Share

บทที่ 7

Penulis: จิ้งซิง
ชุยเส้าเจ๋อก้าวเท้าเดินมาทางเวินซื่อ ท่าทางดูเกรี้ยวกราดหมายจะหาเรื่อง

เมื่อมองไปทางด้านหลังของเขาอีกก็เห็นเวินเยวี่ยอ้าปากพูดว่า “อย่าเลย” ด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่ได้ทำท่าจะฉุดรั้งชุยเส้าเจ๋อเลยสักนิด

หลังจากที่สบสายตาของเวินซื่อ ดวงตาของนางถึงขนาดฉายแววกระหยิ่มยิ้มย่อง

เห็นได้ชัดว่าการที่นางสามารถยุให้ชุยเส้าเจ๋อออกหน้าเพื่อนางได้ง่าย ๆ นั้นทำให้นางภาคภูมิใจเอามาก ๆ

แต่ว่าน่าเสียดายมาก ยังไม่ทันที่ชุยเส้าเจ๋อจะเดินเข้ามาใกล้เวินซื่อ เสียงทุ้มหนึ่งดังมาจากทางด้านปะรำพิธี...

“เจ้าห้า เจ้าหก ถึงฤกษ์งามยามดีแล้ว ยังไม่รีบมาเตรียมตัวทำพิธีปักปิ่นอีก”

เวินซื่อหันหน้าไปมอง

บนปะรำพิธี บุรุษวัยกลางคนสวมชุดเสื้อคลุมยาวสีเขียวดูสง่าผ่าเผยเปี่ยมไปด้วยความรู้กำลังนั่งอยู่ตำแหน่งประธาน มองพวกนางสองคนด้วยสีหน้าเย็นชา

นี่คือบิดาของนาง เจิ้นกั๋วกงเวินเฉวียนเซิ่ง

เวลานี้ต่อให้ชุยเส้าเจ๋ออยากหาเรื่องนางอีกเพียงใด ก็ได้แต่ถอยหลังไปเท่านั้น

เวินซื่อเดินขึ้นไปบนปะรำพิธีโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง

เมื่อเวินซื่อขึ้นมาบนปะรำพิธีก็ควงแขนนางด้วยใบหน้ายิ้มแย้มราวกับบุปผา จงใจทำตัวสนิทสนม

“พี่หญิงห้า ท่านซ่อมแซมชุดเหตุใดถึงใช้เวลาซ่อมนานเพียงนี้นะ ท่านพ่อรอท่านมาได้สักพักแล้ว”

“ซ่อมแซมชุด?”

เวินเฉวียนเซิ่งเหลือบมองเวินซื่อแวบหนึ่ง

ไม่รอให้เวินซื่อเอ่ยปาก เวินเยวี่ยก็รีรอไม่ไหวเล่าเรื่องที่เวินซื่อตัดชุดพิธีการจนเละเทะออกมา นางกล่าวจบก็ถอนหายใจอีกครั้ง “เฮ้อ ต้องโทษข้าที่ไม่รู้ความ ไม่อาจเกลี้ยกล่อมพี่รองได้ ไม่เช่นนั้นพี่หญิงห้าก็คงไม่โมโหจนตัดชุดพิธีการเสียเละเทะ”

น่ารำคาญจะตายอยู่แล้ว จะต้องใช้เรื่องนี้มาว่าร้ายนางให้ได้ใช่หรือไม่?

เวลานี้เวินซื่อไม่อยากเอ่ยสักครึ่งคำแล้ว

หลังจากปล่อยให้เวินเฉวียนเซิ่งจ้องมองนางอยู่หลายวินาที นางก็เอ่ยอย่างหมดความอดทนว่า “ตกลงพิธีปักปิ่นนี้ยังจะเริ่มอีกหรือไม่? หากท่านพ่อกับน้องหกไม่อยากให้ข้าทำต่อ เช่นนั้นข้าไสหัวลงไปเองได้หรือไม่?”

เมื่อเวินซื่อเอ่ยปากระเบิดอารมณ์อย่างเหนือความคาดหมาย คิ้วเรียวที่งดงามก็ขมวดแน่น สีหน้าดูรำคาญใจมาก

ขนาดเวินเยวี่ยที่ได้ยินคำพูดนี้ของนางก็ยังตกตะลึงไปครู่หนึ่ง

คิดไม่ถึงเลยว่าเวินซื่อจะใจกล้าถึงเพียงนี้ นางกล้าพูดจาเช่นนี้กับท่านพ่อตั้งแต่เมื่อไร?

นางไม่กลัวท่านพ่อไล่นางลงไปจริง ๆ หรือ?

อย่างไรก็ตามเวินซื่อไม่กลัวเลยจริง ๆ

สำหรับสตรีทุกคนในสมัยราชวงศ์ต้าหมิง พิธีปักปิ่นเป็นหนึ่งในพิธีที่สำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของพวกนาง

ดังนั้นก่อนพิธีปักปิ่น สตรีทุกนางต่างก็ตั้งตารอวันนี้มาก

แต่บางทีอาจเป็นเพราะพิธีปักปิ่นในชาติก่อนได้มอบความอัปยศที่ยากจะลบเลือนให้เวินซื่อ ทำให้หลังจากที่นางยืนอยู่บนปะรำพิธีเมื่อครู่นี้ ในใจถึงมีความรู้สึกต่อต้านและความฉุนเฉียวที่ยากจะอธิบายอยู่ตลอด

“ไม่จำเป็นต้อง ทำพิธีต่อไป”

หลังจากที่เวินเฉวียนเซิ่งเก็บสายตากลับมาแล้ว เขาก็เอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “ในเมื่อไม่มีชุดพิธีการ เช่นนั้นก็เริ่มเช่นนี้เลย ก่อเรื่องอันใดไว้ก็ต้องรับผลนั้นเอง”

เห็นได้ชัดว่าเขาคิดว่าคำพูดที่เวินซื่อบอกว่าจะไสหัวลงไปนั้นไม่ใช่การไสหัวไปจริง ๆ แต่ว่าอยากหลีกหนี

แต่ในเมื่อใจกล้ามากจนกล้าทำตัวโอหังต่อหน้าเขา เช่นนั้นก็ต้องให้บทเรียนดี ๆ

ให้นางได้เจอความลำบากบ้าง อับอายขายหน้าบ้าง ต่อไปจะได้ว่าง่ายเชื่อฟัง

เวินเฉวียนเซิ่งคิดเช่นนั้น ก่อนจะส่งสัญญาณให้ผู้ประกาศในงานพิธีดำเนินการต่อไป กล่าวเปิดพิธีอย่างเรียบง่าย ขอบคุณแขกเหรื่อที่มาเยือน จากนั้นก็ประกาศเริ่มต้นพิธีปักปิ่น

เนื่องจากฮูหยินเจิ้นกั๋วกงสิ้นไปแล้ว สกุลเวินไร้นายหญิง แขกสำคัญย่อมเป็นท่านอาหญิงของพวกเวินซื่อ หรือก็คือเวินหย่าลี่น้องสาวของเวินเฉวียนเซิ่งมาสวมกวานให้พวกนางสองคน

“อุ๊ย ดูเยวี่ยเอ๋อร์ของพวกเราสิเติบโตมาได้สดใสมีชีวิตชีวาจริง ๆ หลังจากพิธีปักปิ่นนี้ไม่รู้ว่าจะมีคนดี ๆ มาสู่ขอจนเหยียบธรณีประตูหักมากเพียงใด”

“แต่น่าเสียดายที่เส้าเจ๋อของบ้านเราหมั้นหมายไว ไม่เช่นนั้นไฉนเลยโชคดีเช่นนี้ยังจะไปถึงตาผู้อื่นได้?”

เวินหย่าลี่เข้ามาพูดอย่างมีนัยแอบแฝง ยิ้มตาหยีพลางจับมือน้อย ๆ ของเวินเยวี่ยขึ้นมาพลางพูดโดยไม่สนใจใคร ไม่มองแม้กระทั่งเวินซื่อที่อยู่ทางด้านข้างเลยสักแวบเดียว

คนที่อยู่ข้างล่างได้ยิน ยังมีใครฟังความนัยของคำพูดของนางไม่ออกอีกบ้าง?

บุตรชายของเวินหย่าลี่คือใคร?

นั่นก็คือชุยเส้าเจ๋อจากจวนจงหย่งโหวไม่ใช่หรือไร

ทุกคนล้วนทราบว่าชุยเส้าเจ๋อกับเวินซื่อเป็นคู่รักกันมาตั้งแต่เล็ก ตกลงหมั้นหมายกันเมื่อหลายปีก่อนแล้ว

ดังนั้นคำพูดของเวินหย่าลี่ที่ว่าหมั้นหมายไว นั่นก็หมายถึงเวินซื่อไม่ใช่หรือไร?

“ก็จริงนะ เมื่อก่อนดูไม่ออกเลยว่าเวินซื่อผู้นี้จะมีจิตใจชั่วช้าถึงเพียงนี้”

“อิจฉาแม้แต่น้องสาวของตนเอง ช่างใจแคบเสียจริง”

“เมื่อก่อนได้ยินว่านางเย่อหยิ่งแผลงฤทธิ์ในบ้าน รังแกคุณหนูหกอยู่บ่อย ๆ ว่ากันว่ายังเคยผลักคุณหนูหกตกน้ำด้วย”

“อายุยังน้อยก็ใจคอโหดร้ายจริง ๆ!”

“ตอนนี้รู้โฉมหน้าที่แท้จริงของนางแล้ว เกรงว่าคนของจวนจงหย่งโหวคงจะนึกเสียใจอย่างยิ่งแล้ว”

“ใช่แล้ว ไม่ได้ยินที่ฮูหยินจงหย่งโหวพูดเมื่อครู่นี้หรือ? ตอนนี้นางรังเกียจเวินซื่อแล้ว เกรงว่าแทบอยากจะถอนหมั้นเต็มแก่แล้ว”

“...”

เวินเยวี่ยเอ่ยโดยที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความขัดเขินและกระดากอายว่า “ท่านน้าอย่าพูดเช่นนี้เลย อันที่จริงข้าเห็นท่านพี่เส้าเจ๋อเป็นเหมือนพี่ชายแท้ ๆ มาโดยตลอด แม้พี่หญิงห้าจะทำตามอำเภอใจไปบ้าง แต่นางชอบท่านพี่เส้าเจ๋อมาตลอด คิดว่าพี่หญิงห้าจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อท่านพี่เส้าเจ๋ออย่างแน่นอน เช่นนี้ต่อไป พวกเขาจะได้เป็นคู่สามีภรรยาที่มีความสุข”

ฟังดูสิ ช่างเป็นคนดีเข้าอกเข้าใจผู้อื่นมากเพียงใด

“เจ้าห้าฟังสิ ฟังคำพูดเหล่านี้ของน้องสาวเจ้า เป็นเด็กจิตใจดีมากเพียงใด? วัน ๆ เจ้าอยู่บ้านไม่ได้ทำอะไรก็เรียนรู้จากน้องสาวเจ้าให้ดีไม่ได้หรือ?”

คำพูดของเวินหย่าลี่ปะทะเข้ากับความคิดภายในใจของเวินซื่อ

เวินหย่าลี่อยากเล่นงานนางต่อหน้าผู้คนอย่างเห็นได้ชัด

แต่เวินซื่อกลับรู้สึกขบขันเท่านั้น

“พอได้แล้ว อย่าให้เสียฤกษ์”

เวินเฉวียนเซิ่งรู้ว่าเวินหย่าลี่ไม่พอใจ แต่ก็ไม่อยากให้นางทำเกินเลย

ถึงอย่างไรวันนี้ก็มีแขกเหรื่อมากันเยอะ จวนเจิ้นกั๋วกงของพวกเขาจะอับอายขายหน้าไม่ได้

ดีหรือร้ายอย่างไรเวินหย่าลี่รู้จักกาลเทศะอยู่บ้าง ดังนั้นจึงไม่ได้กล่าวต่ออีก

ทว่าต่อให้ไม่เอ่ยแล้ว แต่การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ในพิธีกลับมีอยู่ไม่น้อย

ถึงอย่างไรลำดับก่อนหลังของการสวมกวานนี้

ถ้าอิงตามกฎเกณฑ์ เดิมทีควรหวีผมสวมกวานให้เวินซื่อก่อน หลังจากนั้นค่อยเป็นเวินเยวี่ย

แต่เวินหย่าลี่ไม่ชอบเวินซื่อ ดังนั้นจึงหวีผมสวมกวานให้เวินเยวี่ยก่อนทันที

ตอนที่กล่าวคำอวยพร นางยิ้มแย้มเต็มเปี่ยมกล่าวคำอวยพรหลายสิบประโยคเต็ม ๆ น้ำเสียงแต่ละประโยคเต็มไปด้วยความเอ็นดู

ใครไม่รู้ยังนึกว่าเวินเยวี่ยถึงเป็นบุตรสาวแท้ ๆ ของนาง อ้อไม่สิ เป็นลูกสะใภ้ของนาง

เมื่อถึงคราวเวินซื่อก็เปลี่ยนท่าทีเป็นคนละแบบโดยสิ้นเชิง

ดูเย็นชาอย่างไม่ปกปิดเลยสักนิดเดียว แม้แต่คำอวยพรก็เป็น ‘ขอให้ปลอดภัยมีความสุข’ อย่างส่ง ๆ แค่ประโยคเดียว

บรรดาแขกเหรื่อที่อยู่ด้านล่างไม่รู้สึกแปลกใจเช่นกัน

อย่างไรเสียใครอยากจะอวยพรคนที่มีจิตใจชั่วช้ากันเล่า?

“พิธีสวมกวานเสร็จสิ้น ผู้ปักปิ่นโปรดกลับห้อง สวมชุดพิธีการ รับการ...”

“ไม่มีชุดพิธีการ ข้ามไปเถิด ดำเนินลำดับขั้นตอนถัดไป”

ในขณะที่ผู้ประกาศในงานพิธีประกาศลำดับพิธี เวินเฉวียนเซิ่งก็ตัดบทของผู้ประกาศในงานพิธีด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ผู้ประกาศในงานพิธีอึ้งไป แต่ท้ายที่สุดยังคงเชื่อฟังคำพูดเจิ้นกั๋วกงอย่างเฉลียวฉลาด ข้ามขั้นตอนเปลี่ยนชุดพิธีการนี้ไปยังพิธีมอบดอกไม้สิริมงคลซึ่งเป็นขั้นตอนถัดไปทันที

วันนี้มีแขกมาร่วมงานไม่น้อยเพื่อเป็นเกียรติแก่เจิ้นกั๋วกง

นอกจากผู้มีตำแหน่งสูงส่งเหล่านั้นแล้ว ผู้สูงศักดิ์เกือบทั้งหมดในเมืองหลวงต่างมากันหมด

ต่อให้ไม่ได้มาด้วยตนเอง ก็ส่งคนในครอบครัวมามอบดอกไม้อวยพรให้ผู้ปักปิ่นทั้งสองคนตอนพิธีมอบดอกไม้สิริมงคล

ดังนั้นเวลานี้ผู้คนมากมายที่อยู่ข้างล่างปะรำพิธีล้วนถือดอกไม้ไว้ในมือ กลับไม่มีใครลุกขึ้นมาเป็นคนแรก

แค่พากันวิพากษ์วิจารณ์...

“เหตุใดไม่ให้พวกนางไปเปลี่ยนชุดพิธีการเล่า?”

“ไม่ได้ยินที่เจิ้นกั๋วกงกล่าวหรือ ไม่ได้เตรียมชุดพิธีการให้คุณหนูทั้งสอง เช่นนี้จะเปลี่ยนได้อย่างไร?”

“ไม่ได้เตรียมไว้ที่ใดกันเล่า ข้าได้ยินว่าเมื่อหนึ่งวันก่อนชุดพิธีการของคุณหนูหกถูกคุณหนูห้าทำลายไปแล้ว”

“เป็นนางอย่างที่คิดไว้จริง ๆ ด้วย!”

“คุณหนูห้าผู้นี้ช่างจิตใจชั่วช้าเสียจริง งานสำคัญถึงเพียงนี้ยังจะทำลายชุดพิธีการของน้องสาวตนเองอีก”

“เช่นนั้นนางไม่มีชุดพิธีการให้เปลี่ยนเหมือนกันได้อย่างไร?”

“นี่ยังต้องเอ่ยอีกหรือ จะต้องถูกท่านเจิ้นกั๋วกงลงโทษอย่างแน่นอน”

“เกินไปแล้วจริง ๆ คนเช่นนี้ไม่คู่ควรได้รับดอกไม้สิริมงคลหรอก!”

“หากทุกคนต้องมอบก็มอบให้คุณหนูหก อย่ามอบให้นางเลย!”

“ถูกต้อง!”

ผู้คนพากันวางดอกไม้ที่ใช้สำหรับอวยพรให้ผู้ปักปิ่นในมือของพวกเขาลงตรงหน้าเวินเยวี่ยทั้งหมดภายใต้ความโกรธเกรี้ยว
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (3)
goodnovel comment avatar
รัตติกาล วรรณถาวร
อยู่ๆจะเกลียด ก็เกลียดแบบไม่มีเหตุผล โดนของแน่ๆ
goodnovel comment avatar
นราภรณ์ วรรณพฤกษ์
งงกะคนแต่งนิยาย
goodnovel comment avatar
Iam Honeybee
งง อ่านตั้งแต่ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมพอ 6 มา แล้วทุกคนเกลียด 5 เขาโดนยาสเน่ห์กันทั้งบ้านทั้งเมือง หรืออุปาทานหมู่ หรืออะไร .. หาเหตุผลไม่เจอ
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1343

    “เยวี่ยโหรว ไม่ต้องลังเลอีกแล้ว ครั้งนี้ เจ้าไปเถิด”เขาไม่ได้เอ่ยถึงตนเองเพราะไม่ว่าจะพูดอย่างไร คนผู้นั้นก็คือบิดาของเขาไป๋เยวี่ยโหรวเม้มริมฝีปาก มองเขาด้วยสายตาซับซ้อน “ปาถูเอ่อร์...”นางเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ปาถูเอ่อร์กลับขัดจังหวะนางก่อนที่จะได้อ้าปาก เขาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงกำชับด้วยความห่วงใยประโยคหนึ่ง “ระวังตัวด้วย ดูแลตัวเองให้ดี”จนกระทั่งชั่วขณะนี้เอง ไป๋เยวี่ยโหรวจึงได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในที่สุดถูกพิษ ถูกบงการ ถูกตามล่า...ความแค้นทั้งหลายนี้ ได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเสินอ๋องผู้เฒ่าและปาหย่า รวมถึงปาเก๋อหลู่ ล้วนกลายเป็นความแค้นที่ต้องตายกันไปข้างหนึ่งพวกเขาไม่เพียงคิดร้ายต่อนาง แม้แต่ปาถูเอ่อร์เองก็ต้องเผชิญกับอันตรายมาไม่น้อยวันที่พวกเขาได้พบกับหลานซื่อและพวกเป็นครั้งแรก ไม่ใช่ว่ากำลังถูกปาเก๋อหลู่พาคนตามไล่ล่าอยู่หรอกหรือ?ยามปกติก็ทำเป็นเสแสร้ง ลับหลังก็ลอบวางแผนประทุษร้ายปาถูเอ่อร์ผู้เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดอย่างไม่ลดละเสินอ๋องผู้เฒ่าอาจจะไม่เคยลงมือเอง แต่การนิ่งเฉยและลำเอียงของเขา แท้จริงแล้วก็คือการทำร้ายบุตรชายในไส้ของตนเองรูปแบบ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1342

    หลังจากหลานซื่อปล่อยเลือดจนเต็มชามใหญ่ต่อหน้าแล้ว เสินอ๋องผู้เฒ่าและพวกถึงได้ปล่อยให้นางกลับไปยังกระโจมก่อนตอนที่เดินจากมา ใบหน้าของนางขาวซีด มือซ้ายกุมเป่ยเฉินหยวนไว้แน่น มือขวาจูงเล่อถงหลวม ๆไป๋เยวี่ยโหรวและปาถูเอ่อร์เดินตามหลังนางมาด้วยกันเมื่อกลับถึงกระโจมที่พักของตน หลานซื่อก็เดินโซเซ เกือบจะล้มพับลงกับพื้นแต่ในวินาทีถัดมา มือใหญ่ข้างหนึ่งก็เข้ามาประคองนางไว้ได้ทันท่วงที โอบกอดนางเข้าสู่อ้อมอกในทันใดอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นนี้ทำให้นางที่สูญเสียเลือดมากเกินไป จนแขนขาเริ่มเย็นเฉียบค่อย ๆ อบอุ่นขึ้นเล็กน้อยแต่ผู้ที่โอบกอดนางอยู่นั้นกลับมีสีหน้าเย็นชาจนน่ากลัวเป่ยเฉินหยวนสีหน้าเย็นชา แต่การเคลื่อนไหวของมือนั้นกลับเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ขณะวางหลานซื่อลงพักผ่อนบนตั่ง“ภารกิจในค่ำคืนนี้ไม่อนุญาตให้ท่านเข้าร่วม”เป่ยเฉินหยวนเอ่ยคำพูดนี้ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แฝงด้วยความโกรธเกรี้ยวเห็นได้ชัดว่ากำลังโกรธเคืองหลานซื่อที่ยืนกรานจะใช้วิธีทำร้ายตนเองเพื่อคลี่คลายเรื่องนี้เมื่อหลานซื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาที่เดิมทีจวนจะปิดลงเพื่อพักผ่อนได้เบิกโพลงขึ้นมาทันควันนางมองบุรุษที่ยืนอยู่ข

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1341

    นางก้มหน้ามองมือที่ขาดสะบั้นบนพื้น เปลือกตาที่หลุบลงบดบังไฟโทสะอันพลุ่งพล่านและความเคียดแค้นอันไร้ที่สิ้นสุดในดวงตาของนางนางหญิงชั้นต่ำสมควรตาย!แค้นนี้ นางจะต้องให้นางผู้นั้นชดใช้คืนเป็นร้อยเท่าแน่นอน!“เอาล่ะ พาองค์หญิงไปทำแผล”เสินอ๋องผู้เฒ่าออกคำสั่งสือเซี่ยวรุดขึ้นไปด้านหน้าทันที มือหนึ่งประคองปาหย่า อีกมือหนึ่งกำลังจะไปหยิบมือที่ขาดบนพื้น ในชั่วพริบตานั้นปลายดาบที่แผ่ไอเย็นเยียบก็เฉียดผ่านลำคอของเขาไป ปักมือข้างที่ขาดนั้นไว้กับพื้นสือเซี่ยวสะดุ้งโหยง พลางเงยหน้าขึ้นมองเห็นเพียงองครักษ์ข้างกายธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งต้าหมิงกำลังโน้มมองลงมาที่เขาด้วยสายตาเย็นชา ราวกับกำลังมองคนตายก็ไม่ปาน“เจ้า...”“ยังมัวเหม่ออะไรอยู่เล่า พาองค์หญิงออกไป!”สือเซี่ยวกำลังคิดจะดุด่าเป่ยเฉินหยวน เสียงของเสินอ๋องผู้เฒ่าก็ดังขึ้นตัดบทเขาในทันทีภายในใจของสือเซี่ยวสั่นสะท้านเห็นทีมือข้างนี้ขององค์หญิงคงเอาไปไหนไม่ได้แล้วเขาทำได้เพียงกัดฟัน ตัดใจจากมือที่ขาดบนพื้น แล้วประคองปาหย่าออกไปอย่างระมัดระวังหลังจากพวกเขาเดินออกไป ไม่รอให้หลานซื่อพูดอะไร ไป๋เยวี่ยโหรวก็ผุดลุกขึ้นแล้วเดินไปหาเด็กน

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1340

    ปาหย่าคิดไม่ถึงว่า ตนเองพยายามเอาอกเอาใจเสด็จพ่อถึงเพียงนี้แล้วท้ายที่สุด เสด็จพ่อกลับไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะต่อสู้เพื่อนางแม้แต่น้อย ตอบรับเงื่อนไขของสตรีผู้นั้นทันที!นั่นคือมือของนาง!หากต้องเสียมือไปข้างหนึ่ง แล้ววันหลังนางจะไปช่วงชิงตำแหน่งผู้สืบทอดได้อย่างไร?!แม้ก่อนหน้านี้ปาเก๋อหลู่จะถูกกรีดจนตาบอด แต่ดวงตายังเปลี่ยนได้ แต่มือที่ขาดไปนั้นไม่อาจต่อคืนได้อีก!เวลานี้ปาหย่ายังไม่ล่วงรู้สิ่งที่เสินอ๋องผู้เฒ่าได้วางแผนไว้ให้ตนเองแล้วนางรู้สึกเพียงว่าหัวใจเย็นเฉียบถึงขีดสุด สายตาที่มองไปยังเสด็จพ่อของตนเริ่มเจือไปด้วยแววอาฆาตแค้นโดยไม่รู้ตัวเสินอ๋องผู้เฒ่าคล้ายจะสัมผัสได้ถึงบางอย่าง แต่ทันทีที่หันมา ปาหย่าก็เบือนหน้าหนีไปเสียแล้วนางกัดริมฝีปากล่างแน่น ฝืนกลืนความโกรธแค้นและความพยาบาทลงไปในเมื่อเสด็จพ่อปฏิบัติต่อนางเช่นนี้ ก็อย่ามาตำหนิว่าบุตรสาวอย่างนางไร้น้ำใจ!ปาเก๋อหลู่ที่อยู่ข้าง ๆ มองเห็นทุกอย่างนี้เช่นกันหากจะพูดว่าก่อนหน้านี้เขายังคงสงสัยในคำพูดของปาหย่าที่ว่า เสด็จพ่อเริ่มจะผิดหวังในตัวนางแล้วเช่นกันเช่นนั้นการตัดสินใจเลือกของเสด็จพ่อในตอนนี้ก็ทำให้เขาหมดคว

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1339

    นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ สายตาเริ่มจากจับจ้องเวินเฉวียนเซิ่งด้วยเจตนาที่ค่อนข้างร้ายในขณะที่เวินเฉวียนเซิ่งเกือบจะคิดไปว่า บุตรสาวเนรคุณผู้นี้คิดจะฉวยโอกาสเอาชีวิตของเขา สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นระแวดระวังถึงขีดสุดนั้น หลานซื่อก็ยิ้มเยาะเบา ๆ ทีหนึ่ง แล้วจึงละสายตาไปนางมองไปยังเอ้อถานหลัวที่กำลังหลับตาพักผ่อน พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ต้องการให้เอ้อถานหลัวไต้ซือช่วยอะไรข้าบางอย่าง”เมื่อได้ยินหลานซื่อเอ่ยถึงตนเองอย่างกะทันหัน เอ้อถานหลัวจึงลืมตาขึ้นมองนางเพียงแต่รู้สึกอยู่เสมอว่าการที่หลานซื่อลากเขาเข้ามาเกี่ยวข้องในเงื่อนไขข้อที่สามนี้ อาจจะแฝงด้วยเจตนาที่ไม่ดีนักดังนั้นเขาจึงอ้าปากเตรียมจะปฏิเสธ “อาตมาไม่มีความสามารถอะไร คงไม่อาจช่วยธิดาศักดิ์สิทธิ์ได้”ฟังดูเถิด หลวงจีนชั่วนี่ลืมตาขึ้นมาก็โป้ปดแล้ว ยังกล้าเรียกตัวเองว่าพระสงฆ์อยู่อีกหรือ?แต่ตนเองก็ต้องอาบัติอยู่บ่อยครั้ง เมื่อเทียบกับหลวงจีนชั่วผู้นี้แล้วก็นับว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกันจริง ๆหลานซื่อท่องอมิตตาพุทธในใจเพื่อสำนึกผิดอีกครา ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เอ้อถานหลัวไต้ซือโปรดวางใจ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพียงอยากจะขอยืมโลง

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1338

    “หากองค์หญิงปาหย่าสนใจคนข้างกายข้าถึงเพียงนี้จริง ๆ วันหลังแม่ชีค่อยจัดให้พวกท่าน ‘พูดคุยกันให้มาก ๆ’ เพียงแต่ตอนนี้คงจะไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดเรื่องเหล่านี้กระมัง?”หลานซื่อปรายตาขึ้นมอง พลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิมคล้ายกับว่าไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่ปาหย่าเปิดเผยว่าข้างกายนางยังมีผู้ใต้บัญชาที่เก่งกาจอีกคนหนึ่งแม้แต่น้อยนางมองข้ามปาหย่าไป สายตาทอดมองไปยังเสินอ๋องผู้เฒ่า “หรือจะบอกว่า คนที่ค่อนข้างสนใจเรื่องนี้ไม่ใช่องค์หญิงปาหย่า แต่เป็นเสินอ๋องหรอกหรือ?”เสินอ๋องผู้เฒ่าต้องสนใจอยู่แล้วแต่เมื่อเทียบกับเรื่องที่สำคัญตรงหน้านี้ ก็เป็นความสนใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ธิดาศักดิ์สิทธิ์พูดเล่นเสียแล้ว เรากลับเข้าประเด็นหลัก หารือเรื่องการสลายพิษกันต่อเถอะ”เขายกคำพูดก่อนหน้าของหลานซื่อขึ้นมา “ก่อนหน้านี้ธิดาศักดิ์สิทธิ์บอกว่ามีเงื่อนไขทั้งหมดสามข้อ นี่เพิ่งจะพูดไปเพียงข้อเดียว ทำไมไม่บอกอีกสองข้อที่เหลือออกมาเสียเลย พวกเราจะได้เอามาพิจารณาให้ดี”หลานซื่อยิ้มเล็กน้อย นางพยักหน้าเห็นพ้องด้วย “ก็ได้”“เงื่อนไขข้อที่สอง ข้าต้องการเด็กคนนี้”ทันทีที่คำพูดนี้เอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status