LOGIN“ถามว่า”
“ทำไมพี่ถึงมาเป็นครูล่ะคะ”
“เป็นครูไม่ดียังไง”
“ไม่ใช่ไม่ดี แต่ทำไมพี่ถึงชอบอาชีพนี้คะ”
“ไม่ได้ชอบ”
“อ้าว...”
“รักเลยล่ะ”
“โหย...”
“ตอนเด็ก ๆ พี่เจอแต่ครูใจดี โตขึ้นก็อยากเป็นครูใจดีบ้าง เหตุผลมีแค่นั้นแหละ”
“แต่พี่กายไม่ได้เป็นครูใจดีนะคะ” เธอบ่นอุบ ทำหน้าเหยเกใส่
“อะไรนะ”
“ความฝันวัยเด็กเลยนะคะนี่” เธอเปลี่ยนเรื่อง แกล้งยิ้มกลบเกลื่อน
“เราล่ะ ไม่มีความฝันเหรอ”
“ก็เหมือนจะมีนะคะ”
“ฝันว่า” เขามองหน้าเธอ
“จะเป็นดารานางแบบชื่อดังค่ะ จะได้มีเงินเยอะ ๆ”
“ก่อนจะเป็นดารานางแบบชื่อดัง เลิกนิสัยซกมกเสียก่อน” เขาตบหน้าผากของเธอเบา ๆ
“โหย... พี่กายพูดเสียเบอร์รีเสียของหายเลยอะ” เธอทำหน้างอน พลางทำปากยื่น
“ไหนบอกว่าจะไปนอน”
“ไปดูดาวกันไหมคะ” เธอยิ้มแฉ่งขณะเอ่ยชวน
เขาทำหน้างง บอกว่าง่วงนอน จู่ ๆ จะมาลากเขาไปดูดาวด้วยกัน
“ไปเถอะค่ะ ไปดูดาวกัน” เธอลากเขาออกมาดูดาวที่ระเบียง คืนนี้ดาวสวยท้องฟ้ากว้างเต็มไปด้วยดวงดาวเต็มขอบฟ้า อาจเพราะเป็นคืนเดือนมืด
“อากาศดีจัง เย็นสบายสุดๆ ไปเลยค่ะ” เธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอย่างมีความสุข
“อากาศดีอะไรกัน กลางคืนต้นไม้คายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา แล้วแย่งก๊าซออกซิเจนจากเรานะ”
“โหย... พี่กายคะ เลิกวิชาการสักวันเถอะค่ะ”
“เรื่องจริง” เขาพูดแล้วผินหน้าไปมองท้องฟ้า
“พี่กาย”
“ว่าไง”
“พี่กายชอบดูดาวไหมคะ”
“ดูได้ไม่ถึงกับชอบหรือไม่ชอบ”
“พี่กายเคยรู้สึกแบบว่าชอบอะไรมากๆ ไหมคะ” เธอเอ่ยถาม แอบนึกค่อนขอดเขาในใจ คนอะไรทำตัวเย็นชาเหมือนผีดิบหมื่นปี ไม่เคยเห็นมีท่าทีว่าชอบอะไรมาก ๆ เลย เธอล่ะเหลือเชื่อกับเขาจริง ๆ
“เคย” เขาตอบสั้น ๆ ผินหน้าจากการดูดาวมามองสบตาเธอ สายตาของเขาทำให้หัวใจของบัณฑิตาแทบละลายเป็นขี้ผึ้งลนไฟ
บ้าน่ะสิ! มามองเธอแบบนี้ได้ยังไงกัน เดี๋ยวก็กระโดดขึ้นเตียงกับเขาซะเลย
เฮ้ย! ไม่ใช่ ๆ ยายเบอร์รีแกจะลามกแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด
บัณฑิตาหลับตาเพื่อสลัดความฟุ้งซ่านทิ้งไป ก่อนจะตบหน้าผากตัวเองรัว ๆ
“ตบหน้าผากตัวเองทำไม” เขารั้งมือของเธอเอาไว้
“คือเบอร์รีง่วงนอนแล้วค่ะ ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ” เธอทำท่าทำทาง เงอะ ๆ งะ ๆ จนเขาต้องส่ายหน้าไปมา
“เดี๋ยวสิ ชวนมาดูดาว ไหนมาทดสอบก่อนซิว่ามีความรู้แค่ไหน เทอมนี้เรียนวิชาดาราศาสตร์ไม่ใช่เหรอ”
“อุ๊ย!” เขากระตุกร่างน้อยที่กำลังจะลุกหนีไปนอนเบา ๆ เธอก็เสียหลัก ทิ้งตัวลงบนตักของเขาเต็ม ๆ
“พี่กาย ปล่อยเลยนะคะ”
“พี่จับอะไรเธอเอาไว้ เธอล้มมานั่งบนตักพี่เองนะ” เขายกมือขึ้นข้างตัว แต่ที่กอดเอวเธอเอาไว้เมื่อครู่เป็นเพราะสัญชาตญาณที่ต้องรับร่างของเธอเอาไว้
“พี่กาย”
“ว่าไง”
“ก็พี่กายกระตุกแขนเบอร์รี”
“ลุกไปได้แล้ว ตัวหนักเหมือนหมู”
“งั้นเบอร์รีไม่ลุกจะนั่งปักหลักอยู่บนตักพี่กายแบบนี้แหละ” เธอหันมาจะต่อว่าเขาแต่แก้มสาวดันไปชนเข้ากับริมฝีปากร้อนของเขา
“อุ๊ย!” เธออุทานออกมา มองสบตาเขาที่กำลังมองเธออยู่ก่อนแล้ว
“พี่กายจะทดสอบความรู้อะไรก็ทดสอบมาสิคะ” บัณฑิตารีบเฉไฉ ปกปิดความขัดเขินของตัวเอง พูดแล้วก็ทำท่าจะลุกจากตักของเขา แต่เขากลับรั้งเอวคอดของเธอเอาไว้
“อุ๊ย!” เธอหลุดอุทานออกมา นั่งตัวแข็งทื่ออยู่ในอ้อมแขนแกร่ง
“ไหนลองบอกชื่อดาวฤกษ์ที่เป็นบริวารของดวงอาทิตย์มาซิว่ามีอะไรบ้าง”
“ง่ายนิดเดียว ความรู้ระดับประถม พุธ ศุกร์ โลก อังคาร พฤหัส เสาร์ ยูเรนัส เนปจูน พลูโต อ้อ... ส่วนดาวพลูโตตอนหลังมาจัดเป็นดาวเคราะห์แคระน้อย เป็นยังไงคะ ความรู้ระดับประถมของเบอร์รี” เธอเอ่ยถาม หันมาอีกรอบก็แนบชิดกับใบหน้าของคนที่เธอนั่งตักอยู่ ตาสองคู่ที่ได้สบประสานกัน ทำให้เธอใจสั่นรัว
ไม่ไหวแล้วเบอร์รี ต้องลุกหนีเดี๋ยวนี้!!!
“จะไปไหนโอ๊ย!” กายสิทธิ์ร้องเสียงหลงเมื่อโดนบิดเข้าให้ตรงชายโครง แล้วร่างน้อยก็รีบลุกจากตักของเขาในทันที
“เมื่อกี้เบอร์รีเผลอลูบพุงของพี่กายด้วย แข็งโป๊กเลยค่ะ เหมาะเลยที่พี่กายเป็นนักกีฬาแล้วก็ครูสอนพละ” เธอแลบลิ้นใส่เขา ก่อนจะโกยอ้าววิ่งหนีเข้าห้องนอนไป
กายสิทธิ์ได้แต่ยืนอึ้ง ยกแขนค้างเอาไว้แบบนั้น แต่เขาไม่คิดที่จะวิ่งตามเธอไป
บัณฑิตาหอบหายใจจนทรวงอกสะท้อน เธอหนีเขามาได้สำเร็จ ปิดประตูลงกลอนแน่นหนา เขาคงไม่ตามมาแล้ว เพราะกายสิทธิ์ไม่ใช่คนที่ชอบตอแยใคร แตกต่างจากพี่ชายของเธอที่ตอนนี้เธอคงโดนหวดก้นไปแล้ว
บัณฑิตาทิ้งตัวลงนอน เธอเล่นโทรศัพท์อยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเผลอหลับไปเพราะความอ่อนเพลียที่เกิดขึ้นระหว่างวัน
ในวันหยุดแสนสบายบัณฑิตาก็หยิบการ์ตูนขึ้นมาอ่าน
รู้จักวิชาการป้องกันตัว และฉลาดเฉลียวในการเอาตัวรอดได้ ก็ไม่ต้องห่วงมากครอบครัวของบัณฑิตเองก็เลี้ยงลูกอย่างดี ปณิตามีปัญหาอะไรก็จะปรึกษาเพื่อนอยู่เสมอ ทำให้เธอสามารถเลี้ยงลูกสาวได้เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพเช่นเดียวกันกับบัณฑิตากีรณากับกานพลูอยากเป็นหมอเหมือนแม่จึงสอบเข้าเรียนหมอได้ แถมสองสาวยังเป็นนักกีฬาเทควันโดที่เก่งจนได้แข่งระดับทีมชาติ และแชมป์การทำอาหารหลายรายการ เรียกว่าความสามารถครบด้าน แต่ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าการเลี้ยงดูของบิดามารดาล้วน ๆเมื่อลูกเจริญวัยขึ้นมานั้น สองสามีภรรยาได้สอนลูกเรื่องการเลือกคู่ชีวิต สำคัญที่สุดนอกจากความรักแล้ว นิสัยใจคอต้องเป็นคนดีด้วย“เราเป็นหญิงสำคัญที่สุดคือไม่เลือกผู้ชายขี้เหล้า ขี้เกียจ ขี้หึง ขี้ยา บรรดาขี้ทั้งหมดอย่าเอามาเป็นสามีเด็ดขาดจ้ะ” บัณฑิตาพูดคุยกับลูกสาวทั้งสองเหมือนเพื่อนคุยกัน ไม่ว่าจะเรื่องอะไร เธอสามารถพูดคุยกับลูกสาวได้เสมอไม่เคยเบื่อหน่าย เธอเป็นแม่ที่ยินดีรับฟังทุกปัญหาของลูก ไม่ว่าจะเรื่องทุกข์ เรื่องสุข เรื่องดีหรือเรื่องไม่ดีของลูกก็ตามที“เหมือนคุณพ่อใช่ไหมคะ คุณพ่อเป็นคนดีและน่ารัก” สองสาวแม้จะโตจนเรียนจบแล
พอคลอดออกมาเป็นผู้หญิงอีกเช่นเคย จึงตั้งชื่อว่าน้องกานพลู เชื่อเล่นว่าน้องกานต์ แปลว่าเป็นที่รักสองครอบครัวไปมาหาสู่กันอยู่ตลอด รวมถึงครอบครัวของพี่ชายและพี่สะใภ้ของกายสิทธิ์ก็ไปมาหาสู่กันอยู่ตลอด เรียกว่าไม่เคยขาดการติดต่อ เวลามีเทศกาลต่าง ๆ ก็จะถือว่าเป็นวันรวมญาติกัน ครอบครัวได้พบปะพูดคุยและสังสรรค์กันให้หายคิดถึงด้วยว่ากายสิทธิ์เป็นคนสุภาพเรียบร้อย และเป็นระเบียบเรียบร้อย เขาจึงสอนลูกสาวทั้งสองให้รู้จักรับผิดชอบและดูแลตัวเองตั้งแต่เด็กตั้งแต่รับผิดชอบตัวเองด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ การอาบน้ำ แปรงฟัน หัดกินข้าวเอง ไปจนถึงการเริ่มซักรีดเสื้อผ้า ทำความสะอาดห้องนอนของตัวเองให้เรียบร้อย ขัดล้างห้องน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ และรวมถึงการช่วยเหลือตัวเองในเรื่องอาหารการกิน โดยการหุงข้าวและทำอาหารง่าย ๆ รับประทานเองกายสิทธิ์ตกลงกับภรรยาแล้วว่าจะไม่เลี้ยงลูกแบบตามใจ และไม่บอกลูกด้วยว่าพ่อแม่มีเงินเยอะแยะมากมายเพียงใด แต่จะสอนลูกให้รู้จักทำงาน รู้จักเก็บเงิน โดยเขากับภรรยาจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกได้ดูกายสิทธิ์มีวิธีการที่จะทำให้ลูก ๆ ช่วยงานบ้านโดยการชักชวนกันทำงานในบ้าน จัดบ้านใหม่ หากิจกรรมให
ให้เรารู้สึกสุขสงบขึ้น และลดความวุ่นวายในหัวใจลงไปได้มากปณิตายอมรับว่าเธอลุ้นเรื่องลูกค่อนข้างมาก อยากให้มีลูกโดยที่ไม่ต้องทำ iui หลายครั้งเหมือนคนอื่น ซึ่งถ้าไม่ติดครั้งแรก บัณฑิตาบอกว่าสามารถทำครั้งที่สองและสามติดต่อกันได้เลย แต่ถ้าไม่ติดอีกก็ต้องข้ามไปทำเด็กหลอดแก้ว ซึ่งอายุของเธอไม่ได้มากมายอะไร ถึงขนาดต้องทำเด็กหลอดแก้ว ถ้าอายุยังไม่มากแต่ยังไม่ท้องสักที ก็คงต้องทำเด็กหลอดแก้วอยู่ดี เพราะพออายุมากขึ้นจะยิ่งมีลูกยากขึ้น“ไม่ต้องกังวลไปหรอก จะท้องก็ท้อง แต่ถ้าไม่ท้องเราก็อยู่กันไปแบบนี้ พี่สัญญาว่าจะไม่ทิ้งเธอไปไหนเด็ดขาด จนกว่าเราจะตายจากกัน” บัณฑิตจับมือของเธอมากุมเอาไว้ คำมั่นสัญญาของเขาทำให้เธอต้องยิ้มออกมา พร้อมกับพิงศีรษะไปกับไหล่กว้างของเขา“ถ้าปันปันไม่ท้องและมีลูกให้พี่บุ๊กไม่ได้ พี่บุ๊กจะเหงาไหมคะ”“เหงาทำไม แค่พี่มีปันปันก็ดีที่สุดแล้ว ไม่มีลูกก็ไม่เห็นเป็นไรเลยครับ” เขาไม่อยากให้เธอเครียดหรือกดดันว่าจะต้องมีลูกให้ได้“จริงเหรอคะ”“จริงสิ ถ้าไม่มีลูกจริง ๆ ก็ไม่ใช่ความผิดของปันปัน แต่ถ้าจะผิดเราก็ผิดกันคนละครึ่ง รับผิดชอบกันคนละครึ่งแบบนั้นถึงจะถูกต้อง ไม่ใช่โทษแต่อีกฝ่
“เดี๋ยวนะไอ้ผิดท่าของแกคืออะไร” บัณฑิตเอ่ยถาม ในขณะที่ปณิตาหน้าแดงพลางดึงแขนเสื้อสามีเบา ๆ“มันเป็นน้องฉัน ถามไปเถอะ อายอะไร” บัณฑิตหันมาโต้ตอบกับเมียรัก ทำให้ปณิตาหยุดดึงแขนเสื้อของสามีในทันที“ก็วันไข่ตก ถ้าจัดท่าโลดโผนเกินไป อสุจิไหลออกมาตอนเสร็จน่ะค่ะ” บัณฑิตาตอบพี่ชายแบบใจเย็น“โลดโผนอะไร ก็ไม่นี่” บัณฑิตเสียงสูง แต่คนเป็นเมียหน้าแดงก่ำ นั่งก้มหน้างุด ๆ“หนูอยากแนะนำพี่บุ๊ก” น้องสาวพูดแล้วยิ้มอย่างใจเย็น“ก็แนะนำมาสิ ใครไปว่าอะไร” บัณฑิตขยับตัวไปมา เห็นน้องสาวจ้องเขม็งก็ไม่กล้าสบตาด้วย“วันที่อยู่ในช่วงไข่ตกก็ทำท่าธรรมดาเบสิคให้ปันปันนอนอยู่ด้านล่าง พี่บุ๊กก็อยู่ด้านบน”“แกแนะนำคนไข้คนอื่นแบบนี้ด้วยรึเปล่า” บัณฑิตลดเสียงลง มองน้องสาวที่นั่งยิ้มแฉ่งอยู่ตรงหน้า เหมือนกับเรื่องที่พูดเป็นเรื่องธรรมดาเสียเหลือเกิน“แนะนำคะ”“ห๊า” บัณฑิตอุทาน“แล้วก็อาบน้ำอุ่นให้รู้สึกผ่อนคลายและสบายค่ะ นอนแต่หัวค่ำ วันนั้นไม่เครียด ไม่ทำงาน ไม่ทำกิจกรรมอย่างอื่น นอกจากทำการบ้านค่ะ ค่อย ๆ ทำ”“เดี๋ยว” บัณฑิตยกมือขึ้นเบรกน้องสาว“อะไรคะ”“นี่แกเป็นหมอหรือเป็นครูสอนวิชาเพศศึกษาเหมือนผัวแก”“นั่นมันอดีตค่
“ให้เธอคิดว่าการทำงานมันเป็นความสุขในชีวิต แทนที่จะไปเคร่งเครียดกับมัน ปล่อยวางมันไป ปล่อยวางไม่ใช่การหยุดทำงาน ใช้ชีวิตไร้แก่นสารนะ เราก็ยังทำงานแต่ก็ใช้ชีวิตด้วย” พี่ชายของเธอเล่าว่าปณิตาจริงจังและบางครั้งถึงขั้นเคร่งเครียดกับงาน เธอได้ยินได้ฟังแบบนั้นก็รู้สึกเป็นห่วง และเข้าใจด้วยว่าปณิตามีปมในใจ จึงอยากที่จะประสบความสำเร็จสักเรื่องในชีวิตให้ภาคภูมิใจบ้าง“ส่วนเรื่องการใช้ยากระตุ้นการตกไข่น่ะ เอาไว้ค่อยตัดสินใจเลือกก็แล้วกัน แต่หลังจากตรวจมดลูกและอสุจิของพี่บุ๊กแล้วนะ” บัณฑิตาวกกลับมาเรื่องที่เพื่อนต้องการความช่วยเหลืออยู่“จ้ะ”“มันมีสองวิธีนะ กินกับฉีดจ้ะ”“ฉันไม่ชอบฉีดยา ฉันกลัวเจ็บ” ปณิตาทำหน้าเหยเก“นิดเดียว แต่โชคดีที่เธอกินยาง่ายนะ ถ้ากลัวทั้งฉีดยาและกินยายากด้วย รักษาลำบากเลยจ้ะ” ในฐานะที่เธอเป็นหมอ และผ่านการใช้ชีวิตมาหลายปี จึงเข้าใจว่าคนบางคนกลัวการกินยา กินยายากเพราะความทรงจำวัยเด็กที่คิดว่ายามันขม หรือบางคนเจอหมอกับพยาบาลที่ฉีดยาแล้วเจ็บ ก็ฝังใจว่าทุกคนจะต้องฉีดยาเจ็บ ซึ่งหมอและพยาบาลบางคนก็ฉีดยามือเบามากจนเราไม่รู้สึกเลย ว่าเจ็บ แต่เราก็กลัว ฝังใจและเกร็งไปเอง เวลาที่
“โอ๊ย! ใช้คำว่าโบะบะ คุณหมอจ๋า ใช้ศัพท์แสงฟังแล้วจั๊กจี้”“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” บัณฑิตาหัวเราะกับเพื่อนด้วย เธอก็พยายามพูดไม่ให้มันวิชาการมากไป เดี๋ยวเพื่อนจะเบื่อฟัง แต่ดูแล้วปณิตาไม่ได้เบื่อ แต่ตั้งอกตั้งใจฟังเสียเหลือเกิน อาจเพราะว่าอยากมีลูกนั่นเอง“ในช่วงนั้นอุณหภูมิในร่างกายก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วยจ้ะ ระหว่างการตกไข่ร่างกายจะมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน สูงขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเล็กน้อย” บัณฑิตายังอธิบายอย่างต่อเนื่อง“เราจะรู้ได้ไงว่าอุณหภูมิสูงขึ้น”“เราก็ใช้ปรอทวัดไข้หลังตื่นนอนก่อนไปทำอะไรไงจ๊ะ แล้วก็จดบันทึกอุณหภูมิร่างกายไว้ในช่วงระหว่างก่อนวันตกไข่จะพบว่าอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นกว่าปกติในวันที่ตกไข่ ควรทำสักสองสามเดือนเพื่อดูแนวโน้มวันไข่ตก บางทีการเก็บข้อมูลเล็กๆ น้อย ๆ พวกนี้ รวมถึงจดในปฏิทินว่าเรามีเมนส์วันไหน หมดวันไหน มีรอบกี่วันก็จะทำให้เราคำนวณอะไรแม่นยำขึ้น เวลาไปหาหมอ ให้หมอตรวจก็จะได้มีข้อมูล ที่สำคัญที่สุดคือ เวลาเธอมีเมนส์ปวดท้องมากไหมตอนนี้” เธอถามข้อมูลปัจจุบันของเพื่อน“ปวดนิด ๆ ตอนมีวันแรกแหละ แล้วก็ไม่ปวดอีกเลย แต่ประจำเดือนของฉันไม่ได้ยี่สิบแปดวันเป๊ะ ๆ นี่สิ ส







