เข้าสู่ระบบการ์ตูนเล่มนี้ได้มาจากการสลับกันอ่านวนเวียนกันไปเพราะไม่ต้องซื้อให้เสียเงิน ใครมีการ์ตูนหรือนิยายก็เอามาให้เพื่อนยืมสลับกันไป เพื่อหมุนเวียนกันอ่าน ทำให้ได้อ่านหลากหลายแนว
บัณฑิตาจ้องภาพกับตัวหนังสือแล้วหน้าแดงหัวใจเต้นแรง
“เราชนะพนัน จะขอสิ่งที่อยากได้แล้วนะ”
“ขออะไรเหรอ”
“ขอดูเธอแก้ผ้าได้ไหม”
“ได้สิ แต่เธอก็ต้องแก้ผ้าด้วยนะ”
“ได้สิ”
“ว้าว! ใหญ่จัง”
“หัวนมเธอสีชมพู ขอจับหน่อยนะ”
“จับสิ”
“มันแข็งด้วยแหละ”
“แยกขาหน่อยสิ”
“แยกทำไม”
“อยากดูตรงนั้นของเธอ”
“แยกกว้าง ๆ หน่อยสิ”
“ขอจับของเธอได้ไหม”
“ได้สิ แต่ฉันอยากใส่เข้าไปในตัวเธอ”
“ใส่เข้ามาสิ”
“จะใส่แล้วนะ”
“อือ... อย่าทำแรงนะ เรากลัวเจ็บ เราไม่เคย”
“ไม่แรง จะค่อย ๆ กด”
“อ๊าย...”
“เป็นอะไรเสียวเหรอ”
“เจ็บ”
“เจ็บมากไหม”
“เจ็บมากแต่ทนได้ ใส่เข้ามาเลย”
“อยากดูเหรอ”
“อืม ขอผงกหัวขึ้นดูนะว่าเธอใส่เข้ามายังไง”
“พิงไปที่พนักหัวเตียงสิ จะได้ดูชัดๆ”
“ของเธอใหญ่จัง คับไปหมดทั้งร่อง”
“อ๊าย... อย่ากดแรงสิ”
“ทำอะไรอยู่เบอร์รี!”
“ว้าย! พี่กาย โอ๊ย!” บัณฑิตาสะดุ้งสุดตัว ตกใจหงายหลังตกเก้าอี้ไม่เป็นท่า
“เฮ้ย!” กายสิทธิ์เองก็ตกใจรีบเข้าไปประคองร่างน้อยเอาไว้ในทันที
“ทำไมมาเงียบ ๆ ไม่ให้ซุ่มไม่ให้เสียงคะพี่กาย เบอร์รีตกใจหมดเลย”
“พี่มานานแล้ว”
“นานแล้ว”
“กำลังอ่านการ์ตูนลามกอยู่ใช่ไหม”
“เปล่าค่ะ”
“พี่เห็น”
“พี่กายเห็นอะไรคะ” บัณฑิตเอ่ยถามอย่างตกใจ
“เห็นว่าเธออ่านการ์ตูนลามกอยู่น่ะสิ” เขาตีหน้าผากเธอจนเจ็บ
“โอ๊ย! เจ็บนะพี่กาย”
“ตีให้ได้สติ”
“พี่กายรู้ได้ไงว่าเป็นการ์ตูนลามก” คนถามไม่กล้าสบตาเพราะมีความผิดติดตัวอยู่
“ก็พี่ยืนอ่านอยู่นานแล้ว”
“ยืนอ่าน!! เฮ้ย!! พี่กายมานานแล้วจริงดิ ทำไมเบอร์รีไม่เห็นรู้”
“ก็เธอมัวแต่อ่านการ์ตูนโป๊อยู่ไง เลยไม่เห็นว่าพี่เข้ามาในห้อง”
“เบอร์รีเปล่าอ่านการ์ตูนโป๊นะ” บัณฑิตปฏิเสธหน้าแดงจัด
“ผู้ร้ายปากแข็ง แล้วนี่อะไร” เขาดึงการ์ตูนจากมือของเธอไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปิดหน้านั้นให้เธอดู จริง ๆ มันก็มีฉากอีโรติกตั้งแต่หน้าแรกนั่นแหละ
“พี่กายเอามานี่เลยนะ” บัณฑิตาพยายามแย่งแต่ก็ไม่สามารถแย่งมาได้ เพราะเขาตัวสูงกว่ามาก เธอกระโดดไปมาจนเหนื่อยเลยต้องยอมแพ้
“เห็นหายเงียบอยู่บนห้องนึกว่าเป็นอะไร ที่แท้ก็นั่งอ่านการ์ตูนพวกนี้อยู่นี่เอง”
“การ์ตูนพวกนี้ พี่กายรู้จักด้วยเหรอ”
“เด็กนักเรียนในห้องก็นั่งอ่านตอนพี่สอนสุขศึกษา พี่ริบเอาไว้เป็นลังเลย ได้ฤกษ์เมื่อไหร่จะเอาเผาทิ้ง”
“เฮ้ย! จริงดิ เผาทำไม ขอเบอร์รีได้ไหม”
5
วัยอยากรู้อยากลอง
“ยังจะลามกไม่เลิก อ่านทำไมการ์ตูนพวกนี้ ใจแตกเปล่าๆ”
“พี่กายเป็นครูนะ”
“พี่เป็นครูแล้วไง”
“พี่ก็ต้องเข้าใจวัยรุ่นสิ พี่สอนสุขศึกษาด้วย พี่ก็ต้องรู้ว่าวัยอย่างเราอยากรู้อยากลอง”
“แทนที่จะสำนึก นี่ไม่สำนึกเลยใช่ไหม”
“สำนึกอะไร”
“พูดกับเธอนี่มันปวดหัวจริง ๆ”
“พี่กายอยากอ่านทำไมไม่บอกเบอร์รี”
“หือ...” เขาทำหน้างุนงงในประโยคของเธอ
“ก็พี่กายริบหนังสือพวกนี้ของนักเรียนในโรงเรียน แล้วก็ริบหนังสือของเบอร์รีเพราะจะเอาไปแอบอ่านเองใช่ไหม”
“บ้า! ยายบ๊อง คิดอะไรแบบนั้น” เขาจะตีหน้าผากของเธอเพื่อลงโทษ แต่บัณฑิตารู้ทัน รีบหลบมือของเขาในทันที
“หยุดนะ จะทำร้ายเบอร์รีอีกแล้วเหรอ เบอร์รีไม่ยอมนะ”
“พี่ไม่ได้ยึดมาอ่าน พี่ไม่ได้ลามกเหมือนเธอนะ!” เขาเท้าสะเอวมองเธออย่างเอาเรื่อง
“โธ่... ยอมรับมาเถอะค่ะ เบอร์รีไม่บอกใครหรอก” เธอทำท่าทียียวนกวนประสาทจนกายสิทธิ์ต้องแยกเขี้ยวใส่ด้วยความโมโห
“นี่หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ เป็นเด็กเป็นเล็กอ่านการ์ตูนลามก มันไม่ดี เห็นเงียบหายอยู่บนห้องนึกว่าจะทำการบ้านที่ไหนได้”
“พี่กายอย่ามาเฉไฉแกล้งว่าเบอร์รีเลยค่ะ อยากอ่านก็บอกเบอร์รีมาเถอะ แล้วก็เอาคืนมาด้วยค่ะ” เธอเข้าไปยื้อแย่งการ์ตูนเล่มนั้นอีกครั้ง เพราะเป็นของเพื่อนสนิท ถ้าหายไปต้องโดนต่อว่าแน่ ๆ เลย และมีหลายคนรอคิวอ่านอยู่
“เอามานี่คะ”
“ไม่ให้”
“วะ! ว้าย!” บัณฑิตามัวแต่แย่งการ์ตูนในมือของกายสิทธิ์ เขาก็ถอยหนีหลบหลีก เลยไปชนเข้ากับเตียง เสียหลักหงายหลังลงบนเตียง โดยมีบัณฑิตาทาบทับลงไปแบบไม่ทันตั้งตัว
บัณฑิตาทับอยู่บนร่างแกร่งของกายสิทธิ์ ทั้งสองมองสบตากันนิ่ง ก่อนที่เด็กสาวจะได้สติ ทำท่าจะตะเกียกตะกายร่างหนี แต่กายสิทธิ์กอดรัดเอวคอดของเธอเอาไว้
“พี่กายจะทำอะไรนี่” บัณฑิตาตาโตเมื่อเขากอดรัดเอวคอดของเธอเอาไว้แน่น
“ทำแบบในการ์ตูนที่เธออ่านดีไหม ท่าทางจะตื่นเต้นดี”
“พี่กายลามก”
“โอ๊ย!” เขาร้องเสียงหลงเมื่อโดนเธอใช้ข้อศอกกระแทกเข้าตรงชายโครง ก่อนจะใช้มือบิดเข้าที่ท้องของเขาเต็มแรง
ในจังหวะนั้นบัณฑิตาก็ทำท่าจะหนี แต่เขาก็คว้าร่างของเธอเอาไว้ ก่อนจะกดลงใต้ร่าง บัณฑิตาตกใจอีกรอบที่กำลังเสียเปรียบเขาแบบนี้
“ปล่อยเลยนะพี่กาย”
“แทนที่จะทำการบ้าน”
“ทำการบ้านก็ได้”
“เปลี่ยนจากทำการบ้าน เป็นทำอย่างอื่นกันดีกว่านะ”
“พี่กายลามก”
“อ้อ... ในสมองคงคิดแต่เรื่องลามก ถึงได้คิดว่าคนอื่นเขาจะลามกเหมือนตัวเอง”
“พี่กาย!” เธอทำหน้างอน
“จะชวนไปออกกำลังกาย ทำสวน ล้างรถ จะได้เลิกหมกหมุ่น ไม่ได้จะทำอย่างที่เธอคิดหรอกนะ”
“เบอร์รีเปล่าหมกมุ่นนะ”
“ไม่หมกมุ่นเลย นั่งอ่านการ์ตูนเอากันนี่นะ”
“พี่กาย มันจะมากเกินไปแล้วนะ แล้วพี่กายมีสิทธิ์อะไรเข้ามาในห้องของเบอร์รีโดยไม่ได้รับอนุญาต”
“พี่เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ จะเข้าห้องไหนก็ได้”
“แต่นี่มันห้องของเบอร์รีนะ คนไม่มีมารยาท”
“ผัวเข้าห้องเมียมันผิดตรงไหน”
“พี่กายอย่ามาทะลึ่งนะ” เธอผลักอกเขาแต่เขาไม่ยอมขยับ
รู้จักวิชาการป้องกันตัว และฉลาดเฉลียวในการเอาตัวรอดได้ ก็ไม่ต้องห่วงมากครอบครัวของบัณฑิตเองก็เลี้ยงลูกอย่างดี ปณิตามีปัญหาอะไรก็จะปรึกษาเพื่อนอยู่เสมอ ทำให้เธอสามารถเลี้ยงลูกสาวได้เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพเช่นเดียวกันกับบัณฑิตากีรณากับกานพลูอยากเป็นหมอเหมือนแม่จึงสอบเข้าเรียนหมอได้ แถมสองสาวยังเป็นนักกีฬาเทควันโดที่เก่งจนได้แข่งระดับทีมชาติ และแชมป์การทำอาหารหลายรายการ เรียกว่าความสามารถครบด้าน แต่ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าการเลี้ยงดูของบิดามารดาล้วน ๆเมื่อลูกเจริญวัยขึ้นมานั้น สองสามีภรรยาได้สอนลูกเรื่องการเลือกคู่ชีวิต สำคัญที่สุดนอกจากความรักแล้ว นิสัยใจคอต้องเป็นคนดีด้วย“เราเป็นหญิงสำคัญที่สุดคือไม่เลือกผู้ชายขี้เหล้า ขี้เกียจ ขี้หึง ขี้ยา บรรดาขี้ทั้งหมดอย่าเอามาเป็นสามีเด็ดขาดจ้ะ” บัณฑิตาพูดคุยกับลูกสาวทั้งสองเหมือนเพื่อนคุยกัน ไม่ว่าจะเรื่องอะไร เธอสามารถพูดคุยกับลูกสาวได้เสมอไม่เคยเบื่อหน่าย เธอเป็นแม่ที่ยินดีรับฟังทุกปัญหาของลูก ไม่ว่าจะเรื่องทุกข์ เรื่องสุข เรื่องดีหรือเรื่องไม่ดีของลูกก็ตามที“เหมือนคุณพ่อใช่ไหมคะ คุณพ่อเป็นคนดีและน่ารัก” สองสาวแม้จะโตจนเรียนจบแล
พอคลอดออกมาเป็นผู้หญิงอีกเช่นเคย จึงตั้งชื่อว่าน้องกานพลู เชื่อเล่นว่าน้องกานต์ แปลว่าเป็นที่รักสองครอบครัวไปมาหาสู่กันอยู่ตลอด รวมถึงครอบครัวของพี่ชายและพี่สะใภ้ของกายสิทธิ์ก็ไปมาหาสู่กันอยู่ตลอด เรียกว่าไม่เคยขาดการติดต่อ เวลามีเทศกาลต่าง ๆ ก็จะถือว่าเป็นวันรวมญาติกัน ครอบครัวได้พบปะพูดคุยและสังสรรค์กันให้หายคิดถึงด้วยว่ากายสิทธิ์เป็นคนสุภาพเรียบร้อย และเป็นระเบียบเรียบร้อย เขาจึงสอนลูกสาวทั้งสองให้รู้จักรับผิดชอบและดูแลตัวเองตั้งแต่เด็กตั้งแต่รับผิดชอบตัวเองด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ การอาบน้ำ แปรงฟัน หัดกินข้าวเอง ไปจนถึงการเริ่มซักรีดเสื้อผ้า ทำความสะอาดห้องนอนของตัวเองให้เรียบร้อย ขัดล้างห้องน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ และรวมถึงการช่วยเหลือตัวเองในเรื่องอาหารการกิน โดยการหุงข้าวและทำอาหารง่าย ๆ รับประทานเองกายสิทธิ์ตกลงกับภรรยาแล้วว่าจะไม่เลี้ยงลูกแบบตามใจ และไม่บอกลูกด้วยว่าพ่อแม่มีเงินเยอะแยะมากมายเพียงใด แต่จะสอนลูกให้รู้จักทำงาน รู้จักเก็บเงิน โดยเขากับภรรยาจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกได้ดูกายสิทธิ์มีวิธีการที่จะทำให้ลูก ๆ ช่วยงานบ้านโดยการชักชวนกันทำงานในบ้าน จัดบ้านใหม่ หากิจกรรมให
ให้เรารู้สึกสุขสงบขึ้น และลดความวุ่นวายในหัวใจลงไปได้มากปณิตายอมรับว่าเธอลุ้นเรื่องลูกค่อนข้างมาก อยากให้มีลูกโดยที่ไม่ต้องทำ iui หลายครั้งเหมือนคนอื่น ซึ่งถ้าไม่ติดครั้งแรก บัณฑิตาบอกว่าสามารถทำครั้งที่สองและสามติดต่อกันได้เลย แต่ถ้าไม่ติดอีกก็ต้องข้ามไปทำเด็กหลอดแก้ว ซึ่งอายุของเธอไม่ได้มากมายอะไร ถึงขนาดต้องทำเด็กหลอดแก้ว ถ้าอายุยังไม่มากแต่ยังไม่ท้องสักที ก็คงต้องทำเด็กหลอดแก้วอยู่ดี เพราะพออายุมากขึ้นจะยิ่งมีลูกยากขึ้น“ไม่ต้องกังวลไปหรอก จะท้องก็ท้อง แต่ถ้าไม่ท้องเราก็อยู่กันไปแบบนี้ พี่สัญญาว่าจะไม่ทิ้งเธอไปไหนเด็ดขาด จนกว่าเราจะตายจากกัน” บัณฑิตจับมือของเธอมากุมเอาไว้ คำมั่นสัญญาของเขาทำให้เธอต้องยิ้มออกมา พร้อมกับพิงศีรษะไปกับไหล่กว้างของเขา“ถ้าปันปันไม่ท้องและมีลูกให้พี่บุ๊กไม่ได้ พี่บุ๊กจะเหงาไหมคะ”“เหงาทำไม แค่พี่มีปันปันก็ดีที่สุดแล้ว ไม่มีลูกก็ไม่เห็นเป็นไรเลยครับ” เขาไม่อยากให้เธอเครียดหรือกดดันว่าจะต้องมีลูกให้ได้“จริงเหรอคะ”“จริงสิ ถ้าไม่มีลูกจริง ๆ ก็ไม่ใช่ความผิดของปันปัน แต่ถ้าจะผิดเราก็ผิดกันคนละครึ่ง รับผิดชอบกันคนละครึ่งแบบนั้นถึงจะถูกต้อง ไม่ใช่โทษแต่อีกฝ่
“เดี๋ยวนะไอ้ผิดท่าของแกคืออะไร” บัณฑิตเอ่ยถาม ในขณะที่ปณิตาหน้าแดงพลางดึงแขนเสื้อสามีเบา ๆ“มันเป็นน้องฉัน ถามไปเถอะ อายอะไร” บัณฑิตหันมาโต้ตอบกับเมียรัก ทำให้ปณิตาหยุดดึงแขนเสื้อของสามีในทันที“ก็วันไข่ตก ถ้าจัดท่าโลดโผนเกินไป อสุจิไหลออกมาตอนเสร็จน่ะค่ะ” บัณฑิตาตอบพี่ชายแบบใจเย็น“โลดโผนอะไร ก็ไม่นี่” บัณฑิตเสียงสูง แต่คนเป็นเมียหน้าแดงก่ำ นั่งก้มหน้างุด ๆ“หนูอยากแนะนำพี่บุ๊ก” น้องสาวพูดแล้วยิ้มอย่างใจเย็น“ก็แนะนำมาสิ ใครไปว่าอะไร” บัณฑิตขยับตัวไปมา เห็นน้องสาวจ้องเขม็งก็ไม่กล้าสบตาด้วย“วันที่อยู่ในช่วงไข่ตกก็ทำท่าธรรมดาเบสิคให้ปันปันนอนอยู่ด้านล่าง พี่บุ๊กก็อยู่ด้านบน”“แกแนะนำคนไข้คนอื่นแบบนี้ด้วยรึเปล่า” บัณฑิตลดเสียงลง มองน้องสาวที่นั่งยิ้มแฉ่งอยู่ตรงหน้า เหมือนกับเรื่องที่พูดเป็นเรื่องธรรมดาเสียเหลือเกิน“แนะนำคะ”“ห๊า” บัณฑิตอุทาน“แล้วก็อาบน้ำอุ่นให้รู้สึกผ่อนคลายและสบายค่ะ นอนแต่หัวค่ำ วันนั้นไม่เครียด ไม่ทำงาน ไม่ทำกิจกรรมอย่างอื่น นอกจากทำการบ้านค่ะ ค่อย ๆ ทำ”“เดี๋ยว” บัณฑิตยกมือขึ้นเบรกน้องสาว“อะไรคะ”“นี่แกเป็นหมอหรือเป็นครูสอนวิชาเพศศึกษาเหมือนผัวแก”“นั่นมันอดีตค่
“ให้เธอคิดว่าการทำงานมันเป็นความสุขในชีวิต แทนที่จะไปเคร่งเครียดกับมัน ปล่อยวางมันไป ปล่อยวางไม่ใช่การหยุดทำงาน ใช้ชีวิตไร้แก่นสารนะ เราก็ยังทำงานแต่ก็ใช้ชีวิตด้วย” พี่ชายของเธอเล่าว่าปณิตาจริงจังและบางครั้งถึงขั้นเคร่งเครียดกับงาน เธอได้ยินได้ฟังแบบนั้นก็รู้สึกเป็นห่วง และเข้าใจด้วยว่าปณิตามีปมในใจ จึงอยากที่จะประสบความสำเร็จสักเรื่องในชีวิตให้ภาคภูมิใจบ้าง“ส่วนเรื่องการใช้ยากระตุ้นการตกไข่น่ะ เอาไว้ค่อยตัดสินใจเลือกก็แล้วกัน แต่หลังจากตรวจมดลูกและอสุจิของพี่บุ๊กแล้วนะ” บัณฑิตาวกกลับมาเรื่องที่เพื่อนต้องการความช่วยเหลืออยู่“จ้ะ”“มันมีสองวิธีนะ กินกับฉีดจ้ะ”“ฉันไม่ชอบฉีดยา ฉันกลัวเจ็บ” ปณิตาทำหน้าเหยเก“นิดเดียว แต่โชคดีที่เธอกินยาง่ายนะ ถ้ากลัวทั้งฉีดยาและกินยายากด้วย รักษาลำบากเลยจ้ะ” ในฐานะที่เธอเป็นหมอ และผ่านการใช้ชีวิตมาหลายปี จึงเข้าใจว่าคนบางคนกลัวการกินยา กินยายากเพราะความทรงจำวัยเด็กที่คิดว่ายามันขม หรือบางคนเจอหมอกับพยาบาลที่ฉีดยาแล้วเจ็บ ก็ฝังใจว่าทุกคนจะต้องฉีดยาเจ็บ ซึ่งหมอและพยาบาลบางคนก็ฉีดยามือเบามากจนเราไม่รู้สึกเลย ว่าเจ็บ แต่เราก็กลัว ฝังใจและเกร็งไปเอง เวลาที่
“โอ๊ย! ใช้คำว่าโบะบะ คุณหมอจ๋า ใช้ศัพท์แสงฟังแล้วจั๊กจี้”“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” บัณฑิตาหัวเราะกับเพื่อนด้วย เธอก็พยายามพูดไม่ให้มันวิชาการมากไป เดี๋ยวเพื่อนจะเบื่อฟัง แต่ดูแล้วปณิตาไม่ได้เบื่อ แต่ตั้งอกตั้งใจฟังเสียเหลือเกิน อาจเพราะว่าอยากมีลูกนั่นเอง“ในช่วงนั้นอุณหภูมิในร่างกายก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วยจ้ะ ระหว่างการตกไข่ร่างกายจะมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน สูงขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเล็กน้อย” บัณฑิตายังอธิบายอย่างต่อเนื่อง“เราจะรู้ได้ไงว่าอุณหภูมิสูงขึ้น”“เราก็ใช้ปรอทวัดไข้หลังตื่นนอนก่อนไปทำอะไรไงจ๊ะ แล้วก็จดบันทึกอุณหภูมิร่างกายไว้ในช่วงระหว่างก่อนวันตกไข่จะพบว่าอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นกว่าปกติในวันที่ตกไข่ ควรทำสักสองสามเดือนเพื่อดูแนวโน้มวันไข่ตก บางทีการเก็บข้อมูลเล็กๆ น้อย ๆ พวกนี้ รวมถึงจดในปฏิทินว่าเรามีเมนส์วันไหน หมดวันไหน มีรอบกี่วันก็จะทำให้เราคำนวณอะไรแม่นยำขึ้น เวลาไปหาหมอ ให้หมอตรวจก็จะได้มีข้อมูล ที่สำคัญที่สุดคือ เวลาเธอมีเมนส์ปวดท้องมากไหมตอนนี้” เธอถามข้อมูลปัจจุบันของเพื่อน“ปวดนิด ๆ ตอนมีวันแรกแหละ แล้วก็ไม่ปวดอีกเลย แต่ประจำเดือนของฉันไม่ได้ยี่สิบแปดวันเป๊ะ ๆ นี่สิ ส







