INICIAR SESIÓN“เป็นเพียงวิญญาณชั้นต่ำ กล้าดีเยี่ยงไรมาท้าทายข้า” น้ำเสียงเย็นเยียบของหญิงสาว ผู้มีใบหน้างดงามปานเทพธิดา ทว่ากลับดุดันเยี่ยงพยัคฆ์ร้าย ดวงตาเปล่งประกายวาววับนั้น แจ่มชัดนักในยามค่ำคืน นางมาเพื่อล่า! แลกกับเงินก้อนโต ส่วนเขา...เจ้าคนตัวซวย ที่มาทำให้นางยุ่งยาก สมควรทำอย่างไร เก็บไว้หรือสังหารทิ้งเสีย...
Ver más“เจ้าแน่ใจนะ ว่าคนผู้นั้นอยู่ที่นี่” ชายแปลกหน้าเอ่ยถามไปยังวิญญาณ ที่ยืนนิ่งรอรับคำสั่งจากผู้เป็นนาย ชายแปลกหน้าไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ว่าคนที่เขาไล่ล่ามาตลอด จะยังรอดพ้นจากความตายไปได้ “ข้าน้อยสัมผัสได้ ถึงกลิ่นโลหิตของคนผู้นั้น” เงาทะมึนนั้นเบนใบหน้า อันน่าเกลียดน่ากลัว ไปยังทิศทางของประตูบานใหญ่ ซึ่งตัวเขามองเห็นเป็นตาข่ายสีทองเปล่งประกาย กางกั้นมิให้วิญญาณเช่นเขา ได้ย่างกรายเข้าไปหลังม่านอาคมนั้นได้เลย อาคมขั้นสูงนี้ดวงตามนุษย์ธรรมดา มิอาจมองเห็น ไม่น่าแปลกใจเลย ว่าทำไมจึงไร้วิญญาณเร่ร่อน ในระแลกนี้เผ่นผ่านให้เห็นเลย เพราะมีคนที่แข็งแกร่งอยู่ตรงนี้นี่เอง คงมิใช่เพียงร้านขายโลงศพธรรมดาเสียแล้ว “รอประตูเปิด เจ้าจงตามหาเขาให้พบ หาไม่แล้วข้าจะใช้แส้อาคม เฆี่ยนเจ้าให้สาสมกับความแค้นของข้า” ชายแปลกหน้าเอ่ยออกมา ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธกริ้ว เขาไม่เคยถูกคนต่ำชั้นกว่า หยามหมิ่นต่อหน้าขนาดนี้มาก่อน สองพ่อลูกข้างใน ย่อมต้องได้รับผลตอบแทน ของความโอหังในวันนี้ “นายท่านโปรดวางใจ ข้าจะมิทำให้ผิดหวังขอรับ” แม้ว่าเขาคือวิญญ
“ข้าต้องบอกเอาไว้ก่อน ว่าการซื้อหาในยามนี้ ราคาจะเพิ่มถึงสิบเท่า หากรับได้ ข้าจะเปิดประตูเดี๋ยวนี้” หญิงสาวตอบกลับไป ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ดุดันแม้แต่น้อย นางยินดีทำให้คนด้านนอกย่ามใจ ว่านางนั้นเพียงสตรีที่อยู่เฝ้าร้าน หึ ๆ หากนางบอบบาง จะกล้าเดินเคาะยามแทนบิดาได้หรือ แต่ก็นั่นละ นางไม่ควรประมาทคู่ต่อสู้ “ข้ายินดีจ่าย” น้ำเสียงตอบกลับ คล้ายจะเต็มไปด้วยความยินดี ที่จะได้ในสิ่งที่ต้องการ และดูจะเบาสบายใจขึ้นอีกหลายส่วน เมื่อคนที่ตอบกลับเขานั้น คือสตรี...ที่ไม่น่าจะมีอายุเท่าใดนัก แอ๊ด!!! ประตูบานใหญ่เปิดออกเพียงครึ่ง ก่อนจะเผยให้เห็นหญิงสาว ในชุดบุรุษสีเข้ม ชายผู้มาเยือนมองสำรวจนาง ภายใต้แสงจากเทียนที่ส่องสว่างจ้าไปทั้งร้านของนาง เนื้อผ้าแม้จะดูไม่เทียบเท่าของราชวงศ์ แต่มันคือเนื้อผ้าของชนชั้นสูงอยู่ดี หญิงขายโลงมีรายได้สูงแค่ไหนกัน ไยจึงสวมใส่อาภรณ์ที่ตัดเย็นอย่างประณีต ด้วยผ้าไหมชั้นดีเยี่ยงนี้ได้ “นายท่านต้องการโลงศพแบบใดเจ้าคะ เชิญแจ้งมาได้เลยเจ้าค่ะ” เยว่เมี่ยวเห็นสายตาของอีกฝ่าย มีหรือนางจะไม่รู้ ว่าเขากำลังสำรวจนาง ตั้งแต่หัวจร
ร้านขายโลงศพสกุลเยว่ เยว่เมี่ยว ที่เพิ่งกลับมาจากการเคาะยาม เดินไปนั่งรินชายกขึ้นดื่มด้วยความกระหาย ก่อนจะทอดสายตามองไปยังคนป่วย ที่ถูกย้ายไปนอนยังเตียงที่เป็นของนาง สีหน้าของเขาดูดีขึ้นไม่น้อย มิเสียแรงที่สิบวันมานี้ นางเสียพลังงานไปไม่น้อย ในการยื้อลมหายใจของเขา แต่จากของติดกายและเศษอาภรณ์ของเขา ล้วนมีราคาที่สูง หึ ๆ เมือ่เจ้ารอดตาย ราคาที่ต้องจ่ายให้ข้า ต้องมากพอเจ้าจึงจะได้หายใจต่อ หาไม่แล้ว เป็นข้าเยว่เมี่ยวผู้นี้ ที่จะพรากมันไปโดยที่เจ้ามิทันได้กระพริบตาเลยทีเดียว นางมิใช่คนดีอะไรขนาดนั้น กฎของการมีชีวิต ต้องขับเคลื่อนด้วยเงินตรา หากไร้เงินทองไหนเลยจะมีชีวิตรอดได้ แม้ว่าคนในมเมืองแห่งนี้ต่างหวาดกลัวที่นางเป็นคนขายโลงศพ จนไม่มีบุรุษใดต้องการแต่งนางเข้าบ้าน นั่นก็มิใช่สิ่งที่นางต้องแยแส ในเมื่อนางมีเงิน ไร้สามีหาได้ถึงตายไม่ “แค่ก ๆ” เสียงไอถี่ ๆ ปลุกให้หยิงสาวตื่นจากภวังค์ ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นเดินไปยังเตียงของตนเอง ที่มีคนเจ็บนอนเหยียดยาวอยู่ โดยในมือยังคงมีถ้วยชาติดมาด้วย “หึ ๆ ในที่สุดเจ้าก็ตื่นเสียที” เยว่เมี่ยว โน้มใบหน้าลง
ใช้เวลาไม่นาน ทั้งสองคนกับหนึ่งร่าง ที่ไม่รู้ว่าจะช่วยไว้ได้หรือไม่ กลับมาถึงร้านขายโลงศพ ร่างบนบ่าของซ่งเถียน ถูกวางลงบนเตียงไม้สำหรับแต่งหน้าศพ ซ่งเถียนมองสำรวจร่างกายของคนที่เขาแบกมา ใบหน้าบวมปวดจนมองไม่ออก ว่าคนผู้นี้ใบหน้าหล่อเหลาหรือขี้ริ้ว ทางด้านเยว่เมี่ยว นางเดินไปยังห้องชั้นใน เพื่อล้างหน้าล้างตา และหายากินเพื่อรักษาอาการคลั่งของเลือดในกาย “เจ้าคิดว่าจะช่วยเขาได้หรือไม่” เพียงก้าวแรกที่เยว่เมี่ยวเดินออกมา ซ่งเถียน ที่ได้จัดการถอดเสื้อผ้าของคนเจ็บ เพื่อสำรวจร่างกายที่บาดเจ็บ อ่า...ท่าทางจะไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว เพราะสภาพของชายแปลกหน้า เรียกไม่ได้ว่าเป็นตายเท่ากัน เพราะมันค่อนไปทางตายเสียมากกว่า เยว่เมี่ยวที่ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เดินมาหยุดอยู่ข้างเตียงคนเจ็บ หญิงสาวสำรวจไปตามจุดต่าง ๆ เว้นแค่ส่วนลับของบุรุษ ที่มีผ้าสีขาวที่ปกปิดเอาไว้เท่านั้น สภาพมีแต่รอยแผลเต็มกายเช่นนี้ ยังหายใจอยู่ได้นับว่าดวงแข็งไม่น้อย “เอาเถอะ เจ้าไปเคี่ยวยาให้ข้าหน่อยก็แล้วกัน” หญิงสาวหันไปจดรายการยาที่ต้องใช้ แล้วยื่นส่งให้แก่ซ่งเถียน ชายหนุ่มไม่เอ่ยสิ่











