Share

บทที่ 5 บ้านหลังใหม่

Penulis: BBNanz
last update Terakhir Diperbarui: 2024-12-19 21:22:23

สายตาของหลี่อ้ายเจียจ้องเขม็งไปที่หลินเจิ้งเทียน ลูกชายคนที่สามของเธอ ใบหน้าของหลินเจิ้งเทียนซีดเผือดด้วยความรู้สึกผิด เขารู้สึกเหมือนเป็นลูกอกตัญญู

"ฉันจะให้เงินพวกแกค่าแยกบ้าน 10 หยวนเท่านั้น" หลี่อ้ายเจียประกาศเสียงดัง "พวกแกก็ไสหัวออกไปอยู่บ้านเก่าตระกูลหลินที่ด้านท้ายหมู่บ้าน ฉันจะยกหม้อกับแป้งและเมล็ดข้าวโพดอย่างละ3ถุง เท่านั้นส่วนอย่างอื่นพวกแกหวังว่าจะได้อะไรไป ส่วนแปลงนา แกก็รับผิดชอบไปตามเดิมแล้วกัน"

หลินเจิ้งเทียนพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่คำพูดกลับติดอยู่ในลำคอ เขารู้ว่าแม่ของเขาโกรธมาก และการพูดอะไรออกไปตอนนี้อาจทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก

"เอาล่ะ ไปเก็บข้าวของของพวกแก แล้วออกไปจากบ้านฉันซะ" หลี่อ้ายเจียตะโกนไล่หลัง

"หนูไม่เอาคำพูดปากเปล่า คุณย่าต้องทำหนังสือสัญญาแยกบ้านให้หนูด้วย และทุกๆ ปีหนูจะให้ข้าวและแป้งและเงินอีก 5 หยวน เพื่อแสดงความกตัญญูต่อคุณย่า" หลินชิงชิงพูดดักหน้าคนเป็นย่า เธอจะไม่ยอมถอย ถ้าหากไม่ได้สิ่งที่เธอต้องการ

หลี่อ้ายเจียเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เธอไม่คิดว่าหลินชิงชิง หลานสาวที่เธอเคยมองว่าเป็นเพียงเด็กสาวหัวอ่อน จะกล้าท้าทายอำนาจของเธอได้ถึงเพียงนี้ ความโกรธเกรี้ยวพลุ่งพล่านขึ้นในอก หลี่อ้ายเจียกัดฟันแน่น "แกคิดว่าแกเป็นใครถึงมาสั่งฉัน?" เธอเอ่ยถามเสียงกร้าว

หลินชิงชิงเงยหน้าขึ้นสบตากับหลี่อ้ายเจียอย่างไม่เกรงกลัว "หนูก็เป็นหลานสาวของคุณย่า เป็นคนในครอบครัวนี้ และหนูก็มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องความเป็นธรรม เงินที่พ่อของหนูหามาได้ก็เอาเข้ากองกลางไปหมด จนทำให้ทุกวันนี้พวกเราไม่มีแม้แต่เงินติดตัวสักหยวน"

หลินเสี่ยวหลงก้าวไปข้างหน้าและยืนเคียงข้างพี่สาวของเขา

"คุณย่า พวกเราจะไม่ไปไหนจนกว่าจะได้หนังสือสัญญา"

หลี่อ้ายเจียกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ เธอไม่คิดว่าหลานๆ ที่เธอเลี้ยงดูมาจะกล้าท้าทายอำนาจของเธอเช่นนี้

ในขณะที่ความตึงเครียดกำลังจะปะทุ หมอหลี่ ก็เอ่ยขึ้น "ไหนๆ พวกเขาก็จะแยกบ้าน ก็ทำให้ถูกต้องไปเลยสิหลี่อ้ายเจีย"

คำพูดของท่านหมอหลี่ที่เป็นที่นับถือของพวกชาวบ้าน ทำให้ทุกคนที่อยู่ในลานบ้านตระกูลหลินตกตะลึง หลี่อ้ายเจียหันไปมองหมอประจำหมู่บ้านด้วยความประหลาดใจ

"ฉันจะลงชื่อไปเป็นพยานให้บ้านสามเอง" หมอหลี่พูดต่อ

หลินชิงชิงและหลินเสี่ยวหลงมองไปที่ท่านหมอหลี่ด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง พวกเขาไม่คิดว่าจะมีใครเข้าข้างพวกเขาในสถานการณ์เช่นนี้

"ดี ถ้าแกอยากแยกบ้าน ฉันจะทำให้พวกแกสมใจอยาก" หลี่อ้ายเจียตะโกนด้วยความโกรธ

เธอหันไปสั่งหลินซื่อเฉิง หลานชายคนโต "ซื่อเฉิงแกไปเอาหมึกกับพู่กันมา เดี๋ยวนี้ แล้วเขียนหนังสือสัญญาแยกบ้านให้พวกมันซะ"

หลินซื่อเฉิงมองหน้าผู้เป็นย่าของเขาอย่างลังเล เขาไม่อยากให้บ้านสามแยกบ้านแล้วใครจะเป็นคนลงแปลงนาแลกแต้มเข้าบ้านใหญ่ แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ยอมทำตามคำสั่ง เขาเดินเข้าไปในบ้าน หยิบพู่กันกับหมึกออกมา วางบนโต๊ะไม้เก่า ๆ กลางลานบ้าน แล้วเริ่มบรรจงเขียนหนังสือสัญญาอย่างช้า ๆ

ในขณะที่หลินซื่อเฉิงกำลังเขียนหนังสือสัญญา บรรยากาศในลานบ้านก็เริ่มผ่อนคลายลง หลินชิงชิงและหลินเสี่ยวหลงถอนหายใจด้วยความโล่งอก พวกเขารู้ว่าในที่สุดพวกเขาก็จะได้รับอิสรภาพที่พวกเขาต้องการ

หลังจากที่หลินซื่อเฉิงเขียนหนังสือสัญญาเสร็จ เธอก็โยนมันไปให้หลินเจิ้งเทียน

"เอาไป เจ้าสามนี่คือหนังสือสัญญาแยกบ้านของพวกแก" หลี่อ้ายเจียพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

หลินชิงชิงรับหนังสือสัญญาแล้วอ่านอย่างละเอียด เมื่อเธอแน่ใจว่าทุกอย่างถูกต้อง เธอก็พยักหน้า

"ขอบคุณค่ะ คุณย่า เดี๋ยวหนูจะเอาหนังสือนี้ไปมอบให้ผู้ใหญ่บ้านเพื่อจะได้นำส่งทางการ" หลินชิงชิงกล่าว

จากนั้นครอบครัวบ้านสามก็เดินออกจากบ้านใหญ่ไป หลินเจิ้งเทียนเดินคอตกเข้าไปในบ้าน พวกเขาเก็บข้าวของเท่าที่จำเป็นใส่ห่อผ้า แล้วเดินออกจากบ้านที่พวกเขาเคยอยู่มาทั้งชีวิต

บ้านที่ด้านหลังภูเขาเป็นบ้านหลังเก่า ๆ ที่แทบจะพังแหล่ไม่พังแหล่ แต่หลินเจิ้งเทียนก็ไม่มีทางเลือก

เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ความผิดหวังตีตื้นขึ้นมาในอกอีกครั้ง ทั้งที่บ้านนี้เขาทำงานหนักที่สุดในบ้านแต่ตอนแยกบ้านมาได้เงินติดตัวมานิดหน่อย แถมบ้านหลังที่เขาจะเข้าไปอยู่ก็ต้องปรับปรุงหลายอย่าง เงินที่ได้มา 10 หยวนอาจจะไม่เพียงพอ ข้าวและแป้งที่ได้มาก็คงได้แต่พอกินอีกแค่ไม่ที่วันเท่านั้น ความกลัดกลุ้มใจฉายบนใบหน้าของคนเป็นหัวหน้าครอบครัวทันที

"พ่อครับ พวกเราจะไปอยู่ที่ไหนกันเหรอ?" เสียงเล็ก ๆ ของหลินเสี่ยวหลง ดังขึ้น ทำให้หลินเจิ้งเทียนสะดุ้งออกจากภวังค์

"เราจะไปเริ่มต้นใหม่ในบ้านหลังใหม่ ไปที่ที่จะทำให้พวกเราจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้" เขาตอบ พยายามฝืนยิ้มปลอบใจลูกชาย แม้ภายในใจจะหนักอึ้ง

หลินเสี่ยวหลงมองหน้าพ่ออย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เขาเดินไปช่วยแม่เก็บข้าวของเท่าที่จำเป็นใส่ห่อผ้า

หลินเจิ้งเทียนมองภาพนั้นด้วยใจที่ปวดร้าว เขาไม่เคยคิดว่าชีวิตของเขาจะลงเอยแบบนี้

"พ่อ... อย่าโทษตัวเองเลยนะ" หลินชิงชิงเดินเข้ามาปลอบใจพ่อที่กำลังจมอยู่กับความรู้สึกผิด "เราไปอยู่ที่อื่นกันเถอะ อยู่บ้านหลังนี้ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น พ่อต้องทำงานหนักกว่าคนอื่นเขาตั้งเยอะ แต่พวกเรากลับแทบไม่ได้กินอะไรดีๆ เลย แม้แต่ตอนปีใหม่เรายังไม่ได้กินเนื้อเลยสักชิ้น"

หลินเจิ้งเทียน เงยหน้าขึ้นมองลูกสาว น้ำตาคลอหน่วย "พ่อขอโทษนะลูก พ่อมัน... พ่อมัน..." เขาพูดไม่ออก รู้สึกผิดที่ไม่สามารถดูแลครอบครัวได้อย่างที่ควรจะเป็น

หลินชิงชิงส่ายหน้า "ไม่เป็นไรหรอกค่ะพ่อ หนูเข้าใจ เราไปเริ่มต้นใหม่ที่อื่นกันนะ ที่ที่เราจะไม่ต้องอดอยากอีกต่อไป"

หลินเจิ้งเทียนมองลูกสาวด้วยความซาบซึ้งใจ แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ลูกสาวยังคงเข้มแข็งและให้กำลังใจเขาเสมอ "พ่อจะพยายามนะลูก พ่อสัญญา"

ถึงแม้จะต้องเริ่มต้นจากศูนย์ แต่เขาก็จะไม่ยอมแพ้ เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวของเขามีชีวิตที่ดีขึ้น

เมื่อเก็บข้าวของเสร็จ พวกเขาก็ออกเดินทางจากบ้านที่พวกเขาเคยอยู่มาทั้งชีวิต บ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำทั้งสุขและเศร้า แต่ตอนนี้มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว สิ่งสำคัญคืออนาคตข้างหน้าต่างหาก

"ไปกันเถอะ" หลินเจิ้งเทียนกล่าวกับทุกคน

ขณะที่ทุกคนกำลังก้าวออกจากบ้านตระกูลหลินอันคุ้นเคย เมื่อเดินออกมาถึงหน้าบ้าน เขาก็เห็นหวังเค่อเพื่อนสนิทของเขาจูงเกวียนวัวมาพอดี

"อาเค่อ นายมาทำอะไรที่นี่?" หลินเจิ้งเทียนเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ

"ฉันมาช่วยพวกนายขนของนะ เห็นว่าหลานชิงชิงบาดเจ็บอยู่ ก็เลยเป็นห่วง"

"ขอบใจนายมากนะ" หลินเจิ้งเทียนกล่าวขอบคุณ

"ไม่เป็นไรคนกันเองทั้งนั้น" หวังเค่อส่งยิ้มให้ "ชิงชิง เสี่ยวหลง ขึ้นเกวียนเลย เดี๋ยวลุงช่วยขนของไปส่งที่บ้านใหม่เอง"

หวังเค่ออาสาช่วยขนของขึ้นเกวียน จัดแจงสัมภาระอย่างคล่องแคล่ว เขาหันมายิ้มให้สองพี่น้อง

"เด็กๆ ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวลุงช่วยขนของเข้าบ้านให้เรียบร้อย"

"ขอบคุณมากค่ะลุงหวัง" หลินชิงชิงกล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจ

"ไม่เป็นไรหรอก หลานไม่ต้องคิดมาก" หวังเค่อตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

หลังจากพวกเขาขึ้นไปนั่งบนเกวียน เสียงล้อเกวียนไม้ดังเอี๊ยดอ๊าดบนถนนดินขรุขระ หลินชิงชิงและหลินเสี่ยวหลงนั่งเคียงข้างกันบนเกวียนวัว ดวงตากลมโตของเสี่ยวหลงมองไปรอบๆ อย่างตื่นเต้น ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแปลกใหม่สำหรับเขา

"พ่อครับ บ้านใหม่ของเราอยู่ไกลไหมครับ" เสี่ยวหลงเอ่ยถามเสียงใส

หวังจื้อเหยา ลูบหัวลูกชายเบาๆ "อีกไม่ไกลแล้วลูก อดทนอีกนิดนะ"

หลังจากเดินทางต่อไปอีกพักใหญ่ ในที่สุดเกวียนวัวหยุดลงพร้อมกับเสียงฝุ่นตลบอบอวล บ้านหลังใหม่ของพวกเขาปรากฏขึ้นเบื้องหน้า หลินชิงชิงมองผ่านผ้าม่านเกวียนที่ขาดวิ่น เห็นบ้านไม้เก่า ๆ ทรุดโทรม เนื้อไม้ซีดจางจากแดดฝน หลังคามุงจากก็มีรูโหว่ประปราย โชคดีที่ตอนนี้ไม่ใช่ฤดูฝน ไม่เช่นนั้นคงลำบากกันน่าดู

"ถึงแล้วลูก" หวังจื้อเหยาเอ่ยขึ้นพร้อมกับลงจากเกวียนมาช่วยประคองหลินชิงชิงลงมา

บ้านหลังนี้มี 3 ห้องนอน ถือว่าไม่เล็กนักเมื่อเทียบกับฐานะของพวกเขา หลินชิงชิงถอนหายใจเบา ๆ บ้านหลังนี้เคยเป็นของตระกูลหลินมาก่อน แต่ตอนนี้คงต้องปรับปรุงซ่อมแซมอีกหลายจุด

"ไม่เป็นไรลูก" หลินเจิ้งเทียน พูดปลอบใจ "พ่อเคยเป็นช่างไม้มาก่อน เดี๋ยวพ่อจะซ่อมบ้านให้เอง"

หลินชิงชิงพยักหน้ารับ

หวังจื้อเหยาปัดกวาดเช็ดถูบ้านพอให้เข้าไปอยู่ได้ ก่อนจะปูที่นอนลงบนเตียงไม้เก่าๆ ให้หลินชิงชิง

"ชิงชิง วันนี้ลูกเสียเลือดไปมากแล้ว พักผ่อนก่อนนะ เดี๋ยวพ่อกับแม่จะไปจัดการเรื่องที่บ้านเอง" หลินเจิ้งเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "พ่อว่าจะไปขอลาหัวหน้าฝ่ายผลิตสักอาทิตย์หนึ่งเพื่อมาซ่อมแซมบ้าน"

หลินชิงชิงพยักหน้าเบา ๆ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวล ถ้าพ่อเธอหยุดงานที่แปลงนาที่บ้านของเธอคงไม่มีแต้มการผลิตแล้วพวกเขาคงจะต้องอดตาย

หลินเจิ้งเทียนและภรรยาเดินออกจากห้องนอนก่อนจะปิดประตูห้องนอน เพื่อให้ลูกสาวนอนพักผ่อนได้เต็มที่

หลินชิงชิงมองพ่อกับแม่เดินออกไปจัดการบ้าน บ้านหลังนี้ถึงอาจจะเก่าไปบ้าง แต่ก็ดูอบอุ่น การใช้ชีวิตในยุคนี้มันก็ไม่แย่เท่าไหร่

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หลินชิงชิงนางร้ายพลิกชะตา(รัก)ยุค70   บทที่ 61 บทส่งท้าย งานแต่งงานของสองเรา

    เสียงประทัดดังกึกก้องทั่วลานบ้านตระกูลหลิว บ่งบอกถึงความยินดีปรีดาของงานมงคลสมรสระหว่างหลิวชิงชิงและหลี่เหว่ยบ้านของเธอประดับประดาไปด้วยโคมแดงสด ตัดกับผ้าแพรสีทองอร่ามระยิบระยับ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ญาติมิตรต่างมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างเนืองแน่น เสียงพูดคุยจอแจ เสียงหัวเราะร่าเริงดังแทรกกับเสียงดนตรีบรรเลงเพลงมงคลภายในบ้านเจ้าสาว หลิวชิงชิงในชุดแต่งงานสีแดงสดปักลวดลายด้วยดิ้นเงินวิจิตรงดงาม จากช่างตัดเย็บฝีมือดี ที่คนรักของเธอพาไปตัดเย็บ ใบหน้าหวานละมุนแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา เผยให้เห็นแก้มแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย หลิวชิงชิงนั่งก้มหน้ามองปลายเท้าอย่างประหม่า ขณะรอเจ้าบ่าวเข้ามาในบ้าน"ชิงชิง ลูกสาวของพ่อ" เสียงทุ้มของหลิวเหวินเจิ้งเอ่ยขึ้นพร้อมกับมือหนาที่ลูบศีรษะลูกสาวอย่างอ่อนโยน "วันนี้ลูกสาวพ่อสวยที่สุดเลย"หลิวชิงชิงเงยหน้าขึ้นมองบิดาด้วยแววตาสั่นไหว "คุณพ่อ...""ไม่ต้องกังวลนะลูก" หลิวเหวินเจิ้งกล่าวปลอบ "เดี๋ยวลูกเหว่ยก็จะมารับเจ้าสาวไปงานแต่งที่โรงแรมแกรนด์""ค่ะคุณพ่อ" หลิวชิงชิงพยักหน้ารับ น้ำตาคลอหน่วยด้วยความต

  • หลินชิงชิงนางร้ายพลิกชะตา(รัก)ยุค70   บทที่ 60 จัดงานเลี้ยงยิ่งใหญ่

    หลิวเหวินชางจ้องมองหลี่อ้ายเจียเย็นชา"เรื่องที่หล่อนขโมยลูกของฉัน ฉันจะให้เจ้าหน้าที่มาจัดการกับหล่อน"หลี่อ้ายเจียทรุดตัวลงกับพื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาเว้าวอน"ท่านจอมพลหลิว...ฉันขอโทษ ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันทำมันผิด ฉันมันเลว ฉัน...""เลว ใช่ เธอมันเลว" หลิวเหวินชางคำรามเสียงดังจนสนั่น "หลี่อ้ายเจีย เธอขโมยลูกของฉันไป เธอพรากลูกของฉันไปจากอกฉัน เธอรู้ไหมว่าฉันต้องทรมานแค่ไหน""ฉันเลอะเลือนไปแล้วถึงได้เชื่อฟังคำพี่สาว ฉันแค่ไม่อยากให้ทางบ้านสามีรู้เรื่องลูกที่เสียไปก็เท่านั้นเอง หลี่อ้ายเจียได้แต่สะอื้นไห้"แกเลยต้องมาพรากลูกคนอื่นไป แล้วลูกของคนอื่นไม่ใช่ลูกคนหรือไง " หลิวเหวินชางกัดฟันกรอด "สิ่งที่หล่อนทำมันโหดร้ายเกินไป หลี่อ้ายเจีย เธอทำลายชีวิตฉันมายาวนานหลายสิบปี""ท่านจอมพลฉันขอโทษ...ฉันขอโทษ..." หลี่อ้ายเจียได้แต่พร่ำพูดคำขอโทษซ้ำไปซ้ำมาหลิวเหวินชางไม่ฟังคำขอโทษใดๆ ทั้งสิ้น เขาหันไปสั่งลูกน้องเสียงเย็นชา "พาตัวหลี่อ้ายเจียไปให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองลงโทษตามกฎหมาย""ไม่...ท่านจอมพลหลิว อย่า

  • หลินชิงชิงนางร้ายพลิกชะตา(รัก)ยุค70   บทที่ 59 ความจริงปรากฎ

    เช้าวันรุ่งขึ้น หลินชิงชิงลืมตาขึ้นพร้อมกับความคิดที่แล่นเข้ามาในหัวทันที เรื่องราวเมื่อวานยังคงวนเวียนอยู่ในใจ กับคำพูดของท่านเจิ้ง ที่บอกว่าพ่อของเธออย่างจะไม่ใช่ลูกชายของคุณย่าหลินชิงชิงตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงแล้วตรงไปยังห้องของบิดา หลินเจิ้งเทียนยังคงนอนหลับอยู่บนเตียง ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยล้าราวกับแบกปัญหาหนักอึ้งเอาไว้ หลินชิงชิงยืนมองบิดาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากปลุก"พ่อคะ"หลินเจิ้งเทียนค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองลูกสาวด้วยความงุนงง "ชิงชิง มีอะไรรึ? ""พ่อคะ หนูว่าพวกเราไปบ้านใหญ่ตระกูลหลินกันเถอะค่ะ" หลินชิงชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "หนูอยากให้พ่อไปถามคุณย่าให้แน่ใจว่าพ่อใช่ลูกชายของท่านใช่หรือเปล่า"หลินเจิ้งเทียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาหลับตาลงราวกับกำลังครุ่นคิดถึงบางสิ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นมองลูกสาวด้วยแววตาที่แน่วแน่"ก็ได้" เขาเองก็อยากรู้ความจริงเช่นกันหลังจากนั้นไม่นาน คนบ้านสาม ประกอบด้วยหลินเจิ้งเทียน หวังจื้อเหยา และหลินชิงชิง ต่างก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังบ้านใหญ่ตระกูลหลิน ระหว่างทาง หลินชิงชิงสังเกตเห็นสีหน้าเคร่

  • หลินชิงชิงนางร้ายพลิกชะตา(รัก)ยุค70   บทที่ 58 เจรจางานหมั้น

    ท่านเจิ้งเมื่อเห็นทุกคนอยู่ในความตกตะลึง จึงเอ่ยเตือนสติขึ้นมา"เอาละๆ ทุกคน อย่ามัวแต่คุยกันเลย มาทานข้าวกันได้แล้ว ฉันชักจะเริ่มหิวแล้วสิ"หวังจื้อเหยา ได้สติก่อนใคร รีบเชื้อเชิญทุกคนให้เริ่มทานอาหาร หลินชิงชิง ตักข้าวใส่จานให้ทุกคนอย่างคล่องแคล่ว บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารน่ารับประทาน ทั้งไก่ตุ๋นโสม หมูแดงอบน้ำผึ้ง ผัดผักรวมมิตร และซุปเยื่อไผ่ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนน้ำลายสอ"อืม... อร่อยมาก" เฉินเหม่ยหลิงเอ่ยชม "ฉันไม่เคยทานอาหารที่ไหนอร่อยเช่นนี้มาก่อนเลย""ใช่ๆ " หลี่หย่ง พยักหน้าเห็นด้วย "รสชาติกลมกล่อม หอมเครื่องเทศกำลังดี"ท่านเจิ้งตักซุปเยื่อไผ่เข้าปากอีกคำ ซดน้ำซุปจนหมดชามแล้ววางช้อนลง พลางพยักหน้าชมด้วยสีหน้าพึงพอใจ "รสชาติดีจริงๆ กลมกล่อม หอมหวาน ซดคล่องคอ ใครเป็นคนทำอาหารมื้อนี้หรือ? "หลินชิงชิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้ยินคำชมก็ยิ้มแก้มปริ "หนูกับแม่ช่วยกันทำค่ะ หนูเป็นเพียงแค่ลูกมือเท่านั้นค่ะ" หลินชิงชิงตอบเสียงใส ความจริงแล้วที่อาหารอร่อยเป็นเพราะวัตถุดิบที่นำมาทำอาหารล้วนมาจากมิติของเธอทั้งสิ้น ทั้งเยื่อไผ่อ่อนๆ เห็ดหอมชั้นดี และเครื่อง

  • หลินชิงชิงนางร้ายพลิกชะตา(รัก)ยุค70   บทที่ 57 ความจริงที่ถูกซ่อนไว้

    แสงตะวันโพล้เพล้ทาบทาขอบฟ้า สาดสีส้มแดงระเรื่อทั่วลานบ้าน กลิ่นหอมของอาหารลอยโชยยั่วน้ำลาย หลินชิงชิงและผู้เป็นมารดาต่างก็จัดเตรียมสำรับกับข้าวหลายอย่างจนเต็มโต๊ะอาหาร ทั้งไก่ตุ๋นโสม หมูแดงอบน้ำผึ้ง ผัดผักรวมมิตร และซุปเยื่อไผ่ ส่วนของหวานและผลไม้ล้วนแต่ตัดวางอย่างสวยงาม ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นเมนูเลิศรสที่แม่ของเธอตั้งใจปรุงขึ้นด้วยความพิถีพิถันกับข้าวพร้อมแล้วค่ะ" หลินชิงชิงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มหวังจื้อเหยาหันมายิ้มให้ลูกสาว "ชิงชิงไปอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยนะ ใกล้เวลาที่พ่อแม่สามีของหนูจะมาแล้ว"หลินชิงชิงหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ "แม่.. " เสียงของเธอเอ่ยแผ่วลง "หนู.. หนูตื่นเต้นจังเลยค่ะ ไม่รู้ว่าท่านทั้งสองจะเป็นอย่างไรบ้าง" มือบางบิดชายเสื้อไปมาอย่างประหม่า"ไม่ต้องกังวลไปหรอกลูก" หวังจื้อเหยาตบบ่าลูกสาวเบาๆ อย่างให้กำลังใจ "แม่ได้ยินมาว่าครอบครัวของท่านนายพลหลี่เป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ มีชื่อเสียงเรื่องความใจดี แม่เชื่อว่าพวกท่านต้องเอ็นดูหนูเหมือนลูกสาวคนหนึ่งแน่ๆ ""แต่.. หนูยังไม่เคยพบพวกท่านเลยนี่คะ" หลินชิงชิงยังคงกังวล "แล้ว.. แล้วถ้าหนูทำ

  • หลินชิงชิงนางร้ายพลิกชะตา(รัก)ยุค70   บทที่ 56 เตรียมตัวพบหน้าพ่อแม่คุณพระเอก

    หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป นับตั้งแต่หลินชิงชิงพาครอบครัวเข้ามาในมิติแห่งนี้หลินเสี่ยวหลง เด็กน้อยวัย10ขวบ กลับมิได้วิ่งเล่นซุกซนตามประสาเด็ก แต่กลับขะมักเขม้นฝึกฝนวิชายุทธ ร่างน้อยๆ เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วว่องไว กระบี่ไม้ในมือฟาดฟันไปตามกระบวนท่าที่หลินชิงชิงถ่ายทอดให้ เหงื่อไหลไคลย้อยอาบใบหน้า แต่เด็กน้อยก็ยังคงมุ่งมั่น มิย่อท้อ"ฮึบ...ฮ่า" เสียงเล็กๆ ดังขึ้นเป็นระยะหลินเจิ้งเทียน ผู้เป็นบิดา นั่งมองลูกชายอยู่ใต้ต้นหลิวใหญ่ ในใจรู้สึกทั้งภาคภูมิใจและเป็นห่วง เสี่ยวหลงเป็นเด็กดี ขยันหมั่นเพียร แต่บางครั้งก็ดื้อรั้นเกินไป"เสี่ยวหลง พักสักครู่ ลูกฝึกมาตั้งแต่เช้าแล้ว" หลินเจิ้งเทียนเอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใยหลินเสี่ยวหลงหยุดฝึกซ้อม เช็ดเหงื่อที่ไหลอาบหน้า "พ่อครับ ผมยังไม่เหนื่อยครับ ผมอยากเก่งๆ จะได้ปกป้องทุกคน จะไม่ให้คุณย่ามารังแกบ้านเราได้" เด็กชายตอบเสียงใส แววตามุ่งมั่นหลินเจิ้งเทียนถอนหายใจ เรื่องบาดหมางระหว่างเขากับมารดาเป็นเรื่องที่ทำให้เขาหนักใจที่สุด เขาไม่รู้ว่าทำไมแม่ของเขาถึงได้เกลียดชังเขามากนัก ตั้งแต่เด็กเขาไม่เคยได้รับความรักจากท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status