แชร์

หลังแท้งสามครั้ง ฉันโค่นคนเลวทั้งเมือง
หลังแท้งสามครั้ง ฉันโค่นคนเลวทั้งเมือง
ผู้แต่ง: บุปผาแห่งธรรม

บทที่ 1

ผู้เขียน: บุปผาแห่งธรรม
ณ ห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่อบอวลอยู่ในอากาศชวนให้พะอืดพะอม โหลวซิงอิ๋นนอนทอดกายอย่างสิ้นแรงอยู่บนเตียงผู้ป่วยที่หนาวเหน็บ แสงไฟนีออนบนเพดานดูพร่าเลือนพอ ๆ กับสติที่เหลืออยู่ของเธอ

เมื่อปลายสายกดรับ เธอไม่รอช้าที่จะเค้นเสียงพูดออกไป “ใบยินยอมผ่าตัดระงับการตั้งครรภ์ต้องมีญาติเซ็นชื่อ คุณมาที่โรงพยาบาลหน่อย”

ปลายสายเงียบกริบไปอึดใจหนึ่ง

ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยจะดังลอดออกมา ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยกระแสความหงุดหงิด “คุณท้องตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมผมไม่รู้? โหลวซิงอิ๋น... จะเอาแต่ใจตัวเองก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย!”

“สรุปคุณจะมาหรือไม่มา?”

คำว่า เอาแต่ใจ ที่หลุดออกมาจากปากเขา เปรียบเสมือนลิ่มที่ตอกย้ำลงบนบาดแผล

“วันนี้ผมไม่มีเวลาว่างมาเล่นตลกกับคุณ!”

เมื่อเผชิญกับอารมณ์เกรี้ยวกราดของโหลวซิงอิ๋น เหยียนเฟยฝานตวาดกลับอย่างพยายามข่มโทสะ

โหลวซิงอิ๋นรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบไปชั่วขณะ เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะลดโทรศัพท์ลงจากหู

ทว่าในวินาทีที่กำลังจะกดวางสาย เสียงจากสภาพแวดล้อมของปลายสายก็แว่วเข้ามา “ญาติคะ การผ่าคลอดเรียบร้อยดีมากค่ะ ยินดีด้วยนะคะได้ลูกแฝดชายหญิง!”

โลกทั้งใบของโหลวซิงอิ๋นพังทลายลงสู่ความมืดมิดในทันที

เขาก็อยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ทว่าเขากำลังเฝ้าประคบประหงมพี่สะใภ้ที่เพิ่งให้กำเนิดทายาทอย่างชื่นมื่น

ในขณะที่ลูกแท้ ๆ ของเขาเอง กลับต้องเผชิญกับชะตากรรมที่ถูกกำจัดทิ้งอย่างโดดเดี่ยว

เธอชักมือกลับแล้วกดวางสายอย่างไม่มีท่าทีลังเล

คุณหมอหญิงที่ใบหน้าประดับด้วยแว่นกรอบสีดำเดินเข้ามาหยุดที่ข้างเตียง เธอหยิบปากกาออกมาขีดเขียนลงบนเอกสารเสียงดัง แกรก ๆ

ก่อนจะถามโหลวซิงอิ๋นด้วยสีหน้าจริงจัง “สามีคุณจะมาเซ็นชื่อได้เมื่อไหร่? ทางห้องผ่าตัดเตรียมการพร้อมหมดแล้วนะ!”

โหลวซิงอิ๋นสะกดกลั้นความโกรธ “ใบนี้จำเป็นต้องให้เขาเซ็นเท่านั้นเหรอคะ?”

คุณหมอ “...”

มือที่กำลังกรอกเอกสารชะงักกึก!

โหลวซิงอิ๋นสบตาหมอ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างน่าประหลาด “เขากำลังยุ่งอยู่กับการเฝ้าพี่สะใภ้คลอดลูก ใบนี้ ฉันเซ็นเองได้ไหมคะ?”

คำว่า ลูกแฝดชายหญิง จากปลายสายเมื่อครู่ยังคงวนเวียนเป็นหนามแหลมทิ่มแทงใจ

แววตาของคุณหมอฉายร่องรอยแห่งความเวทนาวูบหนึ่ง

ก่อนจะส่งเอกสารที่กรอกเสร็จแล้วให้คนตรงหน้า “ได้ค่ะ”

โหลวซิงอิ๋นตวัดปลายปากกาเซ็นชื่อตัวเองลงไปอย่างรวดเร็ว

คุณหมอยื่นยาเม็ดหนึ่งให้เธอ “ทานยาเม็ดนี้ก่อนนะคะ อีกครึ่งชั่วโมงเริ่มการผ่าตัด”

เธอยอมกล้ำกลืนยาเม็ดขมปร่าลงคอ

เธอเป็นคนกลัวความขม ทว่าในยามนี้ เธอกลับปล่อยให้ความขมปร่าของยาแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปากอย่างไม่แยแส ราวกับจะย้ำเตือนว่ารสชาติของชีวิตหลังจากนี้

...

ช่วงพลบค่ำ ยามแสงอาทิตย์สุดท้ายลาลับขอบฟ้า

หลังจากพักฟื้นและสังเกตอาการหลังผ่าตัดเสร็จ โหลวซิงอิ๋นขับรถกลับไปยังคฤหาสน์ที่เคยเรียกว่าเรือนหอด้วยร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงเพียงลำพัง

ป้าหวัง แม่บ้านที่ดูแลคฤหาสน์แห่งนี้เห็นใบหน้าซีดเผือดของเธอ จึงตกใจจนตัวโยน “คุณนายรองเป็นอะไรไปคะ ทำไมหน้าซีดแบบนี้?”

เมื่อได้ยินเสียงป้าหวัง โหลวซิงอิ๋นทอดมองไปยังเจ้าของเสียงด้วยสายตาว่างเปล่า

เธอฝืนฉีกยิ้มออกมาประดับบนใบหน้าทั้งที่หน้ายังซีดเซียว “ป้าหวังคะ พอดีฉันหิวนิดหน่อยค่ะ”

ตั้งแต่เช้า เธอถูกพาไปที่บ้านใหญ่เพื่อร่วมงานเลี้ยง

แต่ยังไม่ทันได้ทานอะไร เซี่ยอวี่อิงพี่สะใภ้คนโปรดก็เกิดอาการปวดท้องกะทันหันและมีเลือดออกมาก

ทั้งบ้านวุ่นวายโกลาหลเพื่อส่งตัวหล่อนไปโรงพยาบาล

เซี่ยอวี่อิง คือภรรยาของ เหยียนเฟยหยวน ซึ่งเป็นพี่ชายของเหยียนเฟยฝาน เมื่อครึ่งปีก่อนเหยียนเฟยหยวนประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกจนไม่เหลือแม้แต่ซาก

ตั้งแต่นั้นมา ไม่ว่าเซี่ยอวี่อิงหรือเด็กในท้องจะมีปัญหาอะไร เพียงแค่โทรศัพท์กริ๊งเดียว เหยียนเฟยฝานเป็นต้องรุดไปหาทันที!

ภาพเหตุการณ์ความวุ่นวายในวันนี้แล่นเข้ามาในหัวของโหลวซิงอิ๋น

ตอนที่เซี่ยอวี่อิงเริ่มปวดท้อง แรงผลักที่อีกฝ่ายกระทำต่อเธอนั้นมหาศาลจนเธอล้มกระแทกพื้นและลุกไม่ขึ้น

ทว่าในตอนนั้น ทุกสายตากลับจับจ้องไปที่เซี่ยอวี่อิงที่ร้องโวยวายจะเป็นจะตายด้วยความเจ็บปวด

เหยียนเฟยฝานอุ้มพี่สะใภ้เดินผ่านตัวเธอไป

เธอเอื้อมมือไปคว้าขากางเกงของเหยียนเฟยฝานไว้เพื่อบอกเขาว่า [ฉันปวดท้องเหลือเกิน!]

แต่ ณ ตอนนั้น เหยียนเฟยฝานกลับส่งสายตาสื่อคำพูดในห้วงความคิดของเขาว่า อย่ามางี่เง่า ออกมาให้เธอเพียงแวบเดียวเท่านั้น ก่อนจะอุ้มเซี่ยอวี่อิงเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

ป้าหวังเห็นเธออ่อนแรงมาก

เธอจึงเข้าไปประคองร่างของโหลวซิงอิ๋นไปนั่งที่ห้องอาหาร “ในครัวเพิ่งทำอาหารเสร็จพอดี เดี๋ยวป้ายกมาให้นะคะ”

ไม่นานนัก ข้าวต้มร้อน ๆ พร้อมกับเครื่องเคียงก็มาวางไว้ตรงเบื้องหน้าเธอ

ขณะที่เธอกำลังฝืนทานข้าวต้มที่ป้าหวังจัดให้ เสียงหัวเราะสรวลเสเฮฮาก็ดังขึ้นที่หน้าประตู

เหยียนเฟยฝานเดินเข้ามาพร้อมกับตู้หลานเจิน ผู้เป็นมารดา

เมื่อสายตาของตู้หลานเจินเหลือบไปเห็นโหลวซิงอิ๋น เธอเกือบจะทำหน้าบึ้งตึงใส่ ทว่าเมื่อตระหนักได้ว่าวันนี้ตระกูลเหยียนมีเรื่องมงคล เธอจึงยอมละเว้นเป็นกรณีพิเศษ

แน่นอนว่าเธอไม่ได้ชายตามองเอ่ยทักทายใด ๆ กับโหลวซิงอิ๋นแม้แต่น้อย

เธอเพียงหันไปบอกลูกชายตนเองว่า “แม่ขึ้นไปหยิบของก่อนนะ”

“ครับ”

ตู้หลานเจินเดินตรงขึ้นชั้นบนไปทันที

เหยียนเฟยฝานเก็บรอยยิ้มบนใบหน้า ก่อนจะเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามโหลวซิงอิ๋น

เขาพาดขายาวซ้อนทับกัน หยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดเสียง ติ๊ง เปลวไฟลุกโชนขึ้นสะท้อนในแววตาเย็นชา

เขาสูบบุหรี่ขึ้นมาอย่างไม่แคร์สายตาใคร

โหลวซิงอิ๋นก้มหน้าทานอาหารของตัวเองต่อไป ไม่แม้แต่จะทักทายเขา

ชายหนุ่มพ่นควันบุหรี่ออกมาเฮือกใหญ่ ด้วยสีหน้าจำยอมอย่างจนปัญญา

เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะเธอเบา ๆ “คุณนี่นะ วันนี้มันใช่เวลาที่คุณจะมาเอาแต่ใจเหรอ?”

“พี่ชายผมก็ไม่อยู่แล้ว เขาเหลือแค่เลือดเนื้อเชื้อไขเดียวไว้กับพี่สะใภ้ คุณบอกผมทีสิว่าวันนี้คุณอาละวาดเรื่องอะไร?”

“เด็ก ๆ น่ารักมากเลยนะ ตัวเล็กจิ๋วสองคน ถ้าคุณได้เห็น คุณต้องชอบแน่ ๆ “

คำปลอบประโลมที่แสนจอมปลอมเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย แถมยังพูดถึงเด็กแฝดนั้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนอีก

คำพูดเหล่านั้นราวกับน้ำมันที่ราดลงเพลิงโทสะที่โหลวซิงอิ๋นพยายามสะกดกลั้นไว้ให้ระเบิดออก เธอเหวี่ยงตะเกียบลงบนโต๊ะเสียงดัง ปัง เพื่อขัดจังหวะเขา

“ลูกคนอื่นที่เกิดมามันน่ารักขนาดนั้นเลยเหรอ?”

โหลวซิงอิ๋นจ้องมองเหยียนเฟยฝานด้วยดวงตาแดงก่ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยการเสียดสี

เมื่อเห็นเธอเริ่มแผลงฤทธิ์อีกครั้ง ใบหน้าของเหยียนเฟยฝานก็ขรึมลง “คนอื่นที่ไหน? นั่นมันเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่ชายผมนะ!”

ประโยคสุดท้ายเขากระแทกเสียงดังขึ้น ความโกรธของเขาเองก็เริ่มพุ่งพล่านเช่นกัน

เพลิงโทสะของเหยียนเฟยฝานเองก็ลุกโชนไม่ต่างจากคนตรงหน้า

โหลวซิงอิ๋นฉีกยิ้มมุมปากพลางเค้นเสียง เหอะ ในลำคอออกมา “คุณยังจำได้อยู่สินะว่านั่นคือลูกของพี่ชายคุณ? ฉันเกือบนึกผิดคิดว่านั่นคือเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณซะอีก!”

“โหลวซิงอิ๋น!”

เหยียนเฟยฝานโกรธจัดจนขาดสติ

โหลวซิงอิ๋นลุกพรวดขึ้น พร้อมกับเหวี่ยงมือตบเข้าที่ใบหน้าเหยียนเฟยฝานจนเกิดเสียงดัง เพียะ

เธอเอ่ยขึ้นด้วยสายที่เต็มไปด้วยความชิงชังและความโกรธแค้น “เราหย่ากันเถอะ!”

จะลูกใครก็ช่างเถอะ เขาอยากจะรับช่วงต่อเป็นพ่อก็เชิญตามสบาย!

ครึ่งปีมานี้ เธอทนมามากพอแล้ว!

แววตาของเหยียนเฟยฝานเย็นเฉียบลงในทันที “วันนี้เธอคลอดลูกของพี่ชายผม พี่ชายผมจากไปแล้ว คุณจะให้ผมยืนดูเฉย ๆ โดยไม่สนใจไยดีงั้นเหรอ?”

โหลวซิงอิ๋น “เหอะ ลูกพี่ชายคุณสินะ คุณเลยล้ำเส้นไม่สนแม้กระทั่งความเป็นความตายของลูกตัวเอง!”

ลูกของพี่ชาย ช่างเป็นคำพูดที่สวยหรู

เธอนึกถึงคำพูดของหมอที่บอกว่า หากเธอถูกส่งตัวมาโรงพยาบาลได้เร็วกว่านี้ ลูกก็อาจจะยังมีโอกาสรอด

ทว่า...

ความเจ็บปวดจากการที่เด็กถูกเครื่องมือแพทย์บดขยี้ออกไปจากร่างกายยังคงแจ่มชัด

โหลวซิงอิ๋นมองเหยียนเฟยฝานด้วยสายตาเย็นชา “คนตระกูลเหยียนยี่สิบกว่าชีวิตรุมล้อมพี่สะใภ้คนเดียวยังไม่พออีกเหรอ? ขาดคุณไปสักคนแล้วจะตายหรือไง?”

หน้าอกของเหยียนเฟยฝานกระเพื่อมขึ้นลงอย่างผิดปกติ

เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง พยายามสะกดอารมณ์อย่างสุดชีวิต ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือที่เย็นเฉียบของโหลวซิงอิ๋นไว้ แล้วแตะที่หน้าผากของเธอเพื่อเช็กอุณหภูมิ ซึ่งมันร้อนรุ่มจริง ๆ

ทุกครั้งที่เธอมีประจำเดือน อุณหภูมิร่างกายมักจะผิดปกติเสมอ

“เอาเถอะ ผมรู้ว่าคุณอยากมีลูกมาตลอด แต่เรื่องแบบนี้มันก็ขึ้นอยู่กับวาสนาด้วย มันบังคับกันไม่ได้หรอก คุณเข้าใจใช่ไหม?”

น้ำเสียงที่เหมือนจะยอมอ่อนข้ออย่างเสียไม่ได้นั้น ทำให้เลือดในกายของโหลวซิงอิ๋นเดือดพล่าน

“คุณหมายความว่าไง? คุณคิดว่าฉันแกล้งท้องงั้นเหรอ?”

เหยียนเฟยฝานเห็นเธอตื่นตระหนก จึงรวบตัวเธอเข้ามากอด “โอเคครับ โอเค ท้องก็ท้อง ผมผิดเอง พอใจหรือยัง?”

นี่คือท่าทีปกติของเขา

ครึ่งปีมานี้ ทุกครั้งที่เธอโกรธเรื่องเซี่ยอวี่อิง เขาจะขอโทษแบบขอไปทีและแสร้งทำเป็นเชื่อสิ่งที่เธอพูดอย่างไม่เต็มใจแบบนี้เสมอ ทั้งหมดนั้นก็เพื่อปัดความรับผิดชอบที่แสนจะตื้นเขิน

ทว่าครั้งนี้ มันใช่เวลาที่เขาจะมาทำท่าทีเล่นทีจริงแบบนี้ไหม?

ตู้หลานเจินเดินลงมาจากชั้นบนพร้อมของในมือ เธอแสร้งตาบอดทำราวกับไม่เห็นบรรยากาศที่ตึงเครียดระหว่างโหลวซิงอิ๋นและเหยียนเฟยฝาน

เธอเอ่ยกับโหลวซิงอิ๋นขณะเดินลงบันไดว่า “ซิงอิ๋น พี่สะใภ้เธอเพิ่งผ่าคลอด ตอนนี้ทานอะไรไม่ลงเลย แต่บอกว่าอยากทานซุปนกพิราบฝีมือเธอ พรุ่งนี้รีบตื่นเช้ามาตุ๋นซุปแล้วเอาไปส่งที่โรงพยาบาลด้วยนะ”

“อ๋อใช่ เลือกซื้อตัวที่มันผอม ๆ หน่อยแล้วค่อยเชือดล่ะเข้าใจไหม พี่สะใภ้เธอเพิ่งคลอด ทานของมันไม่ได้”

พูดจบก็หันไปทางลูกชาย “เฟยฝาน เราไปกันเถอะ”

เซี่ยอวี่อิงคลอดลูกแฝดถือเป็นเรื่องใหญ่ จะปล่อยให้คนเพิ่งคลอดรู้สึกโดดเดี่ยวไม่ได้

โดยเฉพาะเหยียนเฟยฝานที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายเหยียนเฟยหยวนอยู่ข้าง ๆ จะช่วยให้เธอสบายใจขึ้น

เหยียนเฟยฝานยอมคลายอ้อมกอดจากโหลวซิงอิ๋นเพื่อเดินออกไปจริง ๆ

เขาบีบแก้มเธอเบา ๆ อย่างเอ็นดูพลางเอ่ยว่า “คืนนี้ผมกลับดึก ไม่ต้องรอนะครับ เด็กดี”

พูดจบ เหยียนเฟยฝานก็หมุนตัวเดินตามตู้หลานเจินออกไป

ทั้งคู่เพิ่งจะเดินไปถึงประตู โหลวซิงอิ๋นที่ความโกรธพุ่งถึงขีดสุด ก็เอื้อมมือไปพลิกโต๊ะอาหารจนคว่ำทันที

ข้าวของบนโต๊ะร่วงกราวเกิดเสียงดัง โครมคราม เพล้ง ทุกอย่างแตกกระจายเต็มพื้น

เสียงกระแทกของโต๊ะที่ดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ทั้งสองคนที่กำลังจะเดินออกไปต้องชะงักฝีเท้า

ตู้หลานเจินและเหยียนเฟยฝานหันกลับมามองพร้อมกัน

“โหลวซิงอิ๋น นี่เธอจะทำอะไรน่ะ?” ตู้หลานเจินตกใจจนตัวสั่น ก่อนจะแผดเสียงกรีดร้องออกมา

“วันนี้ตระกูลเหยียนเพิ่งจะได้หลานแฝด เป็นวันมงคลขนาดนี้ เธอมาทำข้าวของพังพินาศแบบนี้ประชดใครกัน?”

โหลวซิงอิ๋นมองคนที่อยู่เบื้องหน้าด้วยใบหน้าที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “เซี่ยอวี่อิงอยากทานซุปที่ฉันตุ๋นงั้นเหรอ? ฉันไปหัดตุ๋นซุปมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ?”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (1)
goodnovel comment avatar
Kanittha Chamroonsawasdi
ไม่ให้อ่านจบ หลอกลวง
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • หลังแท้งสามครั้ง ฉันโค่นคนเลวทั้งเมือง   บทที่ 475

    ภายใต้รอยยิ้มได้ใจของโหลวซิงอิ๋น สุดท้ายเซี่ยอวี่ปิงก็ถูกยั่วโมโหจนขึ้นชั้นบนไปเมื่อทุกคนไปกันหมดแล้วเก๋อหลัวก็ยื่นชาผลไม้หนึ่งแก้วให้โหลวซิงอิ๋น "ให้เธอฉีกหน้ากากของตัวเองออกด้วยมือตัวเอง ความทรมานในใจแบบนั้นไม่ต่างอะไรจากถูกลาวาร้อน ๆ แผดเผาเลยครับ"โหลวซิงอิ๋นได้ยินแล้วก็หัวเราะ"น่าเสียดายที่เหยียนเฟยฝานไม่มีทางเชื่อ"เก๋อหลัว: "ต่อให้เขาไม่เชื่อคุณหนู เขาก็ไม่มีทางเชื่อเซี่ยอวี่ปิงทั้งหมดเหมือนกันครับ"โหลวซิงอิ๋นได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้ว ก่อนจะมองเก๋อหลัวแวบหนึ่งเก๋อหลัว: "ผู้ชายน่ะ บางครั้งก็รักศักดิ์ศรีของตัวเอง"เมื่อได้ยินคำพูดนี้ โหลวซิงอิ๋นก็หัวเราะออกมา "รักศักดิ์ศรีงั้นเหรอ?""ถ้าเป็นการรักศักดิ์ศรีแบบเขา ในบางครั้งก็น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกจริง ๆ!"ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาก็ควรเปิดอกซื่อตรงต่อกันไม่ใช่เหรอ!แต่สุดท้ายเพราะความรักศักดิ์ศรีของเขา ความสัมพันธ์มันถึงได้แย่ลงไงล่ะแต่ก็ช่างเถอะ ยังไงชีวิตที่เหลือจากนี้ของเหยียนเฟยฝานก็ไม่ใช่โหลวซิงอิ๋นที่ต้องเป็นฝ่ายทนอีกต่อไปแล้ว......เป็นอย่างที่เก๋อหลัวคิดเรื่องของเซี่ยอวี่ปิงเป็นเพียงการฝืนทำเป็นแข

  • หลังแท้งสามครั้ง ฉันโค่นคนเลวทั้งเมือง   บทที่ 474

    เมื่อเซี่ยอวี่ปิงฉีกหน้ากากออกด้วยมือของตัวเอง ตู้หลานเจินก็ถูกกระตุ้นจนแทบคลั่งเธอโกรธจนดวงตาแดงก่ำ "เซี่ยอวี่ปิง นังแพศยา!"เซี่ยอวี่ปิงมองโหลวซิงอิ๋นอย่างหายใจติดขัด "ตอนนี้ ตอนนี้เธอปล่อยฉันได้หรือยัง?"เธอไม่อยากกลายเป็นคนขาเป๋!โหลวซิงอิ๋นในตอนนี้โหดจริง ๆถึงกับใช้วิธีแบบนี้บีบบังคับจนเธอยอมรับ...สุดท้ายแล้วแม่ก็ยังไม่เข้าใจสถานการณ์จากทางโทรศัพท์ถ้ารู้ว่าตอนนี้โหลวซิงอิ๋นเป็นแบบไหน ก็คงไม่มีทางเสนอความคิดแย่ ๆ แบบนั้นให้เธอแน่โหลวซิงอิ๋นหัวเราะหึ ก่อนจะยกเท้าออกจากหัวเข่าของเซี่ยอวี่ปิงทันที!จากนั้นก็ปรายตามองเซี่ยอวี่ปิงอย่างรังเกียจ "ดูเธอสิ จะทำไปเพื่ออะไร?"ถ้าเธอยังเป็นโหลวซิงอิ๋นคนเดิมที่ปล่อยให้เซี่ยอวี่ปิงใส่ร้ายได้ตามใจ วันนี้เธอก็คงต้องเป็นฝ่ายที่กลืนความคับแค้นนี้ลงท้องเองแต่ตอนนี้!ในเมื่อเซี่ยอวี่ปิงกล้าบิดเบือนเรื่องราว สุดท้ายก็ยังทนต่อความกลัวที่จะต้องเสียขาข้างหนึ่งไม่ไหว จนต้องฉีกหน้ากากของตัวเองออกมาโหลวซิงอิ๋นมองตู้หลานเจินพร้อมรอยยิ้ม "คุณตู้? รู้สึกยังไงบ้างล่ะ? หืม?"เมื่อก่อนตู้หลานเจินประคบประหงมเซี่ยอวี่ปิงไว้ในฝ่ามือไม่ว่าเซี่ยอวี

  • หลังแท้งสามครั้ง ฉันโค่นคนเลวทั้งเมือง   บทที่ 473

    สีหน้าของเซี่ยอวี่ปิงซีดเผือดลงอีกครั้ง!คำพูดที่เธอใช้ยั่วโหลวซิงอิ๋นเมื่อครู่จะนับเป็นอะไรได้? คำพูดที่โหลวซิงอิ๋นพูดตอนนี้ต่างหากถึงจะเรียกว่าแทงใจดำ!ตอนนี้ต่อให้เธอได้รับความเชื่อใจจากเหยียนเฟยฝานแล้วยังไง?เขาเชื่อใจเธอ แต่กลับปกป้องเธอไม่ได้โหลวซิงอิ๋น: "จะพูดไหม?"เซี่ยอวี่ปิง: "..."พูดอะไร?บอกโหลวซิงอิ๋นว่าเธอใส่ร้ายอีกฝ่ายต่อหน้าเหยียนเฟยฝานอีกแล้วงั้นเหรอ?เซี่ยอวี่ปิงหลับตาลง ไม่อยากพูดอะไรโหลวซิงอิ๋นออกแรงใต้ฝ่าเท้าอีกครั้ง วินาทีนี้เซี่ยอวี่ปิงได้ยินเสียง 'กร๊อบ' อย่างชัดเจน!ความเจ็บปวดรุนแรงพลันแล่นขึ้นมาจากหัวเข่า"กรี๊ด ๆ ๆ..."คราวนี้เซี่ยอวี่ปิงทนไม่ไหว กรีดร้องออกมาไม่หยุดและเสียงกรีดร้องอย่างเสียสติของเธอก็ทำให้ตู้หลานเจินกับเหยียนเซียงทนอยู่ในห้องรับแขกต่อไม่ไหวเช่นกันถึงตอนนี้เซี่ยอวี่ปิงจะน่าชิงชังแต่พวกเธอก็รู้ดีว่าวิธีโหดเหี้ยมที่โหลวซิงอิ๋นใช้กับเซี่ยอวี่ปิงในตอนนี้ วินาทีถัดไปอาจถูกนำมาใช้กับพวกเธอก็ได้โหลวซิงอิ๋นในตอนนี้เป็นแบบนี้ ไม่สนถูกผิด ไม่สนศีลธรรมแต่ทันทีที่จะหันตัวไปด้านหลังก็มีเสียงเย็นเยียบของโหลวซิงอิ๋นดังขึ้น "เดี๋ย

  • หลังแท้งสามครั้ง ฉันโค่นคนเลวทั้งเมือง   บทที่ 472

    ตอนนี้ทั้งร่างของโหลวซิงอิ๋นเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตรายและดุดันแม้แต่ตู้หลานเจินที่เมื่อก่อนเคยกดเธอไว้ใต้ฝ่าเท้า พอเห็นเธอในสภาพแบบนี้ก็ยังตกใจไม่น้อยยิ่งไม่ต้องพูดถึงเหยียนเซียง!สองสามวันที่ผ่านมานี้ หลังจากถูกโหลวซิงอิ๋นจัดการ เธอก็ว่าง่ายขึ้นมาก อย่างน้อยก็ไม่กล้าแสดงออกต่อหน้าแล้วว่าจะต่อต้านโหลวซิงอิ๋นต่อไปตอนนี้เมื่อเห็นโหลวซิงอิ๋นจัดการเซี่ยอวี่ปิงแบบนั้น ตู้หลานเจินก็รู้สึกสะใจเสียยิ่งกว่าอะไร!เหยียนเซียงเองก็เหมือนกัน...!ไม่กล้าเข้าไปห้ามก็ส่วนหนึ่ง แต่พวกเธอก็ไม่มีทางปกป้องเซี่ยอวี่ปิงเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วเซี่ยอวี่ปิงถูกเหยียบจนรู้สึกว่าขาของตัวเองแทบจะหักแล้ว!"ปะ ปล่อยฉันนะ ฉันเจ็บ..."เธอเจ็บมากจริง ๆเธอดิ้นรนอยากจะดึงเข่าของตัวเองออกมาจากใต้เท้าของโหลวซิงอิ๋นแต่โหลวซิงอิ๋นออกแรงมากเกินไป มากจนเธอไม่มีทางหนีได้เลย!เมื่อเห็นว่าโหลวซิงอิ๋นไม่สะทกสะท้านเซี่ยอวี่ปิงก็หันไปมองตู้หลานเจินอย่างน่าสงสารอีกครั้ง "แม่ ช่วยหนูด้วย ช่วยหนูที""หล่อนจะช่วยเธอเหรอ? หึ!"เมื่อเห็นเซี่ยอวี่ปิงร้องขอความช่วยเหลือจากตู้หลานเจิน โหลวซิงอิ๋นก็หัวเราะเยาะออกมาและเสี

  • หลังแท้งสามครั้ง ฉันโค่นคนเลวทั้งเมือง   บทที่ 471

    ตอนนี้เซี่ยอวี่ปิงไม่อยากให้เหยียนเฟยฝานพูดต่อจริง ๆ แต่ท่าทางหวาดกลัวของเธอ เมื่ออยู่ในสายตาของเหยียนเฟยฝานกลับกลายเป็นอีกความหมายหนึ่งยิ่งทำให้เหยียนเฟยฝานปักใจเชื่อมากขึ้นว่า โหลวซิงอิ๋นข่มขู่เซี่ยอวี่ปิงสายตาอันตรายของเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าของโหลวซิงอิ๋น "ดี โหลวซิงอิ๋น เธอนี่เก่งจริง ๆ!"โหลวซิงอิ๋น: "วางใจเถอะ ยังมีที่เก่งกว่านี้อีก!"จะมาอธิบายอะไรมันก็ไร้สาระทั้งนั้นตอนนี้ต่อให้เซี่ยอวี่ปิงออกมาชี้แจงเพื่อให้เธอพ้นผิดด้วยตัวเอง เหยียนเฟยฝานก็ไม่มีทางเชื่อเชื่อใจกันนักใช่ไหม?งั้นก็เชื่อกันไปตลอดชีวิตเลย...โหลวซิงอิ๋นจะทำให้พวกเขาได้รู้ซึ้งว่าความเชื่อใจนี้จะนำความทุกข์ทรมานมาให้พวกเขามากแค่ไหน!"เธอยังคิดจะทำอะไรอีก?"โหลวซิงอิ๋น: "เก๋อหลัว""ครับ คุณหนู""ตอนนี้ฉันไม่อยากเห็นหน้าเขา โยนเขาออกไป!"เขาที่ว่า หมายถึงเหยียนเฟยฝานนี่คือสิ่งที่เธออยากทำที่สุดในตอนนี้เธอไม่ได้ตอบคำถามของเหยียนเฟยฝานตรง ๆ แต่สั่งให้เก๋อหลัวเรียกคนมาโยนเหยียนเฟยฝานออกไปทันที!สาวใช้สองสามคนรับคำสั่ง แล้วเดินตรงเข้าไปหาเหยียนเฟยฝานทันทีเมื่อเหยียนเฟยฝานเห็นดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไป

  • หลังแท้งสามครั้ง ฉันโค่นคนเลวทั้งเมือง   บทที่ 470

    เมื่อเห็นท่าทีเย็นชาแข็งกระด้างของโหลวซิงอิ๋น ลมหายใจของเหยียนเฟยฝานก็สะดุดอย่างแรงยิ่งกว่าเดิม"เธอยังคิดจะทำอะไรอีก?"โหลวซิงอิ๋น: "ตอนนี้ฉันทำอะไรได้ตั้งเยอะ คุณไม่รู้หรือไง?"ถามว่าเธอยังคิดจะทำอะไรอีกงั้นเหรอ?ก็ลองถามดูสิว่าช่วงนี้มีเรื่องอะไรบ้างที่เธอยังไม่เคยทำ? เธอทำมาหมดแล้ว!อยากทำอะไรก็ทำอย่างนั้น ใช้ชีวิตตามใจอย่างอิสระเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน ความอัดอั้นที่เคยกดทับโหลวซิงอิ๋นเอาไว้ ตอนนี้ล้วนสลายหายไปจนหมดและคำพูดที่ว่า 'ตอนนี้ฉันทำอะไรได้ตั้งเยอะ' ของเธอ ก็ยิ่งทำให้เลือดทั่วร่างของเซี่ยอวี่ปิงเหมือนไหลย้อนกลับอย่างห้ามไม่อยู่ใช่ ตอนนี้คนที่มีอำนาจทำอะไรก็ได้มากที่สุดในบ้านเก่าตระกูลเหยียนก็คือโหลวซิงอิ๋นเธออยากทำอะไรก็ทำได้!ตอนนั้นเซี่ยอวี่ปิงคงถูกเหยียนเฟยฝานขู่จนสติแตกไปแล้วจริง ๆ ถึงได้คิดแต่จะรีบเอาตัวรอดให้ผ่านด่านของเหยียนเฟยฝานแต่กลับลืมไปว่าตอนนี้ในตระกูลเหยียนทั้งหมด คนที่ห้ามไปหาเรื่องมากที่สุด ความจริงก็คือโหลวซิงอิ๋นเซี่ยอวี่ปิงรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก"เฟยฝาน คุณเลิกพูดเถอะ"เธอมองเหยียนเฟยฝานอย่างน่าสงสารเป็นครั้งแรกที่เธอหวังว่าเห

  • หลังแท้งสามครั้ง ฉันโค่นคนเลวทั้งเมือง   บทที่ 7

    เจียงถังที่เดินกลับมายังห้องผู้ป่วยเพื่อหยิบโทรศัพท์ที่ลืมทิ้งไว้ในห้อง ทันได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพอดีจนเธอถึงกับตกตะลึงเธอตั้งใจจะปรี่ตัวเข้าไปดูอาการของโหลวซิงอิ๋นทว่าเหยียนเฟยฝานกลับตวัดสายตาอันเย็นชามาที่เธอเจียงถังเองก็เริ่มมีน้ำโห “ซิงอิ๋น”เหยียนเฟยฝานในตอนนี้ผมเผ้าเริ่มยุ่งเหยิง เส้นเ

  • หลังแท้งสามครั้ง ฉันโค่นคนเลวทั้งเมือง   บทที่ 4

    โทสะของเหยียนเฟยฝานพุ่งทะลุขีดจำกัดเขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายออกไปด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด โดยไม่กี่วินาทีต่อมา ปลายสายก็กดรับทันที “ครับคุณชาย”“ไปเช็กมาเดี๋ยวนี้ว่าเจียงถังกับเมียฉันอยู่ไหน”ผู้ช่วยส่วนตัวของเขา นามว่า จัวกวาง ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะขานรับคำสั่ง “รับทราบครับ”“เดี๋ยวนี้

  • หลังแท้งสามครั้ง ฉันโค่นคนเลวทั้งเมือง   บทที่ 3

    เจียงถังตั้งใจจะพาโหลวซิงอิ๋นกลับบ้านของตัวเองทว่าโหลวซิงอิ๋นยืนกรานจะกลับไปอวี่ชิ่งไถที่ถนนซิงเหอ ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมที่เธอแอบซื้อไว้เมื่อสามเดือนก่อนนั่นแสดงให้เห็นว่า ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา เธอเตรียมพร้อมที่จะเดินออกมาจากพันธนาการของเหยียนเฟยฝานมานานแล้ว...เจียงถัง “ฉันบอกให้ไปอยู่ด้วยกันก็ไ

  • หลังแท้งสามครั้ง ฉันโค่นคนเลวทั้งเมือง   บทที่ 2

    บรรยากาศพลันเงียบสงัดลงทันทีความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วระหว่างคนทั้งสามคนโหลวซิงอิ๋นจ้องมองเหยียนเฟยฝาน ก่อนจะออกแรงเตะเก้าอี้ข้างตัวจนล้มคว่ำส่งเสียงดังสนั่นอีกครั้งกลิ่นอายรอบกายของเธอเต็มไปด้วยความดุดัน “คุณบอกแม่คุณไปสิว่าฉันตุ๋นซุปอะไรเป็นบ้าง?”“เซี่ยอวี่อิงบอกว่าอยากกินซุปนกพิราบฝีมือฉั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status