Share

บทที่ 4

last update Last Updated: 2025-12-30 12:41:29

“เจ้าไม่เห็นนางหรือ หญิงสาวในชุดประหลาดตาสีเขียวเมื่อครู่ นางยืนอยู่ตรงนี้ ข้างๆ ข้า” เสวียนหมิงขมวดคิ้ว เขาเห็นภาพลวงตาหรอกหรือ

ถังหานเยวี่ยมองไปรอบๆ อีกครั้ง ทว่าไม่ว่าจะมองหาเท่าไร ก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอยู่อื่น นอกจากสัตว์น้อยใหญ่ที่กำลังส่งเสียงอยู่ในป่า

เสวียนหมิงได้แต่ขมวดคิ้วจากนั้นก็ควบม้าออกไป ในใจของเขายังคงสงสัยตัวตนของหญิงสาวผู้นั้น

…หรือว่านางจะเป็นเพียงวิญญาณ

ขณะเดียวกันนั้นจิรวรรณก็ต้องรั้งมือกลับเมื่อพบว่า แผงคอม้าที่ตนลูบเมื่อครู่กลับกลายเป็นผนังพิพิธภัณฑ์แทน “นี่มันอะไรเนี่ย” หญิงสาวบ่นกับตัวเองเบาๆ ทั้งยังก้มลงมองกล่องกำไลและกำไลที่ยังคงอยู่ในมือ

“คุณหนูครับ”

เสียงของทนายประจำตระกูลทำให้ได้สติกลับมา หญิงสาวยื่นกำไลทั้งสองให้กับเขา ทั้งยังถามหาเจ้าของ ทว่าไม่ว่าจะตามหาเช่นไรก็ไม่มีผู้ใดอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ทนายประจำตระกูลจึงได้แต่เก็บเอาไว้ในตู้ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บสิ่งของที่ลูกค้าทำหาย หรือลืมเอาไว้

จิรวรรณกลับมาถึงบ้านด้วยความอ่อนเพลีย เรื่องที่เกิดกับตนที่พิพิธภัณฑ์นั้น แน่นอนว่าหญิงสาวไม่กล้าที่จะบอกใคร ตอนที่กำลังจะเตรียมตัวเข้านอนนั้นเอง กำไลทั้งสองกลับวางอยู่บนเตียงนอน!!!

หญิงสาวขนลุกซู่ก่อนที่จะมองซ้ายขวา ในใจกำลังคิดว่ากำไลนี้มีอาถรรพ์อะไรหรือเปล่า เพราะเห็นกับตาตอนที่เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์เข้าไปในตู้ ซึ่งเป็นที่เก็บสิ่งของที่ลูกค้าทำหาย

เมื่อมองแล้วแน่ใจว่าในห้องไม่มีใครแน่ๆ จิรวรรณจึงค่อยๆ เดินเข้าไป เพื่อดูให้แน่ใจว่าใช่กำไลอันเดียวกันกับอันที่ตนเห็นก่อนหน้านี้ และก็ต้องใจหายวาบเพราะบทกลอนที่แกะสลักมันคือบทกลอนอันเดียวกัน 

กำไลสองวง วงหนึ่งสมบูรณ์ วงหนึ่งแตกหัก คืออันเดียวกับอันที่ตนเห็นในพิพิธภัณฑ์ไม่ผิดแน่ “อะไรกันเนี่ย”

หญิงสาวยื่นมือออกไปดึงชายผ้านวมขึ้นมาปิดกำไลสองวงนั้นเอาไว้ด้วยความหวาดกลัว เกิดมายังไม่เคยเจอเรื่องอะไรที่ลี้ลับ หาคำอธิบายไม่ได้แบบนี้มาก่อนเลย

สายตาหวาดหวั่นมองผ้านวมที่ตนเพิ่งจะดึงขึ้นมาปิดนั้นหวาดๆ “เพี้ยงจงหายไป” เอ่ยก่อนจะค่อยๆ แง้มมันขึ้น กำไลสองวงนั้นยังวางอยู่ที่เดิม “อย่ามาหลอกหลอนลูกช้างเลยนะ ลูกช้างจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้”

จิรวรรณมองหาอะไรบางอย่างเพื่อจะใส่กำไลนั้นเอาไว้ ทว่าเมื่อใช้ปากกาสอดเข้ากับกำไลวงที่สมบูรณ์ขึ้น ตัวหนังสือบทกลอนบนกำไลกลับคล้ายส่องแสงออกมา “เอ๋ ลอร์ดอ็อฟเดอะริงหรือไง”

ด้วยความสงสัยหญิงสาวจึงก้มลงมองอีกครั้ง เพราะคิดว่าตัวเองตาฝาด ในตอนที่มือเล็กจับกำไลวงนั้นขึ้นมานั่นเอง แสงสีเขียวก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง

ร่างในชุดนอนเสื้อฮูดดี้ลายฟองน้ำชื่อดังสีเหลืองยืนงงอยู่สักครู่ เมื่อพบว่าภาพของห้องนอนกว้างขวางของตนเอง เปลี่ยนเป็นบรรยากาศมืดมิดริมลำธารแทน

จิรวรรณกลอกตาไปมาเพื่อมองรอบกาย ในใจก็พยายามตั้งนโมสามจบ ก่อนที่หญิงสาวจะสูดลมหายใจเข้าออกอย่างแรง ทั้งยังหลับตาลง “มันคือความฝัน มันไม่ใช่ความจริง”

ทว่าพอลืมตาขึ้นภาพมืดมิดเบื้องหน้ากลับยังคงอยู่

หญิงสาวขยับขาไปมา รู้สึกได้ว่ายุงและแมลงต่างๆ กำลังรับรู้การมาถึงของตน เมื่อก้มลงมองท่อนล่างของตนก็แทบจะร้องไห้ กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะลายน้องหมาสำหรับสวมอยู่บ้าน

แน่ละสิ…ก็หญิงสาวกำลังเตรียมตัวเข้านอนนี่นา

“เอาละ มาก็มาแล้ว ตอนนี้จะเอาไง พากลับได้ยัง” ยกกำไลที่ยังคงอยู่ในมือขึ้นมามอง ทั้งยังอดที่จะโมโหขึ้นมาไม่ได้

“เจ้าเป็นใคร”

เสียงทุ้มที่ดังอยู่ข้างหลังทำให้สะดุ้งสุดตัว หญิงสาวหันขวับกลับไปมองทันที ในเงามืดนั้นร่างสูงของบุรุษยืนอยู่ห่างไปไม่กี่ก้าว เขาสวมชุดคลุมยาวสีขาวสะอาดทั้งตัว อีกทั้งบนใบหน้ายังมีหน้ากากปิดบังเอาไว้

หญิงสาวอ้ากรีดร้องออกมาสุดเสียง “กรี๊ด!” ไม่แหกปากอย่างเดียวแต่ยังหันหลังกลับพร้อมกับออกวิ่งไปจากตรงนั้นทันที “ผีหลอก!!!”

ลมหอบหนึ่งวูบเข้ามาร่างเล็กก็ถูกยกลอยขึ้นจากพื้น ทั้งที่เพิ่งจะก้าวเท้าออกไป เมื่อก้มลงมองรอบเอวคอด ก็พบสองมือแกร่งของบุรุษสวมหน้ากาก กำลังกอดรัดอยู่จากทางด้านหลัง “ปล่อยนะ!!”

จิรวรรณหวีดร้อง มือสองข้างพยายามแงะท่อนแขนนั้น ส่วนขาทั้งสองข้างก็เหวี่ยงไปมาเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุม เมื่อเห็นว่าไม่ได้ผลก็โขกศีรษะไปด้านหลังอย่างแรง จนกระแทกเข้ากับปลายคางของเขา

“บ้าจริง” เสวียนหมิงสบถออกมาเบาๆ เขากำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางไปเมืองเลี่ยอู่ ในตอนที่เขากำลังหยุดพักค้างแรมและคิดจะมาอาบน้ำที่ลำธารนั้น หญิงสาวผู้นี้ก็ปรากฏขึ้นเป็นครั้งที่สอง

คราแรกเขาคิดว่านางเป็นเพียงภาพลวงตา แต่ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่านางไม่ใช่ภาพลวงตา ภูตผี หรือวิญญาณ ในเมื่อเขาสามารถแตะต้องตัวนางได้

“หยุดดิ้นได้แล้ว” เสวียนหมิงสบถ

แต่มีหรือที่หญิงสาวจะยอมเชื่อฟัง มือข้างที่ไม่ได้ถือกำไลป่ายปัดมาด้านหลัง ดึงทึ้งบางอย่างติดมือมาด้วย และรู้สึกได้ว่าร่างสูงของเขาชะงักไปเล็กน้อย ทั้งยังปล่อยแขนที่รัดร่างนางเอาไว้

จิรวรรณก้าวออกมาให้ห่างจากตัวเขาเล็กน้อย อารามตกใจและสติแตก ทำให้หลักล้มลงไปกองกับพื้น เมื่อเงยหน้าขึ้นมามองเขาคิ้วเรียวก็ขมวดมุ่น บางอย่างที่ดึงติดมือมาทำให้คนทั้งสองมองกันและกันอย่างตกตะลึง

หน้ากากสีดำวาววับของเขา ตอนนี้มันมาอยู่ในมือของหญิงสาวเสียแล้ว…

“คืนมันให้ข้า” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น เขาหันหลังให้กับแสงจันทร์ที่มีเพียงน้อยนิด

จิรวรรณมองไม่เห็นใบหน้าของเขา เงาร่างของเขาที่กำลังก้าวเข้ามา ดูน่ากลัวยิ่งกระทั่งทำให้หญิงสาวตัวสั่นเทา ยิ่งเงาร่างของเขาก้าวเข้ามาใกล้ แรงกดดันก็ยิ่งเพิ่มพูน

 หญิงสาวตัดสินใจขว้างหน้ากากนั้นคืนให้เขา พร้อมกับลุกขึ้นตั้งใจจะวิ่งหนีเขาไปให้ไกลที่สุด ทว่าก้าวไปได้เพียงก้าวเดียวก็ล้มลงไปอีก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 8

    “คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ”เสียงสาวใช้ปลุกไป๋อวี้หลันเสียงดัง ทำให้ไป๋ซู่ซินที่กำลังเดินเข้ามาพอดีขมวดคิ้ว “วันนี้อวี้เอ๋อตื่นสายจริง” ไป๋ซู่ซินเดินเข้ามาในห้อง“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ คุณหนูอวี้หลันเป็นอะไรไปก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ บ่าวเรียกตั้งนานแล้วก็ไม่ยอมตื่น บ่าวเขย่าตัวก็แล้ว เรียกก็แล้ว” เสี่ยวจี๋เอ๋อสาวใช้ประจำตัวของไป๋อวี้หลันเอ่ยออกมาเสียงสั่น“อะไรนะ” ไป๋ซู่ซินก้าวเข้ามาหน้าเตียงของไป๋อวี้หลัน“อวี้เอ๋อ เจ้าเป็นอะไรไป ตื่นได้แล้ว” ไป๋ซู่ซินเรียกนางด้วยเสียงแตกตื่น เห็นอยู่ชัดๆ ว่าไป๋อวี้หลันยังคงหายใจเป็นปกติ ทว่าไม่ว่าจะเรียกอย่างไรเด็กสาวก็ไม่ยอมตื่นเสียที“ไปบอกนายท่าน แล้วก็ให้คนไปตามหมอมาด้วย” ไป๋ซู่ซินเอ่ยเสียงร้อนรนและแล้วเช้าวันนั้นคฤหาสน์ตระกูลไป๋ก็วุ่นวายขึ้นอีกครั้ง ทว่าในตอนที่หมอกำลังจับชีพจรไป๋อวี้หลันอยู่นั้น ดวงตาของไป๋อวี้หลันก็ค่อยๆเปิดออก ใบหน้าเล็กมองทุกคนงงๆ คล้ายยังไม่ตื่นเต็มตา“ทำไมเป็นที่นี่อีกแล้วล่ะ”ภาพของผู้คนตระกูลไป๋ที่ยืนรายล้อมหน้าเตียง ทำให้ไป๋อวี้หลันเบิกตามองคนโน้นทีคนนี้ทีด้วยความประหลาดใจ หญิงสาวจำได้ว่าตนตื่นขึ้นมาและพบว่าตนอยู่ที่โรงพยาบาล แล้วทำไมห

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 7

    ไป๋ซู่ซินพูดพล่ามหลายอย่างว่าจิรวรรณคือน้องสาวของตน หญิงสาวได้แต่เถียง เพราะเด็กสาววัยสิบหกสิบเจ็ดอย่างไป๋ซู่ซิน จะกลายมาเป็นพี่สาวของตนที่มีอายุยี่สิบสี่ได้อย่างไรระหว่างทางที่เดินมากับไป๋ซู่ซิน หญิงสาวก็ใจแป้วลงเรื่อยๆ ภาพบรรยากาศบ้านเรือน ผู้คนและสถานที่ที่ดูยังไงก็คงจะหาไม่เจอในจีพีเอส ทำให้ลางสังหรณ์แปลกๆ ในใจส่งเสียงออกมาดังลั่น และคิดว่าเจ้ากำไลนั่นกำลังเล่นตลกแน่ไป๋ซู่ซินพาหญิงสาวเข้ามายังคฤหาสน์ตระกูลไป๋อันมั่งคั่ง แล้วยื่นกระจกส่งให้ไป๋อวี้หลันทันที เพราะเห็นอีกฝ่ายเอาแต่บอกว่าตนอายุยี่สิบสี่แล้ว“นะ นี่มันอะไรกันเนี่ย!!!”ภาพของเด็กสาววัยไม่เกินสิบห้าปีกำลังสะท้อนออกมาจากกระจกเงา เด็กคนนี้คือไป๋อวี้หลันที่มีใบหน้าพิมพ์เดียวกันกับหญิงสาวไม่ผิดแน่ หากหญิงสาวคือไป๋อวี้หลันเด็กสาวอายุสิบห้าอยู่ที่นี่…แล้วจิรวรรณที่อายุยี่สิบสี่ปีเล่า อยู่ที่ไหน!!หลังจากที่ไป๋ซู่ซินพาไป๋อวี้หลันกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลไป๋แล้ว นางจึงจำเป็นต้องบอกความลับเรื่องที่นางแอบคบหากับหยางไห่ออกไป ด้วยเพราะนางต้องเชิญท่านหมอมาดูอาการของญาติผู้น้อง ซึ่งโดนหยางไห่บีบคอ และยังต้องอธิบายด้วยว่าทำไมพวกนางจึงออ

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 6

    ภาพร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ มีสายระโยงระยางทั้งเลือดและน้ำเกลือทำให้รู้สึกใจหาย หมอบอกว่าจิรวรรณพ้นขีดอันตรายแล้ว เพียงแต่ยังไม่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเท่านั้น“ลูกวรรณแม่มาแล้ว ตื่นสิลูก นอนขี้เซาอีกแล้วนะ ต้องให้แม่มาปลุกทุกทีเลย ตื่นได้แล้วจ้ะลูกรัก”อัญชลีลูบไล้ใบหน้าบุตรสาวด้วยความรักใคร่ ใบหน้าของนางปรากฏรอยยิ้ม ทว่าน้ำตากลับไหลออกมาอาบแก้มสองข้างไม่หยุด“โอ้ย” จิรวรรณลุกขึ้นนั่งอย่างลำบากยากเย็น รู้สึกมึนงงทั้งยังเจ็บไปทั้งตัว ดวงตากะพริบตาปริบๆ แล้วหันมองซ้ายขวา “คราวนี้อะไรอีกละ” เอ่ยเสียงดังเมื่อพบว่าตนนั่งอยู่กลางป่าอีกแล้ว“ไป๋อวี้หลัน” มองหาเด็กสาวที่จูงมือตนเดินมาเมื่อครู่ ทว่ารอบกายกลับไม่มีใครสักคนเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของผู้หญิงดังแว่วมา จิรวรรณพยายามเงี่ยหูฟัง ทั้งยังเดินเข้าไปยังทิศทางของเสียง ยิ่งเดินไปเสียงก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ทั้งยังมีเสียงของผู้ชายแว่วมา ดังนั้นจึงยิ่งเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นไม่นานก็พบร่างสูงใหญ่ของบุรุษคร่อมอยู่บนร่างของหญิงสาวเจ้าของเสียง หญิงสาวไม่รอช้าคว้าท่อนไม้อันใหญ่ที่วางระเกะระกะอยู่ไม่ไกลจากเท้า แล้วค่อยๆ ย่องเข้าไปด้านหลังไม่ให้เขา

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 5

    ทั้งที่หลับตาลงเพื่อเตรียมพร้อมกับรับความเจ็บ ทว่าเมื่อลืมตาขึ้นอีกที กลับพบว่าตัวเองล้มตัวลงไปบนพื้นห้องนอนที่มีพรมหนานุ่มรองรับ “อะไรกันเนี่ย นี่มันอะไรกัน”จิรวรรณโยนกำไลในมือทิ้งไป มันกลิ้งไปหยุดอยู่ที่มุมห้อง หญิงสาวมองมันอย่างหวาดๆ ก่อนจะงอเข่าขึ้นแล้วนั่งซบหน้าลงกอดตัวเองนิ่ง หากจะบอกว่าตนคิดไปเอง แต่สัมผัสจากท่อนแขนแข็งแรงของบุรุษแปลกหน้าก็ชัดเจนเหลือเกิน แม้ว่าครั้งนี้จะมองเห็นใบหน้าเขาไม่ชัด ทว่าหน้ากากอันนั้นก็ทำให้จิรวรรณมั่นใจว่า เขาคือบุรุษบนหลังม้าคนนั้นทางด้านเสวียนหมิง เขามองหน้ากากในมือนิ่งอย่างใช้ความคิด ร่างของหญิงสาวหายวับไปกับตา ทำให้เขาจ้องเขม็งไปยังบริเวณที่นางเคยยืนอยู่เขามั่นใจว่านางมิใช่ภูตผีหรือวิญญาณ เพราะสัมผัสจากผิวกายของนางยังคงติดอยู่ที่มือเขา ทว่าเขากลับอธิบายไม่ได้ว่าทำไมนางจึงสามารถล่องหนหายตัวไปเช่นนี้ ความจริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นางตกใจเลย เขาเพียงอยากจะถามให้แน่ชัดเท่านั้น ว่านางเป็นคนหรือวิญญาณกันแน่ เหตุใดจึงมีเพียงเขาที่มองเห็นนาง แต่ดูเหมือนว่านางจะตกใจกลัวหน้ากากของเขา จึงได้ตั้งท่าจะวิ่งหนีอย่างเดียวเมื่อก้มลงมองหน้ากากในมือ อยู่ๆ บทส

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 4

    “เจ้าไม่เห็นนางหรือ หญิงสาวในชุดประหลาดตาสีเขียวเมื่อครู่ นางยืนอยู่ตรงนี้ ข้างๆ ข้า” เสวียนหมิงขมวดคิ้ว เขาเห็นภาพลวงตาหรอกหรือถังหานเยวี่ยมองไปรอบๆ อีกครั้ง ทว่าไม่ว่าจะมองหาเท่าไร ก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอยู่อื่น นอกจากสัตว์น้อยใหญ่ที่กำลังส่งเสียงอยู่ในป่าเสวียนหมิงได้แต่ขมวดคิ้วจากนั้นก็ควบม้าออกไป ในใจของเขายังคงสงสัยตัวตนของหญิงสาวผู้นั้น…หรือว่านางจะเป็นเพียงวิญญาณขณะเดียวกันนั้นจิรวรรณก็ต้องรั้งมือกลับเมื่อพบว่า แผงคอม้าที่ตนลูบเมื่อครู่กลับกลายเป็นผนังพิพิธภัณฑ์แทน “นี่มันอะไรเนี่ย” หญิงสาวบ่นกับตัวเองเบาๆ ทั้งยังก้มลงมองกล่องกำไลและกำไลที่ยังคงอยู่ในมือ“คุณหนูครับ”เสียงของทนายประจำตระกูลทำให้ได้สติกลับมา หญิงสาวยื่นกำไลทั้งสองให้กับเขา ทั้งยังถามหาเจ้าของ ทว่าไม่ว่าจะตามหาเช่นไรก็ไม่มีผู้ใดอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ทนายประจำตระกูลจึงได้แต่เก็บเอาไว้ในตู้ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บสิ่งของที่ลูกค้าทำหาย หรือลืมเอาไว้จิรวรรณกลับมาถึงบ้านด้วยความอ่อนเพลีย เรื่องที่เกิดกับตนที่พิพิธภัณฑ์นั้น แน่นอนว่าหญิงสาวไม่กล้าที่จะบอกใคร ตอนที่กำลังจะเตรียมตัวเข้านอนนั้นเอง กำไลทั้งสองกลับวางอยู

  • หลุมพรางร้อยรัก   บทที่ 3

    ด้านหนึ่งเขาคือ อิ่นเมิ่ง บัณฑิตอ่อนแอที่มีอาชีพเป็นพ่อค้าธรรมดาหาเช้ากินค่ำที่ชาวบ้านละแวกนั้นรู้จักเขา แต่อีกด้านหนึ่งเขาคือ เสวียนหมิง จอมมารจ้าววังเมฆาอัคคีที่ใครๆ ต่างก็หวาดกลัววังเมฆาอัคคีตั้งอยู่บนหุบเขาอัคคี หุบเขาสูงชันที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของเมืองอันหนิง เมืองหลวงแคว้นจ้าวเส้นทางขึ้นไปยังหุบเขาอัคคีเต็มไปด้วยหน้าผาสูงชัน ตัวเรือนพักต่างๆ และห้องโถงของวังเมฆาอัคคี ถูกสร้างขึ้นภายในถ้ำที่เจาะลึกเข้าไปในภูเขาหิน โดยการใช้กำลังภายในขั้นสูงเจาะหินเข้าไปเป็นโพรงหอสูงต่างๆ ถูกสร้างขึ้นเหลื่อมล้ำกันไป คล้ายขั้นบันไดสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงยอดเขาที่มีแนวราบ ที่นั่นคือสุสานจ้าววังคนก่อนๆ ที่ได้รับการฝังอย่างมีเกียรติหากมองจากด้านล่างของหุบเขา จะสามารถมองเห็นวังเมฆาอัคคีได้อย่างชัดเจน ทว่าหากมีผู้ที่คิดจะบุกรุกเข้าไป หรือมีผู้ที่คิดจะปีนขึ้นไปคงจะต้องคิดนานหน่อย เพราะทางเข้าและรอบๆ หุบเขาเต็มไปด้วยค่ายกลกับดักซึ่งยังไม่เคยมีคนนอกฝ่าเข้าไปได้“ท่านจ้าววัง การเดินทางครั้งนี้ท่านไม่จำเป็นต้องไปด้วยตัวเองก็ได้” จั่วจินเหิง ผู้คุมกฎซ้ายของวังเมฆาอัคคีเอ่ยเสียงเครียด“ไม่เป็นไร ข้าก็อยากจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status