเด็นหลัก หารือเรื่องการสลายพิษกันต่อเถอะ”เขายกคำพูดก่อนหน้าของหลานซื่อขึ้นมา “ก่อนหน้านี้ธิดาศักดิ์สิทธิ์บอกว่ามีเงื่อนไขทั้งหมดสามข้อ นี่เพิ่งจะพูดไปเพียงข้อเดียว ทำไมไม่บอกอีกสองข้อที่เหลือออกมาเสียเลย พวกเราจะได้เอามาพิจารณาให้ดี”หลานซื่อยิ้มเล็กน้อย นางพยักหน้าเห็นพ้องด้วย “ก็ได้”“เงื่อนไขข้อที่สอง ข้าต้องการเด็กคนนี้”ทันทีที่คำพูดนี้เอ





![เฟิ่งหวง [鳳凰]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

