LOGIN“ตอบว่าไม่โอเคได้ไหมล่ะ”
คนตกกระไดพลอยโจนอย่างไร้ทางเลือกแกล้งทำเสียงประชด คนเป็นน้องเลยรีบกระเตงเฝือกอ่อน ขยับมาซุกซบที่แผ่นหลัง
“ไม่เอาไม่ทำร้ายน้องงงงง”
“งั้นก็รีบ ๆ หาย เอ้อ วันนี้ฉันแวะซื้อกะเพราหมูสับร้านหน้าปากซอยเข้ามานะ ขี้เกียจทำกับข้าว ถ้าหิวแล้วก็ลงไปกินก่อนได้เลยนะ ฉันเหนียวตัว จะอาบน้ำก่อน”
“โอเคค่ะคุณแม๊~”
เขมิกาทำเสียงล้อเลียน พอเห็นว่ามีคนทำตาขวาง พองแก้มใส่เธอก็รีบวิ่งลงบันไดหนี
“ไอ้เขม! บอกว่าอย่าวิ่ง อยากใส่เผือกที่ขาเพิ่มด้วยหรือไง”
เจณิสตาตะโกนไล่หลัง ดีหน่อยที่อีกฝ่ายยอมชะลอฝีเท้าตามคำสั่ง เธอยืนมองจนน้องสาวลงไปถึงชั้นล่างได้อย่างปลอดภัย ไม่ล้มกลิ้งจนได้แผลเพิ่มถึงค่อยเข้าห้องของตัวเองไปหยิบเสื้อผ้า หากในจังหวะที่เตรียมจะเดินเข้าห้องน้ำด้านนอก ก็มีเสียงใส ๆ ตะโกนมาจากชั้นล่าง
“เจน! ทำไมวันนี้เป็นไข่ต้มล่ะ”
“เมื่อคืนฉันได้ยินเสียงแกไอ เพราะงั้นงดกินของมันของทอดไปก่อน”
“แต่กินกะเพรา มันต้องกินกับไข่ดาวนะถึงจะอร่อย”
“ถ้าอยากกินไข่ดาวก็ไปทอดเอง”
“ฉันทำได้ที่ไหนเล่า! ฉันใส่เฝือกที่แขนข้างขวานะ!”
“ก็ใช่ไง เพราะงั้นกินไปอย่าบ่น”
มีเสียงบ่นที่จับใจความไม่ได้ลอยแว่วมา เจณิสตาหลุดอมยิ้ม เดาออกได้เลยว่าตอนนี้อีกฝ่ายคงกำลังนั่งหน้ามุ่ย ทำปากขมุบขมิบ
“เอาน่า กินอันนี้ไปก่อน เอาไว้หายดีไม่มีไข้แล้วฉันจะสั่งไก่ทอดซอสเกาหลีมาให้ โอเคไหม”
“จริงนะ พูดแล้วนะ!” จากน้ำเสียงอ่อย ๆ กลายเป็นน้ำเสียงตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“ถ้าอยากกินของโปรดก็รีบ ๆ หาย”
“เดี๋ยวสั่งหวัดให้ว่าพรุ่งนี้หายเลย”
“แล้วทำไมไม่สั่งให้หายวันนี้เลย”
“เจน อย่าขัดดิ”
เจณิสตาหัวเราะร่วน พอไม่ได้ยินน้องสาวต่อปากต่อคำเธอก็เดินเข้าห้องน้ำไป กว่าจะเสร็จธุระใครอีกคนก็กินอิ่มและเข้าห้องไปนอนดูซีรี่ส์แล้ว หญิงสาวเดินทอดน่องลงบันไดมาเรื่อย ๆ เท้าเรียวชะงักเล็กน้อยในจังหวะที่กำลังจะเดินผ่านภาพติดผนัง
ชายในภาพอายุราวสามสิบต้น ๆ ใบหน้าคมคาย มุมปากมีรอยยิ้มบาง ๆ ติดอยู่ ส่วนสายตาของเขานั้นไม่ได้มองกล้อง แต่มองคนในวงแขนซึ่งเป็นหญิงสาววัยไล่เลี่ยกัน
นางกำลังยิ้มกระจ่าง แววตาอ่อนโยนเปี่ยมด้วยความสุข ขณะที่สองมือโอบประคองเด็กสาววัย 3 ขวบไว้บนหน้าตัก แถมเด็กทั้งสองคนยังมีหน้าคล้ายกันราวกับแกะ
ใช่แล้ว มันคือภาพถ่ายของครอบครัวเธอ เพียงแต่ในเวลานี้ ทั้งสองแอบหนีไปฮันนีมูน ณ ดินแดนห่างไกลกันแค่สองคนเสียแล้ว
เจณิสตายิ้มบาง ๆ พลางอิงศีรษะกับกรอบรูป
“พ่อกับแม่อยู่ทางนู้นสบายดีไหมคะ”
“...”
“อืม ก็ต้องสบายดีอยู่แล้วแหละเนอะ เพราะถ้าลำบากป่านนี้พ่อกับแม่คงกลับมาหาพวกหนูกันแล้ว”
เธอหัวเราะเบา ๆ กับมุกตลกของตัวเอง หากมันช่างเป็นเสียงหัวเราะที่แปร่งปร่าที่สุดในชีวิต ครั้งหนึ่งเธอกับเขมิกาเคยมีชีวิตที่สวยงามจนใคร ๆ ต่างก็อิจฉา พวกเธอมีครอบครัวที่อบอุ่น มีบ้านหลังโตรั้วสูงเทียมหัว มีสนามหน้าบ้านที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ และมีรถยนต์คันหรูคอยไปรับส่งที่หน้าโรงเรียนทุกวัน
แต่แล้วทุกความสุขเหล่านั้นก็อันตรธานหายไปในชั่วข้ามคืน ...
วันนั้นพวกเธอกำลังกลับจากสวนสนุก แต่แล้วรถยนต์ก็เกิดประสบอุบัติ ถูกคนเมาพุ่งชนท้ายจนไถลตกคู่น้ำ คู่กรณีหนีหายไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงความชอกช้ำ รอยแผลบนร่างกาย และชีวิตใหม่ที่ใครต่อใครเรียกพวกเธอว่า ‘เด็กกำพร้า’
ซึ่งแม้บิดามารดาจะทิ้งเงินประกันชีวิตไว้ให้ ทว่าพวกเธอมีอายุเพียง 10 ขวบ ยังเด็กเกินกว่าจะดูแลตัวเอง และใสซื่อกว่าจะทันเล่ห์เหลี่ยมของคนที่ขึ้นชื่อว่า ‘น้า’
คิดถึงตรงนี้หญิงสาวก็หลับตาลง พยายามกลืนก้อนน้ำตาที่จุกหน่วงอยู่กลางอก แต่ก็ไม่เป็นผล ... ความเสียใจระคนคิดถึงรินไหลออกมาเป็นสาย อาบเต็มสองพวงแก้ม
ทั้งยังคับแค้นใจที่เสียรู้คนคิดว่าใกล้ชิดจนเป็นเหตุให้ต้องสูญเสียทุกอย่าง ครั้นพอเติบใหญ่จนรู้ความ หลาย ๆ อย่างก็สายเกินกว่าจะแก้ไขไปแล้ว
“แต่ไม่เป็นไรนะคะ พ่อกับแม่ไม่ต้องเป็นห่วง หนูสัญญาว่าจะดูแลน้องให้ดีที่สุด น้องจะต้องมีอนาคตที่ดี มีหน้าที่การงานที่มั่นคง ได้แต่งงานกับคนที่รักและจริงใจ มีหลานหน้าตาน่ารักเหมือนตากับยาย แล้วเมื่อถึงวันนั้น...”
เธอคงปล่อยวางทุกอย่างได้จริง ๆ สักที
ชั่วโมงต่อมารถมินิแวนก็แล่นมาถึงร้านอาหารริมน้ำอันเป็นจุดหมายปลายทางของวันนี้ ร้านนี้ไม่ใช่ร้านเด่นดัง ออกจะเป็นร้านลับที่อยู่ไกลถึงชานเมืองเสียด้วยซ้ำเจณิสตาค้นพบมันโดยบังเอิญบนอินเทอร์เน็ต และพอได้ชวนก้องภพมาลองเธอก็ติดใจทั้งบรรยากาศที่ร่มรื่นและรสชาติของอาหารที่อร่อย ราคามิตรภาพแรงเบียดที่ข้างกายและไออุ่นของฝ่ามือที่วางแปะบนสะโพกกลมกลึงดึงความสนใจจากเจณิสตาเพียงครู่ แต่ยังไม่ทันหันไปถามพนักงานก็เดินเข้ามาต้อนรับพร้อมรอยยิ้ม“จองไว้ชื่อคุณก้องภพค่ะ”เธอแจ้งกับพนักงาน ไม่กี่อึดใจอีกฝ่ายก็นำพวกเธอมาส่งยังโต๊ะที่จองไว้ สองสามีภรรยาเลือกนั่งประกบข้างลูกสาวเพื่อสะดวกแก่การดูแลรอยยิ้มบนใบหน้าหวานพลันกว้างขึ้น เมื่อพบว่ามันคือโต๊ะเดิมกับปีที่แล้ว โต๊ะที่เธอเคยบอกว่าชอบวิวจากมุมนี้ที่สุดผิดกับก้องภพที่แววตาดุดันขึ้นหลายส่วน เพราะพบว่านับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าร้านมา ภรรยาของเขาตกเป็นเป้าสายตาชายอื่นถึงสามคู่ฮึ้ย! ลูกก็มา ผัวก็มี ยืนหัวโด่อยู่ข้าง ๆ ด้วยยังจะกล้ามองเมียชาวบ้านอีก!“พี่ก้องจะเอาอะไรเพิ่มไหมคะ”ก้องภพเก็บซ่อนความขุ่นเคืองคนนอกลงทันทีที่ได้ยินเสียงอ่อนหวานของภรรยา เขาจงใจโน้มหน
“คุณแม่ขา อันนี้ดีไหมคะ อุ้ย แต่อันนี้ก็สวย อันนี้ก็ด้วยยย”เสียงใส ๆ ดังเจื้อยแจ้วอยู่ในห้องแต่งตัว เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากหญิงสาวในชุดเดรสสีม่วงอ่อนลายดอกไลแลคที่กำลังยืนเลือกเครื่องประดับให้เข้ากับชุดที่ตนสวมใส่อยู่หลังสวมสร้อยให้ตัวเองสำเร็จ เจณิสตาย่อตัวลงนั่งตรงหน้าร่างเล็กที่ใส่ชุดคล้ายกันกับเธอ ในมือป้อม ๆ เล็ก ๆ มีกิ๊บติดผมอยู่สี่อัน แล้วยิ้มละไม“ไหนนนน วันนี้ลูกพีชอยากติดอันไหนคะ”เธอถามลูกสาวเสียงหวาน เด็กหญิงขมวดคิ้ว ทำหน้าคิดหนัก มองมือซ้ายของตนที มองมือขวาของตนที ครู่หนึ่งก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่“ลูกพีชชอบทั้งหมดเลยค่ะ ลูกพีชขอติดทุกอันเลยได้ไหมคะ”คำขอไม่เหลือบ่ากว่าแรง แต่พื้นที่บนศีรษะลูกสาวนั้นไม่น่าพอ แถมบางชิ้นก็ไม่เข้ากับชุดซะด้วยสิ“อืมมมม ถ้าดูจากทรงผมที่ลูกพีชทำวันนี้ แม่ว่าติดสองอันจะสวยที่สุดนะคะ”“งั้นนนนน งั้นลูกพีชติดอันนี้ กับอันนี้ก็ได้ค่ะ ลูกพีชจะได้สวย ๆ เหมือนคุณแม่”เจณิสตาหัวเราะเสียงใส รับกิ๊บติดผมที่มีเพชรล้อมพราวระยับจากมือลูกสาวมาบรรจงติดบนผมสีดำขลับ หนานุ่มหากหยักศกตามธรรมชาติ ก่อนจะก้มไปหอมแก้มนุ่ม ๆ ทั้งซ้ายและขวาอย่างรักใคร่ปนมันเขี้ยวหลังติดเสร
วันเวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวจากเด็กตัวน้อยที่นอนร้องอ้อแอ้ ชูแขนชูขาอยู่ในเปลเด็ก ก็เติบใหญ่กลายเป็นเด็กหญิงกมลพิชญ์วัยสามขวบที่แสนสดใส แสบซน และมีพลังเหลือล้น“อ๊ายยย จุนพ๊ออออออ”“จะหนีไปไหน มาให้จับซะดี ๆ ฮืมมมมม หรือจะจกพุงดิมดีนะ”“ว๊ากกก พุงดิมไม่อร่อยยยย”เสียงหวีดร้องระคนเสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากดังลั่นไปทั่วบริเวณ ขณะที่หนึ่งผู้ใหญ่กำลังวิ่งไล่ตามเด็กหญิงกับเด็กชายไปรอบ ๆ สวนหย่อมหน้าบ้านโดยกติกาของเกมก็คือใครที่เป่ายิงฉุบแพ้จะต้องกลายเป็นหมาป่า ไล่จับคนที่เหลือ และหากแตะได้ใครคนนั้นต้องสลับมาเป็นหมาป่า แล้วคอยไล่จับคนอื่น ๆ แทนซึ่งผลของเกมนี้จบที่คนตัวโตที่สุด ชะลอฝีเท้าลง กลายเป็นหยุดยืนหอบหายใจ“เอ้า ๆ เอายาดมไหมคนแก่!” ดนตร์ตะโกนแซวแล้วหัวเราะร่าเมื่อได้รับสายตาขวางๆ กลับมาจากคนแก่“ไอ้...”เพราะมีเด็ก ๆ อยู่ ต่อให้อยากด่าออกเสียงแค่ไหน ก้องภพก็ทำได้แค่เว้นวรรคแล้วด่าในใจแทน“ก็บอกแล้วว่าให้รีบมีลูก”“นี่ก็รีบสุด ๆ แล้ว” ก้องภพตะโกนแย้ง ชี้หน้าคนยังแซวไม่เลิกอย่างคาดโทษ ก่อนเปลี่ยนเป็นกวักมือเรียก “มานี่เลย มาเปลี่ยนตัวกันได้แล้ว!”กระทั่งได้สลับหน้าที่ก้องภพก็
“แอะ แอ๊~”เสียงร้องไห้จ้าปลุกให้สองชีวิตที่เพิ่งเข้านอนกันเมื่อสามชั่วโมงก่อนถึงกับสะดุ้งเฮือก มือเรียวของคนอยู่ใกล้กว่าเอื้อมไปเปิดโคมไฟที่หัวเตียง ก่อนเธอจะพลิกตัวไปกระซิบบอกคนที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกัน“เดี๋ยวเจนไปดูลูกเองค่ะ” จากนั้นคุณแม่มือใหม่ที่ยังตื่นไม่เต็มตาก็รีบคลานไปหาร่างเล็กที่กำลังนอนแบะปาก เตะขาไปมาอยู่ในเตียงนอนเด็กอ่อนวินาทีที่สบกับดวงตาใสแป๋วคู่กลมโตที่ถอดแบบมาจากเธอ ขณะที่ส่วนอื่น ๆ บนใบหน้านั้นได้มาจากคนเป็นพ่อ ความเหนื่อยล้าต่าง ๆ ก็สลายหายไปหลายส่วน หญิงสาวส่งยิ้มกว้าง“ว่าไงคะลูกพีชของแม่~”ชื่อเล่นของลูกสาวได้มากจากผลไม้ที่เธอร่ำร้องอยากกินอยู่ตลอดช่วงที่ท้องแก ดวงตาคู่โตเบนมามองตามเสียง และคงเพราะเริ่มจดจำเธอได้แล้ว เสียงร้องจึงแผ่วลง คิ้วที่ขมวดมุ่นค่อย ๆ คลายออก“แอะ~”“โอ๋ ๆ ไม่ร้องน้า หนูหิวใช่ไหมคะ มา ๆ กินนมกันเนอะ”“แอ๊~”เสียงอ้อแอ้ร้องตอบกลับมาอย่างน่าเอ็นดู เจณิสตาอมยิ้ม ก้มไปสอดมือเข้าประคองคอแล้วช้อนก้น อุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นจากเตียงแล้วเดินเลี้ยวไปยังห้องเด็กอ่อนที่ตอนนี้อยู่ในขั้นตกแต่งเพื่อเอาเข้าเต้าทันทีที่ได้ในสิ่งที่ต้องการ ลูกพีชหรือเ
ดิษยะถอนหายใจแรง วางทั้งมีดและผลไม้ในมือลงก่อนเดินไล่เตะน้องชายไปรอบเคาน์เตอร์เสียงโวยวายระคนด่าทอของสามหนุ่มดึงทุกสายตาของสาว ๆ ที่นั่งจับกลุ่มอยู่ที่โซฟาชุด ครั้นพอเห็นผู้ชายตัวโตกำลังไล่หยอกกันเหมือนเด็ก พวกเธอก็หลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนหันกลับมาคุยกันต่อ“แล้วนี่เริ่มแพ้ท้องบ้างหรือยังจ๊ะ”กิติมาเอ่ยถามตามประสาคนเคยผ่านมาก่อนแถมยังแพ้หนักมาก ๆ เมื่อเห็นว่าที่คุณแม่ที่แม้จะอิ่มเอิบขึ้น ทว่าใต้ตาปรากฎร่องรอยของการอดนอนด้วยความเป็นห่วง“ตัวเจนแทบไม่แพ้เลยค่ะพี่ปิ่น”เจณิสตาส่ายหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปทางผู้ชายตัวโตที่ยืนคั้นน้ำส้ม ใกล้ ๆ กันมีดิษยะกับดนตร์ที่ตอนนี้สงบศึกเพราะโดนไหว้วานแกมบังคับให้เป็นลูกมือกำลังหั่นผลไม้กันทั้งคู่“คนนู้นต่างหากที่อาการหนัก ทั้งเวียนหัวตอนเช้า ทั้งอารมณ์สวิง”ส่วนตัวเธอนั้นมีการเปลี่ยนแปลงเพียงด้านร่างกาย คัดหน้าอก น้ำหนักขึ้นเพราะเจริญอาหาร และรู้สึกง่วงนอนบ่อย ๆกิติมาได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี“ดี! แพ้ท้องแทนเยอะ ๆ ได้ยิ่งดี หมั่นไส้!”ทว่าเขมิกากลับส่ายหัวหวือ ไม่เห็นด้วย“พี่ปิ่นขา ลืมไปหรือเปล่าว่าถ้าบอสอารมณ์ไม่ดี คนที่จะซวยตอ
หลังจากก้องภพทำคนที่ตามบัญชีโซเซียลของเขาแตกตื่นด้วยการโพสต์ภาพถ่ายสองชายหญิงยืนยิ้มร่า ในมือถือทะเบียนสมรสคู่กันไปแล้วหนึ่งหน เดือนถัดมาชายหนุ่มก็ทำให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นอีกครั้งด้วยการประกาศอีกหนึ่งข่าวดีที่ตัวเขาเฝ้ารอมานาน ผ่านภาพสองชายหญิงคู่เดิมกำลังนั่งโอบกันบนโซฟาตัวโต สีหน้าเปี่ยมด้วยความสุขในมือของฝ่ายหญิงมีภาพถ่ายของผลอัลตราซาวด์ พร้อมเขียนแคปชันด้านล่างภาพ สั้น ๆ แต่แสนอบอุ่นหัวใจว่าภาพถ่ายแรกของครอบครัว ‘แสงธนนท์’ แต่ใครจะคิดล่ะว่านอกจากคำยินดีที่หลั่งไหลมาจากทุกสารทิศ บรรดาคนสนิทจะถือโอกาสนี้มามอบของขวัญให้ถึงมือในเย็นวันหยุดสุดสัปดาห์ก้องภพกลอกตามองบน ตอนพบว่าคนที่ยืนอยู่ด้านนอกคือแขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างกิติมา ดนตร์และดิษยะ ทำไมคนพวกนี้ต้องใจตรงกันวันนี้ด้วย!และถึงใจเขาจะไม่อยากรับแขก แต่ก็ทำได้เพียงปล่อยมือจากประตูห้องแล้วเบี่ยงตัวหลบเป็นเชิงอนุญาตให้คนเหล่านั้นเข้ามาในห้องเพราะภรรยาไม่เพียงร้องทักทายด้วยสีหน้าตื่นเต้นดีใจ แต่ช่วงเวลาหวานแหววของเขากับภรรยา กลายเป็นปาร์ตี้ฉลองต้อนรับสมาชิกใหม่นับตั้งแต่เขมิกากับพิมพิบุกมาเยี่ยม พร้อมของกินถุงใหญ่และของขวัญจาก







