แชร์

บทที่ 8

ผู้เขียน: จิ้งซิง
เมื่อเวินฉางอวิ้นเดินขึ้นมาบนปะรำพิธี สายตาทอดมองไปที่น้องสาวทั้งสองคน เดิมทียังลังเลอยู่บ้าง

แต่เมื่อสบสายตาคาดหวังของเวินเยวี่ย เขาก็คลายหัวคิ้วในพริบตา

หัวเราะอย่างไม่มีทางเลือก

ช่างเถิด หากจะโทษก็ได้แต่โทษน้องห้าที่ไม่ได้รับความชื่นชอบเอง

ใครใช้ให้นางมีนิสัยอิจฉาริษยา ไม่ยอมให้น้องหกเลยสักนิดเล่า

ดังนั้นเวินฉางอวิ้นจึงไม่ลังเลอีกต่อไป เดินผ่านหน้าเวินซื่อแล้วยื่นดอกไม้ให้เวินเยวี่ย

จากนั้นก็เป็นเวินจื่อเฉิน เวินจื่อเยวี่ย เวินอวี้จือ...

รวมถึงคนสกุลเวิน ทุกคนต่างก็มอบดอกไม้ให้เวินเยวี่ย

ก็เหมือนกับชาติที่แล้ว...

เวินซื่อผู้โดดเดี่ยวกับเวินเยวี่ยที่ล้อมรอบไปด้วยดอกไม้สดและคำอวยพร

เวินซื่อไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย

ถึงอย่างไรนางก็รู้ผลสรุปเช่นนี้มานานแล้ว ดังนั้นนางจึงไม่คาดหวังใด ๆ อีกต่อไปอย่างแน่นอน

หลังจากคนเหล่านั้นก็เป็นชุยเส้าเจ๋อ เทียบกับดอกไม้หนึ่งดอกที่คนอื่นมอบให้แล้ว เขาหอบดอกไม้บานหลากสีสันกำใหญ่เต็ม ๆ ไม่มองเวินซื่อสักแวบเดียว ก่อนจะยัดใส่อ้อมแขนของเวินเยวี่ยโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

“น้องเยวี่ยเอ๋อร์ ดอกฉยงฮวาอวยพรวันเกิด ดนตรีเสียงสวรรค์ห้อมล้อมความงามให้น่าหลงใหล ขอให้ความงามของเจ้าคงอยู่ตลอดไป ยิ้มแย้มมิแปรเปลี่ยน”

“ขอบคุณพี่ใหญ่ พี่รอง พี่สาม พี่ สี่ แล้วก็พี่เส้าเจ๋อด้วยเจ้าค่ะ ดอกไม้ที่พวกท่านมอบให้งามมากเลย ดอกไม้มากมายเพียงนี้ละลานตาข้าไปหมดแล้ว”

เวินเยวี่ยกล่าวด้วยเสียงอ่อนหวาน

พวกชุยเส้าเจ๋อห้อมล้อมนางไว้ บ้างก็ลูบศีรษะนางด้วยความเอ็นดู บ้างก็มอบของขวัญที่ตั้งใจเตรียมไว้นานแล้ว

เนื่องจากคนที่มอบดอกไม้มีเยอะมากเกินไป เวินจื่อเฉินจึงถูกคนเบียดจนถอยหลังไปสองก้าว ชนเวินซื่อโดยไม่ทันระวัง

เมื่อเวินจื่อเฉินหันหน้าไปมองนาง พบว่านางไม่ได้รับดอกไม้เลยสักดอกก็หัวเราะเยาะเบา ๆ

“เจ้าก็อย่าอิจฉาเกินไป ถึงอย่างไรน้องหกได้รับดอกไม้มากมายถึงเพียงนี้ก็เป็นเพราะนางมีจิตใจดีบริสุทธิ์ หากเจ้าสามารถมีสักหนึ่งในสิบของน้องหกได้ ก็คงไม่ถึงขนาดไม่ได้รับดอกไม้สักดอกหรอก”

“ดังนั้น ต่อไปต้องสำนึกผิดให้มาก ๆ เสีย”

“ขอบคุณพี่รองที่ห่วงใยเจ้าค่ะ ไม่จำเป็นต้องสำนึกผิดแล้ว ข้าคิดว่าข้าเป็นแบบนี้ก็ดีมาก”

เวินซื่อยิ้มอย่างขอไปที และไม่มีความอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย

วันนี้เสียเวลาไปมากแล้ว สาเหตุที่นางยังต้องยืนอยู่ที่นี่ก็เพื่อรอให้ชุยเส้าเจ๋อรีบยกเลิกการหมั้น

แต่คนบางคนขึ้นปะรำพิธีแล้วก็เอาแต่สนใจกับการมอบดอกไม้ เหมือนใกล้จะลืม ‘เรื่องสำคัญ’ ของตนเองไปแล้ว

เวินซื่อหมดความอดทนเล็กน้อย จึงตัดสินใจผลักดันเขา

“ท่านพ่อ ในเมื่อพิธีปักปิ่นสิ้นสุดลงแล้ว ดูเหมือนทุกคนก็ไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องการข้าแล้ว ไม่เช่นนั้นตอนนี้ข้าขอตัวกลับไปเลยแล้วกัน?”

เวินซื่อไม่สนใจเวินจื่อเฉินอีกต่อไป ก่อนจะหันหน้าไปเอ่ยกับเวินเฉวียนเซิ่ง

เป็นอย่างที่คิดไว้ เมื่อได้ยินว่านางจะไปแล้ว ชุยเส้าเจ๋อที่เดิมทียังคงล้อมรอบเวินเยวี่ยพลันหันหน้ากลับมา “เดี๋ยวก่อน เจ้าไปไม่ได้ ข้ายังมีเรื่องจะกล่าว”

ในที่สุดก็มาเสียที

ชุยเส้าเจ๋อถลึงตามองเวินซื่อ ตากนั้นก็ประสานมือกล่าวเสียงดังกับเวินเฉวียนเซิ่งที่อยู่ตำแหน่งประธานพิธีว่า “ท่านลุง วันนี้หลานมีสองเรื่องอยากขอให้ท่านลุงช่วยตัดสินใจ เพื่อให้หลานสามารถสมหวังกับการแต่งงานด้วยขอรับ”

ทุกคนได้ยินคำพูดประโยคหลัง ยังนึกว่าชุยเส้าเจ๋อจะหารือเรื่องวันแต่งงานกับจวนเจิ้นกั๋วกง ในที่สุดก็เตรียมตัวจะแต่งงานกับเวินซื่อแล้ว

เวินเยวี่ยตื่นตระหนกขึ้นมาทันที

นางไม่อยากให้เวินซื่อแย่งชุยเส้าเจ๋อไป

“พี่เส้าเจ๋อ...”

ชุยเส้าเจ๋อเห็นความตื่นตระหนกในดวงตาของนาง ในใจพลันเกิดความรู้สึกปีติยินดี

เป็นอย่างที่คิดไว้เลย น้องเยวี่ยเอ๋อร์รักเขา

ดังนั้นนางจึงกลัวว่าเขาจะแต่งงานกับเวินซื่อจริง ๆ

แต่ไม่เป็นไร เขาเองก็รักน้องเยวี่ยเอ๋อร์เช่นกัน

ดังนั้นเขาไม่มีทางแต่งงานกับเวินซื่อเป็นอันขาด

ชาตินี้คนที่เขาจะแต่งงานด้วยมีเพียงคนเดียวเท่านั้น!

ชุยเส้าเจ๋อลูบศีรษะของเวินเยวี่ยอย่างรักใคร่เอ็นดู “เยวี่ยเอ๋อร์วางใจได้ ข้าจะมอบเรื่องน่าประหลาดใจให้เจ้า”

เขากล่าวจบก็สบตากับเวินเฉวียนเซิ่งโดยไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงดังว่า “เรื่องแรกคือข้าอยากจะถอนหมั้น”

“ข้าอยากถอนหมั้นกับเวินซื่อ!”

“บังอาจ”

“เส้าเจ๋อ!”

เมื่อคำพูดของชุยเส้าเจ๋อออกมา แขกเหรื่อรอบด้านก็ส่งเสียงฮือฮา

ดวงตาของเวินเยวี่ยเปล่งประกาย

เวินเฉวียนเซิ่งกลับมีสีหน้าบึ้งตึง จ้องมองชุยเส้าเจ๋ออย่างเย็นชา

เวินหย่าลี่รู้นิสัยของพี่ชายจึงรีบดึงบุตรชายของตนไว้ “เส้าเจ๋อ มีเรื่องอะไรค่อยกล่าวกันทีหลัง วันนี้เป็นวันมงคลปักปิ่นของน้องสาวทั้งสองคนของเจ้า อย่าได้ก่อความวุ่นวายที่นี่”

แม้ว่านางไม่ชอบเวินซื่อเช่นกัน แต่ว่าต่อให้อยากจะถอนหมั้นก็ไม่ใช่การถอนหมั้นกันเช่นนี้

การถอนหมั้นต่อหน้าผู้คนไม่ใช่ว่ากำลังฉีกหน้าทุกคนในจวนเจิ้นกั๋วกงหรือไร?

ชุยเส้าเจ๋อยังคงยืนกราน สะบัดมือของเวินหย่าลี่ออกทันทีแล้วเอ่ยอย่างดื้อดึงว่า “ท่านแม่ไม่ต้องเกลี้ยกล่อมอีกต่อไปแล้ว ข้าคิดดีนานแล้ว”

เวินจื่อเฉินพลันทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วเช่นกัน เอ่ยถามอย่างเดือดดาลว่า “ข้าจะบอกให้นะชุยเส้าเจ๋อ ต่อให้น้องห้าเป็นเช่นไร นางก็เป็นน้องสาวที่เติบโตมาตั้งแต่เด็กด้วยกันกับเจ้า เจ้ากับนางเป็นเพื่อนเล่นกันมาหลายปี เจ้าจะต้องหยามเกียรตินาง หยามเกียรติจวนเจิ้นกั๋วกงของพวกเราวันนี้ให้ได้หรือ?!”

เวินจื่อเฉินไม่ได้ปกป้องเวินซื่อ

เขาเพียงแค่รู้สึกว่าชุยเส้าเจ๋อไม่เห็นสกุลเวินของพวกเขาอยู่ในสายตามากเกินไปแล้ว!

“พี่รอง ข้าไม่ได้อยากหยามเกียรติสกุลเวิน ข้าเพียงแค่ไม่อยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับสตรีจิตใจชั่วช้าและยังชอบอิจฉาริษยาอย่างเวินซื่อไปตลอดชีวิต! ดังนั้นไม่ว่าพวกท่านจะกล่าวอย่างไร วันนี้ข้าก็จะถอนหมั้น!”

ชุยเส้าเจ๋อเองก็รู้ว่าการที่ตนทำเช่นนี้ต่อหน้าผู้คนเป็นการทำผิดต่อสกุลเวินอยู่บ้าง

แต่เขาไม่นึกเสียใจ!

เวินเยวี่ยดีใจเป็นบ้าเป็นหลัง หากพี่เส้าเจ๋อถอนหมั้นกับเวินซื่อ เช่นนั้นนางก็มีโอกาสแล้วใช่หรือไม่?

และดูจากการแสดงออกของชุยเส้าเจ๋อในยามปกติ ตำแหน่งฮูหยินของซื่อจื่อจวนจงหย่งโหวจะต้องเป็นของนางอย่างแน่นอน!

อย่างไรก็ตามแม้เวินเยวี่ยจะมั่นใจแล้ว แต่ตอนนี้นางเป็นน้องสาวที่ ‘บริสุทธิ์จิตใจดี’ นะ~

เมื่อคิดเช่นนี้ เวินเยวี่ยก็ข่มกลั้นความพึงพอใจตรงมุมปาก แล้วแสร้งพูดเกลี้ยกล้อมชุยเส้าเจ๋อ

“พี่เส้าเจ๋อ พี่หญิงห้านางเคยทำผิดไปบ้าง แต่ว่าทำกับนางเช่นนี้ไม่เกินไปหน่อยหรือเจ้าคะ? ถึงอย่างไรพี่หญิงห้าก็ชอบท่านถึงเพียงนั้น ไม่เช่นนั้นท่านก็เห็นแก่หน้าของข้า ให้อภัยพี่หญิงเถิดนะเจ้าคะ?”

เมื่อได้ยินคำพูดที่ว่า ‘พี่หญิงห้าชอบท่านถึงเพียงนั้น’ ชุยเส้าเจ๋อก็ตกใจทันที

ใช่แล้ว เยวี่ยเอ๋อร์เตือนสติเขาจริง ๆ!

วันนี้เขาดึงดันจะถอนหมั้นให้ได้ แต่รับประกันไม่ได้ว่าต่อไปนางยังจะตามพัวพันเขาอีกหรือไม่

ดังนั้นเขาจำเป็นต้องทำให้เวินซื่อล้มเลิกความคิดทั้งหมด!

ชุยเส้าเจ๋อหันหน้าไปเอ่ยเตือนเวินซื่อว่า “เวินซื่อ เจ้าต้องรู้เอาไว้ว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะเจ้าทำตัวเอง ต่อให้ข้าตายก็จะไม่แต่งงานกับเจ้าเป็นอันขาด ดังนั้นทางที่ดีเจ้ารู้จักดูสถานการณ์แล้วตกลงเรื่องนี้เสีย อย่างน้อยข้าจะรับปากเงื่อนไขของเจ้าหนึ่งข้อเพื่อเห็นแก่หน้าสกุลเวิน”

“แต่ทางที่ดีเจ้าอย่าละโมบมากเกินไป ชาตินี้ข้าจะแต่งงานกับสตรีนางเดียวเท่านั้น คนผู้นั้นไม่ใช่เจ้า และข้าก็ไม่มีทางรับอนุด้วย”

คำพูดนี้ของชุยเส้าเจ๋อแทบจะชี้หน้าเวินซื่อบอกว่า ภรรยาก็ไม่ได้ อนุภรรยายิ่งอย่าฝัน!

ถึงอย่างไรเขารู้ว่าเวินซื่อชอบเขามาก ไม่อย่างนั้นนางคงไม่พัวพันเขามาหลายปีเช่นนี้

เขาบอกว่าสามารถรับปากเงื่อนไขของนางหนึ่งข้อ แต่ถ้าเกิดนางใช้เงื่อนไขนี้มาข่มขู่ให้เขารับนางเป็นอนุภรรยาจะทำอย่างไร?

ดังนั้นเขาจำเป็นต้องเตือนนางอย่างรุนแรง

เลิกคิดเพ้อฝัน!

“หึ ๆ”

เวินซื่อที่มองพวกเขาเล่นละครอย่างเงียบ ๆ มาตลอดพลันหัวเราะเบา ๆ ออกมาอย่างทนไม่ไหว

หลังจากนั้นเวินซื่อก็เหลือบมองเวินเยวี่ยที่กำลังแอบส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความลำพองใจและความท้าทายให้นาง ก่อนที่เวินซื่อจะยิ้มน้อย ๆ

“ได้สิ ข้ารับปากท่านก็ได้ แต่ท่านก็บอกเองนะว่าจะรับปากเงื่อนไขข้าหนึ่งข้อใช่หรือไม่?”

“ถูกต้อง”

ชุยเส้าเจ๋อกอดอก เชิดหน้ามองนาง “ขอเพียงเจ้าเลิกคิดจะเข้าประตูจวนจงหย่งโหวของพวกเรา เรื่องอื่นข้ารับปากเจ้าได้ทั้งหมด”

“ดีเหลือเกิน ในเมื่อเป็นเช่นนี้เจ้าก็สาบานต่อหน้าผู้คนเถิด...”

รอยยิ้มตรงมุมปากของเวินซื่อค่อย ๆ กว้างขึ้น

ชอบยั่วยุนางถึงเพียงนั้น เช่นนั้นก็มาดูว่าสุดท้ายใครจะร้อนใจก่อนกัน

“...บอกว่า ท่านชุยเส้าเจ๋อจะไม่มีวันแต่งงานสตรีแซ่เวินคนใดไปชั่วชีวิต”

เมื่อคำพูดนี้ออกมา ชุยเส้าเจ๋อกับเวินเยวี่ยแทบจะหน้าเปลี่ยนสีพร้อมกัน
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1413

    อวิ่นซิงกำลังนำทุกอย่างที่แมลงพิษด้านนอกสังเกตเห็น ถ่ายทอดให้หลานซื่อฟังอย่างไม่ตกหล่นหลานซื่อรับฟังไปพลาง โยนสมุนไพรต้นสุดท้ายลงในหม้อไปพลาง “นักพรตกู่จัดการได้ไม่เลว ถือว่ายังรู้จักหนักเบา ไม่ได้ทำให้ผู้คนถึงตาย เจียวชิงจูผู้นั้นก็ไม่ธรรมดา ปล่อยให้นางไปต่อกรกับนายน้อยเผ่าร้อยอสูรผู้นั้นก่อนสักตั้งเถิด”ที่นางพูดเช่นนี้ เป็นเพราะในสายตาของนาง เจียวชิงจูกับหลิงอวิ๋นไม่น่าจะไม่ใช่พวกเดียวกันผู้หนึ่งคือนายน้อยเผ่า ผู้หนึ่งคือบุตรีผู้อาวุโส ต่างมีเจตนาแอบแฝงแม้ทั้งหมดเป็นคนของเผ่าร้อยอสูร แต่ที่ใดมีผู้คนก็ย่อมมีการต่อสู้เห็นได้ชัดว่าสองคนนี้ก็เป็นเช่นนั้นมิเช่นนั้นหลังจากที่มหาปุโรหิตของพวกเขามีคำสั่งชัดเจนว่าห้ามมารบกวนที่นี่ จะไม่แอบมาหานางลับหลังผู้อื่นเช่นนี้อีกหลานซื่อไม่อยากออกหน้า ก็เป็นเพราะนางคร้านที่จะเข้าไปพัวพันกับเรื่องราวการต่อสู้ภายในของเผ่าร้อยอสูรแม้ว่าตอนนี้นางจะถูกเพ่งเล็งแล้ว ไม่อยากเข้าไปพัวพันก็เป็นไปไม่ได้อีกแต่การให้นักพรตกู่จัดการ หรือให้ฉีเซิงผู้เป็นมหาปุโรหิตของพวกเขาจัดการเอง อย่างไรเสียก็ย่อมแตกต่างจากการที่นางออกหน้าเองนอกจากนี้ยังมีอีกประ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1412

    “แม่นางชิงจูกระมัง ธิดาศักดิ์สิทธิ์ของเรายังคงปิดด่านรักษาสัตว์อสูรอยู่ หากยังไม่ถึงเวลา ก็จะไม่ออกมา และจะไม่พบใครทั้งสิ้น ขอให้ทุกท่านจงกลับไปเถิด”นางผู้นี้ก้าวเข้ามาอย่างเกรงอกเกรงใจ บอกฐานะของตนเองแก่นักพรตกู่ขึ้นมาก่อนเจียวชิงจู บุตรีของผู้อาวุโสแห่งเผ่าร้อยอสูรเนื่องจากสัตว์อสูรกำลังรับการรักษาอยู่กับหลานซื่อ นางรู้สึกได้ว่าดูเหมือนจะหายดีแล้ว ดังนั้นจึงอยากมาเยี่ยมสัตว์อสูร และต้องการมาขอบคุณหลานซื่อต่อหน้าสักครั้งแต่นักพรตกู่ยังคงขัดขวางนางเอาไว้โดยไร้การยกเว้นเห็นแก่ที่นางดูมีมารยาทกว่าคนก่อนหน้านี้ แม้ภายในใจนักพรตกู่จะรำคาญยิ่งนัก แต่ก็ยังผ่อนปรนท่าทีลง ไม่ได้ลงมือ เพียงใช้น้ำเสียงราบเรียบปฏิเสธนางไป“อย่างนั้นหรือ? แล้วไม่ทราบว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์จะออกจากด่านเมื่อไหร่?”เจียวชิงจูไม่ได้ดึงดันจะบุกเข้าไปเหมือนหลิงอวิ๋นหลังจากได้ยินนักพรตกู่ปฏิเสธนาง นางก็ทำหน้าเสียดาย ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นโดยลดความต้องการลงนักพรตกู่กล่าวเพียงว่า “ธิดาศักดิ์สิทธิ์จำเป็นต้องปิดด่านสามวัน วันนี้คือวันที่สอง”เจียวชิงจูย่อมรู้เรื่องที่หลานซื่อต้องปิดด่านสามวันอยู่แล้ว ดังนั้นที่นางถาม

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1411

    “จริงสิ ข้าเห็นแก่หน้าของท่าน ถึงไม่ได้ลงมือสังหารพวกเขาให้ตายทันที ยังพอเหลือช่องทางให้พวกเขาอยู่บ้าง เวลาสามวัน ตราบใดที่พวกท่านสามารถหาวิธีถอนพิษให้พวกเขาได้ภายในเวลาสามวัน ย่อมไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว”นักพรตกู่เอ่ยถ้อยคำนี้อย่างง่ายดายแต่สิ่งที่คนเหล่านั้นโดนเข้าไปคือพิษร้าย!มองดูใบหน้าที่เขียวคล้ำของแต่ละคนนั้น ไม่ต้องคาดเดาฉีเซิงก็รู้ว่า สิ่งที่เรียกว่ายาถอนพิษนี้ไม่อาจมีวิธีอื่นใดอีก หนทางช่วยชีวิตเพียงหนึ่งเดียวล้วนอยู่ในกำมือของตาเฒ่าผู้นี้น่าเสียดาย ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดจะเอามันออกมาฉีเซิงเหลือบมองนักพรตกู่ปราดหนึ่ง นักพรตกู่ประสานสายตาที่ท้าทายยิ่งนักกับเขา “แน่นอน หากมหาปุโรหิตฉีอยากจะเป็นเหมือนพวกเขา อยากจะลองแย่งชิงดูสักตั้งล่ะก็ ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะเล่นสนุกกับมหาปุโรหิตฉี”ตะขาบพิษร้ายหวนกลับมาอยู่แทบเท้านักพรตกู่ในทันที แล้วหันไปทางฉีเซิงพร้อมชูตัวขึ้นครึ่งร่าง ส่งเสียงเตือนเป็นการข่มขู่ฉีเซิงไม่มีทางลงไม้ลงมือกับเขาอยู่แล้วเมื่อครู่นายน้อยเผ่าเพิ่งจะล่วงเกินคนผู้นี้ไป ตาเฒ่าผู้นี้มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนใจแคบยิ่งนัก หากไปล่วงเกินเขาเข้าอีก แล้วคนในเ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1410

    เรื่องอับอายในบ้านไม่ควรแพร่งพรายสู่ภายนอกยิ่งไปกว่านั้น หลิงอวิ๋นยังเป็นถึงนายน้อยของเผ่าร้อยอสูรเขาไม่ต้องการศักดิ์ศรี แต่เผ่าร้อยอสูรยังต้องรักษาศักดิ์ศรีเอาไว้ฉีเซิงกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมาให้หลิงอวิ๋นได้ส่วนหนึ่ง แต่หลิงอวิ๋นกลับไม่คิดจะขอบคุณเขาเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังรู้สึกว่าเขาเกะกะขวางหูขวางตาเสียอีกไอ้สุนัขรับใช้ได้กลิ่นมาไวถึงเพียงนี้เชียวหรือเวลานี้ภายในใจของหลิงอวิ๋นหงุดหงิดถึงขีดสุด เป็นเพราะตาแก่บัดซบผู้นี้ และเป็นเพราะท่าทีเสแสร้งของฉีเซิงด้วยเขาพ่นลมหายใจเย็นชาทีหนึ่ง ไม่สนใจทางลงที่ฉีเซิงมอบให้เลยแม้แต่น้อยเมื่อรู้ว่าเรื่องของวันนี้ไม่มีโอกาสเหลือแล้ว หลิงอวิ๋นจึงไม่อ้อมค้อม เพียงมองไปยังผู้ใต้บัญชาและสัตว์อสูรของพวกเขาที่ถูกพิษล้มกองเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้น“ตาเฒ่า รีบส่งยาถอนพิษออกมาเดี๋ยวนี้!”หากคนของเขาและสัตว์อสูรของพวกเขาเป็นอะไรไป เขาจะไม่มีทางปล่อยตาแก่บัดซบผู้นี้ไปเด็ดขาด!แต่นักพรตกู่กลับมีสีหน้าเรียบเฉย ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไม่มี”“ว่าอะไรนะ?!”หลิงอวิ๋นกำลังจะระเบิดอารมณ์ในทันทีฉีเซิงที่อยู่ด้านข้างรีบเข้ามาขวางเขาเอาไว้ “ยั้ง

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1409

    “ท่านกล้าแตะต้องข้าก็ลองดูสิ! ข้าคือนายน้อยเผ่าร้อยอสูร หากท่านปล่อยให้แมลงโสโครกตัวนี้มากัดข้าอีก ไม่ว่าจะเป็นท่านหรือนายของท่าน ก็อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดได้เห็นดวงตะวันของวันพรุ่งนี้!”เขาก็นึกอยู่ว่าเหตุใดเจ้าหนูคนนี้ถึงได้โอหังนัก ที่แท้ก็เป็นนายน้อยเผ่าของที่นี่นี่เองนักพรตกู่นึกตำหนิในใจอยู่สองคำ สีหน้ายังคงเหยียดหยาม “เป็นนายน้อยเผ่าแล้วจะอย่างไร? ธิดาศักดิ์สิทธิ์ของพวกข้ามีจิตใจเมตตา จึงได้สงสารยอมรักษาสัตว์อสูรให้แก่ชาวเผ่าร้อยอสูรของพวกท่าน ได้ยินว่ายังเป็นสิบตัวที่ถูกพิษศพเน่าเปื่อยรุนแรงที่สุดในหมู่พวกท่านเสียด้วย เวลานี้กำลังอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน ไม่อนุญาตให้ผู้ใดรบกวน ท่านผู้เป็นนายน้อยเผ่ากลับยังกล้าพาคนบุกรุกเข้ามา ไม่กลัวว่าหากพลั้งเผลอไปจะทำให้สัตว์อสูรในชนเผ่าของพวกท่านต้องตายอย่างนั้นหรือ?”ช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานอะไรกัน ชัดเจนว่ารักษาหายแล้ว ยังจะต้องรออะไรอีก?ที่เขาร้อนใจเช่นนี้ในตอนนี้ นอกจากต้องการพบหน้าธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนเซียนผู้นั้นในทันทีแล้ว การอยากรีบไปดูอาการของสัตว์อสูรเสือดาวของตนก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งเช่นกันเพียงแต่นึกไม่ถึงว่า ยังไม่ทันจะได

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1408

    คนของเผ่าร้อยอสูรหลายคนแม้จะหวาดกลัวตะขาบพิษร้ายแรงตัวนั้น แต่เมื่อมีคำสั่งของนายน้อยเผ่าอยู่ พวกเขาจึงทำได้เพียงกัดฟันปล่อยสัตว์อสูรของตนเองออกมามีหมี หมู มีเพียงพอนและวานรสัตว์อสูรทั้งสี่ห้าตัวที่มีขนาดใหญ่กว่าสัตว์ป่าทั่วไปประมาณหนึ่ง ต่างปรากฏกายขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยภายนอกถ้ำพำนักของหลานซื่อ แต่ละตัวล้วนเผยแววตาดุร้าย ตีวงล้อมครึ่งวงกลมใส่นักพรตกู่ที่อยู่บริเวณปากถ้ำพำนักพร้อมกับผู้เป็นนายของพวกเขา“อาศัยเพียงเดรัจฉานไม่กี่ตัวนี้ ก็คิดจะบุกรุกถ้ำพำนักของธิดาศักดิ์สิทธิ์ของเราอย่างนั้นหรือ?”นักพรตกู่ไม่เห็นสัตว์อสูรเหล่านั้นอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย เขาเชิดคางขึ้นอย่างหยิ่งยโส ส่งเสียงยิ้มเยาะทีหนึ่ง “หึ อยากตายก็เข้ามา! ข้าจะสงเคราะห์พวกเจ้าเอง!”หลิงอวิ๋นตีหน้าขรึม “ไม่ต้องเล่นถึงตาย แค่ทำให้เขาพิการก็พอ”หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้น แค่ตาเฒ่าชั่วช้าผู้นี้ยั่วยุครั้งแล้วครั้งเล่า เขาไม่มีทางไว้ชีวิตเขาผู้นั้นแน่ตอนนี้เก็บชีวิตต่ำต้อยของเขาไว้ก่อน รอจนกว่าจะจับตัวธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนเซียนผู้นั้นได้แล้ว เขาย่อมมีสารพัดวิธีที่จะเล่นงานตาเฒ่าชั่วช้าผู้

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 494

    สายตาของนางมองไปที่อันปี่เค่อที่อยู่ฝั่งตรงข้าม “เหมือนใต้เท้าอันคนนี้ก็มีปัญหาเช่นกัน”บัวหิมะเป็นของอันปี่เค่อ และยังเจาะจงถวายให้ฝ่าบาท ถ้าหากไม่มีนาง เกรงว่าเวลานี้บัวหิมะไปตกอยู่ในมือของฝ่าบาทแล้ว และแมลงน้อยสีดำก็น่าจะลอบทำร้ายสำเร็จแล้ว“เขาคิดจะลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาท?!”เวินซื่อหน้าถอดสี คิด

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 483

    เป่ยเฉินหยวนเห็นนางดูเหมือนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง จึงเอ่ยปากขึ้น “แค่พวกโจรไม่กี่คนเท่านั้นเอง กวาดล้างหมดสิ้นแล้ว”ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?นึกไม่ถึงเลยว่านางจะไม่สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวใด ๆ เลย!เวินซื่อเบิกตากว้าง การแสดงออกทางสีหน้ามีความตกใจมากทีเดียว“วางใจได้ ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเขามารบกวนท่

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 477

    จวนเจิ้นกั๋วกง“พี่สี่ วันนี้ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง ดีขึ้นหรือไม่?”เวินเยวี่ยมาเยี่ยมเวินอวี้จืออีกแล้วนางนั่งลงข้างเตียงของเวินอวี้จือ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สีหน้าแฝงไปด้วยความกังวลบนเตียง เวินอวี้จือมีสีหน้าซีดเซียว สภาพจิตใจย่ำแย่มาก แต่เมื่อเห็นเวินเยวี่ยมา ก็ยังฝืนยิ้มออกมา “วันนี้รู

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 489

    เมื่อวานนี้อาจารย์เพิ่งบอกให้นางระวังหนอนกู่ ที่แสดงอำนาจต่อนางตลอดมาหากนางดื่มน้ำทิพย์แล้ว ดวงตาเห็นได้ชัดเจนขึ้นกว่าเมื่อก่อน ก็ไม่แน่ว่าจะสามารถสังเกตเห็นหนอนตัวนี้ได้จริง ๆนางกำนัลตกตะลึงไปชั่วขณะ ก้มศีรษะลงมองไปที่ตั่งตัวนั้น มองดูอย่างถี่ถ้วนสักพักถึงจะสังเกตเห็นว่ามีหนอนสีดำตัวเล็ก ๆ อยู่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status