Share

บทที่ 4

Author: จิ้งซิง
เวินซื่อที่โซเซจนไปชนกับมุมโต๊ะเครื่องแป้งก็เม้มริมฝีปากแน่น

ชาติที่แล้วนางเสียรู้ในน้ำมือของเวินเยวี่ยไปมากมายถึงเพียงนั้น ตอนนี้แค่เห็นเวินเยวี่ยทำท่าทางเช่นนี้ เวินซื่อก็รู้ว่านางจะเล่นตุกติกอะไรอีกแล้ว

นางหยิบชุดพิธีการที่ร่วงลงพื้นขึ้นมา

“ข้าไม่รู้เหมือนกันว่าข้าทำอะไรถึงทำให้น้องหกมีปฏิกิริยายกใหญ่เช่นนี้ ไม่สู้รบกวนน้องหกอธิบายให้ข้าเถิด”

“เจ้าทำอะไรไว้เจ้ารู้อยู่แก่ใจ!”

ไม่รอให้เวินเยวี่ยเอ่ยวาจา เวินจื่อเฉินก็ตวาดใส่นางเสียงดุดันก่อน

แววตาของเวินซื่อเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อก่อนนางยังดูไม่ออก ตอนนี้นางรู้สึกว่าเวินจื่อเฉินช่างตาบอดจริง ๆ

อยู่ต่อหน้าต่อตาของเขา ใครทำอะไร ใครไม่ได้ทำอะไร เขามองไม่เห็นเองทั้งนั้น

บางทีต่อให้เห็น เขาก็แค่เชื่อคำพูดของคนผู้เดียว

เวินจื่อเฉินถลึงตามองเวินซื่ออย่างอำมหิตแวบหนึ่งแล้วตบไหล่เวินเยวี่ยเบา ๆ ปลอบโยนด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “น้องหกไม่ต้องกลัวนะ มีเรื่องอะไรก็บอกกับพี่รอง ไม่ว่าอย่างไร พี่รองก็จะตัดสินแทนเจ้าเอง”

ทั้งสองคนมีท่าทางแทบจะใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก

แต่เวินจื่อเฉินกลับเหมือนไม่สังเกตเห็นเลย เขาไม่เก็บงำเลยแม้แต่น้อย

ดวงตาที่เหมือนกับลูกกวางของเวินเยวี่ยแดงระเรื่อ “พี่รอง ขะ...ข้าเจ็บมากเลย”

แต่ไหนแต่ไรมาเวินเยวี่ยก็รู้ว่าจะหลอกล่อพี่รองที่ใจร้อนหัวทึบตรงหน้านี้อย่างไร

นางไม่จำเป็นต้องพูดให้ชัดเจนมากมาย แค่ใช้สามคำก็เพียงพอที่จะกระตุ้นโทสะของเวินจื่อเฉินแล้ว

เป็นไปตามที่คาดไว้ เมื่อเวินจื่อเฉินเห็นท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจไร้ที่พึ่งของเวินเยวี่ย เขาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟทันที

เขานึกได้ว่าเมื่อกี้เวินเยวี่ยสัมผัสชุดพิธีการถึงได้จู่ ๆ ร้องด้วยความเจ็บปวด ดังนั้นเขาพลันปะติดปะต่อเรื่องราวทุกอย่างที่เขาคิดไว้สมอง...

“เพียะ!”

ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าของเวินซื่อ

“ดีมากเวินซื่อ ข้ายังนึกว่าเจ้าตกลงมอบชุดพิธีการให้น้องหกเป็นเพราะกลับตัวกลับใจแล้วเสียอีก คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะจิตใจชั่วช้าถึงเพียงนี้ เล่นตุกติกบนชุดพิธีการ!”

แก้มซ้ายถูกตบจนแสบร้อนทำให้เวินซื่อกัดฟันกรอด ความเคียดแค้นชิงชังพรั่งพรูขึ้นมาในใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

นางจะต้องออกจากสกุลเวินให้ได้

หากอยู่ที่นี่ ไม่ว่านางทำสิ่งใด ทุกคนก็จะเข้าข้างเวินเยวี่ย

มีเพียงออกไปจากสกุลเวิน นางถึงจะมีโอกาสแก้แค้นได้

แต่ว่าก่อนหน้านั้น นางยังต้องทำพิธีปักปิ่นของวันนี้ให้จบ

เนื่องจากยังมีสัญญาหมั้นหมายบัดซบนั่นรอนางอยู่ในพิธีปักปิ่น

ส่วนเรื่องที่เวินจื่อเฉินบอกว่าไม่ให้นางเข้าร่วมพิธีปักปิ่น...

เหอะ ต่อให้เขาเป็นคุณชายรองของจวนกั๋วกง ก็ยังไม่ถึงเวลาที่เขาสามารถตัดสินใจเองได้ในจวนกั๋วกงแห่งนี้

คนทั้งเมืองหลวงต่างรู้ว่าวันนี้จวนเจิ้นกั๋วกงมีบุตรสาวสองคนกำลังจะจัดพิธีปักปิ่น หากนางไม่ปรากฏตัวจะต้องก่อให้เกิดการคาดเดาต่าง ๆ นานาจากภายนอกอย่างแน่นอน

และท่านกั๋วกงผู้นั้นของนางคงไม่ยอมให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น

เวินซื่อหยุดคิดแล้ววางชุดพิธีการลงบนโต๊ะ

“หากพี่รองคิดว่าชุดพิธีการมีปัญหาก็ตรวจสอบได้ตามใจชอบ”

นางไม่อยากสิ้นเปลืองคำพูดกับอันธพาลหูหนวกตาบอดที่เอาแต่วู่วามทำร้ายคนแล้ว

เวินซื่อกล่าวจบก็หันตัวเดินเข้าไปในห้อง ค้นหาชุดสีฟ้าครามเรียบ ๆ ออกมาจากในตู้เสื้อผ้า

ในขณะเดียวกัน เวินจื่อเฉินที่อยู่ข้างนอกยังคงไม่จบไม่สิ้น

“ฮึ ได้สิ ตรวจสอบก็ตรวจสอบ หากข้าพบว่าเจ้าเล่นตุกติกกับชุดพิธีการนี้จริง ๆ เจ้าก็รอข้าจัดการเจ้าอย่างหนักได้เลย!”

ครู่ต่อมา

เมื่อเวินซื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วเดินออกไป ชุดพิธีการที่เคยพับไว้เรียบร้อยนั้นถูกเวินจื่อเฉินรื้อจนเละเทะไปแล้ว

เวินเยวี่ยที่อยู่ข้าง ๆ เขาชะโงกหน้ามอง

แม้นางไม่ได้ลงมือค้นหา แต่เนื่องจากนางมั่นใจว่าเวินซื่อจะต้องเล่นตุกติก ดังนั้นจึงคอยจับจ้องอยู่ตลอด

แต่จนกระทั่งเวินจื่อเฉินค้นดูทั้งชุดแล้วก็ไม่พบร่องรอยเล่นตุกติกใด ๆ เลย

เวินเยวี่ยขมวดคิ้ว

หรือว่านางเดาผิดไป?

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า สองพี่น้องก็เงยหน้ามองไปพร้อมกัน

ก่อนจะเห็นเวินซื่อที่เปลี่ยนชุดแล้วเดินออกมาอย่างช้า ๆ

เมื่อก่อนเวินซื่อแต่งตัวเรียบง่ายเช่นนี้น้อยมาก บวกกับรูปโฉมอันโดดเด่นของนาง มองแวบแรกก็ให้ความรู้สึกสง่างามบริสุทธิ์

เมื่อเทียบกับเวินซื่อที่แต่งตัวหรูหราในอดีต นางในเวลานี้เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนจริง ๆ

ดวงตาของเวินเยวี่ยฉายแววอิจฉาทันที

สิ่งที่นางเกลียดที่สุดก็คือใบหน้านี้ของเวินซื่อ

หากมองมากเข้าจริง ๆ จะทำให้คนแทบอยากข่วนมันแรง ๆ!

เวินซื่อรู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตอย่างบอกไม่ถูกจึงเชยตามองตรงไปยังต้นตอ แล้วสบเข้ากับดวงตาของเวินเยวี่ยทันใด

เวินเยวี่ยคิดไม่ถึงว่าเวินซื่อจะสัมผัสไวถึงเพียงนี้

ถึงขนาดที่ใบหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อยชะงักงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะได้สติกลับมารีบเก็บงำซ่อนเร้นไว้ทันที

เวินซื่อหัวเราะหยันในใจ ปรายตามองชุดพิธีการที่เละเทะบนโต๊ะ

“เป็นอย่างไรบ้าง หาอะไรเจอหรือไม่?”

เวินจื่อเฉินที่ไม่พบอะไรเช่นกันก็มีสีหน้าดูไม่ดีเล็กน้อย

แต่เขาไม่ทันเอ่ยปาก เวินเยวี่ยก็เอ่ยก่อนว่า “พี่หญิงห้า ท่านอย่าโมโหเลย เมื่อครู่นี้จู่ ๆ มือของข้าก็เป็นตะคริว พี่รองเป็นห่วงข้ามากเกินไป พอได้ยินข้าบอกว่าเจ็บก็เข้าใจผิดแล้ว”

นางแสดงท่าทีขออภัย และจงใจแลบลิ้นเล็กน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนว่า “ขออภัยด้วยนะเจ้าคะพี่หญิงห้า ท่านอย่าโทษพี่รองเลยนะ หากจะโทษ ท่านก็โทษข้าเถิด”

“เรื่องนี้จะโทษเจ้าได้อย่างไร? หากจะโทษก็ต้องโทษตัวนางเองต่างหาก”

เวินจื่อเฉินขมวดคิ้วไม่เห็นด้วยทันที ก่อนจะปรายตามองเวินซื่อแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงรังเกียจว่า “หากไม่ใช่เพราะคนบางคนมีจิตใจชั่วช้าเป็นปกติ ทำเรื่องเลวทรามเอาไว้ถึงที่สุด ข้าก็คงไม่คิดมากเช่นนี้ นางสมควรโดนปรักปรำแล้ว”

เวินซื่อรู้สึกขยะแขยงสองคนนี้อีกครั้ง

นางหยิบชุดพิธีการชุดนั้นขึ้นมา แล้วถามเวินเยวี่ยอย่างเย็นชาว่า “เจ้ายังจะต้องการชุดพิธีการนี้อยู่หรือไม่? หากต้องการก็เอาไป”

เวินเยวี่ยอยากได้แน่นอน

แต่นางเพิ่งเดินหมากพลาดไปก้าวหนึ่ง ต่อให้อยากได้ก็ไม่ใช่เวลานี้

ดังนั้นนางจึงแสดงด้านที่ใจดีมีเมตตาและใจกว้างของตัวเองออกมาอย่างเหมาะสม “ช่างเถิดเจ้าค่ะ ข้ารู้ว่าชุดพิธีการนี้เป็นชุดที่พี่หญิงห้าชอบมากที่สุด พี่หญิงห้าจะต้องตัดใจไม่ลงอยู่แล้ว”

“เมื่อครู่นี้เป็นเพราะข้าทำให้พี่รองปรักปรำท่านโดยไม่ได้ตั้งใจ ถือว่าพวกเราหายกันแล้ว พี่หญิงห้าไม่ต้องชดใช้ให้ข้าหรอก ถึงอย่างไรต่อไปพวกเรายังเป็นพี่น้องที่ดี!”

ถึงอย่างไรวันนี้ก็ยังเหลือเวลา ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนตอนนี้ก็ได้

สิ่งที่นางต้องการก็จะต้องเป็นของนาง

ชุดพิธีการของพิธีปักปิ่นไม่จำเป็นต้องสวมทันที แต่จะสวมตอนปักปิ่นสวมเครื่องประดับศีรษะและเปลี่ยนชุดในพิธีปักปิ่น

ดังนั้นเวินเยวี่ยจึงไม่รีบร้อน

สีหน้าของเวินจื่อเฉินดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย ก่อนจะเชิดคางขึ้นทำสีหน้าเย่อหยิ่ง

“ได้ยินแล้วกระมัง? ในเมื่อน้องหกบอกว่าหายกันแล้ว เช่นนั้นเจ้าก็เก็บไว้เองเถิด แต่เจ้าอย่าคิดว่าจะจบลงแค่นี้นะ ต่อไปหากเจ้ากล้ารังแกน้องหกอีก ข้า...เจ้ากำลังทำอะไร?!”

เวินจื่อเฉินยังกล่าวไม่ทันจบ ม่านตาก็หดลงฉับพลัน เขามองการเคลื่อนไหวบนมือของเวินซื่ออย่างไม่อยากจะเชื่อ

“ฉับ!”

เวินซื่อถือกรรไกรแล้วตัดลงไป

ชุดพิธีการที่หรูหราชุดนั้นถูกนางตัดเละโดยไม่มีความปรานีเลยแม้แต่น้อย
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (2)
goodnovel comment avatar
Surinna Hathaisaard
สนุกคะ อ่านต่อคะ
goodnovel comment avatar
นิว งามโรจน์
สนุกดีจังคับ
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1309

    นางเพิ่งยื่นมือออกไป เป่ยเฉินหยวนที่อยู่ด้านหลังก็นำกล่องยาของนางออกมาทันทีหลานซื่อมองเขาทีหนึ่งพลางแย้มยิ้ม จากนั้นจึงเปิดกล่องยาแล้วหยิบของหลายอย่างออกมาจากด้านในมีทั้งหน้ากากสำหรับสวมบนใบหน้า ถุงมือผ้าสำหรับสวมมือ พลางถกแขนเสื้อขึ้น แล้วรวบผมมัดสูงหลังจากเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้น นางจึงหยิบมีดเล็กเล่มหนึ่ง รวมถึงเข็มเงินขนาดค่อนข้างหนาออกมาหลายเล่ม แล้วเริ่มทำการตรวจสอบศพเหล่านั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนหน้านี้ที่นอกเขตหวงห้าม ในหมู่บ้านที่ไร้ผู้รอดชีวิตแห่งนั้น เป็นเพราะมีพวกชางชิงหลานอยู่ด้วย ทั้งยังต้องเร่งทำเวลา นางจึงใช้เพียงแมลงพิษตรวจสอบศพเหล่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่ละเอียดเท่ากับลงมือด้วยตนเองในครั้งนี้นางตรวจสอบอย่างพิถีพิถัน แทบจะตรวจศพทั้งหลายตั้งแต่หัวจรดเท้า จากภายในสู่ภายนอกจนครบถ้วนสุดท้ายก็สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดสาเหตุการตายของศพเหล่านี้กับศพที่อยู่นอกเขตหวงห้ามเหล่านั้น เหมือนกันทุกประการพวกเขาทั้งหมดล้วนตายด้วยพิษประหลาดชนิดหนึ่ง!และเมื่อพิจารณาในตอนนี้ การที่พิษประหลาดชนิดนี้สามารถลุกลามไปจนถึงนอกเขตหวงห้ามได้ หากไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ ก็ย่อมมีค

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1308

    หลานซื่อปรายตามองเอ้อถานหลัวแวบหนึ่ง แม้จะไม่รู้ว่าหลวงจีนชั่วผู้นี้กำลังวางแผนอะไรอีก แต่คิ้วตาของนางก็โค้งลงพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ “แน่นอน ไต้ซือยินดีร่วมทางด้วย นับเป็นเกียรติของอู๋โยว”เมื่อเผชิญกับท่าทีนอบน้อมที่แสดงออกมาอย่างกะทันหันของนาง คนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกแปลกใจส่วนเป่ยเฉินหยวนเพียงเลิกคิ้วขึ้นหลานซื่อยังผายมือ ‘เชิญ’ เชื้อเชิญให้เอ้อถานหลัวเดินนำไปก่อนอย่างค่อนข้างเคารพนบนอบเอ้อถานหลัวมองนางด้วยสายตามีเลศนัย แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ หลังจากเสินอ๋องผู้เฒ่าอนุญาต ก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปข้างนอกหลานซื่อถึงค่อยตามไปเมื่อเดินผ่านข้างกายสองสามีภรรยาไป๋เยวี่ยโหรว ได้เห็นสีหน้าฉงนสนเท่บนใบหน้าของพวกเขาทั้งคู่นางเพียงยิ้มโดยไม่มีคำอธิบายดูแล้วท่าทีของนางสองวันก่อนหน้านี้จะวางตัวสูงส่งเกินไปหน่อยแล้วดูเอาเถิด คงลืมกันไปหมดแล้วว่านางเป็นเพียงแม่ชีน้อยบวชชีพราหมณ์ ส่วนเอ้อถานหลัวคือหลวงจีนระดับสูงต่อหน้าไต้ซือเช่นนี้ นางจะไปแก่งแย่งชิงดีเพื่ออะไร?อย่างไรเสียก็ยังไม่ทราบสถานการณ์ของศพเหล่านั้น นางเพียงแต่นึกถึงศพเหล่านั้นที่อยู่นอกเขตหวงห้ามก่อนหน้านี้ จึงคิดจะไปตรวจสอบดูเสียหน่

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1307

    เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกมา ใบหน้าของเวินเฉวียนเซิ่ง ชางชิงหลาน และฮาหลานทั้งสามคนที่ยืนอยู่ในกระโจมต่างก็เผยแววประหลาดใจออกมาส่วนหลานซื่อนั้นขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปยังซากศพเหล่านั้นที่อยู่ไม่ไกล“เป็นโรคที่ติดต่อกันได้หรือ? หรือว่าจะเป็นโรคระบาด?!”เมื่อเสินอ๋องผู้เฒ่าได้ยินคำพูดของหมอกู่ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นย่ำแย่อย่างมากในทันทีหมอกู่ผู้นั้นส่ายหน้า “ไม่ใช่โรคระบาด หากเป็นโรคระบาด เกรงว่าในเวลานี้พวกเราคงติดโรคร้ายไปนานแล้ว แต่ข้าได้ตรวจดูทุกคนแล้ว ไม่พบผู้ใดมีความผิดปกติเลย”“เช่นนั้นโรคนี้คืออะไรกันแน่? มีความร้ายแรงเพียงใด? จะส่งผลกระทบต่อการเดินทางของคณะในตอนนี้หรือไม่?”แน่นอนว่าหมอกู่ไม่แนะนำให้ทุกคนเดินหน้าต่อไปเพราะอย่างไรเสียเมื่อดูจากจำนวนศพที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็รู้ได้ว่าข้างหน้าต้องมีศพมากกว่านี้แน่ หรือกระทั่งอาจจะเป็นพื้นที่ที่โรคเริ่มระบาดพวกเขาเหล่านี้ตอนนี้ยังไม่ติด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต่อไปจะไม่ติดดังนั้นหมอกู่จึงไม่กล้ารับประกันอย่างเด็ดขาดเขากัดฟันกล่าวออกมา “ทูลเสินอ๋อง เนื่องจากอาการทางร่างกายของโรคนี้มีน้อยเหลือเกิน อีกทั้งเวลามีจำกัด กระ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1306

    คนอื่น ๆ ที่นึกถึงสาเหตุในระดับนี้ได้เช่นกัน ต่างพากันมองหลานซื่อแวบหนึ่งอย่างอดไม่ได้สีหน้าของหลานซื่อเรียบเฉย ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจเรื่องนี้หรือสายตาของพวกเขาเลยเมื่อเห็นว่านางไม่ตอบสนองใด ๆ คนอื่น ๆ ที่มองอยู่ย่อมรู้สึกหมดสนุกไปด้วยไม่นานนัก หัวข้อสนทนาก็ดำเนินต่อไปเวินเฉวียนเซิ่งเอ่ยถาม “เสินอ๋อง ตอนแรกที่ท่านเข้าไปในประตูซีถงบานนั้น ถ้ำแห่งนั้นตั้งอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้หรือ?”เรื่องนี้ เสินอ๋องผู้เฒ่าไม่ได้ปกปิดแต่อย่างใด“อยู่ในภูเขาเล็ก ๆ ลูกหนึ่งตรงริมหมู่บ้าน ตำแหน่ง...น่าจะเป็นตรงนี้”เสินอ๋องผู้เฒ่าชี้ไปยังภูเขาเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้หมู่บ้านที่สุดบนภาพวาด แล้วบอกกับทุกคนว่า “หากพวกท่านอยากลองไปดู เช่นนั้นจุดหมายแรกก็กำหนดไว้ที่นี่ได้”“เช่นนั้นก็ไปดูที่นี่กันเถอะ ในเมื่อประตูซีถงเคยปรากฏขึ้นที่นี่ บางทีอาจจะหลงเหลือเบาะแสอะไรไว้บ้างก็ได้”ถึงแม้เสินอ๋องผู้เฒ่าจะบอกว่าภายหลังเขากลับไปหาแล้วไม่พบ แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงหรือเท็จ?อีกทั้งเขาไปแล้วหาไม่พบ แต่ตรงนี้มีธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้มีสายเลือดสกุลหลานอยู่ด้วยไม่ใช่หรือเผื่อว่าคนอื่นไปแล้วไม่ได้ผล แต่นางไปแ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1305

    เสินอ๋องผู้เฒ่าและคนอื่น ๆ ในเวลานี้ต่างอดไม่ได้ที่จะนึกผวาขึ้นมาวูบหนึ่งภาพวาดประหนึ่งแผนที่ภูมิประเทศนี้ เรียกได้ว่าเป็นการ ‘ข่มขวัญ’ เสินอ๋องผู้เฒ่าและคนอื่น ๆ ตั้งแต่แรกเริ่มหลายคนที่เมื่อครู่ยังนึกดูแคลนภาพเลียนแบบ บัดนี้กลับพากันมองดูอย่างสงบเสงี่ยมส่วนสายตาของเสินอ๋องผู้เฒ่าที่กวาดผ่านเวินเฉวียนเซิ่งไปนั้น ในใจก็ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่า ไม่ว่าจะเป็นภาพจริงหรือภาพเลียนแบบ ก็จำเป็นต้องเอากลับคืนมาให้หมด!ภาพวาดที่เป็นภัยต่อร้อยชนเผ่าเช่นนี้ จะปล่อยให้ตกอยู่ในมือของผู้อื่นโดยง่ายไม่ได้เป็นอันขาด!เมื่อกวาดสายตามองไปจนทั่วทั้งภาพ นอกจากปัญหาเรื่องเทือกเขาแล้ว จุดที่ทุกคนให้ความสนใจมากที่สุดก็คือลวดลายที่เด่นชัดตรงสุดปลายเทือกเขานั้นลวดลายนั้นคือลายดอกบัวแฝดด้านนอกของลายดอกบัวยังมีลายก้อนเมฆสีทองสลับน้ำเงินล้อมรอบเป็นวงกลมเห็นได้ชัดว่า สถานที่ที่มีลวดลายนี้อยู่ก็คือชื่อของภาพวาดนี้...หมู่บ้านเซียนเมาแห่งลำธารซีถงแต่เมื่อมองถึงตรงนี้ ในขณะที่คนอื่น ๆ ยังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เสินอ๋องผู้เฒ่า รวมถึงพวกไป๋เยวี่ยโหรวและปาถูเอ่อร์ทั้งสามกลับพากันชะงักไปครู่หนึ่งหลานซื่

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1304

    “ว่าอย่างไรธิดาศักดิ์สิทธิ์?”เห็นใครบางคนวกกลับมาที่นางอย่างไม่ยอมเลิกราหลานซื่อปรายตามองเขาอย่างเฉยชา “เดิมทีนี่ก็เป็นของสกุลหลานข้า ท่านยังเรียกค่าชมภาพจากข้าอีกหรือ?”เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกมา ก็ทำเอาเวินเฉวียนเซิ่งถึงกับพูดไม่ออกทันทีแน่นอนว่า ไม่ใช่ว่าเขาจะบีบบังคับไม่ได้ เพราะอย่างไรเสียตอนนี้ภาพวาดก็อยู่ในมือเขา หากเขาไม่นำออกมา ใครจะได้ดู?แต่หากเขาทำเช่นนั้นจริง ๆ นั่นคงจะเสียศักดิ์ศรียิ่งนักผู้คนที่นั่งอยู่ในกระโจมนี้ มีใครบ้างที่ไร้ซึ่งฐานะ?หากทำตัวไร้ยางอายเกินไป ก็จะมีแต่จะถูกดูแคลนเหยียดหยามแต่เวินเฉวียนเซิ่งยังคงรักศักดิ์ศรีอยู่บ้าง ดังนั้นหลังจากหลานซื่อตอกกลับเขาด้วยคำพูดนี้ เขาจึงไม่พูดอะไรสักคำ ได้แต่หันหนีไปด้วยสีหน้าเย็นชาในเมื่อเก็บค่าชมภาพมาแล้ว ภาพวาดนี้ก็ควรนำออกมาเสียทีเวินเฉวียนเซิ่งกลับเข้าไปในกระโจมเพียงลำพังแล้วหยิบภาพวาดมา จากนั้นจึงค่อย ๆ คลี่ออก แสดงต่อสายตาของผู้คนหลานซื่อมองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าสิ่งที่เวินเฉวียนเซิ่งนำออกมานั้น ไม่ใช่ภาพวาด ‘หมู่บ้านเซียนเมาแห่งลำธารซีถง’ ของจริง หากแต่เป็นภาพเลียนแบบที่พวกเขาให้คนคัดลอกไว้ก่อนจะออกเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status