Partager

บทที่ 4

Auteur: พบวันฟ้าใส
แม่ผมถอนหายใจ ยื่นมือมาหมายจะพยุงผม "จริงสิ รีบกินยา กินเสร็จแล้วแม่จะพาแกกลับห้องผู้ป่วยนะ..."

เธอยังไม่ทันแตะโดนตัวผม ผมก็ยกมือขึ้นแล้วขว้างยาทั้งขวดลงถังขยะข้าง ๆ ไปทันที

สวี่เหยียนเฉินพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมตะโกนด่า

"สวี่เยี่ยนโจว! นายกำลังเล่นลูกไม้จะอยู่อีก?!

คิดว่าโยนยาทิ้งแล้วจะขู่ให้พวกเรายอมได้เหรอ หัวใจมันเข้าไปอยู่ในช่องอกของมู่ไป๋แล้ว ต่อให้นายเล่นพิเรนทร์จนตายตอนนี้ ก็ควักออกมาไม่ได้อยู่ดี!"

พ่อผมก็โกรธสุดขีด ชี้หน้าด่าทอผมอย่างหนัก

"เกินทางเยียวยาจริง ๆ! แกขว้างทิ้งใช่ไหม? ได้! ฉันอยากจะรู้นักว่าแกจะกล้าไม่กินยาแล้วนอนรอความตายไหม!"

แม่ผมกลับลนลานทำอะไรไม่ถูก "เยี่ยนโจว อย่าประชดอีกเลย ปากแกเขียวคล้ำไปหมดแล้ว แม่จะพาแกกลับห้องผู้ป่วย..."

"อย่ามาแตะต้องตัวผม!"

ผมตะโกนจนเสียงแหบ นั่นเป็นการใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่ผมมี

แม่ผมถูกสายตาของผมตรึงไว้กับที่

"ระบบ ตัดความรู้สึกเจ็บปวดซะ" ผมนึกในใจ

"ได้เลยโฮสต์ ปิดกั้นความรู้สึกเจ็บปวดแล้ว เริ่มต้นโปรแกรมการถอนตัว นับถอยหลัง 60 วินาที"

ความเจ็บปวดรุนแรงหายวับไปในทันที แทนที่ด้วยความรู้สึกเบาสบายเหมือนอยู่บนชั้นเมฆ

ผมหันกลับไป พิงหลังกับเคาน์เตอร์ที่เย็นเฉียบ มองดูคนสามคนที่ผมเรียกว่าครอบครัวมาตลอดยี่สิบกว่าปีตรงหน้า

"สวี่เหยียนเฉิน" ผมมองเธออย่างสงบ "พี่รู้ไหมว่าทำไมพอหัวใจที่จับคู่ตรงกันมาถึง โรงพยาบาลถึงรีบแจ้งให้ผมมาเตรียมตัวผ่าตัดทันที"

เธอชะงัก

ผมเผยรอยยิ้มอันซีดเซียว

"เพราะว่าผมไม่มีเวลาให้รอหัวใจดวงต่อไปแล้วไง

การทำงานของหัวใจผมถึงขีดจำกัดแล้ว ถ้าพลาดวันนี้ไป ต่อให้หมอเทวดาฮัวโต๋มาเอง ผมก็คงไม่รอดแล้ว"

พ่อผมสีหน้าเปลี่ยนทันที "แกอย่ามาพูดจาขู่ขวัญนะ! ไม่กี่วันก่อนแกยังเดินลงมาจากชั้นบนเองได้เลย!"

"นั่นมันคือสภาวะแสงสุดท้ายไงครับ พ่อ"

ผมถอนหายใจ สายตากวาดมองใบหน้าที่ค่อย ๆ เผยความหวาดกลัวของพวกเขาแต่ละคน

"เมื่อสองปีก่อน พวกคุณทำลายขาผม มาวันนี้ พวกคุณก็ส่งผมไปตายเองกับมือ

พวกคุณชอบพูดไม่ใช่เหรอ ว่าตระกูลเสิ่นมีบุญคุณกับพวกคุณ พวกคุณต้องตอบแทนให้ได้"

"ได้สิ ผมจะช่วยให้พวกคุณสมใจเอง"

ผมรู้สึกว่าการมองเห็นเริ่มพร่ามัว การหายใจเริ่มเบาลงเรื่อย ๆ

เสียงรอบข้างคล้ายกับถูกกั้นเอาไว้ด้วยแผ่นน้ำ

ในที่สุดสวี่เหยียนเฉินก็ตระหนักถึงบางอย่างได้ เธอมองดูรูม่านตาของผมที่ค่อย ๆ ขุ่นมัว แล้วพุ่งเข้ามาเขย่าไหล่ผมอย่างบ้าคลั่ง

"เยี่ยนโจว? เยี่ยนโจว นายเป็นอะไรไป? หมอ! หมอช่วยด้วยค่ะ!"

ในน้ำเสียงของเธอ ในที่สุดก็มีความหวาดกลัวปรากฏขึ้น

ความหวาดกลัวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความสูญเสียจริง ๆ

แม่ผมกรีดร้องพร้อมล้มลงไปกองอยู่ข้างเท้าผม พ่อผมวิ่งโซเซไปที่ประตูห้องฉุกเฉิน

แต่ผมกลับได้ยินไม่ชัดอีกต่อไปแล้ว

ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดิ่งลงสู่ความมืด ผมมองดูใบหน้าที่หวาดกลัวจนบิดเบี้ยวของสวี่เหยียนเฉิน แล้วยิ้มเบา ๆ

"พี่..." เสียงผมเบาเหมือนสายลม แต่ทุกคำกลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ต่อไปทุกครั้งที่พี่เห็นเสิ่นมู่ไป๋เต้น

อยู่บนเวที อย่าลืมล่ะ...

นั่นคือสิ่งที่พี่เอาชีวิตน้องชายแลกมากับมือ"

ร่างกายของผมทรุดล้มลงอย่างแรง

ท่ามกลางแสงสีขาวของระบบที่โอบล้อม ผมได้ยินเสียงร้องไห้อันเจ็บปวดรวดร้าวครั้งสุดท้ายที่โลกใบนี้ทิ้งไว้ให้

เป็นเสียงแผดร้องอย่างแตกสลายของพี่สาวผมเอง

เพราะจับใจจริง ๆ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หลังยกหัวใจให้เขา ทั้งบ้านเสียใจแทบบ้า   บทที่ 12

    กำหนดเวลาถอดถอดเครื่องช่วยชีวิตคือเวลาบ่ายสองโมงของวันถัดไปก่อนหน้านั้น หมอได้หยุดให้ยาแก้ปวดผมไปบางส่วน เพื่อให้ผมคงสติสัมปชัญญะและให้ความร่วมมือดำเนินการตามขั้นตอนสุดท้ายความรู้สึกปวดหน่วง ๆ ที่ไม่ได้สัมผัสมานานแผ่ซ่านออกมาจากทรวงอกประตูห้องผู้ป่วยถูกผลักเปิดออก สวี่เหยียนเฉินและแม่ผมเดินเข้ามา ส่วนพ่อยังให้น้ำเกลืออยู่ที่ห้องข้าง ๆ จึงไม่ได้มาด้วยพวกเขาดูราวกับแก่ชราลงไปสิบปีในชั่วข้ามคืนสวี่เหยียนเฉินคุกเข่าข้างเตียงเสียงดังตุ้บ เธอไม่ได้ตะโกนโวยวายอีก ได้แต่ซบหน้าลงกับขอบเตียงของผม แล้วส่งเสียงสะอื้นไห้เหมือนสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บแม่กุมมือที่เย็นเฉียบของผมไว้ หยดน้ำตาร่วงหล่นลงบนหลังมือผม"ลูกแม่..." แม่เรียกแค่นี้ แล้วก็พูดอะไรต่อไม่ออกอีกเลยเวลาบ่ายสองโมงตรง หมอพาพยาบาลเดินเข้ามาพวกเขาดูข้อมูลบนเครื่องมือทางการแพทย์ แล้วยืนยันกับผมเป็นครั้งสุดท้าย "คุณสวี่เยี่ยนโจว คุณยังยืนยันที่จะให้ยุติการยื้อชีวิตใช่ไหมครับ""ผมยืนยันครับ" ผมพยักหน้า ไม่มีการแหกปากทะเลาะเบาะแว้ง ไม่มีบทดราม่ารั้งให้อยู่ต่อเบื้องหน้ากฎหมายและขั้นตอนทางการแพทย์ สวี่เหยียนเฉินและแม่ผมไม่มีแ

  • หลังยกหัวใจให้เขา ทั้งบ้านเสียใจแทบบ้า   บทที่ 11

    เช้าวันต่อมา ทนายความในชุดสูทกับรองเท้าหนังคนหนึ่งก็เข้ามาในห้องผู้ป่วยของผมนี่คือคนที่ผมวานให้พยาบาลหัวหน้าเวรช่วยติดต่อให้สวี่เหยียนเฉินกับพ่อแม่ของผมต่างก็อยู่ข้างนอกประตู แต่ถูกคนที่ทนายความพามาด้วยขวางเอาไว้ผมยื่นเอกสารที่เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วฉบับหนึ่งให้แก่ทนายความ"ทนายเฉิน นี่คือหนังสือมอบอำนาจของผมครับผมต้องการฟ้องพ่อแม่กับพี่สาวของผม โดยขอให้เพิกถอนสิทธิ์ในการเป็นผู้ปกครองของพวกเขา ขณะเดียวกัน ผมต้องการแต่งตั้งคุณให้เป็นตัวแทนเจตจำนงทางการแพทย์ของผม"ทนายเฉินพิจารณาเอกสารอย่างละเอียดก่อนพยักหน้า "คุณสวี่ ตามข้อบังคับทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่คุณยังมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ คุณมีสิทธิ์แต่งตั้งผู้แทนเจตจำนงทางการแพทย์ของตัวเองได้จริงครับและมีสิทธิปฏิเสธการรักษาเพื่อยื้อชีวิตที่เกินความจำเป็นใด ๆ ได้ด้วยแต่คุณต้องคิดให้ดี ๆ นะครับ เมื่อยื่น 'หนังสือยินยอมปฏิเสธการรักษาเพื่อยื้อชีวิต' ไปแล้ว ทางโรงพยาบาลจะถอดหัวใจเทียมภายนอกร่างกายของคุณออกทันที""ผมคิดดีแล้วครับ" ผมพูดโดยไม่ลังเลเลยสักนิดนอกประตู สวี่เหยียนเฉินคล้ายจะรับรู้อะไรบางอย่าง จึงเริ่มทุบประตูอย่างบ

  • หลังยกหัวใจให้เขา ทั้งบ้านเสียใจแทบบ้า   บทที่ 10

    ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมก็ไม่ยอมพูดกับพวกเขาอีกเลยคนตระกูลสวี่ได้เริ่มต้นแสดงบท "ไถ่บาป" อันยาวนานและแสนเจ็บปวดทุกเช้าตอนเจ็ดโมง แม่ผมจะนำน้ำซุปกระดูกที่ตุ๋นนานหลายชั่วโมงมาส่งตรงเวลาเธอเทน้ำซุปใส่ชาม เป่าให้เย็น แล้วยื่นมาจ่อปากผมผมหลับตา ไม่อ้าปาก และไม่ตอบสนองใด ๆครึ่งชั่วโมงต่อมา น้ำซุปเย็นชืดลง เธอก็ยกออกไปเททิ้งอย่างเงียบ ๆ แล้ววันรุ่งขึ้นก็นำชามใหม่มาส่งอีกสวี่เหยียนเฉินทำยิ่งกว่านั้น เธอถึงขั้นยกเตียงสนามมานอนอยู่หน้าห้องผู้ป่วยของผมเลยแต่ก่อนเธอเป็นคุณหนูรักความสะอาด แต่ตอนนี้กลับหน้าสดไร้เครื่องสำอาง เสื้อผ้าก็มักจะมอมแมมได้ยินมาว่า เพื่อหาเงินมารวบรวมเป็นค่าผ่าตัดรักษาต่อให้ผม เธอถึงกับขายรถสปอร์ต ไปยืมเงินพวกเพื่อนกินเพื่อนเที่ยว แล้วยังโดนซ้อมกลับมาด้วยเธอมองผมผ่านกระจกทุกวัน สายตาฉายความหวังอันต่ำต้อย หวังแค่ให้ผมหันไปมองเธอสักครั้งแต่ผมไม่เคยทำเลยสักครั้งวันหนึ่งหลังจากผ่านไปครึ่งเดือน เสียงทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นที่นอกห้องผู้ป่วยผมเอียงหน้า มองออกไปทางช่องกระจกที่ประตูเป็นเสิ่นมู่ไป๋เขาซูบผอมจนผิดตา ใส่เสื้อผ้าธรรมดา ผมเผ้ายุ่งเหยิง

  • หลังยกหัวใจให้เขา ทั้งบ้านเสียใจแทบบ้า   บทที่ 9

    เสียงสัญญาณเตือนจากเครื่องควบคุมหัวใจเทียมนอกร่างกาย ดังขึ้นในห้องผู้ป่วยที่เงียบสงบสวี่เหยียนเฉินพุ่งเข้ามาเหมือนโดนไฟช็อต แล้วบีบมือผมไว้แน่นเธอออกแรงเยอะจนแทบจะบดขยี้กระดูกข้อมือของผม "หมอคะ! หมอ!" เธอหันไปตะโกนลั่นใส่นอกประตู แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวหมอหลายคนพุ่งเข้ามา กดตัวผมไว้และรีบตรวจสอบข้อต่อสายยางทันที เมื่อแน่ใจแล้ว่าไม่มีจุดหลุดหลวม ถึงได้ถอนหายใจยาวออกมาผมเอนหลังพิงหัวเตียง มองดูสวี่เหยียนเฉินที่เหงื่อท่วมหัว"พี่ ทำไมมือสั่น" ผมถามอย่างเรียบเฉยสวี่เหยียนเฉินหันขวับกลับมามองผม เธอขอบตาแดงก่ำ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง"สวี่เยี่ยนโจว นายบ้าไปแล้วเหรอ เครื่องนี้คือชีวิตของนายนะ! ถอดออกนายจะตาย!""ผมรู้" ผมมองเธอ "ผมควรจะตายไปตั้งนานแล้ว ควรตายไปตั้งแต่สองเดือนก่อน เป็นพวกคุณเองที่ดึงดันจะยื้อผมไว้"พ่อผมยืนอยู่ตรงปลายเตียง โซเซจนต้องเกาะราวไว้ถึงทรงตัวได้"เยี่ยนโจว แกกำลังลงโทษพวกเราอยู่เหรอ" น้ำเสียงของเขาแห้งผาก "พ่อไม่สนใจบริษัทอีกแล้ว ตั้งใจว่าต่อไปจะชดเชยให้แกเต็มที่เลยเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าบำรุงรักษาเครื่องนี้ให้แก พี่สาวแกต้องไปคุยโครงการท

  • หลังยกหัวใจให้เขา ทั้งบ้านเสียใจแทบบ้า   บทที่ 8

    เธอคิดว่าเธอทำได้ดีมากแล้วเธอคิดว่าขอแค่ไล่เสิ่นมู่ไป๋ออกไป ขอแค่ทุ่มเงินจนหมดตัวเพื่อติดเครื่องหัวใจเทียมนี้ให้ผม บาดแผลในอดีตก็สามารถลบล้างหายกันไปได้ผมมองดูเธอ แล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ"พี่ พี่ไปด่าเขาทำไม"ผมจ้องตาเธอ แล้วเอ่ยทีละคำอย่างชัดเจน"คนที่ทุบขาผมจนหักคือพี่ คนที่เซ็นหนังสือยินยอมยกหัวใจให้เขาคือพ่อ เขาแค่รับความลำเอียงจากพวกคุณไปอย่างสบายใจก็เท่านั้นเอง"สวี่เหยียนหน้าเฉินซีดลงในพริบตาแม่ผมร้องไห้สะอื้นอยู่ข้าง ๆ "เยี่ยนโจว พอเถอะลูก สองเดือนมานี้พี่สาวของลูกตบหน้าตัวเองทุกวัน เธอสำนึกผิดแล้วจริง ๆ นะ...""เธอสำนึกผิดเหรอ" ผมถอนหายใจ รู้สึกอ่อนล้าเต็มทีเธอไม่ได้สำนึกผิด เธอแค่กลัว"กลัวว่าผมจะตายไปจริง ๆ กลัวว่าชีวิตที่เหลือทุกคืนตอนหลับตาลง จะเห็นตัวเองเป็นฆาตกร พวกคุณคิดจนหัวแทบแตกเพื่อช่วยผม ก็แค่เพื่อให้ตัวเองสบายใจขึ้นมาบ้างเท่านั้น"เมื่อถูกเปิดโปงความคิด พ่อผมยืนนิ่งอยู่กับที่ ราวกับแก่ชราลงไปสิบปีทันทีสวี่เหยียนเฉินริมฝีปากสั่นอย่างรุนแรง จู่ ๆ ก็ยื่นมือออกมาตบหน้าตัวเองอย่างจัง"ใช่! ฉันกลัว! ฉันกลัวจะตายอยู่แล้ว!"เธอกรีดร้องอย่างแตกสลาย ตาส

  • หลังยกหัวใจให้เขา ทั้งบ้านเสียใจแทบบ้า   บทที่ 7

    ความรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกดึงรั้งผมลงมาอย่างรุนแรงข้างหูมีเสียงเครื่องมือแพทย์ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอผมลืมตาขึ้น ไม่เห็นพี่สาวที่ซื้อเค้กให้ผม และไม่ได้กลิ่นหอมของซุปซี่โครงหมูในร้านก๋วยเตี๋ยวสิ่งแรกที่ผมสัมผัสได้ คือแรงสั่นสะเทือนทางจักรกลอันอึมครึมภายในช่องอกนอกกำแพงกระจก สวี่เหยียนเฉินผมเผ้ากระเซิง หมอบกอดกระจกอยู่อย่างหมดสภาพเมื่อเห็นผมลืมตาขึ้น เธอดีดตัวขึ้นทันที ตบตีแพทย์ข้าง ๆ อย่างบ้าคลั่งแม่ผมปิดปากทรุดลงกับพื้น พ่อผมน้ำตานองใบหน้าชราครึ่งวันต่อมา ผมถูกย้ายไปยังห้องผู้ป่วยพิเศษระดับพรีเมียมหมอบอกผมว่า หลังจากหัวใจผมหยุดเต้น พ่อผมทุ่มเงินมหาศาล บังคับให้โรงพยาบาลใช้เครื่องเอคโม่ และขนส่งหัวใจเทียมแบบพกพาที่ทันสมัยที่สุดมาจากต่างประเทศโดยด่วนพวกเขายื้อชีวิตผมกลับมาอย่างสุดกำลัง"เยี่ยนโจว ในที่สุดแกก็ฟื้นแล้ว..."แม่ผมโถมตัวมาข้างเตียง อยากจะแตะต้องตัวผมแต่ก็ไม่กล้า น้ำตาไหลไม่หยุด "ลูกหมดสติไปเต็ม ๆ สองเดือน แม่สวดอ้อนวอนพระโพธิสัตว์ทุุกวัน..."สวี่เหยียนเฉินขอบตาแดงก่ำ นั่งอยู่ข้างเตียงผม"ฟื้นก็ดีแล้ว ฟื้นก็ดี พี่ขายกิจการในนามตัวเองหมดแล้ว บริษัทก็ยกให้ผ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status