บททั้งหมดของ หลุมพรางร้อยรัก: บทที่ 1 - บทที่ 10

148

บทที่ 1

ท่ามกลางผู้คนมากมายซึ่งเดินสวนกันในท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง หญิงสาวร่างสูงโปร่งพร้อมกระเป๋าเดินทาง ก้าวออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ใบหน้าภายใต้แว่นตาสีชากวาดมองไปยังป้ายภาษาจีน ทั้งนี้ก็เพื่อมองหาชื่อของตัวเอง ในบรรดาป้ายชื่อมากมายหลังจากที่กลับไปยังบ้านเกิดได้ไม่ถึงเดือน ‘จิรวรรณ ไป๋’ หญิงสาวลูกครึ่งไทย-จีนวัยยี่สิบสี่ปี ซึ่งเพิ่งจะเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้จำต้องกลับมาที่ประเทศจีนอีกครั้ง เพราะได้รับการแจ้งข่าวการเสียชีวิตของ ‘ไป๋ฮุ่ยหวง’ บิดาบังเกิดเกล้านานมาแล้วพ่อกับแม่ของหญิงสาวแยกทางกันด้วยดี ‘อัญชลี’ มารดาของหญิงสาวแต่งงาน และมีครอบครัวใหม่ที่อบอุ่น ส่วนบิดาของหญิงสาวย้ายกลับมาอยู่ที่จีนนับจากแยกทางกับมารดา หญิงสาวก็ไม่ได้ติดต่อกับบิดาบ่อยนัก ทั้งที่มาเรียนอยู่ที่จีน เพราะทางครอบครัวของไป๋ฮุ่ยหวงไม่ค่อยพอใจในการแต่งงานของบิดามารดาของตนแต่แรก ทำให้จิรวรรณไม่ค่อยคุ้นเคยกับญาติๆ ฝ่ายบิดาเท่าที่ควร จนกระทั่งบิดามาจากไป หญิงสาวจึงได้รับข่าวจากญาติของบิดาซึ่งติดต่อไปให้มาร่วมงานศพจิรวรรณเดินเข้าไปสะกิดชายวัยกลางคนที่ถือป้ายชื่อของตน จากนั้นรถคันหรูก็วิ่งออกมาจ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-29
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2

“เชื่อป้าเถอะค่ะ” หยูจิ้งเอ่ย“ก็ได้ค่ะ” ถึงอย่างนั้นก็หันกลับไปล็อกห้องโดยดี ผู้ที่มาหาครั้งนี้คือทนายประจำตระกูลไป๋ เขาเข้ามาแจกแจงหุ้นของโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งไป๋ฮุ่ยหวงถือครองอยู่ แต่ครั้งนี้จิรวรรณสามารถโอนให้ใครก็ได้ ทำให้ญาติๆ หลายคนที่ได้ฟังตาโต และพยายามที่จะพูดเอาใจเพื่อให้หญิงสาวยกให้หลังจากเสร็จงานศพจิรวรรณโทรไปปรึกษากับมารดาเรื่องมรดกที่ได้รับ มารดาของหญิงสาวแนะนำให้แบ่งหุ้นต่างๆ ให้ญาติทุกคนเท่าๆ กัน แต่มีข้อแม้ว่าพวกเขาจะต้องย้ายออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้ เพราะอยู่ด้วยกันไปก็รังแต่จะทำให้อึดอัดเปล่าๆเมื่อยื่นข้อเสนอไปทุกคนก็ตอบตกลงแทบจะทันที ซึ่งนั่นก็ทำให้หญิงสาวแทบจะถอนหายใจออกมาดังๆ หากจะคิดอีกแง่พวกเขาก็ยังช่วยดูแลงานศพของบิดาเป็นอย่างดี เพราะหญิงสาวนั้นไม่รู้ว่าจะต้องจัดการอย่างไร อย่างน้อยพวกเขาก็ทำตัวสมเป็นญาติบ้างห้าวันหลังจากงานศพหญิงสาวได้รับโทรศัพท์จากทนายของบิดา ให้ไปเข้าร่วมงานประมูลที่ไป๋ฮุ่ยหวงเคยบริจาคเงินเอาไว้ สถานที่ก็คือพิพิธภัณฑ์โบราณที่ไป๋ฮุ่ยหวงสร้างขึ้นเพื่อการกุศลจิรวรรณอยู่ในชุดสูทสีเขียวเข้มกางเกงขาสั้น เมื่อก้าวเข้าไปในงานก็มีท่าทีลังเล เพราะไม่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-29
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 3

ด้านหนึ่งเขาคือ อิ่นเมิ่ง บัณฑิตอ่อนแอที่มีอาชีพเป็นพ่อค้าธรรมดาหาเช้ากินค่ำที่ชาวบ้านละแวกนั้นรู้จักเขา แต่อีกด้านหนึ่งเขาคือ เสวียนหมิง จอมมารจ้าววังเมฆาอัคคีที่ใครๆ ต่างก็หวาดกลัววังเมฆาอัคคีตั้งอยู่บนหุบเขาอัคคี หุบเขาสูงชันที่ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของเมืองอันหนิง เมืองหลวงแคว้นจ้าวเส้นทางขึ้นไปยังหุบเขาอัคคีเต็มไปด้วยหน้าผาสูงชัน ตัวเรือนพักต่างๆ และห้องโถงของวังเมฆาอัคคี ถูกสร้างขึ้นภายในถ้ำที่เจาะลึกเข้าไปในภูเขาหิน โดยการใช้กำลังภายในขั้นสูงเจาะหินเข้าไปเป็นโพรงหอสูงต่างๆ ถูกสร้างขึ้นเหลื่อมล้ำกันไป คล้ายขั้นบันไดสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงยอดเขาที่มีแนวราบ ที่นั่นคือสุสานจ้าววังคนก่อนๆ ที่ได้รับการฝังอย่างมีเกียรติหากมองจากด้านล่างของหุบเขา จะสามารถมองเห็นวังเมฆาอัคคีได้อย่างชัดเจน ทว่าหากมีผู้ที่คิดจะบุกรุกเข้าไป หรือมีผู้ที่คิดจะปีนขึ้นไปคงจะต้องคิดนานหน่อย เพราะทางเข้าและรอบๆ หุบเขาเต็มไปด้วยค่ายกลกับดักซึ่งยังไม่เคยมีคนนอกฝ่าเข้าไปได้“ท่านจ้าววัง การเดินทางครั้งนี้ท่านไม่จำเป็นต้องไปด้วยตัวเองก็ได้” จั่วจินเหิง ผู้คุมกฎซ้ายของวังเมฆาอัคคีเอ่ยเสียงเครียด“ไม่เป็นไร ข้าก็อยากจ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-30
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4

“เจ้าไม่เห็นนางหรือ หญิงสาวในชุดประหลาดตาสีเขียวเมื่อครู่ นางยืนอยู่ตรงนี้ ข้างๆ ข้า” เสวียนหมิงขมวดคิ้ว เขาเห็นภาพลวงตาหรอกหรือถังหานเยวี่ยมองไปรอบๆ อีกครั้ง ทว่าไม่ว่าจะมองหาเท่าไร ก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอยู่อื่น นอกจากสัตว์น้อยใหญ่ที่กำลังส่งเสียงอยู่ในป่าเสวียนหมิงได้แต่ขมวดคิ้วจากนั้นก็ควบม้าออกไป ในใจของเขายังคงสงสัยตัวตนของหญิงสาวผู้นั้น…หรือว่านางจะเป็นเพียงวิญญาณขณะเดียวกันนั้นจิรวรรณก็ต้องรั้งมือกลับเมื่อพบว่า แผงคอม้าที่ตนลูบเมื่อครู่กลับกลายเป็นผนังพิพิธภัณฑ์แทน “นี่มันอะไรเนี่ย” หญิงสาวบ่นกับตัวเองเบาๆ ทั้งยังก้มลงมองกล่องกำไลและกำไลที่ยังคงอยู่ในมือ“คุณหนูครับ”เสียงของทนายประจำตระกูลทำให้ได้สติกลับมา หญิงสาวยื่นกำไลทั้งสองให้กับเขา ทั้งยังถามหาเจ้าของ ทว่าไม่ว่าจะตามหาเช่นไรก็ไม่มีผู้ใดอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ทนายประจำตระกูลจึงได้แต่เก็บเอาไว้ในตู้ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บสิ่งของที่ลูกค้าทำหาย หรือลืมเอาไว้จิรวรรณกลับมาถึงบ้านด้วยความอ่อนเพลีย เรื่องที่เกิดกับตนที่พิพิธภัณฑ์นั้น แน่นอนว่าหญิงสาวไม่กล้าที่จะบอกใคร ตอนที่กำลังจะเตรียมตัวเข้านอนนั้นเอง กำไลทั้งสองกลับวางอยู
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-30
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 5

ทั้งที่หลับตาลงเพื่อเตรียมพร้อมกับรับความเจ็บ ทว่าเมื่อลืมตาขึ้นอีกที กลับพบว่าตัวเองล้มตัวลงไปบนพื้นห้องนอนที่มีพรมหนานุ่มรองรับ “อะไรกันเนี่ย นี่มันอะไรกัน”จิรวรรณโยนกำไลในมือทิ้งไป มันกลิ้งไปหยุดอยู่ที่มุมห้อง หญิงสาวมองมันอย่างหวาดๆ ก่อนจะงอเข่าขึ้นแล้วนั่งซบหน้าลงกอดตัวเองนิ่ง หากจะบอกว่าตนคิดไปเอง แต่สัมผัสจากท่อนแขนแข็งแรงของบุรุษแปลกหน้าก็ชัดเจนเหลือเกิน แม้ว่าครั้งนี้จะมองเห็นใบหน้าเขาไม่ชัด ทว่าหน้ากากอันนั้นก็ทำให้จิรวรรณมั่นใจว่า เขาคือบุรุษบนหลังม้าคนนั้นทางด้านเสวียนหมิง เขามองหน้ากากในมือนิ่งอย่างใช้ความคิด ร่างของหญิงสาวหายวับไปกับตา ทำให้เขาจ้องเขม็งไปยังบริเวณที่นางเคยยืนอยู่เขามั่นใจว่านางมิใช่ภูตผีหรือวิญญาณ เพราะสัมผัสจากผิวกายของนางยังคงติดอยู่ที่มือเขา ทว่าเขากลับอธิบายไม่ได้ว่าทำไมนางจึงสามารถล่องหนหายตัวไปเช่นนี้ ความจริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นางตกใจเลย เขาเพียงอยากจะถามให้แน่ชัดเท่านั้น ว่านางเป็นคนหรือวิญญาณกันแน่ เหตุใดจึงมีเพียงเขาที่มองเห็นนาง แต่ดูเหมือนว่านางจะตกใจกลัวหน้ากากของเขา จึงได้ตั้งท่าจะวิ่งหนีอย่างเดียวเมื่อก้มลงมองหน้ากากในมือ อยู่ๆ บทส
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-30
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 6

ภาพร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ มีสายระโยงระยางทั้งเลือดและน้ำเกลือทำให้รู้สึกใจหาย หมอบอกว่าจิรวรรณพ้นขีดอันตรายแล้ว เพียงแต่ยังไม่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเท่านั้น“ลูกวรรณแม่มาแล้ว ตื่นสิลูก นอนขี้เซาอีกแล้วนะ ต้องให้แม่มาปลุกทุกทีเลย ตื่นได้แล้วจ้ะลูกรัก”อัญชลีลูบไล้ใบหน้าบุตรสาวด้วยความรักใคร่ ใบหน้าของนางปรากฏรอยยิ้ม ทว่าน้ำตากลับไหลออกมาอาบแก้มสองข้างไม่หยุด“โอ้ย” จิรวรรณลุกขึ้นนั่งอย่างลำบากยากเย็น รู้สึกมึนงงทั้งยังเจ็บไปทั้งตัว ดวงตากะพริบตาปริบๆ แล้วหันมองซ้ายขวา “คราวนี้อะไรอีกละ” เอ่ยเสียงดังเมื่อพบว่าตนนั่งอยู่กลางป่าอีกแล้ว“ไป๋อวี้หลัน” มองหาเด็กสาวที่จูงมือตนเดินมาเมื่อครู่ ทว่ารอบกายกลับไม่มีใครสักคนเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของผู้หญิงดังแว่วมา จิรวรรณพยายามเงี่ยหูฟัง ทั้งยังเดินเข้าไปยังทิศทางของเสียง ยิ่งเดินไปเสียงก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ทั้งยังมีเสียงของผู้ชายแว่วมา ดังนั้นจึงยิ่งเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นไม่นานก็พบร่างสูงใหญ่ของบุรุษคร่อมอยู่บนร่างของหญิงสาวเจ้าของเสียง หญิงสาวไม่รอช้าคว้าท่อนไม้อันใหญ่ที่วางระเกะระกะอยู่ไม่ไกลจากเท้า แล้วค่อยๆ ย่องเข้าไปด้านหลังไม่ให้เขา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-30
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 7

ไป๋ซู่ซินพูดพล่ามหลายอย่างว่าจิรวรรณคือน้องสาวของตน หญิงสาวได้แต่เถียง เพราะเด็กสาววัยสิบหกสิบเจ็ดอย่างไป๋ซู่ซิน จะกลายมาเป็นพี่สาวของตนที่มีอายุยี่สิบสี่ได้อย่างไรระหว่างทางที่เดินมากับไป๋ซู่ซิน หญิงสาวก็ใจแป้วลงเรื่อยๆ ภาพบรรยากาศบ้านเรือน ผู้คนและสถานที่ที่ดูยังไงก็คงจะหาไม่เจอในจีพีเอส ทำให้ลางสังหรณ์แปลกๆ ในใจส่งเสียงออกมาดังลั่น และคิดว่าเจ้ากำไลนั่นกำลังเล่นตลกแน่ไป๋ซู่ซินพาหญิงสาวเข้ามายังคฤหาสน์ตระกูลไป๋อันมั่งคั่ง แล้วยื่นกระจกส่งให้ไป๋อวี้หลันทันที เพราะเห็นอีกฝ่ายเอาแต่บอกว่าตนอายุยี่สิบสี่แล้ว“นะ นี่มันอะไรกันเนี่ย!!!”ภาพของเด็กสาววัยไม่เกินสิบห้าปีกำลังสะท้อนออกมาจากกระจกเงา เด็กคนนี้คือไป๋อวี้หลันที่มีใบหน้าพิมพ์เดียวกันกับหญิงสาวไม่ผิดแน่ หากหญิงสาวคือไป๋อวี้หลันเด็กสาวอายุสิบห้าอยู่ที่นี่…แล้วจิรวรรณที่อายุยี่สิบสี่ปีเล่า อยู่ที่ไหน!!หลังจากที่ไป๋ซู่ซินพาไป๋อวี้หลันกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลไป๋แล้ว นางจึงจำเป็นต้องบอกความลับเรื่องที่นางแอบคบหากับหยางไห่ออกไป ด้วยเพราะนางต้องเชิญท่านหมอมาดูอาการของญาติผู้น้อง ซึ่งโดนหยางไห่บีบคอ และยังต้องอธิบายด้วยว่าทำไมพวกนางจึงออ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-31
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 8

“คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ”เสียงสาวใช้ปลุกไป๋อวี้หลันเสียงดัง ทำให้ไป๋ซู่ซินที่กำลังเดินเข้ามาพอดีขมวดคิ้ว “วันนี้อวี้เอ๋อตื่นสายจริง” ไป๋ซู่ซินเดินเข้ามาในห้อง“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ คุณหนูอวี้หลันเป็นอะไรไปก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ บ่าวเรียกตั้งนานแล้วก็ไม่ยอมตื่น บ่าวเขย่าตัวก็แล้ว เรียกก็แล้ว” เสี่ยวจี๋เอ๋อสาวใช้ประจำตัวของไป๋อวี้หลันเอ่ยออกมาเสียงสั่น“อะไรนะ” ไป๋ซู่ซินก้าวเข้ามาหน้าเตียงของไป๋อวี้หลัน“อวี้เอ๋อ เจ้าเป็นอะไรไป ตื่นได้แล้ว” ไป๋ซู่ซินเรียกนางด้วยเสียงแตกตื่น เห็นอยู่ชัดๆ ว่าไป๋อวี้หลันยังคงหายใจเป็นปกติ ทว่าไม่ว่าจะเรียกอย่างไรเด็กสาวก็ไม่ยอมตื่นเสียที“ไปบอกนายท่าน แล้วก็ให้คนไปตามหมอมาด้วย” ไป๋ซู่ซินเอ่ยเสียงร้อนรนและแล้วเช้าวันนั้นคฤหาสน์ตระกูลไป๋ก็วุ่นวายขึ้นอีกครั้ง ทว่าในตอนที่หมอกำลังจับชีพจรไป๋อวี้หลันอยู่นั้น ดวงตาของไป๋อวี้หลันก็ค่อยๆเปิดออก ใบหน้าเล็กมองทุกคนงงๆ คล้ายยังไม่ตื่นเต็มตา“ทำไมเป็นที่นี่อีกแล้วล่ะ”ภาพของผู้คนตระกูลไป๋ที่ยืนรายล้อมหน้าเตียง ทำให้ไป๋อวี้หลันเบิกตามองคนโน้นทีคนนี้ทีด้วยความประหลาดใจ หญิงสาวจำได้ว่าตนตื่นขึ้นมาและพบว่าตนอยู่ที่โรงพยาบาล แล้วทำไมห
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-01
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 9

“ข้าเองก็เคยได้ยินนะเจ้าคะ หลายคนบอกว่ามีคนเคยเห็นหน้าเขาไม่กี่คน เพราะคนที่เห็นต่างก็ถูกเขาฆ่าตายไปหมดแล้ว” เสี่ยวจี๋เอ๋อตัวสั่น ใบหน้าซีดลงด้วยความกลัวเช่นกัน“น่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ” ไป๋อวี้หลันตาโต“เขามาที่นี่ด้วยหรือเปล่า จ้าววังผู้นั้น” เสี่ยวชุนกระซิบถาม“ไม่รู้สิ ที่ข้ารู้ มีเพียงตอนนี้เหล่าชาวยุทธ์ทั้งหลายต่างก็พากันทยอยมาแล้ว หอมงคลมั่งมีต้องปิดเร็ว เพราะเถ้าแก่จะให้พวกเราทั้งหมดเข้าไปช่วยงานในหอมั่งมี” หลิวเจ้าเอ่ยอย่างตื่นเต้น เขาไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลยแม้แต่น้อย เขาสนเพียงค่าจ้างงามๆ ที่โรงเตี๊ยมมั่งมีจะจ่ายเท่านั้นโรงเตี๊ยมมั่งมีและหอมงคลมั่งมี ต่างก็เป็นกิจการของตระกูลลั่ว ดังนั้นจึงสามารถหยิบยืมคนงานของกันและกันได้ เหล่าคนงานเองก็ชอบ เพราะงานครั้งนี้โรงเตี๊ยมมั่งมีจ่ายค่าจ้างสูงเป็นสองเท่าเมื่อซื้อขนมจากหอมงคลมั่งมีอย่างที่ต้องการแล้ว หญิงสาวทั้งสี่คนจึงเดินออกมาด้านนอก ผู้คนที่ยังคงเดินเข้าออกโรงเตี๊ยมมั่งมี ทำให้บนถนนด้านหน้าเบียดเสียดกันไม่น้อย“เราไปทางนั้นได้หรือไม่ ทางนี้คนเยอะเหลือเกิน” ไป๋อวี้หลันหันไปมองถนนอีกฝั่ง เห็นไม่ค่อยจะมีคนจึงเอ่ยถาม“ทางนั้นไม่ใช่ท
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-03
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 10

“แล้วท่านชื่ออะไร”“เรียกข้าว่าหย่วนหมิง”“แซ่หย่วน ชื่อหมิงหรือ”“แซ่จาง ชื่อหย่วนหมิง”“ฉันชื่อ…เอ่อไม่ใช่สิ ข้าชื่ออวี้หลัน แซ่ไป๋”“แซ่ไป๋หรือ” เสวียนหมิงเลิกคิ้ว “เจ้าเป็นอะไรกันกับไป๋ซู่จิ่น”“ท่านรู้จักท่านน้าด้วยหรือ เขาเป็นน้องชายของพ่อข้าเอง”“เจ้าคือบุตรสาวของไป๋จินเป่าหรือ” คราวนี้น้ำเสียงเขาสูงขึ้นกว่าตอนที่เอ่ยถึงไป๋ซู่จิ่นจนรู้สึกได้“ใช่ ทำไมหรือ” ไป๋อวี้หลันเงยหน้ามองเขาอย่างรอคอยคำตอบ เสวียนหมิงยืนจ้องหน้านางนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ทว่าก็ไม่ได้ตอบอะไรออกมา กระทั่งไป๋ซู่ซินเดินเข้ามาหาไป๋อวี้หลันกับเสี่ยวจี๋เอ๋อหันไปมองพวกนางเพียงครู่เดียว พอหันกลับมาก็พบว่าเสวียนหมิงหายไปจากตรงนั้นแล้ว เสี่ยวจี๋เอ๋อเองก็ตกอกตกใจที่เขาหายวับไปทันทีเช่นนี้“ใครหรือเจ้าคะคุณหนู ท่านรู้จักเขาได้ยังไง ท่าทางเขาน่ากลัวออกใบหน้า เขามีหน้ากากประหลาดๆ นั่นด้วย” เสี่ยวจี๋เอ๋อทำท่าขนลุก“นั่นสิอวี้เอ๋อ คล้ายกับพวกเจ้ารู้จักกันเลย”“ข้าไม่ได้รู้จักเขาหรอก แต่เหมือนจะเคยเจอเขา”“อวี้เอ๋อเจ้าบาดเจ็บหรือ” ไป๋ซู่ซินอุทานขึ้น“นิดหน่อยเอง ใส่ยาแล้วด้วย”“รีบกลับเถิด แผลลึกขนาดนั้นต้องให้ท่านหมอดูอาการ” ดัง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-04
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123456
...
15
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status