Share

บทที่ 3

last update Date de publication: 2025-12-30 12:41:10

ด้านหนึ่งเขาคือ อิ่นเมิ่ง บัณฑิตอ่อนแอที่มีอาชีพเป็นพ่อค้าธรรมดาหาเช้ากินค่ำที่ชาวบ้านละแวกนั้นรู้จักเขา แต่อีกด้านหนึ่งเขาคือ เสวียนหมิง จอมมารจ้าววังเมฆาอัคคีที่ใครๆ ต่างก็หวาดกลัว

วังเมฆาอัคคีตั้งอยู่บนหุบเขาอัคคี หุบเขาสูงชันที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของเมืองอันหนิง เมืองหลวงแคว้นจ้าว

เส้นทางขึ้นไปยังหุบเขาอัคคีเต็มไปด้วยหน้าผาสูงชัน ตัวเรือนพักต่างๆ และห้องโถงของวังเมฆาอัคคี ถูกสร้างขึ้นภายในถ้ำที่เจาะลึกเข้าไปในภูเขาหิน โดยการใช้กำลังภายในขั้นสูงเจาะหินเข้าไปเป็นโพรง

หอสูงต่างๆ ถูกสร้างขึ้นเหลื่อมล้ำกันไป คล้ายขั้นบันไดสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงยอดเขาที่มีแนวราบ ที่นั่นคือสุสานจ้าววังคนก่อนๆ ที่ได้รับการฝังอย่างมีเกียรติ

หากมองจากด้านล่างของหุบเขา จะสามารถมองเห็นวังเมฆาอัคคีได้อย่างชัดเจน ทว่าหากมีผู้ที่คิดจะบุกรุกเข้าไป หรือมีผู้ที่คิดจะปีนขึ้นไปคงจะต้องคิดนานหน่อย เพราะทางเข้าและรอบๆ หุบเขาเต็มไปด้วยค่ายกลกับดักซึ่งยังไม่เคยมีคนนอกฝ่าเข้าไปได้

“ท่านจ้าววัง การเดินทางครั้งนี้ท่านไม่จำเป็นต้องไปด้วยตัวเองก็ได้” จั่วจินเหิง ผู้คุมกฎซ้ายของวังเมฆาอัคคีเอ่ยเสียงเครียด

“ไม่เป็นไร ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าผู้ที่กล้าหาญถึงกับกล้าท้าทายข้ามันคือผู้ใด” เสวียนหมิงเอ่ยเนิบนาบ

ใบหน้างดงามของเขาครึ่งหนึ่ง อยู่ภายใต้หน้ากากเหล็กสีดำวับวาว ดวงตาของเขาแฝงเอาไว้ด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสะพรึงกลัว

หลายวันมานี้จั่วจินเหิงตามสืบร่องรอย ของผู้ที่เข้ามาขโมยองุ่นอัคคี กระทั่งรู้ว่าจะมีการเปิดประมูลขึ้นที่โรงเตี๊ยมมั่งมี เมืองเลี่ยอู่ทางใต้ของเมืองหลวง

“เรื่องครั้งนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับพรรควายุ เพราะโรงเตี๊ยมมั่งมีเป็นกิจการของพรรควายุ ดังนั้นหากท่านจ้าววังไปด้วยตัวเอง อาจจะ....”

“เจ้ายังคงห่วงว่าจะผิดใจกับพรรควายุอยู่หรือ ลองว่าคนของพรรควายุรู้ทั้งรู้ว่าองุ่นอัคคีเป็นของวังเมฆาอัคคี แล้วพวกเขายังตั้งใจให้หัวขโมยผู้นั้นยืมสถานที่จัดประมูลขึ้น เจ้าคิดหรือว่าพวกเขาจะยังมีความคิด ที่จะรักษาสัมพันธไมตรี”  รอยยิ้มของเสวียนหมิงขัดแย้งกันกับดวงตาที่แฝงเอาไว้ด้วยแววสังหารเป็นอย่างยิ่ง “ทางนี้ก็ฝากเจ้าด้วยก็แล้วกัน ข้าจะไปกับหานเยวี่ย นางเพิ่งจะได้รับตำแหน่งผู้คุมกฎได้ไม่นาน จำเป็นจะต้องพานางไปเรียนรู้บ้าง”

“ขอรับ” จั่วจินเหิงรับคำ แม้จะกังวลว่าถังหานเยวี่ยอาจเป็นภาระให้เสวียนหมิง เพราะฝีมือของนางยังคงต้องเรียนรู้อีกมาก แต่ในเมื่อเสวียนหมิงตัดสินใจเช่นนั้นแล้วเขาจะทำอย่างไรได้

“ท่านจ้าววัง” ถังหานเยวี่ยเรียกเขาจากด้านหลัง ทั้งสองกำลังอยู่ระหว่างการเดินทางไปยังเมืองเลี่ยอู่ ที่จะต้องใช้เวลาเดินทางถึงสี่วันเต็มๆ แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องเร่งร้อนใจ แต่เสวียนหมิงกลับยังมีท่าทีสบายอกสบายใจยิ่ง นั่นทำให้ถังหานเยวี่ยอดสงสัยขึ้นมาไม่ได้

“เรื่องสำคัญเช่นนี้ ท่านกลับเลือกที่จะพาข้ามาด้วย มิใช่ผู้คุมกฎซ้าย ข้าเกรงว่าความสามารถของข้าอาจยังไม่ถึงขั้น”

“เจ้าอยู่ในวังเมฆาอัคคีมานาน ติดตามอวิ๋นหยามาตั้งแต่นางได้รับตำแหน่งผู้คุมกฎขวา งานทุกอย่างที่นางเคยทำเจ้าล้วนเข้าใจ” เสวียนหมิงเอ่ยชื่อของอดีตผู้คุมกฎของเขาที่ทำผิดกฎ และถูกลงโทษอย่างเคร่งครัด

คนในวังเมฆาอัคคีลือกันว่าอวิ๋นหยาเป็นคนสนิทของเสวียนหมิง นางเก่งที่สุด และเสวียนหมิงก็ไว้ใจนางที่สุด ทว่านางก็ยังถูกเขาตัดสินโทษอย่างไม่ละเว้น นั่นยิ่งทำให้ทุกคนเกรงกลัวมิกล้าล้ำเส้นแม้แต่น้อย

“แต่วรยุทธ์ของข้านั้นยังต่ำต้อยนัก”

“วรยุทธ์มิใช่ทุกสิ่ง ข้าเลือกเจ้าเพราะเจ้ามีบางสิ่งที่เหนือกว่าผู้อื่น ดังนั้นเจ้าจะต้องหาให้เจอ สิ่งที่เจ้ามีและเหนือกว่าผู้อื่น”

เสวียนหมิงยังคงมีใบหน้าเย็นชา เขาควบม้าขึ้นหน้าแล้วทะยานออกไป ถังหานเยวี่ยจึงได้แต่เร่งตามเขาไป นางยังคงอดที่จะกังขาไม่ได้ว่า อะไรกันที่นางมีเหนือกว่าผู้อื่น

จิรวรรณกะพริบตาปริบๆ พร้อมกับกลอกตาไปมา ภาพที่มองเห็นรอบกายเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง ทำให้ต้องขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกับหันไปมองทุกอย่างอย่างแตกตื่น

ภาพของต้นไม้สูงใหญ่ตรงหน้า มองยังไงก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะอยู่ในพิพิธภัณฑ์เลยแม้แต่น้อย พอหันหลังกลับมาอีกฝั่งก็พบกับถนนเส้นเล็กๆทอดยาวไปตามแนวป่า กระทั่งก้มลงมองกำไลหักในมือด้วยความหวาดหวั่น เสียงบางอย่างกำลังวิ่งตรงเข้ามาก็เรียกความสนใจให้หันไปมอง

ม้าสองตัวกำลังวิ่งตรงมาบนหลังม้าตัวที่วิ่งนำอยู่คือบุรุษผู้หนึ่ง เขาสวมชุดสีขาวสะอาดสะอ้าน ทว่าบนใบหน้าของเขากลับมีหน้ากากบดบังไปกว่าครึ่ง ดูเหมือนเขากำลังเองก็กำลังจ้องมองยังหญิงสาวที่ยืนอยู่ริมถนนเช่นกัน

เสวียนหมิงควบม้ามาด้วยความเร็วเต็มเหยียด เขาเพ่งมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ริมถนนกลางป่าอย่างระแวดระวัง ชุดแปลกตาสีเขียวดูไม่คล้ายชุดของหญิงสาวแคว้นจ้าว ปลีน่องและเรียวขาเรียบเนียนทั้งสอง โผล่ออกมาจากชุดประหลาดตา ทำให้เขาเพียงนึกถึงหญิงนางโลมที่พยายามยั่วยวนหลอกล่อบุรุษ

หญิงสาวเองก็คล้ายจ้องเขม็งมายังเขาเช่นกัน

เสวียนหมิงรั้งสายบังเหียนเพื่อลดความเร็วของม้าลง ใบหน้าของหญิงสาวผู้นั้นชัดเจนขึ้น นางเงยหน้ามามองสบตากับเขา

ใบหน้านวลเนียนงดงามฉายแววฉงน ทั้งยังมีแววสับสนอยู่ในที นางละสายตาจากเขา แล้วมองไปยังม้าสีน้ำตาลตัวโต ก่อนจะยื่นมือออกมาและแตะลงไปบนแผงคอม้าอย่างลังเล

“ว้าว ม้าของคุณสวยจัง” นางเอ่ยออกมาเบาๆ ทั้งยังเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มงดงามให้เขา

“ท่านจ้าววัง” เสียงของถังหานเยวี่ยดังขึ้นด้านหลังเขา ทำให้ทั้งคู่หันกลับไปมอง ทว่าพอเสวียนหมิงหันกลับมาอีกครั้งหญิงสาวตรงหน้าก็หายไปแล้ว

“มีอะไรหรือเจ้าคะ” ถังหานเยวี่ยเห็นอยู่ๆ เสวียนหมิงก็หยุดม้า นางได้แต่หยุดม้าลงเช่นกัน

“หายไปไหนแล้ว” เสวียนหมิงขมวดคิ้วมองไปรอบๆ

“อะไรหรือเจ้าคะ”

“หญิงสาวคนเมื่อครู่”

“หญิงสาวหรือเจ้าคะ หญิงสาวที่ไหนกัน” ถังหานเยวี่ยเองก็มองไปรอบๆ เช่นกัน ทว่าตั้งแต่ต้นนางก็มองไม่เห็นผู้ใดสักคนในรัศมีสายตา นางยังสงสัยด้วยซ้ำว่าเสวียนหมิงหยุดม้าด้วยสาเหตุใด

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 148 จบ

    เขาไม่ได้บอกจิรวรรณว่าทั้งสองใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารกันและสุนิสาก็พูดคล่องปร๋อ งานนี้ทั้งพี่สาวของเขากับน้องสาวของจิรวรรณชนะใสๆ เลยทีเดียว“วรรณครับผมมารับ กลับไปกับผมนะ ผมจะมาตกลงขอหมั้นคุณกับคุณน้า ผมไม่ได้เร่งรัดนะครับ แต่ผมคิดว่าผมไม่ได้ชอบคุณอย่างเดียวซะแล้ว ผมคิดว่าผมรักคุณ และผมเองก็คิดว่าคุณน่าจะชอบผมบ้าง…หรือเปล่า”“มะ หมั้นหรือคะ” หญิงสาวมองเขาคล้ายไม่อยากจะเชื่อ“คือ ผมข้ามขั้นตอนไปหรือเปล่า ผมหมายถึง เอ่อ...” เพราะรู้ว่าตนเองทำอะไรรวบรัด จางหย่วนหมิงจึงพูดไม่ถูก“หมิง” จิรวรรณเรียกชื่อเขาเบาๆ “คุณกำลังตื่นเต้นอยู่หรือคะ” จิรวรรณมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อของเขาแล้วยิ้มออกมา แม้จะเขินอาย ทว่าเมื่อมองเห็นความลนลานของเขา หญิงสาวกลับคิดว่าเขาน่ารักจริงๆ“ผม...” เขามองใบหน้ายิ้มแย้มของจิรวรรณแล้วนิ่งไปเล็กน้อย รอยยิ้มอ่อนโยนเผยออกมา หลังจากที่เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “วรรณ ผมรักคุณ แต่งงานกับผมนะครับ” ครั้งนี้เขาเอ่ยออกมาชัดถ้อยชัดคำ“ค่ะ” หลังจากมองหน้าเขาแล้วเงียบไปครู่ใหญ่ จิรวรรณก็ยิ้มสดใสให้เขาจางหย่วนหมิงรีบก้มลงไปค้นกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะล้วงแหวนเพชร

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 147

    “ผมไม่มีความลับ”บรรยากาศการฟาดฟันกันด้วยถ้อยคำระหว่างเขากับพี่สาว ทำให้จิรวรรณเห็นอีกด้านของเขา เพราะแม้ว่าทั้งสองดูจะประชดกันไปมาด้วยคำพูด ทว่ามันก็แสดงออกมาชัดเจนว่าทั้งสองคนรักและสนิทสนมกันมากแค่ไหนตลอดมื้ออาหารจิรวรรณรู้สึกเพลิดเพลินมาก เพราะจางเยวี่ยหลิงเอาแต่ชวนพูดโน่นคุยนี่อยู่ตลอดเวลา ผิดกับจางหย่วนหมิงที่ดูอารมณ์ไม่ดีกระทั่งจบมื้ออาหารลง“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่พี่สาวของผมเสียมารยาท ถึงจะดูเขาเป็นคนพูดมากและไม่ค่อยสนใจในมารยาทเท่าไร แต่เขาก็ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายนะครับ” จางหย่วนหมิงเอ่ยขึ้น ในตอนที่ทั้งสองกำลังเดินมายังที่จอดรถที่อยู่ด้านหน้าโรงแรม“ฉันรู้ค่ะ ที่จริงคุณไม่ต้องขอโทษก็ได้ ฉันสนุกมากเลยที่ได้พบพี่เยวี่ยหลิงวันนี้” จิรวรรณตอบด้วยรอยยิ้ม ทั้งยังก้าวเข้าไปนั่งบนรถเมื่อเขาเปิดประตูให้ ทั้งสองเข้าไปนั่งในรถทว่าจางหย่วนหมิงกลับนึกขึ้นมาได้ว่าหญิงสาวมีเรื่องอยากจะถามเขา“วรรณมีเรื่องจะถามผมไม่ใช่เหรอครับ”“เอ๋ อ้อ ตอนนี้ไม่ต้องแล้วละค่ะ ไม่สงสัยแล้ว”หญิงสาวยิ้มสดใสเมื่อคิดถึงเรื่องที่เธอเข้าใจผิดจางเยวี่ยหลิง รอยยิ้มนั้นทำให้จางหย่วนหมิงนิ่งไป เขายื่นมือออกมาแตะแก้มของห

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 146

    “คุณแม่ให้ป้าจิ้งไปตามวรรณหรือคะ”“จ้ะ แม่มีเรื่องจะถามหน่อย”“เรื่องอะไรหรือคะ” “เรื่องลูกกับหมอจาง” “เอ๋” “ลูกชอบเขาหรือเปล่า” “เอ่อ” “เขาโทรมาหาแม่วันนี้ ทั้งยังขออนุญาตพาลูกออกไปกินข้าวนอกบ้าน ลูกจะว่ายังไง” “เขาว่าอย่างนั้นหรือคะ” จิรวรรณขมวดคิ้ว เพราะเมื่อเช้าเขาเองก็โทรหาตน แต่ไม่เห็นจะบอกเลยว่าจะพาไปข้างนอก“เขาบอกแม่ว่าเขาชอบลูกทั้งยังจริงใจกับลูก ดังนั้นจึงขออนุญาตไปมาหาสู่ ทั้งยังอยากจะพาลูกออกไปข้างนอกบ้าง ลูกเองก็โตจนป่านนี้แล้วเขายังจะขออนุญาตแม่อีก แม่ก็ว่าเขาเป็นคนดี เห็นเขาโทรหาลูกแม่บ่อยๆ แม่ก็รู้ว่าเขาชอบพอในตัวลูก แต่ยังไงแม่ก็อยากจะให้ลูกตัดสินใจเอง”“ค่ะ” ใบหน้ายุ่งยากของจิรวรรณทำให้อัญชลียิ้มออกมา “มีอะไรก็ถามเขาไปตรงๆ สิลูก” “เอ๋” จิรวรรณสะดุ้งคล้ายเด็กถูกจับได้ว่าทำความผิด “ลูกสงสัยไม่ใช่เหรอว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร เย็นนี้ออกไปพบเขาก็ถามเขาเสียสิจะได้รู้ความจริง” อัญชลียิ้มอย่างอ่อนโยน นางหรือจะไม่รู้ว่าจิรวรรณยังติดใจภาพที่เห็

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 145

    “ขอโทษค่ะ” จิรวรรณหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ก่อนที่จะดันตัวเองออกไปจากเขา หญิงสาวพบว่าเขาใช้เพียงแขนข้างเดียวก็โอบรัดร่างของตนเอาไว้ได้แล้ว“นี่ครับ” เขายื่นช่อดอกทิวลิบให้หญิงสาว“ขอบคุณค่ะ”ในขณะที่คนทั้งสองกำลังยืนสนทนากันอยู่นั้น ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาสองคู่กำลังแอบสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ อัญชลีกับหยูจิ้งที่ยืนแอบอยู่มุมห้องก็ส่ายหน้าช้าๆ อย่างขัดใจ“โธ่ลูกสาวฉัน เขามาหาถึงบ้าน แทนที่จะไว้ตัวกลับพุ่งเข้าหาเขาซะนี่” อัญชลีกระซิบเสียงเบา“คุณหมอจางดูท่าจะชอบคุณหนูมากนะเจ้าคะ” หยูจิ้งกระซิบเสียงเบาเพราะเกรงว่าจางหย่วนหมิงและจิรวรรณจะได้ยิน“ยังไม่รู้หรอกต้องดูกันไปก่อน แต่การที่เขารับปากทันทีที่เอ่ยชวนนี่ก็มีความเป็นไปได้อยู่” อัญชลีเอ่ยสองวันก่อนนางได้พบจางหย่วนหมิงโดยบังเอิญในตอนที่กำลังเดินซื้อของกับหยูจิ้ง นางขอโทษขอโพยเขาที่บุตรสาวเสียมารยาทในวันที่ออกมาจากโรงพยาบาลในตอนที่จะแยกจากกัน เขาคล้ายจะเอ่ยถามอะไร แต่ก็ยับยั้งเอาไว้ อัญชลีจึงคิดที่จะเปิดโอกาสให้เขาเสียหน่อย จึงลองชวนเขามาทานอาหารที่คฤหาสน์ตระกูลไป๋ไม่คาดว่าเขาจะรับปากทันที คล้ายกับกลัวว่านางจะเปลี่ยนใจ จนกระทั่งวันนี

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 144

    “อ้อ เหรอคะ” อัญชลีครุ่นคิดว่า ‘เขาว่างขนาดนั้นเลยหรือ’ ก่อนมองใบหน้าแดงก่ำของบุตรสาว แล้วหันกลับมามองใบหน้ายิ้มแย้มของหมอหนุ่มนี่ตนพลาดอะไรไปหรือเปล่า ทำไมบรรยากาศภายในห้องของบุตรสาวจึงแปลกพิกล“ถ้าคุณน้ากลับมาแล้วผมต้องขอตัวก่อนนะครับ” จางหย่วนหมิงเอ่ยอย่างสุภาพแล้วก้าวเดินออกไปจากห้องนับจากวันนั้นจิรวรรณก็พบว่าเขาบังเอิญเดินผ่านเข้ามาทักทายด้วยบ่อยๆ เขาเข้ากับอัญชลีได้เป็นอย่างดี ท่าทางใจดีของเขา ทำให้พยาบาลหลายคนตกหลุมรักเขาได้อย่างง่ายดายและนั่นยิ่งทำให้จิรวรรณระมัดระวัง ไม่ให้ตัวเองพาตัวพาใจไปใกล้เขาเกินความจำเป็น เพราะไม่อยากจะเข้าใจผิดว่าความใจดีที่เขามีให้ตนนั้น แตกต่างจากคนอื่นๆ“กำไลหยกนั่นสวยดีนะครับ”“ค่ะ ฉันได้มาโดยบังเอิญที่พิพิธภัณฑ์ แต่พอสวมแล้วถอดไม่ออกเลยได้แต่ปล่อยเอาไว้อย่างนี้” หญิงสาวเล่าเฉพาะสิ่งที่เล่าได้“ตระกูลของผมก็มีกำไลแบบนี้นะครับ แต่หายไปนานมากแล้ว”“เอ๋ อย่างนั้นกำไลนี้อาจจะเป็นของคุณหรือเปล่าคะ” จิรวรรณยกมือทั้งสองข้างขึ้นและยื่นไปหาเขา กำไลหยกสีเขียวแวววาวที่อยู่บนข้อมือของหญิงสาวส่องประกายวาววับ“มันจะเป็นของผมไปได้อย่างไรครับ ในเมื่อมันอยู่ที่ข

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 143

    ในขณะเดียวกันนั้นจางหย่วนหมิง แพทย์หนุ่มผู้หล่อเหลาที่เพิ่งจะเดินออกมาจากห้องของคนไข้ก็สูดหายใจเข้าลึก เขาหันหลังพิงกำแพงด้วยใบหน้าแตกตื่น เหงื่อเย็นๆ ผุดออกมาบนหน้าผาก หัวใจที่เต้นรัวแรงทำให้เขาต้องหยุดก้าวเดินไปชั่วครู่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเป็นแบบนี้ ครั้งแรกมันเกิดขึ้นตอนที่เขาพบหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ แต่ครั้งนี้คล้ายรุนแรงกว่า เพราะใบหน้าของหญิงสาวที่จ้องเขม็งมา ทำให้เขาแทบจะระงับอาการตื่นเต้นไม่อยู่เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ไม่ว่าจะกับหญิงสาวคนไหน แต่กับเธอคนนี้เขาถึงกับทำตัวไม่ถูก ไม่กล้าสบตา เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมายังเขาเป็นอย่างที่คิดเขาแทบจะยื่นมือออกไป อยากลูบไล้สัมผัสแก้มเนียนใสนั้นอย่างอดใจไม่อยู่ทันทีที่สบตาของเธอก่อนหน้านี้เขาเป็นแพทย์ประจำอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่อเมริกา แต่เมื่อทราบข่าวจากคนของตระกูลจางว่าหากำไลหยกประจำตระกูลที่สูญหายไปพบแล้ว เขาก็รีบบินมาที่จีนทันทีก่อนตายบิดาของเขาสั่งเสียเอาไว้ว่าต้องหากำไลหยกของย่าทวดที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยให้พบ แต่เขาไม่เคยเห็นกำไลนั้นมาก่อน แม้ว่าจะมีภาพถ่ายของย่าทวดที่สวมกำไลนั้นแต่ก็เป็นเรื่องยากอย

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 115

    ‘คิดว่านางน่าจะถูกวางยาพิษบางอย่าง ข้ายังไม่แน่ใจว่าเป็นพิษชนิดใด ตั้งแต่ถังจิวพาเข้ามายังไม่รู้สึกตัวเลย’ จ้าวเหยียนเจี๋ยเอ่ยเสียงเครียด‘พิษหรือ ท่านมั่นใจหรือว่าเป็นพิษ มิใช่ยาสลบหรอกหรือ’ เสวียนหมิงมีท่าทีชะงักจนผิดสังเกต แต่กระนั้นก็ยังเดินตามจ้าวเหยียนเจี๋ยไปโดยดี‘ไม่ใช่ยาสลบแน่นอน ชีพจรของน

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 114

    “แต่ท่านบอกข้าว่าท่านสามารถวางยาเขา แล้วมอบเขาให้ข้า” หลี่ถงเยว่กราดเกรี้ยว ระหว่างที่หลี่ถงเยว่กำลังกราดเกรี้ยวใส่เฉินหวังนั้น ไป๋เล่อหรานกลับกวาดสายตาไปทั่วห้องโถง เพราะเขากำลังคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติ“ท่านอาจารย์ วังเมฆาอัคคีปกติแล้วหากผู้คุมกฎซ้ายไม่อยู่ ผู้คุมกฎขวาก็ต้องรักษาการ แต่ข้ามองไม่เห

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 113

    ท่ามกลางความมืดที่กำลังปกคลุมไปทั่วหุบเขาอัคคี เงาร่างในชุดสีดำมิดชิดกว่าร้อยคนที่กำลังมุ่งหน้าขึ้นเขาไปอย่างเงียบเชียบ พวกเขารอเพียงคำสั่งของหัวหน้าการโจมตีครั้งนี้อย่างจดจ่อหลีคุนยืนนิ่งอยู่ด้านหน้าสุด เขาก็คือผู้คุมกฎอีกคนของพรรคนาวา หลังจากที่ได้รับข่าวลับจากไป๋เล่อหราน เขาก็พาคนเร่งเดินทางมาย

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 112

    “คืนคนมาแล้วข้าจะจากไป” เสวียนหมิงเอ่ย“จอมมารโฉด เจ้าปลงพระชนม์องค์ชายห้ามีโทษประหารเก้าชั่วโคตร” หนึ่งในราชองครักษ์เอ่ยออกมา“ปลงพระชนม์หรือ อ้อ เช่นนั้นข้าก็ไม่ต้องเสียเวลาแล้วสิ เช่นนั้นข้าขอเตือนจงรีบคืนคนมาให้ข้า อย่าให้ข้าต้องถล่มที่นี่จนราบไม่เหลือสักชีวิต”“ไม่ต้องพูดมาก พวกเราจับตัวเขาเอา

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status