LOGIN“ปากก็บอกว่าเกลียด... แต่พอเห็นใครเข้าใกล้ ไอ้ลูกหมูทำไมพี่อาทิตย์คนนี้ถึงได้ร้อนรุ่มจนอยากจะขังอีกฝ่ายไว้ ไม่อยากให้ใครได้เห็นรอยยิ้มหวาน ๆ นั่น!”
View Moreแวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”
นิสัยพระเอก (อาทิตย์) ปากหมาเป็นที่หนึ่ง ดุเก่ง วีนเก่ง ยืนยืนในเรื่องความใจร้าย แต่ลึก ๆ แล้วเป็นคนรับผิดชอบและซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเองถึงจะแสดงออกผิดวิธีไปหน่อยก็เถอะ นิสัยนายเอก (ลูกชิ้น) นุ่มนิ่ม น่ารัก ขี้อ้อน และกินเก่งยืนหนึ่ง ดูภายนอกเหมือนยอมคนและยอมเป็นกาฝากให้เขาจิกด่าแต่ลึก ๆ มีความอดทนสูงและแอบร้ายลึกชนิดที่พระเอกก็คาดไม่ถึง สถานที่ ตำบลบางป่า จังหวัดราชบุรีสถานที่มีอยู่จริงครับแต่คือผมแค่เอามาประกอบในเนื้อเรื่อง เฉย ๆ มันอาจจะตรงกับของจริงแต่ทังหมดนี้มันเป็นจินตนาการแค่อ้างอิง หมายเหตุจากนักเขียน นิยายเรื่องนี้มาในแนวดราม่าหน่วงตับปนความแซ่บนัว ครับ เริ่มต้นจากความเกลียดชังและการถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงผู้อาศัย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่มันจะค่อย ๆ พัฒนาผ่านความใกล้ชิด การกลั่นแกล้ง และความโหยหาที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำด่าทอ สำหรับพระเอกเรื่องนี้... ผมบอกเลยว่าเตรียมเปลือกทุเรียนไว้รอได้เลยครับ! บักลูกเขยคนนี้ค่อนข้างปากหมาและใจร้ายแบบสุดตัว ถ้าอ่านแล้วรู้สึกคันไม้คันมืออยากจะด่าพระเอก จัดหนักจัดเต็มได้เลยครับไม่ต้องยั้ง ผมอนุญาต! (หัวเราะ) ผมฝากนิยายเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะครับ อยากให้สนุกไปกับความใจร้ายของพี่อาทิตย์และคอยเอาใจช่วยความอดทนของลูกชิ้นไปด้วยกัน ใครจะหมั่นไส้พระเอกจนอยากหยุมหัวหรือจะตกหลุมรักความกินเก่งแก้มตุ่ยของนายเอก แค่ทุกคนมีอารมณ์ร่วมไปกับตัวละคร ผมก็มีความสุขมากแล้วครับ ฝากกดหัวใจหรือแวะมาคอมเมนต์พูดคุยกันได้เสมอนะครับ ทุกข้อความคือกำลังใจที่สำคัญที่สุดของผมจริง ๆ ขอให้ทุกบรรทัดในนิยายเรื่องนี้ทำให้หัวใจของทุกคนเต้นแรง (จะด้วยความเขินหรือความโมโหพระเอกก็เถอะ!) ไปพร้อมกับตัวละครนะครับ ❤️” ปล. อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ “สิบกว่าปีที่ถูกเนรเทศ... เขากลับมาเพื่อทวงคืนทุกอย่างและเขี่ยกาฝากอย่างมันออกไปให้พ้นหูพ้นตา!” สำหรับอาทิตย์ทายาทเจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอมรายใหญ่ การกลับมาเมืองไทยครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความคิดถึงบ้าน แต่เป็นเพราะคำสั่งบังคับของพ่อที่พาผู้หญิงคนใหม่และลูกติดเข้ามาเสวยสุขแทนที่แม่ของเขา โดยเฉพาะลูกชิ้นไอ้เด็กตัวอวบหน้าซื่อที่คอยทำตัวเป็นเงาตามตัวเขา... ยิ่งเห็นหน้า ยิ่งอยากขยี้ให้จมดิน! "ใครพี่มึง? กูเป็นลูกคนเดียว!" "จำใส่หัวมึงไว้ มึงมันก็แค่ลูกกาฝาก... เป็นขยะที่กูรอวันกวาดทิ้งเท่านั้น!" จากพี่ชายแสนใจดีในความทรงจำ กลายเป็นคนแปลกหน้าที่จ้องจะทำลายหัวใจ ลูกชิ้นต้องอดทนต่อคำถากถางและงานหนักที่ถูกหยิบยื่นให้เพื่อชดใช้ค่าข้าวสุกแต่ยิ่งหนี... กลับยิ่งถูกกักขัง ยิ่งเกลียด... สายตาคมคู่นั้นกลับเริ่มสั่นคลอนด้วยความโหยหาอย่างประหลาด เมื่อความแค้นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความใคร่ และความเกลียดชังพ่ายแพ้ต่อกับเด็กอ้วนสุดท้ายแล้วกาฝากอย่างเขาจะถูกเขี่ยทิ้งหรือจะถูกตีตราจองให้เป็นของรักของหวงไปตลอด? "ทำไมผมต้องพูดดีกับกาฝากที่จ้องจะมาสูบเลือดสูบเนื้อพ่อ... แค่เห็นหน้าก็เสนียดลูกตาจะแย่" "เวลาพูดกับกู ให้เงยหน้าขึ้นมามองด้วย! มึงจะมองพื้นหาเหี้ยอะไรนักหนา พื้นมันมีชื่อกูเขียนอยู่หรือไง!" "เออ... กูเกลียดมึง แต่จำไว้ว่าถึงกูจะเกลียดมึงแค่ไหน มึงก็เป็นของกู" คำเตือนเนื้อหา นิยายเรื่อง “ผมก็แค่กาฝากของเขา” มีเนื้อหาที่ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน เช่น การใช้ถ้อยคำรุนแรง การดูถูกเหยียดหยาม ความกดดันทางอารมณ์ ความรุนแรงภายในครอบครัว ความต่างของอายุ และประเด็นชนชั้น รวมถึงฉากความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่อาจก้ำกึ่งเรื่องความยินยอมของตัวละคร หมายเหตุ: ตัวละครและเหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง ไม่ควรลอกเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของตัวละครในชีวิตจริง #ผมก็แค่กาฝากของเขา นามปากกา : Tawan Miki ขอฝากผลงานเรื่องนี้ไว้ในอ้อมใจของนักอ่านทุกท่านด้วยนะครับเรื่องราวของ “พี่อาทิตย์” เจ้าของล้งมะพร้าวผู้ปากร้าย กับ “ลูกชิ้น” กาฝากตัวอวบผู้น่ารัก ที่จะพาทุกคนไปสัมผัสทั้งความดราม่า ความอบอุ่น และความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา หากชื่นชอบผลงาน สามารถร่วมสนับสนุนกันได้ดังนี้ ✅ กดติดตามนามปากกา ✅ กดเพิ่มนิยายเข้าชั้นหนังสือ ✅ กดหัวใจให้กำลังใจ 💬 พูดคุยกับไรต์เล็กน้อย • หากนักอ่านท่านใดพบคำผิด หรือพบจุดที่อ่านแล้วสะดุด สามารถแจ้งไรต์ผ่านคอมเมนต์ได้เลยนะครับ ไรต์จะรีบตรวจสอบและแก้ไขให้โดยเร็วที่สุด ขอบพระคุณสำหรับความช่วยเหลือและกำลังใจจากทุกท่านครับ • หากมีความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือจุดที่อยากให้ปรับปรุง สามารถแนะนำกันได้เสมอ ไรต์ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นเพื่อนำไปพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้น ขอความกรุณาใช้ถ้อยคำสุภาพในการแสดงความคิดเห็นต่อกันนะครับเพราะทุกคำพูดล้วนมีความหมาย และไรต์เองก็มีหัวใจที่อยากพัฒนางานให้ดีขึ้นเสมอ ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านและให้กำลังใจครับบทที่ 22 เราเคยรู้จักกันเหรอครับภายในห้องพักฟื้นที่เคยเต็มไปด้วยเหล่าแพทย์และพยาบาลที่เข้ามาประเมินอาการอย่างละเอียด ผลสรุปจากคุณหมอเจ้าของไข้ทำให้หัวใจของอาทิตย์ร่วงหล่นลงสู่เหวอีกครั้ง คำวินิจฉัยนั้นเรียบง่ายแต่กลับหนักอึ้งเหมือนหินก้อนใหญ่ที่ทับลงบนอกของคนฟังจนแทบหายใจไม่ออก“คนไข้มีภาวะสูญเสียความทรงจำบางส่วนครับ เหมือนสมองจะเลือกปิดกั้นเหตุการณ์หรือบุคคลที่สร้างความสะเทือนใจ และจะเลือกจำเฉพาะสิ่งที่เขารู้สึกปลอดภัยหรืออยากจำเท่านั้น” คุณหมอกล่าวเสียงเรียบ อาทิตย์ฟังแล้วถึงกับชาวาบไปทั้งตัว เพราะคนที่สร้างความสะเทือนใจให้ลูกชิ้นมากที่สุด... ก็คือเขาเอง“แต่ภาพรวมร่างกายดีขึ้นมากแล้วครับ ก็เริ่มเตรียมตัวกลับบ้านไปพักฟื้นต่อได้เลย”“ครับ... ขอบคุณครับหมอ” เขาเอ่ยขอบคุณด้วยน้ำเสียงที่เลื่อนลอย แม้ร่างกายลูกชิ้นจะกลับมาปกติ แต่ตัวตนที่เคยรักเขาและเจ็บปวดเพราะเขาดูเหมือนจะเลือนหายไปพร้อมกับอุบัติเหตุครั้งนี้เขานั่งเงียบอยู่ตรงมุมห้อง มองดูหมอเก้าที่ขยับเข้าไปชวนร่างอวบบนเตียงสนทนา เพื่อทดสอบความจำในเบื้องต้น อาทิตย์นั่งมองอยู่ห่าง ๆไม่แม
บทที่ 21 คุณเป็นใคร?เวลาเกือบสองชั่วโมงหน้าห้องฉุกเฉินช่างยาวนานราวกับผ่านไปเป็นปี อาทิตย์นั่งกุมมือตัวเองที่สั่นเทา สายตาจับจ้องไปยังบานประตูสีขาวโพลนไม่วางตา กระทั่งไฟหน้าห้องดับลงพร้อมกับการปรากฏตัวของนายแพทย์ในชุดสีเขียวสะอาดตาที่ก้าวออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย“ท่านใดเป็นญาติคนไข้ครับ?”“ผมครับ!” อาทิตย์ผุดลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก น้ำเสียงร้อนรนจนแทบจะถลาเข้าไปคว้าไหล่หมอ“ดิฉันค่ะ... ฉันเป็นแม่ของแกค่ะคุณหมอ”หญิงรีบก้าวตามมาติด ๆ ดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้จ้องมองหมออย่างมีความหวัง“หมอทำการผ่าตัดช่วยเหลือคนไข้จนพ้นขีดอันตรายแล้วนะครับ ร่างกายบอบช้ำหนักแต่โชคดีที่ไม่โดนจุดสำคัญมากนัก ทว่า...” คุณหมอเว้นจังหวะเล็กน้อยพลางปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น“เนื่องจากศีรษะได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นคือความทรงจำของคนไข้อาจจะกลับมาไม่ครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะหลงลืมเหตุการณ์บางช่วงไป ซึ่งต้องรอให้คนไข้ฟื้นขึ้นมาเพื่อประเมินอาการอย่างละเอียดอีกครั้งครับ ตอนนี้หมอจะย้ายคนไข้ไปพักฟื้นที่ห้องปลอดเชื้อก่อนนะครับ”
บทที่ 20 นี่มันอะไรเสียงบานประตูที่ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงดัง ปัง! ทำเอาบรรยากาศที่เคยหวานละมุนท่ามกลางความเงียบงันพังทลายลงในพริบตา ไลลายืนหอบหายใจถี่ มือที่ถือถุงกาแฟสั่นระริกจนหยดน้ำที่เกาะอยู่ข้างแก้วไหลเปื้อนพรม สายตาของเธอจับจ้องไปที่ร่างของลูกชิ้นที่ยังคงนั่งค้างอยู่บนตักของอาทิตย์ วินาทีนั้น... หัวใจของผู้หญิงที่ถือตัวว่าสูงส่งกลับมอดไหม้ไปด้วยไฟริษยา“อาทิตย์! นี่มันอะไรกันคะ!” เสียงแหลมเล็กนั้นลอดไรฟันออกมาในคราแรก ก่อนที่เธอจะกรีดร้องสุดเสียงจนคนงานด้านนอกต้องชะงักมือ “มึง! ไอ้เด็กเหลือขอ! มึงกล้าดียังไงเอาตัวสกปรกของมึงไปนั่งทับที่ของกู!”“ไลลา! ฟังผมก่อน!” อาทิตย์อุทานด้วยความตกใจ เขาพยายามจะดันตัวลูกชิ้นให้ลุกขึ้น แต่ ไลลาโผเข้าหาคนทั้งคู่ก่อน“ไม่ฟัง! หลักฐานคาตาขนาดนี้ยังจะให้ฟังอะไรอีก!” ไลลาเงื้อมือขึ้นสุดแขนก่อนจะฟาดลงบนใบหน้าของลูกชิ้นดัง เพียะ! แรงตบทำเอาคนตัวเล็กหน้าหันตามแรงเหวี่ยง ความเจ็บแปลบแล่นพล่านจนชาไปทั้งแถบไลลาจิกทึ้งกลุ่มผมนุ่มของลูกชิ้นจนหน้าหงายขึ้นมาเผชิญหน้ากับเธอ แววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความชิงชัง
บทที่ 19 เอาแต่ใจแสงอรุณทอประกายอ่อน ๆ บรรยากาศยามเช้าที่ควรจะสงบเงียบกลับเต็มไปด้วยมวลความรู้สึกที่หนักอึ้ง อาทิตย์ค่อย ๆ ขยับกายลุกจากเตียงแคบอย่างเบามือที่สุด เขามองร่างอวบของลูกชิ้นที่ยังคงหลับสนิทด้วยฤทธิ์ยา ใบหน้าที่เคยแดงระเรื่อด้วยพิษไข้เริ่มกลับมาซีดเซียวแต่ดูสงบลงกว่าเมื่อคืนชายหนุ่มจัดการแต่งกายให้เรียบร้อย พยายามลบเลือนร่องรอยความอ่อนโยนที่เผลอไผลไปเมื่อครู่ให้กลับมาเป็นใบหน้าที่เฉยชาดั่งเดิม เขาเตรียมจะเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา... ทว่า... ทันทีที่บานประตูไม้ถูกเปิดออกช้า ๆ ร่างสูงของเขาต้องชะงักกึกจนตัวแข็งทื่อ เมื่อพบกับ เสี่ยสน ที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ตรงโถงทางเดิน สายตาคมปลาบของผู้เป็นพ่อจ้องมองมายังบุตรชายคนเดียวด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา“อาทิตย์... เอ็งเข้าไปทำอะไรในห้องลูกชิ้นตั้งแต่เช้ามืดแบบนี้” น้ำเสียงราบเรียบของเสี่ยสนแต่แฝงไปด้วยอำนาจทำให้อากาศรอบตัวดูเย็นเยียบขึ้นมาทันที อาทิตย์สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหวขณะตอบกลับด้วยท่าทีที่แข็งกระด้าง“เปล่า...” เขาตอบเพียงสั้น ๆ พ