เสนาบดีที่รัก

เสนาบดีที่รัก

last updateLast Updated : 2026-04-27
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
133Chapters
221views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ท่านเสนาบดีที่รัก เจ้าจงมาเป็นภรรยาข้าเสียเถอะ ในวังหลวงล้วนแต่มายา ท่านอ่อนแอบอบบางเช่นนี้เกรงว่า หากมีไม่ข้าปกป้องแล้ว เจ้าคงไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1

                                                                           第一章

"อย่าฆ่าพวกเราเลย พวกเจ้าได้ทรัพย์สินไปจนหมดแล้วปล่อยพวกเราไปเถอะ"เสียงแหบพร่าสั่นระรัวด้วยความหวาดกลัวและหวั่นเกรงระงมไปทั่ว ขุนนางเฒ่าต่างต้องมานั่งกองกระจุกรวมกันบนพื้นหญ้า มองกองโจรในชุดสีดำนับสิบทยอยกันแบกขนข้าวของเงินทองและผ้าไหมมีค่ามากมายขึ้นบนหลังม้าตัวใหญ่ คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากองโจรนั่งอยู่บนหลังม้าสีดำมันปลาบสะท้อนกับแสงจันทราที่ส่องประกายลงมาจนเห็นเป็นภาพที่ค่อนข้างชัดเจน ใบหน้าถูกปกปิดด้วยผ้าคาดสีดำเช่นกัน ทำให้แลเห็นได้เพียงดวงตาสีดำคมเข้ม ทว่าเพียงแค่เห็นเพียงดวงตาก็พอจะเดาได้ว่าคนผู้นี้ใบหน้าหล่อเหลาคมคายยิ่ง อีกทั้งน้ำเสียงยามเปล่งเสียงออกมาฟังดูห้าวหาญและมีพลังยิ่งนัก

"จับพวกเขาเปลื้องผ้าออกให้หมด และนำชุดเหล่านั้นกลับไปด้วย"สิ้นคำ เหล่าผู้คนกรูเข้าไปจับชายทั้งหนุ่มแก่แก้ผ้าออกจนเหลือเพียงกางเกงชั้นในสีขาว ขุนนางบางคนกางเกงกลับเป็นดอกไม้สีสดใสเป็นที่ขบขันกับเหล่ากองโจรชุดดำ เสียงหัวเราะขบขันดังก้องไปทั่วทั้งป่า กระทั่งผู้เป็นหัวหน้ากองโจรยกมือห้ามเสียงหัวเราะจึงเงียบลงราวกับไม่มีผู้ใดเอ่ยปากมาก่อน

"พวกเราไป!! ย่าห์ ฮ่าห์"เสียงกระตุ้นเตือนให้ม้าวิ่งพร้อมกับจบคำสั่ง เหล่าบรรดาผู้คนนับสิบก็กลืนหายไปกับความมืดมิดแห่งรัตติกาล ทิ้งให้ขุนนางทั้งหลายที่ถูกจับแก้ผ้าซุกตัวเข้าหากัน ทั้งอับอายทั้งโกรธเกรี้ยว ข้างหน้ามีเพียงอาหารและน้ำดื่มในกระบอกไม้ไผ่เหลือทิ้งไว้ให้เพียงพอกับกลุ่มคนนี้เล็กน้อยเท่านั้น

"เจ้าพวกทหารขี้ขลาด เจ้าปล่อยให้พวกโจรป่าเถื่อนปล้นสะดมพวกเราได้อย่างไร"ขุนนางเฒ่าผู้หนึ่ง ลุกขึ้นใช้ขาเหี่ยวหยาบถีบถองเข้ากับกองทหารที่นั่งงอขาปกปิดความเปล่าเปลือยของตัวเองเอาไว้

"โธ่ท่านนายอำเภอ ท่านไม่รู้หรืออย่างไรว่าผู้ที่ปล้นพวกเราเป็นใคร"

"มันเป็นใครก็ไม่สำคัญ แต่มันกล้าเอาของที่จะถวายองค์ฮ่องเต้ไปย่อมมีความผิด"นายอำเภอหลับหูหลับตาเถียง ของล้ำค่านั่นเขาจงใจจะนำไปถวายพระพร เนื่องในการประสูติพระโอรสของพระสนม แล้วนี่ยังไม่พอทรัพย์สินมีค่าล้วนถูกเอาไปด้วยให้คิดแล้วเจ็บใจยิ่งนัก

"ต่อให้มันเป็นมหาโจร ข้าก็จะเอาผิดมันจนได้"เหล่าทหารต่างส่ายหน้าไปมา เพราะขุนนางผู้นี้กลับไม่รู้ถึงกิตติศัพท์ของโจรที่มาปล้นสะดมเอาเสียเลย หัวหน้ากองทหารจึงเอ่ยขึ้นช้าๆ

"โจรที่ท่านนายอำเภอกล่าวถึง คือจวิ้นจื่อหลง ฉายาจอมโจรไร้ใจ คนผู้นี้จิตใจเหี้ยมโหดยิ่งนัก ฆ่าไม่ปรานีไม่มียกเว้นเห็นแก่หน้าผู้ใด พวกเรายังโชคดีนักที่เขายั้งชีวิตไว้ให้ มิเช่นนั้นพวกเราคงได้ไปเยี่ยมชมแม่น้ำไน่เหอเพื่อเจอยายเมิ่งไปนานแล้ว"

"เจ้าพวกอ่อนแอเลี้ยงเสียข้าวสุก แค่จอมโจรกลุ่มเดียวยังสู้ไม่ได้ แล้วเช่นนี้จะไปอาจหาญต่อกรกับศัตรูที่เข้ามารุกรานเอกราชได้อย่างไร"นายอำเภอโกรธเกรี้ยวเมื่อได้ยิน ในใจแค้นเคืองถึงขั้นจะส่งฎีกาถวายไปยังเบื้องบน เหล่าทหารได้แต่ปิดปากเงียบไม่เถียงให้เปลืองน้ำลายอีกต่อไป

"เอาของเข้าไปเก็บในห้องลับ พรุ่งนี้เรียกพี่น้องมารวมตัวกัน ข้าจะแบ่งทรัพย์สินให้ ส่วนที่เหลือจะนำไปยังเหลียนอู่ ยามนี้เกิดภัยแล้งพี่น้องล้วนอดอยาก คืนนี้ให้แยกย้ายกันพักผ่อนเสียก่อน ปู้เฉินเจ้าดูแลให้ดี ข้าจะเข้าไปพักผ่อน"จวิ้นจื่อหลงบอกคนสนิทของตนที่ยืนอยู่ด้านข้าง

"ขอรับนายท่าน"ปู้เฉินประสานมือแล้วรีบเดินเข้าไปคุมคนให้เคลื่อนย้ายทรัพย์สินเข้าเก็บในคลังลับ ส่วนตัวของจื่อหลงแยกออกไปยังบ้านหลังเล็กทีjซ่อนอยู่ในซอกหลืบของหุบเขา หากมองจากตรงนี้ยากที่จะพบเห็นมันโดยง่าย จื่อหลงถอนหายใจก่อนจะวางไหเหล้าลงบนโต๊ะ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หลังพิงลงไปโดยแรง แหงนเงยศีรษะไปด้านหลังหลับตานิ่งหูฟังเสียงรอบทิศชั่วครู่ด้วยเขานั้นวิทยายุทธล้ำยิ่งเป็นหนึ่งไม่รองใครจึงได้ยินเสียงรอบด้านภายในห้าลี้นี้เขาจะได้ยินชัดเจน ทันใดดวงตาคมเข้มดำสนิทดุจมหาสมุทรยามราตรีลืมขึ้นมามองไปยังประตูห้องที่ปิดสนิท

"ผู้ใด? ออกมา! "เขาขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เพราะคนที่อยู่ด้านในหาได้มีรังสีอำมหิตแต่ก็มิได้หมายความว่าจะเป็นมิตรเช่นกัน"สิ้นคำเรือนร่างบอบบางเดินนวยนาดออกมาจากด้านหลังประตู ใบหน้าเรียกได้ว่างดงามเหนือผู้ใดยิ้มกริ่มออกมา

"เจ้ามาได้อย่างไร อวี้หนี่"จื่อหลงเอนหลังทิ้งตัวลงพิงพนักอีกครั้ง ท่าทีผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใด

"เหตุใดจื่อซยงถึงทักทายญาติผู้น้องด้วยท่าทีหมางเมินเช่นนี้เล่า"นางเดินออกมาหยุดด้านหลังของจื่อหลง สองมือเรียวงามในชุดสีดำสนิทคล้องคอจากด้านหลังโอบมาถึงด้านหน้า จื่อหลงตัวแข็งเกร็งเล็กน้อยแต่ไม่สะบัดตัวหนี ใบหน้าที่ยังอยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีดำแข็งกระด้างจนกลายเป็นเย็นชา ก่อนจะค่อยๆเอนตัวเองกลับมานั่งหลังตรงช้าๆ เพื่อมิให้อีกฝ่ายขุ่นเคือง มือใหญ่หยาบค่อยปลดสองแขนเรียวออกช้าๆ ถอนหายใจเฮือกใหญ่

"ศิษย์น้องอย่าทำเช่นนี้จะดีกว่า เจ้าหาใช่สตรีตัวคนเดียวอีกแล้ว สามีเจ้าจะเข้าใจผิดได้หากมาเห็นเช่นนี้เข้า"

"เฮ๊อะ! สามีงั้นหรือ จื่อซยงเองก็ย่อมรู้แก่ใจว่าข้ารักชอบผู้ใดกันแน่ นั่นเป็นเพราะบิดาข้าจัดแจงให้ต่างหากเล่า"นางเม้มปากดวงตาคู่เรียวเริ่มแดงคลอด้วยเกล็ดน้ำตาพร่างราวกับหยาดพิรุณ

"อย่าเอ่ยเช่นนี้น่า อย่างไรเสียเจ้าก็แต่งให้ศิษย์น้องรองแล้วยากที่จะเปลี่ยนแปลง"

"ถ้าท่านเอ่ยปากกับบิดามีหรือท่านจะยกข้าให้กับศิษย์พี่รอง"นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือสะเทือนในความรู้สึกยิ่ง

"เหลวไหล! ข้ารักเจ้าดุจดั่งพี่น้องคลานตามกันมา เรื่องนี้อย่าได้เอ่ยถึงอีกเลย ในเมื่อเรื่องล่วงเลยมาถึงขั้นนี้แล้วจะพูดขึ้นมาก็คงหาประโยชน์อันใดไม่"จื่อหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลงเมื่อเห็นศิษย์น้องของเขาใบหน้าบิดเบี้ยวคล้ายร่ำไห้เต็มที

"ท่านใจแข็งเหลือเกินจวิ้นจื่อซยง เอาเถอะในเมื่อท่านพูดเช่นนี้ข้าก็ต้องเป็นเช่นนี้"นางสูดลมเข้าปอดกลั้นสะอื้น ยืดตัวตรงก่อนจะล้วงกระดาษแผ่นเล็กออกมาส่งให้

"นี่เป็นจดหมายจากท่านพ่อถึงจวิ้นจื่อซยงโดยตรง เนื้อหาด้านในมิมีผู้ใดล่วงรู้"เขารับจดหมายมาแล้วเปิดอ่าน ดวงตาที่อยู่ในผ้าคลุมสีดำเปลี่ยนสีชั่วแวบก่อนจะกลับมาเป็นปรกติ

"ท่านอาจารย์ได้เอ่ยคำใดอีกหรือไม่"

"ระวังตัว ท่านพ่อพูดเพียงแค่นี้"

"ขอบใจเจ้ามาก รอให้ฟ้าสางเจ้าก็เดินทางกลับเถอะ"เขาเอ่ยช้าๆ ปลดผ้าคลุมหน้าออกเผยให้เห็นดวงหน้าหล่อเหลาคมคาย เรือนร่างสูงใหญ่ขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้เอ่ยปากขึ้นทันที

"ปู้เฉินนำน้ำชามาให้คุณหนู"เสียงฝีเท้านับว่ายังไกลจากเรือนพัก แต่ทว่าจื่อหลงนั้นกลับได้ยินชัดเจน ไม่นานปู้เฉินก็เปิดประตูเข้ามาประสานมือคารวะอวี้หนี่

"คุณหนูรอง"ปู้เฉินเดินลับหลังฉากพับไปชั่วครู่ก็กลับออกมาด้วยถาดชาควันกรุ่น

"พวกท่านไม่มีสาวใช้หรอกหรือ"

"เอามาทำไมที่นี่หาใช่จะสุขสบาย เหตุใดต้องให้ผู้อื่นมาลำบากด้วยเล่า"จื่อหลงหยิบป้านชามารินลงจอกแล้วส่งให้นาง ก่อนที่จะรินให้ตัวเอง

"แต่ท่านก็เสียสละมาเป็นขุนโจรให้ผู้คนตามล่า"นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออีกครั้ง

"ข้าเต็มใจ เอาล่ะฟ้าสางแล้ว ปู้เฉินเจ้าไปส่งคุณหนูรองกลับเถอะแล้วรีบมา"ปู้เฉินประสานมือแล้วผายออกโดยไม่เอ่ยปาก

"เชิญ"สองร่างเดินออกไปแล้วจื่อหลงก็ทิ้งตัวลงเอนหลังอีกครั้ง หวนนึกถึงเรื่องกาลก่อนเขาเป็นถึงลูกของเสนาบดีฝ่ายขวาของอดีตฮ่องเต้ ด้วยถูกปรักปรำว่าร่วมมือก่อกบฏจึงถูกจับประหารทั้งตระกูล ยังโชคดีที่เขาออกมาร่ำเรียนวิชากับอาจารย์ฉงบิดาของอวี้หนี่จึงรอดจากการประหารนั่น ทว่าครอบครัวของเขาล้มหายตายจาก ดังนั้นอาจารย์ของเขาจึงเปลี่ยนชื่อแซ่ให้ ด้วยความที่มีชื่อเสียงโด่งดังจารย์ของเขาจึงถูกเรียกตัวเข้าราชสำนัก ให้ไปเป็นพระอาจารย์กับองค์รัชทายาท เขาถอนใจอีกครั้ง การที่อาจารย์ส่งจดหมายมาให้นั่นแปลว่าเหตุการณ์มิใคร่จะดีเท่าใดนัก หลังจากการปล้นครั้งนี้เขาคงต้องหยุดมือชั่วคราวเสียแล้ว เขายกไหสุราขึ้นสูงเทลงปากช้าๆ ดวงตาคมมีแววครุ่นคิดถึงแผนการล่วงหน้า เนิ่นนานเท่าใดหารู้ไม่ปู้เฉินกลับมายืนอยู่ใกล้ๆ เสียแล้ว

"เจ้ามาแล้ว"

"ขอรับมาแล้ว"

"ไปกันเถอะหลังจากแบ่งทรัพย์สินแล้วพวกเราจะปิดหุบเขาชั่วคราว"

"เรื่องร้ายแรงหรือขอรับ"

"อืม มีคำเตือนมาถึง"ปู้เฉินได้ยินก็ให้ขุ่นเคือง

"พวกเขาล้วนเสพสุขมีหน้าตาในสังคม แต่กลับผลักท่านตกเหวนรกเหตุใดท่านจึงต้องยินยอม"ปู้เฉินติดตามจื่อหลงมาตั้งแต่เยาว์วัย หลังจากต้องหนีหัวซุกหัวซุนเพื่อหลบหนีคดี จนได้เจอจื่อหลงและติดตามเป็นคนสนิทมาจนถึงทุกวันนี้

"ช่างเถอะดีเสียอีกที่เป็นเช่นนี้ นักโทษหนีคดีอย่างข้าจะทำอะไรได้ดีกว่านี้อีกเล่า"

"แต่ท่านถูกปรักปรำ ตระกูลของท่านหาใช่โจรกบฏไม่"

"แล้วเช่นไรเล่าเรื่องถึงขั้นนี้จะให้อธิบายอะไรได้อีก ช่างเถอะ ช่างเถอะ เจ้าไปเตรียมตัว ก่อนพวกเราจะเดินทางไปเหลียนอู่ทุกอย่างที่นี่ต้องร้างผู้คน ปู้เฉินถอนหายใจก่อนจะประสานมือแล้วเดินจากไป จื่อหลงเดินตามหลังช้าๆ ในมือยังไม่ทิ้งไหสุราเช่นเดิม

"พวกเจ้าจงฟัง หุบเขานี้จะปิดตัวชั่วคราว ทางการให้ราชสำนักส่งกองปราบมาจัดการพวกเราแล้ว หลังจากแบ่งทรัพย์สินขอให้พวกเจ้าเข้าไปปะปนกับผู้คน โรงเตี้ยม กิจการร้านอาหาร และร้านขายยาก็ให้เข้าไปทำเป็นปรกติ การข่าวอย่าให้ขาด ข้าจะขยายสาขาไปยังหัวเมืองต่างๆ เพิ่มขึ้น เอาล่ะแยกย้ายได้ ขอให้พี่น้องข้าระวังตัวด้วย"

"ขอรับ!! "หลายเสียงประสานกันตอบรับแล้วเดินเข้าไปรับห่อผ้าขนาดพอมือจากปู้เฉินแล้วจากไปจนหมดสิ้น เพียงไม่นานที่นี่ก็เหลือเพียงแค่สองคนเท่านั้น

"ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหรือไม่"

"ขอรับ เราจะเดินทางไปเหลียนอู่เลยหรือไม่ขอรับ"

"ยังก่อน ข้าจะไปเยี่ยมพวกเขาก่อนแล้วค่อยไป"พวกเขาที่กล่าวถึงคือเนินเขากว้าง แผ่นดินนูนขึ้นเป็นคลื่นกระจายไปทั่ว ด้านหน้าเป็นทะเลกว้างใหญ่ติดกับหน้าผาชันด้านหลังคือภูเขาแข็งแกร่ง

"ท่านพ่อ ท่านแม่ น้องรอง เหล่าพี่น้องทั้งหลาย ข้าเหวินหลงคนอกตัญญู มาเยี่ยมเยือนพวกท่านแล้ว วันหนึ่งข้าจะนำแผ่นป้ายชื่อพวกท่านมาปักเอาไว้ข้าขอสัญญา ยามนี้พวกท่านหลับใหลเช่นนี้ไปก่อนเถิด"เขารินเหล้าในไหใบใหม่ลงบนพื้นหญ้าต่อหน้าหลุมศพบิดามารดาและน้องชายของเขา ดวงตาแดงก่ำด้วยความเศร้าโศก ยังโชคดีที่มีคนภักดีต่อตระกูลเขานำศพของทุกคนซ่อนเอาไว้หลังจากถูกปั่นศีรษะ มิเช่นนั้นแม้แต่หลุมศพก็คงมิอาจจะสร้างขึ้นได้

"ไปเถอะขอรับนี่สายมากแล้ว"ปู้เฉินตาแดงไม่ต่างกัน ได้แต่ตัดใจบอกให้เขาจากมา

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
133 Chapters
ตอนที่ 1
第一章"อย่าฆ่าพวกเราเลย พวกเจ้าได้ทรัพย์สินไปจนหมดแล้วปล่อยพวกเราไปเถอะ"เสียงแหบพร่าสั่นระรัวด้วยความหวาดกลัวและหวั่นเกรงระงมไปทั่ว ขุนนางเฒ่าต่างต้องมานั่งกองกระจุกรวมกันบนพื้นหญ้า มองกองโจรในชุดสีดำนับสิบทยอยกันแบกขนข้าวของเงินทองและผ้าไหมมีค่ามากมายขึ้นบนหลังม้าตัวใหญ่ คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากองโจรนั่งอยู่บนหลังม้าสีดำมันปลาบสะท้อนกับแสงจันทราที่ส่องประกายลงมาจนเห็นเป็นภาพที่ค่อนข้างชัดเจน ใบหน้าถูกปกปิดด้วยผ้าคาดสีดำเช่นกัน ทำให้แลเห็นได้เพียงดวงตาสีดำคมเข้ม ทว่าเพียงแค่เห็นเพียงดวงตาก็พอจะเดาได้ว่าคนผู้นี้ใบหน้าหล่อเหลาคมคายยิ่ง อีกทั้งน้ำเสียงยามเปล่งเสียงออกมาฟังดูห้าวหาญและมีพลังยิ่งนัก"จับพวกเขาเปลื้องผ้าออกให้หมด และนำชุดเหล่านั้นกลับไปด้วย"สิ้นคำ เหล่าผู้คนกรูเข้าไปจับชายทั้งหนุ่มแก่แก้ผ้าออกจนเหลือเพียงกางเกงชั้นในสีขาว ขุนนางบางคนกางเกงกลับเป็นดอกไม้สีสดใสเป็นที่ขบขันกับเหล่ากองโจรชุดดำ เสียงหัวเราะขบขันดังก้องไปทั่วทั้งป่า กระทั่งผู้เป็นหัวหน้ากองโจรยกมือห้ามเสียงหัวเราะจึงเงียบลงราวกับไม่มีผู้ใ
Read more
ตอนที่ 2
第 二 章เสียงผู้คนจอแจเดินสวนขวักไขว่ไปมาในกลางเมืองเหลียนอู่มองดูคึกคักยิ่ง เขาเองก็เปิดโรงเตี้ยมที่นี่คนของเขาต่างหอบขนสมบัติมีค่ามารอเอาไว้แล้วในห้องลับ น่าแปลกที่ขุนนางปกครองเหลียนอู่เพิกเฉยต่อชาวบ้านหัวเมืองรอบนอกที่บัดนี้ภัยเกิดแล้งจนไม่สามารถปลูกพืชผักได้แลดูอดอยากยิ่ง หากแต่ในเมืองผู้คนกลับคึกคักสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสไม่มีทุกข์ร้อนใดมาแผ้วพาน เขาถอนใจเล็กน้อยเมื่อนึกถึงความแตกต่างของผู้คน"นายท่านทุกอย่างเตรียมการไว้หมดแล้วขอรับ""ข้ารู้แล้ว วันนี้เราออกไปชมในตัวเมืองกันเถอะข้ารู้สึกแปลกประหลาด""เรื่องใดหรือขอรับ"ปู้เฉินถามด้วยน้ำเสียงสงสัยขึ้นมาทันที เพราะหากเจ้านายของเขาสงสัยอะไรนั่งแสดงว่ามันจะต้องมีกลิ่นไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ"เจ้าไม่สังเกตหรือว่าเหตุใดคนในเมืองต่างไม่มีทุกข์ร้อน ต่างกับคนตามหัวเมืองอดอยากปากแห้งแร้นแค้นขนาดนั้น""นั่นสิขอรับ ข้าเองก็ไม่ทันคิดให้ถ้วนถี่ ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้คนของเราออกไปสืบสักสองสามคนดีหรือไม่""ไม่ต้อง รอให้พวกเราเอาเงินทองไปแจกชาวบ้านแล้วค่อยสอบถาม""เช่นนั้นพวกเราควรระวัง
Read more
ตอนที่ 3
第 三 章จื่อหลงมองคนร่างบางค่อยๆ กระเสือกกระสนลงจากม้าด้วยความทุลักทุเล เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงได้เร้นกายหายตัวจากไปอย่างเงียบทางด้านหลังของโรงเตี้ยมทำเอาไว้เผื่อเวลาฉุกเฉิน ในเมืองนี้เขาคือเจ้าของกิจการโรงแรมและภัตคารชั้นยอดแถมร้านรับแลกตั๋วแลกเงินที่อยู่ติดกัน สถานที่นั้นยังโอ่อ่าจนเป็นที่เลื่องลือในการทำมาค้าขาย ฝั่งตรงกันข้ามคือหอดนตรี ที่รวมเอาเหล่าสาวงามมากความสามารถในด้านดนตรีมาไว้บรรเลงเพลงโดยไม่มีการซื้อขายทางโลกีย์เด็ดขาด นั่นเพราะทั้งสามแห่งเขาเอาไว้แลกเปลี่ยนจากเงินสกปรกให้กลายเป็นเงินที่ขาวสะอาดนั่นเอง ทุกอย่างจึงถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง"นายท่าน"ปู้เฉินรีบเข้ามาหาทันทีที่เขาปรากฏตัวขึ้น"จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหรือไม่""เรียบร้อยทั้งหมดแล้วขอรับ ห้องของเสนาฟ่านอยู่ด้านในสุดไม่ปะปนกับผู้ใดทั้งสิ้น""ดีแล้ว เจ้าไปเถอะ อ้ออย่าลืมสั่งอาหารเตรียมเอาไว้ให้เขาด้วย""ขอรับ"ปู้เฉินออกไปแล้ว เขายืนแอบอยู่ตรงมุมระเบียง ด้านในของผ้าม่านสีสวย มองดูเหล่าทหารและขุนพลฉั่วที่กำลังสอบถามฟ่านเสวียนด้วยความเป็น
Read more
ตอนที่4
ภาพความทรงจำยังติดตรึงไม่เคยลืมแม้ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานจนถึงสิบเจ็ดปี หลังจากที่เขาหนีกลับไปยังสำนักของอาจารย์ฉงผ่านไปได้เพียงหนึ่งปี เขาก็ออกสืบหาเจ้าของหยกพู่จนรู้ว่าเป็นบุตรของท่านเสนาลู่ ผู้ที่จัดการทุกอย่างภายในราชสำนักเขาพยายามจะเข้าพบแต่ไม่สามารถ เนื่องด้วยในจวนหลังใหญ่คุ้มกันแน่นหนา หลังจากนั้นเรื่อยมาเขาจึงได้ลอบตามดูลู่ฟ่านเสวียนเป็นประจำ ด้วยหวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะทำความรู้จักในนามของ เหวินจื่อหลง ดูทีแล้วเขาทั้งคู่คงยากจะสานสัมพันธ์ต่อกันอย่าว่าแต่เป็นสหายเลย แม้กระทั่งพูดคุยยังยากยิ่งนัก เหมือนชะตาฟ้าลิขิตให้เขาได้เจอคนผู้นี้โดยบังเอิญ มิมีผู้ล่วงรู้ว่าเขามีจิตปฏิพัทธ์ต่อใต้เท้าลู่ มีเพียงปู้เฉินที่คอยส่งข่าวเกี่ยวกับลู่ฟ่านเสวียนมิเคยขาดยามที่เขาเก็บตัวฝึกฝนเพื่อให้ตนเองแข็งแกร่งทั้งบู้และบุ๋น เขาเพ่งมองร่างบางที่นอนหงายด้วยท่าทางสบายแล้วอดใจไม่ไหว ประทับรอยสีกุหลาบเล็กๆ ตรงแอ่งลำคอเพื่อเป็นที่ระลึก"คิดถึงมากเจ้ารู้หรือไม่ ดวงใจของข้า"ต่อให้เวลาล่วงเลยไปนานแค่ไหน ความรักใคร่ผูกพันฝ่ายเดียวของเขาต่อฟ่านเสวียนมิได้ลดน้อยลงเลยสักนิด กลับยิ่งทวีมากขึ้นจนล้นอก ครั้งแรกที่คิ
Read more
ตอนที่5
"ลำบากพวกท่านจริงๆ ขอให้งานที่ไปทำสำเร็จโดยไวนะขอรับ ปู้เฉินๆ เจ้าไปบอกพ่อครัวให้เร่งหน่อยเถอะไปๆๆๆ "เขาโบกมือไล่คนสนิทให้ออกไปสั่งพ่อครัว จากนั้นก็ผายมือเชื้อเชิญให้ขุนพลฉั่วออกไป"เชิญใต้เท้า"ระหว่างทางเดินขุนพลฉั่วหาได้นิ่งเฉยไม่ สายตาล้วนแต่สำรวจทุกอย่างตามทางเดิน เมื่อคืนเขามาด้วยเร่งรีบและเกิดเรื่องจนมิทันสังเกต แต่พอเช้าแล้วก็มองเห็นภายในโรงเตี้ยมแห่งนี้ ล้วนตกแต่งด้วยรสนิยมดีเยี่ยมและของตกแต่งล้วนแต่มีราคาทั้งสิ้น"เถ้าแก่คงจะมีกิจการหลากหลายเป็นแน่ ดูทีของเหล่านี้ล้วนมีราคาทั้งสิ้น""กล่าวชมข้าเกินไปแล้วขอรับ บ้านข้านั้นมีกิจการหลายอย่างจริงๆ ทั้งโรงเตี้ยม ภัตคาร ผ้าไหม ข้าวสารร้านตั๋วแลกเงินและเครื่องเขียนน่ะขอรับ""อ้อ นับว่าเป็นคหบดีที่มั่งคั่งทีเดียว""ไม่มาก ไม่มาก พวกบ้านข้าล้วนแต่ทำงานหนักตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงรุ่นข้าจึงต้องรักษาทรัพย์สินเอาไว้เพื่อตกสู่ลูกหลานของตระกูล""ดูท่านยังหนุ่มยังแน่น เหตุใดจึงมิเห็นฮูหยินของท่านเลย""อ่าเรื่องนี้ นับว่าข้าด้อยวาสนาแล้วขอรับ ข้ายังมิเจอหญิงใดที่ถูกชะตา จึงทอดเวลาออกไปมิเร่งรีบ""น่าแปลกคิดแปลกดีจริงๆ ความคิดของเจ้านั้นช่างเหมือน
Read more
ตอนที่ 6
เขายืนส่งขุนพลฉั่วกับกองทหารร้อยนายออกไปปราบโจรชั่วจวิ้นจื่อหลงที่ปล้นสะดมพ่อค้าที่กำลังขนส่งสินค้าเข้าเมืองหลวง และเพื่อความปลอดภัยเขาจึงต้องรั้งรออยู่ที่นี่"ใต้เท้าลู่ขอรับ""เถ้าแก่เหวิน"ฟ่านเสวียนหันกลับมาตามเสียงเรียกก็พบเหวินจื่อหลงยืนยิ้มอยู่ด้านหลังแล้ว"มารับอาหารเช้าเถอะขอรับ ยังไงเสียท่านขุนพลฉั่วต้องปลอดภัยกลับมาพร้อมกับข่าวดีแน่ขอรับ""ข้าก็หวังเช่นนั้น ไปเถอะ"เขาเดินนำกลับไปยังโถงในร้านแต่ไม่ปรากฏอาหารที่ตั้งรอไว้ให้ เขาจึงหันกลับไปถามด้วยสายตา"อ้อ ข้าเตรียมเอาไว้ที่ห้องทำงานของข้าขอรับ ในนั้นยังมีหนังสือมากมายให้ท่านอ่านจนกระทั่งขุนพลฉั่วกลับมาขอรับ"เมื่อได้ยินว่ามีหนังสือให้อ่าน เขาจึงไม่รั้งรอรีบสาวเท้าก้าวไวขึ้น จื่อหลงอดยิ้มน้อยๆ ตามหลังมิได้"นำข้าไปเถอะ ข้าพึ่งรู้ว่าเจ้าสะสมหนังสือด้วย""ข้าเป็นนักอ่านและนักสะสมบทประพันธ์กับบทกวีของท่านผู้มีชื่อเสียงพอสมควรขอรับ ไม่มากจนเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่หนังสือบางอย่างข้าคิดว่าท่านใต้เท้าลู่ต้องไม่เคยเห็นเป็นแน่"จื่อหลงหลอกล่อคนที่เดินข้างๆ ครั้นเมื่อเห็นสายตาตื่นเต้นแล้วก็ให้นึกรักใคร่มากกว่าเดิมนัก ยามเปิดเข้าไปภายในห้องฟ่า
Read more
ตอนที่ 7
"คุณหนูรองขอรับ""เห้อ ข้าจะทำอย่างไรดีหนอปู้เฉินยังโชคดีที่ข้ากันฟ่านเสวียนไว้ได้ทัน มิเช่นนั้นหากบาดเจ็บขึ้นมาข้าคงไม่อาจอภัยให้นางได้แล้ว""นายท่านโปรดวางใจเถอะขอรับคุณหนูรองทราบดี คงไม่กล้าทำการอาจหาญหรอกขอรับ""ว่าได้หรือ ความริษยาของสตรีมันมักจะคาดไม่ถึงเสมอ เอาล่ะ อ่านมาเถอะเขาส่งข่าวว่าอะไร""คุณหนูรองกำลังจะมาที่นี่ขอรับ และจะใช้นามรองสุ่นหนี""ข้าไม่อนุญาต"สิ้นคำเสียงสายลมโบกโบยเบาๆ ผ่านยอดเหมยทำให้รู้ว่า คำกล่าวของเขาช้าไปเสียแล้ว"จวิ้นจื่อซยงท่านโหดร้ายกับข้าได้อย่างไรกัน มาเยือนถึงเรือนชานเหตุใดมิต้อนรับ"เขาถอนหายใจช้าๆ"กล่าวเกินไปแล้วศิษย์น้อง มีหรือที่ข้าจะไม่ต้อนรับ แต่เรื่องนี้เกี่ยวกับหลายส่วนข้ามิอาจให้เจ้าเข้ามาพัวพันได้""เฮ๊ะ! มิใช่ว่าคนที่ท่านคนึงหากำลังอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกับท่านหรอกหรือจึงกันมิให้คนอื่นเข้ามาใกล้"น้ำเสียงตัดพ้อเอ่ยขึ้นร่างงามที่ปรากฏตัวอยู่ในชุดสีแดงสดงดงามยิ่งนัก"เอ่ยอะไรเช่นนั้นล่ะน้องหญิง ข้าผู้เป็นอ้ายเหรินได้ยินแล้วอดน้อยใจมิได้"ชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวไล่เลี่ยกับอวี้หนี่เช่นกัน"ศิษย์น้องรอง"จื่อหลงยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าผู้มาให
Read more
ตอนที่8
"ปู้เฉิน""ขอรับใต้เท้าลู่"ปู้เฉินกำลังจะก้าวออกจากห้องหนังสือหลังจากมาดูแลความเรียบร้อยให้ฟ่านเสวียนโดยหาชายหนุ่มคนงานที่พอจะมีความรู้มาเป็นผู้ช่วย ฟ่านเสวียนนึกแปลกใจอยู่บ้างหากไม่ตะขิดตะขวงใจเท่าใดนักรีบเอ่ยทักปู้เฉินเอาไว้ก่อนเพื่อสอบถาม"เถ้าแก่เหวินมีความรู้ความสามารถมากขนาดนี้เหตุใดจึงไม่สอบจอหงวนเล่า""เรียนใต้เท้าเถ้าแก่ของข้าน้อยนั้นต้องรับช่วงกิจการจากเหล่าเถาขอรับ ดังนั้นจึงไม่สามารถรับราชการได้ เพียงแต่ว่าเถ้าแก่ของข้าน้อยชื่นชอบการอ่านยิ่งนัก และยังสะสมบทกวีและหนังสือมีค่ามากมายเอาไว้ด้วย หากใต้เท้าชื่นชอบก็อ่านได้ตามสบายเลยขอรับ""แล้วเถ้าแก่ของเจ้าจะกลับมาห้องหนังสือหรือไม่""กลับมาขอรับเถ้าแก่ยังต้องดูแลบัญชีของกิจการทุกวันขอรับ""อ้อ ไปเถอะข้าแค่อยากรู้""ขอรับ"ปู้เฉินค้อมตัวลงเล็กน้อย แล้วหันมาพยักหน้าให้กับเด็กหนุ่มผู้หนึ่งท่าทางสุภาพเฉลียวฉลาดให้เดินไปฝนหมึกช่วยฟ่านเสวียน"เด็กผู้นี้นาม เสี่ยวเป่า จะคอยดูแลใต้เท้าขอรับ""ขอบใจมากๆ เจ้าไปทำงานต่อเถอะ"ฟ่านเสวียนที่กำลังเดินดูตามชั้นหนังสือหันมาบอกปู้เฉินแล้วกลับไปสนใจหนังสือต่อ"ฟ่านเสวียนเป็นอย่างไรบ้าง""นายท่าน ค
Read more
ตอนที่ 9
"เรื่องของเจ้าสองคนผัวเมีย ไม่ควรให้คนอื่นต้องมารับรู้ นี่แหนะอวี้หนี่ ศิษย์พี่ขอเตือนเจ้า หากเจ้าทำเดือดดาลโมโหคนของเจ้าก็อย่าคิดจะทำร้ายคนอื่นโดยเฉพาะฟ่านเสวียน เขาเป็นคนของข้าหากเจ้าทำร้ายเขาก็เหมือนทำร้ายข้า เอาเถอะเรื่องทางนี้ไม่มีสิ่งใดให้เจ้าต้องจัดการแล้วพวกเจ้ากลับไปเถอะอย่าอยู่ที่นี่อีกเลย"ความอดทนของเขาถึงจุดสิ้นสุด เขาก้มลงมองใบหน้าเนียนที่หลับอยู่ในอ้อมแขนแล้วเดินกลับเข้าห้องพักทันที"จวิ้นจื่อซยง! จวิ้นจื่อซยงนี่ท่านเห็นคนอื่นดีกว่าข้างั้นหรือ ศิษย์พี่ใหญ่! "อวี้หนี่หลั่งน้ำตาด้วยความแค้นเคืองยิ่งเห็นท่าทีใส่ใจของจื่อหลงต่อฟ่านเสวียนแล้วยิ่งเจ็บช้ำในอก"หึหึ เจ้าไม่มีค่าในสายตาของเขาหรอกอวี้หนี่ อีกอย่างนับจากนี้ไปข้าในฐานะสามีของเจ้าจะไม่ยอมอ่อนข้อให้อีกแล้ว"สิ้นคำเซิงหว่านก็ใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าที่ต้นคอของอวี้หนี่ เมื่อเห็นนางล้มลงจึงอุ้มกลับเข้าที่พักเช่นกัน เรื่องราวหลังจากนั้นเป็นเรื่องที่สามีควรกระทำต่อภรรยาเพื่อสืบทายาทคนเช่นเจ้ากับข้ามิอาจสอดรู้ถึงเรื่องภายในม่านกั้นนั้น"ไปเอาผ้าชุบน้ำมา"จื่อหลงถอนเข็มออกจากแขนของฟ่านเสวียนออก เขารู้ดีว่าเข็มนี้ไม่มีพิษอวี้หนี่เพี
Read more
ตอนที่ 10
"ท่านแม่ทัพเหล่ากองโจรพวกนี้ล้วนมากฝีมือ พวกเราเกรงว่าจะยันเอาไว้ได้เพียงสองชั่วยามเท่านั้น" ทหารผู้น้อยนายหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในกระโจมที่กางเอาไว้นอกเมืองเพื่อเป็นศูนย์กลางการประสานงาน ขุนพลฉั่วได้แต่นิ่วหน้าเพราะมิรู้ว่าเหตุใดโจรพวกนี้ราวกับมีผีพรายคอยกระซิบบอก ไม่ว่าเขาจะวางแผนเอาไว้เช่นไรก็รู้ทันไปเสียหมด หรือเกลือจะเป็นหนอน"ตอนนี้คนของเราบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด"ขุนพลฉั่วถามเสียงเข้ม"คนขอเราบาดเจ็บไปถึงสามร้อยนาย แต่น่าแปลกพวกเขาเพียงบาดเจ็บภายนอกไม่สาหัสถึงตายทั้งสิ้นขอรับ""เจ้าโจรเหลวไหลพวกนี้ ไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดิน ไป เจ้ารวบรวมกำลังพลให้ถึงห้าร้อยนายแล้วจู่โจมไปยังถ้ำที่พวกมันอยู่อาศัย จำเอาไว้คนตายเห็นศพ คนเป็นเห็นตัว ยามนี้ข้าต้องการจวิ้นจื่อหลงเท่านั้นยิ่งยังมีลมหายใจยิ่งดี ข้าจะได้นำเอาทรัพย์สมบัติที่มันปล้นสะดมจากคลังหลวงกลับคืนถึงมือฝ่าบาท""ขอรับ"พลทหารวิ่งออกไปตามคำสั่ง เสียงต่อสู้ดังมาถึงภายในกระโจมเป็นระยะๆ ทิ้งให้ขุนพลฉั่วคิดหนัก เช่นนี้แล้วเวลาเพียงวันเดียวคงไม่พอแก่การบุกรังโจรเป็นแน่ นับว่ายังโชคดีที่ท่านเสนาฟ่านเสวียนยังพักแรมอยู่ที่โรงเตี้ยมแห่งนั้น ถือ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status