เข้าสู่ระบบก็แค่อาศัยบารมีของเฟิงเฮ่อไม่ใช่หรือไง?ถ้าไม่มีเฟิงเฮ่อแล้วเธอจะนับเป็นอะไรได้?ตู้หลานเจินเองก็ไร้ประโยชน์ ไปตระกูลเฟิงตั้งสองครั้ง แต่กลับไม่ได้พบผู้อาวุโสของตระกูลเฟิงเลยคนตระกูลเฟิงจะต้องยังไม่รู้แน่ว่าเฟิงเฮ่อกับโหลวซิงอิ๋นไปมาหาสู่กันแบบนี้ถ้าพวกเขารู้ เฟิงเฮ่อคงยังคอยหนุนหลังโหลวซิงอิ๋นอยู่จนถึงตอนนี้ไม่ได้หรอก!เมื่อคิดเช่นนี้ เซี่ยอวี่ปิงก็ยิ่งโกรธ!แรงที่ใช้ทุบทำลายข้าวของก็ยิ่งหนักขึ้นป้าเฉินที่เดิมทีหลับอยู่ ถูกเสียงทุบทำลายข้าวของของเธอปลุกให้ตื่นทันทีป้าเฉินรีบเข้าไปห้าม "คุณหนู คุณทำอะไรคะ?"เดิมทีตอนนี้ทางตระกูลเหยียนก็ไม่ได้จัดคนรับใช้ให้เธออยู่แล้ว ถ้าเธอทุบข้าวของจนเละเทะ สุดท้ายก็ต้องเป็นป้าเฉินที่เก็บกวาดป้าเฉินรู้สึกว่าตลอดทั้งวันนี้ เธอเหนื่อยจนกระดูกแทบจะแตกออกจากกันแล้ว จะยังมีแรงที่ไหนมาเก็บกวาดอีก"เป็นเพราะเธอนั่นแหละ เสนอความคิดห่วย ๆ อะไรออกมา..."เซี่ยอวี่ปิงที่กำลังเดือดดาล ตะโกนใส่ป้าเฉินทันทีบอกว่าการยอมอ่อนข้อให้โหลวซิงอิ๋นคือหนทางเดียวที่ทำให้เธอมีชีวิตรอดต่อไปได้เธอก็ยอมอ่อนข้อแล้ว!ถึงขั้นคุกเข่ายอมอ่อนข้อให้โหลวซิงอิ๋นแล้ว!
แม้ว่าตอนนี้จะใช้ชีวิตอย่างยากลำบากแต่ถ้าต้องให้เซี่ยอวี่ปิงไปติดคุก เธอก็ไม่ยอมเช่นกันการติดคุกมันหมายความว่ายังไง? มันคือมลทินที่จะติดตัวเธอไปตลอดชีวิต ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองลงเอยแบบนั้นเด็ดขาด!โหลวซิงอิ๋นหัวเราะเบา ๆ "หึ!""ไม่รู้ว่าฉันกำลังพูดเรื่องอะไรเหรอ?"เซี่ยอวี่ปิงส่ายหน้า "ไม่ ฉันไม่รู้!""งั้นก็ค่อย ๆ คิดให้ดีแล้วกัน"พูดจบ โหลวซิงอิ๋นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะลุกขึ้นและหมุนตัวจะกลับเข้าห้องแต่เซี่ยอวี่ปิงกลับคว้าขาของเธอเอาไว้แน่น "โหลวซิงอิ๋น ถือว่าฉันขอร้องล่ะ ให้ฉันไปเยี่ยมลูกเถอะ""เธอเองก็เคยเป็นแม่ที่สูญเสียลูก เธอรู้ว่าคนเป็นแม่ต้องเจ็บปวดแค่ไหนเมื่อต้องเผชิญกับความเป็นความตายของลูก"โหลวซิงอิ๋น: "ไม่ เธอไม่ได้เจ็บปวด!"เซี่ยอวี่ปิง: "เธอ..."เธอหมายความว่ายังไง?เธอเป็นแม่ของเด็ก จะไม่เจ็บปวดได้ยังไง?"นี่เธอยังพูดภาษาคนอยู่หรือเปล่า?"เซี่ยอวี่ปิงที่โกรธจัดก็พูดสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกมาโหลวซิงอิ๋น: "ฉันก็แค่พูดไม่เป็นภาษาคน ไม่เหมือนเธอหรอก ที่ทำแต่เรื่องไม่ใช่สิ่งที่คนเขาทำกัน!"เซี่ยอวี่ปิง: "..."เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของโหลว
เซี่ยอวี่ปิงสูดหายใจลึกหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่อาจระงับความตื่นตระหนกในใจลงได้เธอรู้สึกว่าโหลวซิงอิ๋นอาจจะรู้อะไรบางอย่างแล้ว...แต่ก็ยังไม่แน่ใจ!ดังนั้นจึงไม่กล้าพูดอะไรส่งเดชโหลวซิงอิ๋น: "พื้นเย็น ลุกขึ้นเถอะ ถึงยังไงตอนนี้ทรัพยากรทางการแพทย์ของตระกูลเหยียนก็มีอยู่อย่างจำกัด"เซี่ยอวี่ปิง: "..."เมื่อได้ยินคำว่า 'ลุกขึ้นเถอะ' ของโหลวซิงอิ๋น ความอัปยศอดสูก็แผ่ซ่านขึ้นมาในใจของเซี่ยอวี่ปิงเธอแทบอยากฉีกท่าทีสูงส่งเหนือคนอื่นของโหลวซิงอิ๋นให้แหลกเป็นชิ้น ๆแต่ตอนนี้เธอก็คุกเข่าลงไปแล้วถ้ายังไม่สามารถบรรลุจุดประสงค์ของตัวเองได้ แบบนั้นก็จะขาดทุนไม่ใช่หรือไง?เมื่อคิดเช่นนี้ เซี่ยอวี่ปิงก็ทำได้เพียงฝืนกดความอึดอัดแน่นอกเอาไว้ "ฉันอยากไปเยี่ยมลูกที่โรงพยาบาล ขอร้องล่ะ!"เธอก้มศีรษะโขกลงกับพื้นทันทีแต่ตอนนี้เธอไม่ได้ใช้ท่าทีจริงใจเช่นนี้เพื่อขอร้องโหลวซิงอิ๋น หากแต่ใช้ท่านี้ปกปิดความโกรธเกรี้ยวจากความอัปยศที่ไม่อาจกดเอาไว้ได้ในดวงตา!ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา โหลวซิงอิ๋นก็หัวเราะเย้ยหยันออกมา "ฟังจากที่เธอพูด เหมือนฉันเป็นคนไม่ยอมให้เธอไปเยี่ยมลูกอย่างนั้นแหละ""อยากไปก็ไปสิ
ป้าเฉิน: "จากสถานการณ์ตอนนี้ ดูเหมือนว่าคุณต้องรอความเมตตาจากเธอจริง ๆ ค่ะ!"แม้คำพูดนี้จะไม่น่าฟังนักแต่สิ่งที่ป้าเฉินพูดคือความจริงตอนนี้เซี่ยอวี่ปิงและคนอื่น ๆ อยู่ในบ้านเก่าตระกูลเหยียน ต่อให้เพียงต้องการมีชีวิตอยู่อย่างธรรมดา ก็ยังต้องรอความเมตตาจากโหลวซิงอิ๋นเมื่อก่อนพวกเธอเคยเหยียบย่ำโหลวซิงอิ๋นอย่างไรตอนนี้โหลวซิงอิ๋นก็เอาคืนพวกเธอทั้งหมดเป็นร้อยเป็นพันเท่าทางโรงพยาบาลโทรมาอีกครั้งยังคงเป็นเรื่องของเด็ก หมอพูดบางอย่างผ่านโทรศัพท์จนเซี่ยอวี่ปิงรู้สึกแน่นหน้าอกจนแทบหายใจไม่ออกเธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะถูกบีบจนเป็นบ้าแล้วทางฟู่เจ๋อไม่สามารถเข้ามายุ่งเรื่องของเด็กได้ แต่เขากลับยืนยันอย่างแข็งกร้าวว่าเด็กจะตายไม่ได้ และบอกว่าเด็กคนนั้นยังมีประโยชน์ส่วนทางเซี่ยอวี่ปิง ในฐานะที่เด็กเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง เธอย่อมอยากดูแลแต่เธอกลับทำอะไรไม่ได้!ตู้หลานเจินก็ทำอะไรไม่ได้ คนทั้งตระกูลเหยียนก็ทำอะไรไม่ได้...สุดท้าย เธอจึงฟังคำพูดของป้าเฉินและยอมอ่อนข้อให้โหลวซิงอิ๋น!เธอคุกเข่าลงตรงหน้าประตูห้องของโหลวซิงอิ๋น สาวใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูห้องของโหลวซิงอิ๋นมาตลอ
เมื่อเซี่ยอวี่ปิงได้ยินป้าเฉินบอกว่าทำไม่เสร็จสีหน้าของเธอก็ยิ่งย่ำแย่ "งั้นวันนี้พวกเราก็ไม่ได้กินข้าวแล้วใช่ไหม?"ตอนนี้เธอหิวจนหน้ามืดตาลายไปหมดแล้วเดิมทีเมื่อครู่เธอคิดจะเดินออกไปที่ปากทางด้วยตัวเอง แล้วให้คนขับรถพาไปโรงพยาบาลแต่เธอไม่ได้กินอะไรเลย รู้สึกว่าบางทีอาจยังเดินไม่ถึงปากทาง ก็คงเป็นลมไปเสียก่อนตอนนี้ป้าเฉินยังมาบอกเธออีกว่าทำต่อไม่ไหวแล้ว?ล้อเล่นบ้าอะไร?พวกเธอไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันแล้ว ถ้าป้าเฉินไม่ทำต่อ ก็หมายความว่าจะไม่ได้กินข้าวใช่ไหม?ป้าเฉิน: "คุณหนู ฉันอายุห้าสิบกว่าแล้วนะคะ!"ในตอนนี้น้ำเสียงของป้าเฉินหนักขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเซี่ยอวี่ปิง: "..."อายุห้าสิบกว่าแล้ว!ใช่ ป้าเฉินก็อายุห้าสิบกว่าแล้วแล้วยังไงต่อ?"จะมีทางไหนอีก โหลวซิงอิ๋นจงใจทรมานฉันชัด ๆ!"ป้าเฉิน: "..."พอได้ยินเซี่ยอวี่ปิงบอกว่าโหลวซิงอิ๋นจงใจทรมานเธอ ในใจของป้าเฉินก็ยิ่งสุมไปด้วยไฟโกรธใช่แล้ว ตอนนี้โหลวซิงอิ๋นจงใจทรมานเซี่ยอวี่ปิง ไม่ได้ต้องการทรมานเธอสักหน่อยแล้วตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่ล่ะ?เมื่อนึกถึงความอัดอั้นที่ได้รับตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ ในวินาทีนี้ป้าเฉินก็เกิ
เหยียนเฟยฝานยิ่งขมวดคิ้วแน่นเป็นปม "ช่วงนี้สติของเธอก็ดีอยู่ไม่ใช่เหรอ?"เห็นได้ชัดว่าเหยียนเฟยฝานไม่พอใจอย่างมากที่เซี่ยอวี่ปิงเรียกเขาว่าเฟยยวนคำว่า 'เฟยยวน' ของเธอราวกับคอยย้ำเตือนเหยียนเฟยฝานอยู่ทุกขณะว่าเขามีหน้าที่รับผิดชอบพวกเธอเหยียนเฟยยวนตายแล้ว ดังนั้นในฐานะอารองของเด็ก ๆ เขาจึงต้องรับผิดชอบพวกเธอแม้แต่กับพี่สะใภ้อย่างเธอ เขาก็ต้องคอยดูแลให้มากเป็นพิเศษเหยียนเฟยฝานถามออกมาตรง ๆเมื่อเซี่ยอวี่ปิงที่อยู่ปลายสายได้ยินเช่นนั้น ลมหายใจก็ชะงักไปเล็กน้อย "ขอโทษ ฉัน..."เซี่ยอวี่ปิงเอ่ยคำพูดหลังจากนั้นไม่ออก แต่บรรยากาศที่ส่งผ่านมาจากปลายสายกลับยิ่งฟังดูน้อยเนื้อต่ำใจมากขึ้น"พูดมา มีเรื่องอะไร?"น้ำเสียงของเหยียนเฟยฝานเย็นชากว่าเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัดอย่าว่าแต่ตอนนี้เขาแทบจะหมดความอดทนกับทุกคนในตระกูลเหยียนเลย ต่อให้เป็นคนอื่นที่มาเจอเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้เข้าก็คงหมดความอดทนเหมือนกันเขาถูกทรมานจนแทบจะเสียสติแล้วแม้ตอนนี้คนที่ทรมานเขาจะไม่ใช่พวกเซี่ยอวี่ปิง แต่เป็นโหลวซิงอิ๋นทว่าเวลาคนหนึ่งกำลังหงุดหงิดใจ ย่อมปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ตอนนี้เหยียนเฟยฝานก
ในสายโทรศัพท์ ตู้หลานเจินพยายามข่มอารมณ์อยู่นาน “เธอป่วยนะ เป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง จะให้เธอรู้จักพออะไร?”“ลูกคิดว่าเธออยากเจอลูกจริง ๆ รึไง ที่เธอต้องการคือหน้าของลูกต่างหาก ใครใช้ให้ลูกเป็นแฝดกับพี่ชายลูกล่ะ?”“ลูกเลิกพูดอะไรไร้สาระสักที เธอไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เมื่อวาน ลูกมาเฝ้าเธอกินข้าวที
น้ำเสียงที่ใช้เห็นได้ชัดว่าอ่อนหวานกว่าตอนที่คุยกับเหยียนเฟยฝานเป็นไหน ๆเหยียนเฟยฝานได้ยินน้ำเสียงที่เธอใช้มันแตกต่างกับตอนที่คุยกับเขา โทสะก็พุ่งขึ้นมาทันทีโหลวซิงอิ๋นพยายามแกะมือของเขาออก แต่เหยียนเฟยฝานกลับยิ่งออกแรงบีบมากขึ้นพร้อมส่งสายตาตำหนิเธอโหลวซิงอิ๋นพยายามอดทนในใจ พยายามอย่างมากที
เจียงถังที่เดินกลับมายังห้องผู้ป่วยเพื่อหยิบโทรศัพท์ที่ลืมทิ้งไว้ในห้อง ทันได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพอดีจนเธอถึงกับตกตะลึงเธอตั้งใจจะปรี่ตัวเข้าไปดูอาการของโหลวซิงอิ๋นทว่าเหยียนเฟยฝานกลับตวัดสายตาอันเย็นชามาที่เธอเจียงถังเองก็เริ่มมีน้ำโห “ซิงอิ๋น”เหยียนเฟยฝานในตอนนี้ผมเผ้าเริ่มยุ่งเหยิง เส้นเ
ณ ห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่อบอวลอยู่ในอากาศชวนให้พะอืดพะอม โหลวซิงอิ๋นนอนทอดกายอย่างสิ้นแรงอยู่บนเตียงผู้ป่วยที่หนาวเหน็บ แสงไฟนีออนบนเพดานดูพร่าเลือนพอ ๆ กับสติที่เหลืออยู่ของเธอเมื่อปลายสายกดรับ เธอไม่รอช้าที่จะเค้นเสียงพูดออกไป “ใบยินยอมผ่าตัดระงับการตั้งครรภ์ต้องม







