Share

บทที่ 5

Penulis: จิ้งซิง
“เวินซื่อ เจ้าบ้าไปแล้วหรือ?!”

เวินเยวี่ยที่เดิมทียังนึกว่ามีโอกาสแย่งกลับมาก็ร้องเสียงหลงด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว

อารมณ์หวั่นไหวรุนแรงราวกับว่าสิ่งที่เวินซื่อตัดคือชุดของนาง

เวินซื่อขยับมือไม่หยุด รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงไม่แปรเปลี่ยน “ตัดชุดอย่างไรเล่า พี่รองกับน้องหกเห็นแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดต้องมีปฏิกิริยารุนแรงถึงเพียงนี้?”

ดวงตาสองข้างของเวินจื่อเฉินพ่นไฟแล้ว “เจ้ายังกล้าถามข้าอีกหรือว่าเหตุใดถึงมีปฏิกิริยารุนแรงเช่นนี้?! ชุดนี้เป็นชุดที่ข้ากับพวกพี่ใหญ่ตั้งใจสั่งทำขึ้นมาเพื่อพิธีปักปิ่นของเจ้า ตอนนี้เจ้ากำลังทำอะไรอยู่? เหตุใดเจ้าต้องตัดมันจนเละด้วย?!”

“เพราะว่าไม่มีใครต้องการมันแล้ว”

เวินซื่อตัดลงไปดัง “ฉับ” อีกครั้ง “ข้าไม่ต้องการ น้องหกก็ไม่ต้องการ ของที่ไม่มีใครต้องการย่อมต้องจัดการทิ้ง”

สีหน้าของนางเย็นชาจนทำให้เวินจื่อเฉินแทบจะรู้สึกแปลกตา

ใครบอกว่าข้าไม่ต้องการ?!

เวินเยวี่ยโกรธจนแทบอยากจะกรีดร้อง

นางแค่จงใจบอกปัดเพื่อไม่ให้เวินจื่อเฉินสงสัยเท่านั้น

ใครจะคิดว่าเวินซื่อกลับเสียสติถึงเพียงนี้?!

ทั้ง ๆ ที่นางคิดไว้นานแล้วว่าวันนี้จะต้องสวมชุดพิธีการนี้ให้ได้ แต่ตอนนี้ถูกเวินซื่อทำลายหมดแล้ว!

นี่เป็นชุดพิธีการที่แพงที่สุดและดีที่สุดในเมืองหลวงนะ!

มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น!

เวินเยวี่ยปวดใจจนแทบหลั่งเลือด

“เจ้าบอกตั้งแต่เมื่อไรว่าเจ้าไม่ต้องการแล้ว? เจ้าเคยบอกว่าเจ้าชอบมากไม่ใช่หรือ? เจ้าทะนุถนอมชุดนี้ที่สุดไม่ใช่หรือ...”

เวินจื่อเฉินเดือดดาลอย่างยิ่ง

เวินซื่อกลับตัดบทเขาทันทีว่า “ข้าไม่ชอบแล้ว”

นางเอ่ยทวนทีละคำว่า “เมื่อก่อนเคยชอบ แต่ตอนนี้ข้าไม่ชอบแล้ว”

สิ่งที่ไม่ได้เป็นของนาง นางไม่ต้องการทั้งนั้น

“ฉับ”

เมื่อเวินซื่อตัดลงไปเป็นครั้งสุดท้าย ชุดพิธีการนั้นก็ถูกนางตัดจนเละไม่เป็นชิ้นดี

เฉกเช่นความสัมพันธ์ของนางกับพวกเวินจื่อเฉิน

ชาติที่แล้วนางอยากกอบกู้สถานการณ์มากเกินไป หากตระหนักได้เร็วหน่อย ตัดขาดทุกอย่างนี้เร็วหน่อย สุดท้ายนางก็คงไม่ลงเลยถึงขั้นนั้น

และชาตินี้ นางจะไม่ทำอะไรโง่งมเหมือนชาติที่แล้วอีกเป็นอันขาด!

“เอาเถิด พิธีปักปิ่นใกล้จะเริ่มแล้ว ในเมื่อพี่รองไม่อยากให้ข้าออกไป เช่นนั้นก็ขออภัยที่น้องไม่อยู่เป็นเพื่อนแล้ว”

หลังจากที่นางวางกรรไกรลงก็หันหลังให้กับพวกเขา เริ่มไล่คนด้วยน้ำเสียงค่อนข้างหมดความอดทน

เวินจื่อเฉินยืนนิ่งอยู่กับที่ ดวงตาสองข้างแดงก่ำจ้องมองเศษผ้าที่กระจัดกระจายเต็มพื้น

เขาเหมือนกับถูกคนทุบแรง ๆ สมองว่างเปล่าทันใด

ไม่...

ไม่ถูก

เหตุใดน้องห้าถึงกลายเป็นเช่นนี้?

เหตุใดนางต้องทำขนาดนี้?

หรือว่านางโกรธที่เขาให้นางมอบชุดพิธีการให้กับน้องหก?

หรือเป็นเพราะว่าเขาปรักปรำนาง?

แต่นี่เป็นเพราะนางทำผิดก่อนไม่ใช่หรือ?

นางมีสิทธิอะไรมาอารมณ์เสีย?!

เวินจื่อเฉินยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ

“ทั้งหมดต้องโทษพวกพี่ใหญ่ที่ตามใจเจ้าจนกลายเป็นเช่นไรแล้ว! ตอนนี้แม้แต่ความหวังดีของพวกพี่ชาย เจ้าก็ยังกล้าทำลาย ต่อไปเกรงว่าเจ้ายังคิดจะขบถด้วย!”

เวินจื่อเฉินนึกว่าเอ่ยเช่นนี้เวินซื่อจะมีปฏิกิริยา แต่เวินซื่อที่นั่งอยู่ตรงนั้นกลับไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับมา

ท่าทีดูเหมือนขับไล่คนมาก ๆ

“ดี ๆๆ!”

เวินจื่อเฉินโกรธจนเอ่ยคำว่าดีติดต่อกันสามครั้ง เขาเอ่ยอย่างเกรี้ยวกราดว่า “เจ้ากล้าโกรธปั้นปึ่งใส่ข้า คอยดูนะ วันนี้ข้าจะต้องเรียกพวกพี่ใหญ่มาดูท่าทางดื้อดึงของเจ้า!”

เขากล่าวจบก็คว้าเครื่องประดับศีรษะที่เวินเยวี่ยเพิ่งหยิบขึ้นมาจากพื้น รวมทั้งรวบรวมเศษผ้าบนพื้นขึ้นมาทั้งหมด

“เอ๊ะ พี่รอง?!”

เวินเยวี่ยยังไม่ทันตั้งตัวก็เห็นเวินจื่อเฉินนำชุดพิธีการขาดรุ่งริ่งชุดนั้นหันตัวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

นางหันหน้ากลับไปถลึงตาใส่เวินซื่ออย่างไม่ยอมแพ้ หลังจากขบคิด สุดท้ายก็ยังไล่ตามออกไป

เมื่อพวกเขาจากไปแล้ว ห้องของเวินซื่อก็เงียบสงบลงในพริบตา

เงียบจนแทบได้ยินเสียงสาวใช้บางคนที่คิดว่าเสียงตัวเองเบามากกำลังแอบนินทากันอยู่บนระเบียงทางเดินที่ไม่ไกลจากด้านนอกห้อง

“อุ๊ย เมื่อกี้คนที่วิ่งออกมาจากห้องของคุณหนูห้าคือคุณชายรองกับคุณหนูหกไม่ใช่หรือ?”

“ดูเหมือนจะเป็นพวกเขานะ!”

“คิดไม่ถึงว่าจะได้เห็นคุณชายรอง หากรู้แต่แรกข้าคงไปรอในห้องของคุณหนูห้าแล้ว”

“ช่างเถิด เมื่อครู่นี้ข้าได้ยินคุณชายรองตำหนิคุณหนูห้าเสียงดังอีกแล้ว เกรงว่าคุณหนูห้าคงจะทำอะไรคุณหนูหกอีกแล้ว คนจิตใจชั่วช้าเช่นนั้น เจ้ายังกล้าไปใกล้นางอีกหรือ? เจ้าไม่กลัวว่าสักวันนางจะไม่พอใจจนลงมือกับเจ้าหรือไร?”

“สวรรค์ น่ากลัวเหลือเกิน! หากเป็นเช่นนี้ ใครยังจะกล้าไปรับใช้นางอีกเล่า?”

ภายในห้อง เวินซื่อฟังคำพูดเหล่านี้อย่างเย็นชา

ท่ามกลางเสียงของสาวใช้หลายคนนั้น คนที่พูดมากหนึ่งในนั้นก็คือชุนเซียง สาวใช้คนสนิทของนาง

และเป็นสาวใช้ที่เตะนางแรง ๆ เพื่อเอาใจเวินเยวี่ยตอนที่นางถูกขังไว้ในห้องลับ

ตอนแรกชุนเซียงหักหลังนางตามคำสั่งของเวินเยวี่ย ช่วยเวินเยวี่ยขับไล่นางออกจากจวนกั๋วกง ดังนั้นจึงกลายเป็นคนสนิทที่ทำงานเก่งข้างกายเวินเยวี่ย

เมื่อก่อนเวินซื่อไม่รู้เลย แต่ตอนนี้คิดดูแล้วเกรงว่าเวลานี้ชุนเซียงคงจะไปขอพึ่งพาอาศัยเวินเยวี่ยนานแล้ว

และลอบยุยงข้ารับใช้ในเรือนนาง ทำให้ทุกคนหวาดกลัวและตีตัวออกหากกับนาง

จิตสังหารฉายขึ้นมาในแววตาของเวินซื่อ

นางจะไม่ยอมปล่อยเวินเยวี่ยกับคนสกุลเวินไป

เช่นเดียวกัน นางก็จะไม่ยอมปล่อยคนที่ทรยศนาง

“พวกเจ้าทั้งหลาย”

เสียงของเวินซื่อพลันดังขึ้นจากด้านหลังพวกสาวใช้หลายคน

พวกซุนเซียงหันหน้าไปมองก็เห็นเวินซื่อยืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังจ้องมองพวกนางด้วยสายตาทะมึน

พวกสาวใช้ที่เพิ่งถูกชุนเซียงขู่ให้ตกใจพลันหวาดกลัวจนรีบลุกขึ้นมา

“นอกจากชุนเซียงแล้ว คนอื่น ๆ กลับไปเก็บข้าวของเสีย ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่แล้ว อีกเดี๋ยวข้าจะเรียกคนมารับพวกเจ้า”

สาวใช้คนอื่น ๆ ยังไม่ทันตั้งสติ เอ่ยถามอย่างงุนงงเล็กน้อยว่า “เก็บข้าวของ? ไปที่ใดหรือเจ้าคะ? คุณหนูห้าจะเรียกใครมารับพวกเราหรือเจ้าคะ?”

เวินซื่อมองพวกนางอย่างคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ย่อมเรียกนายหน้าค้าทาสมารับ ไม่เช่นนั้นยังมีใครได้อีก?”

สาวใช้ทั้งหลายพากันหน้าถอดสี เบิกตาโตอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“คุณหนูห้าเอ่ยเช่นนี้หมายความว่าอันใด? พวกนางทำสิ่งใดผิด ท่านถึงปฏิบัติกับพวกนางเช่นนี้?!”

ซุนเซียงที่ถูกแยกออกมาคนเดียวยังตระหนักไม่ได้ถึงความร้ายแรง นางจดจำคำพูดที่เวินเยวี่ยกำชับนางได้ขึ้นใจ พูดแทนสาวใช้คนอื่น ๆ อย่างหนักแน่นมีเหตุผลชอบธรรม

“พวกนางไม่ได้ทำสิ่งใดผิด”

เวินซื่อยิ้มน้อย ๆ “แต่ว่าสมองไม่ค่อยกระจ่างนัก แยกแยะไม่ออกว่าใครเป็นเจ้านายของพวกนาง”

“พวกคนที่ไม่รู้แม้กระทั่งว่าเจ้านายของตนเองเป็นใคร เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องอยู่เรือนของข้าต่อไป เก็บของไสหัวไปแต่เนิ่น ๆ เสีย เพื่อไม่ให้สักวันข้าไม่พอใจจนลงมือกับพวกเจ้า”

เมื่อคำพูดประโยคสุดท้ายออกมา บรรดาสาวใช้รวมถึงซุนเซียงก็พากันหน้าซีดเผือด

หลังจากนั้น เวินซื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ นางจึงกล่าวอีกว่า

“แน่นอนว่าพวกเจ้าสามารถไปอ้อนวอนขอร้องน้องสาวแสนดีที่มีเมตตาบริสุทธิ์ของข้าได้เหมือนกัน ไม่แน่ว่านางอาจจะยินดีจ่ายราคางามซื้อพวกเจ้าจากในมือของข้าก็ได้?”

พอดีเลย หากนางอยากออกไปจากสกุลเวิน ยังต้องเตรียมเงินในมือไว้ก่อน

เมื่อเวินซื่อปิดหน้าต่าง เพิ่งจะหันตัวมาก็สะดุ้งตกใจกับบุรุษผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

เมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัดเจน ความเคียดแค้นชิงชันอย่างรุนแรงก็พรั่งพรูขึ้นมาในใจของเวินซื่อ

นางเอ่ยปากอย่างช้า ๆ ว่า “พี่ใหญ่”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1343

    “เยวี่ยโหรว ไม่ต้องลังเลอีกแล้ว ครั้งนี้ เจ้าไปเถิด”เขาไม่ได้เอ่ยถึงตนเองเพราะไม่ว่าจะพูดอย่างไร คนผู้นั้นก็คือบิดาของเขาไป๋เยวี่ยโหรวเม้มริมฝีปาก มองเขาด้วยสายตาซับซ้อน “ปาถูเอ่อร์...”นางเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ปาถูเอ่อร์กลับขัดจังหวะนางก่อนที่จะได้อ้าปาก เขาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงกำชับด้วยความห่วงใยประโยคหนึ่ง “ระวังตัวด้วย ดูแลตัวเองให้ดี”จนกระทั่งชั่วขณะนี้เอง ไป๋เยวี่ยโหรวจึงได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในที่สุดถูกพิษ ถูกบงการ ถูกตามล่า...ความแค้นทั้งหลายนี้ ได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเสินอ๋องผู้เฒ่าและปาหย่า รวมถึงปาเก๋อหลู่ ล้วนกลายเป็นความแค้นที่ต้องตายกันไปข้างหนึ่งพวกเขาไม่เพียงคิดร้ายต่อนาง แม้แต่ปาถูเอ่อร์เองก็ต้องเผชิญกับอันตรายมาไม่น้อยวันที่พวกเขาได้พบกับหลานซื่อและพวกเป็นครั้งแรก ไม่ใช่ว่ากำลังถูกปาเก๋อหลู่พาคนตามไล่ล่าอยู่หรอกหรือ?ยามปกติก็ทำเป็นเสแสร้ง ลับหลังก็ลอบวางแผนประทุษร้ายปาถูเอ่อร์ผู้เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดอย่างไม่ลดละเสินอ๋องผู้เฒ่าอาจจะไม่เคยลงมือเอง แต่การนิ่งเฉยและลำเอียงของเขา แท้จริงแล้วก็คือการทำร้ายบุตรชายในไส้ของตนเองรูปแบบ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1342

    หลังจากหลานซื่อปล่อยเลือดจนเต็มชามใหญ่ต่อหน้าแล้ว เสินอ๋องผู้เฒ่าและพวกถึงได้ปล่อยให้นางกลับไปยังกระโจมก่อนตอนที่เดินจากมา ใบหน้าของนางขาวซีด มือซ้ายกุมเป่ยเฉินหยวนไว้แน่น มือขวาจูงเล่อถงหลวม ๆไป๋เยวี่ยโหรวและปาถูเอ่อร์เดินตามหลังนางมาด้วยกันเมื่อกลับถึงกระโจมที่พักของตน หลานซื่อก็เดินโซเซ เกือบจะล้มพับลงกับพื้นแต่ในวินาทีถัดมา มือใหญ่ข้างหนึ่งก็เข้ามาประคองนางไว้ได้ทันท่วงที โอบกอดนางเข้าสู่อ้อมอกในทันใดอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นนี้ทำให้นางที่สูญเสียเลือดมากเกินไป จนแขนขาเริ่มเย็นเฉียบค่อย ๆ อบอุ่นขึ้นเล็กน้อยแต่ผู้ที่โอบกอดนางอยู่นั้นกลับมีสีหน้าเย็นชาจนน่ากลัวเป่ยเฉินหยวนสีหน้าเย็นชา แต่การเคลื่อนไหวของมือนั้นกลับเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ขณะวางหลานซื่อลงพักผ่อนบนตั่ง“ภารกิจในค่ำคืนนี้ไม่อนุญาตให้ท่านเข้าร่วม”เป่ยเฉินหยวนเอ่ยคำพูดนี้ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แฝงด้วยความโกรธเกรี้ยวเห็นได้ชัดว่ากำลังโกรธเคืองหลานซื่อที่ยืนกรานจะใช้วิธีทำร้ายตนเองเพื่อคลี่คลายเรื่องนี้เมื่อหลานซื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาที่เดิมทีจวนจะปิดลงเพื่อพักผ่อนได้เบิกโพลงขึ้นมาทันควันนางมองบุรุษที่ยืนอยู่ข

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1341

    นางก้มหน้ามองมือที่ขาดสะบั้นบนพื้น เปลือกตาที่หลุบลงบดบังไฟโทสะอันพลุ่งพล่านและความเคียดแค้นอันไร้ที่สิ้นสุดในดวงตาของนางนางหญิงชั้นต่ำสมควรตาย!แค้นนี้ นางจะต้องให้นางผู้นั้นชดใช้คืนเป็นร้อยเท่าแน่นอน!“เอาล่ะ พาองค์หญิงไปทำแผล”เสินอ๋องผู้เฒ่าออกคำสั่งสือเซี่ยวรุดขึ้นไปด้านหน้าทันที มือหนึ่งประคองปาหย่า อีกมือหนึ่งกำลังจะไปหยิบมือที่ขาดบนพื้น ในชั่วพริบตานั้นปลายดาบที่แผ่ไอเย็นเยียบก็เฉียดผ่านลำคอของเขาไป ปักมือข้างที่ขาดนั้นไว้กับพื้นสือเซี่ยวสะดุ้งโหยง พลางเงยหน้าขึ้นมองเห็นเพียงองครักษ์ข้างกายธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งต้าหมิงกำลังโน้มมองลงมาที่เขาด้วยสายตาเย็นชา ราวกับกำลังมองคนตายก็ไม่ปาน“เจ้า...”“ยังมัวเหม่ออะไรอยู่เล่า พาองค์หญิงออกไป!”สือเซี่ยวกำลังคิดจะดุด่าเป่ยเฉินหยวน เสียงของเสินอ๋องผู้เฒ่าก็ดังขึ้นตัดบทเขาในทันทีภายในใจของสือเซี่ยวสั่นสะท้านเห็นทีมือข้างนี้ขององค์หญิงคงเอาไปไหนไม่ได้แล้วเขาทำได้เพียงกัดฟัน ตัดใจจากมือที่ขาดบนพื้น แล้วประคองปาหย่าออกไปอย่างระมัดระวังหลังจากพวกเขาเดินออกไป ไม่รอให้หลานซื่อพูดอะไร ไป๋เยวี่ยโหรวก็ผุดลุกขึ้นแล้วเดินไปหาเด็กน

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1340

    ปาหย่าคิดไม่ถึงว่า ตนเองพยายามเอาอกเอาใจเสด็จพ่อถึงเพียงนี้แล้วท้ายที่สุด เสด็จพ่อกลับไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะต่อสู้เพื่อนางแม้แต่น้อย ตอบรับเงื่อนไขของสตรีผู้นั้นทันที!นั่นคือมือของนาง!หากต้องเสียมือไปข้างหนึ่ง แล้ววันหลังนางจะไปช่วงชิงตำแหน่งผู้สืบทอดได้อย่างไร?!แม้ก่อนหน้านี้ปาเก๋อหลู่จะถูกกรีดจนตาบอด แต่ดวงตายังเปลี่ยนได้ แต่มือที่ขาดไปนั้นไม่อาจต่อคืนได้อีก!เวลานี้ปาหย่ายังไม่ล่วงรู้สิ่งที่เสินอ๋องผู้เฒ่าได้วางแผนไว้ให้ตนเองแล้วนางรู้สึกเพียงว่าหัวใจเย็นเฉียบถึงขีดสุด สายตาที่มองไปยังเสด็จพ่อของตนเริ่มเจือไปด้วยแววอาฆาตแค้นโดยไม่รู้ตัวเสินอ๋องผู้เฒ่าคล้ายจะสัมผัสได้ถึงบางอย่าง แต่ทันทีที่หันมา ปาหย่าก็เบือนหน้าหนีไปเสียแล้วนางกัดริมฝีปากล่างแน่น ฝืนกลืนความโกรธแค้นและความพยาบาทลงไปในเมื่อเสด็จพ่อปฏิบัติต่อนางเช่นนี้ ก็อย่ามาตำหนิว่าบุตรสาวอย่างนางไร้น้ำใจ!ปาเก๋อหลู่ที่อยู่ข้าง ๆ มองเห็นทุกอย่างนี้เช่นกันหากจะพูดว่าก่อนหน้านี้เขายังคงสงสัยในคำพูดของปาหย่าที่ว่า เสด็จพ่อเริ่มจะผิดหวังในตัวนางแล้วเช่นกันเช่นนั้นการตัดสินใจเลือกของเสด็จพ่อในตอนนี้ก็ทำให้เขาหมดคว

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1339

    นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ สายตาเริ่มจากจับจ้องเวินเฉวียนเซิ่งด้วยเจตนาที่ค่อนข้างร้ายในขณะที่เวินเฉวียนเซิ่งเกือบจะคิดไปว่า บุตรสาวเนรคุณผู้นี้คิดจะฉวยโอกาสเอาชีวิตของเขา สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นระแวดระวังถึงขีดสุดนั้น หลานซื่อก็ยิ้มเยาะเบา ๆ ทีหนึ่ง แล้วจึงละสายตาไปนางมองไปยังเอ้อถานหลัวที่กำลังหลับตาพักผ่อน พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ต้องการให้เอ้อถานหลัวไต้ซือช่วยอะไรข้าบางอย่าง”เมื่อได้ยินหลานซื่อเอ่ยถึงตนเองอย่างกะทันหัน เอ้อถานหลัวจึงลืมตาขึ้นมองนางเพียงแต่รู้สึกอยู่เสมอว่าการที่หลานซื่อลากเขาเข้ามาเกี่ยวข้องในเงื่อนไขข้อที่สามนี้ อาจจะแฝงด้วยเจตนาที่ไม่ดีนักดังนั้นเขาจึงอ้าปากเตรียมจะปฏิเสธ “อาตมาไม่มีความสามารถอะไร คงไม่อาจช่วยธิดาศักดิ์สิทธิ์ได้”ฟังดูเถิด หลวงจีนชั่วนี่ลืมตาขึ้นมาก็โป้ปดแล้ว ยังกล้าเรียกตัวเองว่าพระสงฆ์อยู่อีกหรือ?แต่ตนเองก็ต้องอาบัติอยู่บ่อยครั้ง เมื่อเทียบกับหลวงจีนชั่วผู้นี้แล้วก็นับว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกันจริง ๆหลานซื่อท่องอมิตตาพุทธในใจเพื่อสำนึกผิดอีกครา ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เอ้อถานหลัวไต้ซือโปรดวางใจ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพียงอยากจะขอยืมโลง

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1338

    “หากองค์หญิงปาหย่าสนใจคนข้างกายข้าถึงเพียงนี้จริง ๆ วันหลังแม่ชีค่อยจัดให้พวกท่าน ‘พูดคุยกันให้มาก ๆ’ เพียงแต่ตอนนี้คงจะไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดเรื่องเหล่านี้กระมัง?”หลานซื่อปรายตาขึ้นมอง พลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิมคล้ายกับว่าไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่ปาหย่าเปิดเผยว่าข้างกายนางยังมีผู้ใต้บัญชาที่เก่งกาจอีกคนหนึ่งแม้แต่น้อยนางมองข้ามปาหย่าไป สายตาทอดมองไปยังเสินอ๋องผู้เฒ่า “หรือจะบอกว่า คนที่ค่อนข้างสนใจเรื่องนี้ไม่ใช่องค์หญิงปาหย่า แต่เป็นเสินอ๋องหรอกหรือ?”เสินอ๋องผู้เฒ่าต้องสนใจอยู่แล้วแต่เมื่อเทียบกับเรื่องที่สำคัญตรงหน้านี้ ก็เป็นความสนใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ธิดาศักดิ์สิทธิ์พูดเล่นเสียแล้ว เรากลับเข้าประเด็นหลัก หารือเรื่องการสลายพิษกันต่อเถอะ”เขายกคำพูดก่อนหน้าของหลานซื่อขึ้นมา “ก่อนหน้านี้ธิดาศักดิ์สิทธิ์บอกว่ามีเงื่อนไขทั้งหมดสามข้อ นี่เพิ่งจะพูดไปเพียงข้อเดียว ทำไมไม่บอกอีกสองข้อที่เหลือออกมาเสียเลย พวกเราจะได้เอามาพิจารณาให้ดี”หลานซื่อยิ้มเล็กน้อย นางพยักหน้าเห็นพ้องด้วย “ก็ได้”“เงื่อนไขข้อที่สอง ข้าต้องการเด็กคนนี้”ทันทีที่คำพูดนี้เอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status