Home / แฟนตาซี / หวนคืนฝืนชะตารัก / ตอนที่ 8 มะละกอดิบกินได้ด้วยหรือ

Share

ตอนที่ 8 มะละกอดิบกินได้ด้วยหรือ

last update publish date: 2026-02-04 09:49:12

“พอสำหรับค่าทำคลอดหรือไม่” ส่วนค่าอื่น ๆ ค่อยว่ากันอีกที

            “พอเจ้าค่ะ” แต่หากนางไม่เริ่มทำงานตั้งแต่ตอนนี้ ภายภาคหน้าค่าผ้าอ้อมและค่าของใช้เด็กอ่อนอย่างอื่นก็คงไม่พอแล้ว          

            ขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอยู่นั้นก็มีเสียงดังมาจากหน้าบ้าน “มีใครอยู่ไหม ข้าเอาพุทรามาให้”

            “เสียงท่านป้าอิ่มนี่นา” ทรงกลดว่า “เดี๋ยวข้าออกไปดูให้เองขอรับ”

            ทรงกลดเดินออกไปจึงเห็นว่าเป็นอิ่มจริง ๆ นางเอ่ยถามว่า “ท่านแม่กับท่านพ่อของเจ้าไม่อยู่หรือ”

            “อยู่ด้านในขอรับ ท่านป้ามีเรื่องจะคุยกับท่านทั้งสองหรือขอรับ”

            “ไม่มีหรอก แค่เอาพุทรามาให้เท่านั้น ลูกเขยข้าเพิ่งเก็บมาจากนาเมื่อเช้า” ปากก็ว่าไม่มีอะไรแต่สายตากลับสอดส่ายเข้าไปมองทั่วบริเวณบ้าน “ข้าเคยเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในบ้าน หน้าตาสะสวยทีเดียวแต่นางอวบไปหน่อยเท่านั้น นางเป็นเมียเจ้ารึ”

            “ไม่ใช่หรอกขอรับ นางเป็นลูกของท่านป้าของข้าขอรับ”

            “อ๋อ ที่แท้ก็ลูกสาวของแม่พุดซ้อนนี่เอง ข้าก็คิดว่าเจ้าแต่งงานแล้วแต่ไม่ยอมส่งข่าวข้าบ้าง”

            “ยังอีกนานขอรับ หากท่านป้าไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัวก่อนนะขอรับ”

            “เออ ๆ ไปเถอะ” ได้คำตอบเช่นนั้น อิ่มก็มีเรื่องไปพูดต่อแล้ว

            พอทรงกลดเดินเข้ามา เรณูจึงบอกเขาว่า “กลด ไปซื้อส้มตำให้ข้าหน่อยสิ” เพราะตั้งแต่เข้ามาอยู่ในร่างนี้ นางยังไม่เคยกินส้มตำสักครั้ง ปกติขายเองตำกินเองทุกวัน

            “ส้มตำคืออะไร” ทรงกลดและท่านน้าทั้งสองทำหน้างุนงง

            “นั่นน่ะสิ” ช้องปีบว่าเสริมขึ้นอีก

            ส้มตำ ก็ตำบักหุ่งไง ทำไมถึงไม่รู้จักกันเล่า แต่พอเรณูนึกขึ้นได้ จึงร้องอ้อขึ้นมาคำหนึ่ง แล้วอธิบายว่า “ส้มตำก็คือ ตำมะละกอนั่นละ ข้าลืมไปว่าที่นี่ไม่ค่อยกินมะละกอดิบกัน” ที่จริงไม่ใช่แค่ที่นี่ แต่เป็นทั้งประเทศเลยก็ว่าได้ ถึงประเทศคีรีมาศ จะมีทรัพยากร วิถีชีวิต และประเพณีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย แต่ด้านอาหารการกินก็ไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียว ถึงที่นี่จะกินปลาร้าก็ตาม 

            “ที่บ้านเสี่ยผากินก็รึ” ช้องปีบ

            “เจ้าค่ะ ส่วนมากก็มีแต่ข้าที่กิน คนอื่นไม่ค่อยกินหรอกเจ้าค่ะ” เรณูพูดแก้ต่างไปอย่างนั้น เพื่อไม่ให้พวกเขามองนางแปลกไป

            “มันอร่อยหรือ มะละกอดิบมันมียางนะ” ทองใบว่า

            “อร่อยมากเจ้าค่ะ”

            “หากเจ้าอยากกินข้าจะไปขอกับท่านป้าอิ่มมาให้” ถึงนางจะพูดมากและอยากรู้อยากเห็นเรื่องของคนอื่นอยู่สักหน่อย แต่นางก็มีน้ำใจ ชอบนำของฝากมาให้เสมอ

            “ข้าอยากกิน เจ้าไปขอมาให้ข้าได้หรือไม่”

            “ได้สิ เอ้านี่พุทราเจ้ากินไปก่อนก็แล้วกัน”

            “ขอบใจ” เรณูรับถุงพุทรามาแล้ว จึงเดินเข้าห้องครัว นำพุทราไปล้างให้สะอาดแล้วทำพริกเกลือ

            เรณูยกพุทรากับพริกเกลือออกมาให้ท่านน้าทั้งสองลองชิม ช้องปีบหยิบพุทรามาจิ้มพริกเกลือแล้วชิมดู “อืม รสชาติไม่เลว” พุทรารสเปรี้ยวอมหวานนิด ๆ บวกกับพริกเกลือเค็มนิดหวานหน่อยบวกนัวน้อย ๆ ทำให้รสชาติเข้ากันอย่างลงตัว

            เรณูก็กินไม่หยุดปากเลยทีเดียว ยิ่งกินก็ยิ่งรู้สึกอร่อย 

            จากนั้นทรงกลดก็ถือมะละกอดิบลูกยาวเข้ามา พร้อมเอ่ยขึ้นว่า “ท่านป้าให้มาลูกใหญ่เลยละ หากเจ้าอยากได้อีก ก็ไปขอกับท่านป้าได้ เพราะที่บ้านนางปลูกไว้หลายต้น มีลูกดกเต็มต้นทั้งนั้น” 

            “เดี๋ยวข้าจะไปตำกินตอนนี้เลย” เพราะเครื่องปรุงในครัวมีครบทุกอย่างแล้ว อีกทั้งตอนนี้ก็ใกล้จะเที่ยงแล้วพอดี

            “มันกินเป็นกับข้าวได้ด้วยรึ” ช้องปีบถามด้วยความสงสัย

            “ได้เจ้าค่ะ กินเป็นกับข้าวก็ดี กินเล่นก็อร่อยเจ้าค่ะ” ว่าพลางหันไปหาทรงกลด บอกเขาอีกว่า “เจ้าปั่นจักรยานไปซื้อขนมจีนกับแคบหมูมาให้ข้าที”

            “ได้สิ” เพราะบ้านอยู่ใกล้ตลาด จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับการซื้อหาของกิน “ว่าแต่เจ้าจะเอามาทำอะไรรึ”

            “กินกับส้มตำ”

            “อ้อ” พูดเพียงเท่านั้น ทรงกลดก็รีบปั่นจักรยานไปซื้อในตลาดมาให้นางทันที

            เรณูเดินเข้าห้องครัวและรีบสับมะละกอ เตรียมเครื่องปรุงอย่างชำนาญ โดยมีช้องปีบกับทองใบแอบมองอยู่หน้าประตูห้องครัว ช้องปีบพูดว่า “สมกับที่นางเคยเป็นแม่บ้านมาก่อนจริง ๆ”

            “นั่นสิ แต่ก็ต้องรอชิมรสชาติอีกที”

            พอได้กินพุทรารองท้องไปก่อนแล้ว อาการคลื่นไส้ และมึนศีรษะของเรณูก็ทุเลาลงมาก นางจึงพอทำอาหารเองได้ ก่อนทำส้มตำก็นำแกงอ่อมหมูใส่ฟักทองที่เหลือจากมื้อเช้ามาอุ่น 

            ไม่นานทรงกลดก็มาถึง และไปนั่งดูนางทำอาหารอยู่ใกล้ ๆ เผื่อนางจะมีอะไรให้เขาช่วยหยิบจับได้บ้าง “ให้ข้าช่วยอะไรไหม”

            “ไม่เป็นไร แค่ดูหม้อแกงให้ก็พอ” 

            ทรงกลดจึงนั่งดูนางทำส้มตำต่ออย่างเงียบ ๆ พอหม้อแกงหมูใส่ฟักทองเดือดแล้วจึงปิดเตาแก๊ส ทุกขั้นตอนเรณูหยิบจับอย่างชำนิชำนาญ และกะเครื่องปรุงได้อย่างพอดิบพอดี ตำเสร็จแล้วนางใช้ช้อนตักชิมคำหนึ่ง เมื่อรู้สึกว่าพอใจแล้วจึงหันไปคุยกับทรงกลด “ลองชิมดูสิว่ายังขาดเหลืออะไรอีก”

            ทรงกลดจึงหยิบช้อนมาตักชิม ทันใดนั้นดวงตาเขาก็เบิกกว้างขึ้น “อื้ม พอดีแล้วอร่อยมากด้วย” รสชาติส้มตำดีกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก ไม่คิดว่ามะละกอดิบเมื่อเอามาคลุกเคล้าเข้ากับเครื่องปรุงแล้วจะอร่อยถึงเพียงนี้ นางทำให้เขาเปิดโลกมากเลยทีเดียว

            เรณูจัดขนมจีนกับแคบหมูใส่ในถาดส้มตำ ทรงกลดตักแกงอ่อมหมูใส่ถ้วยแล้วยกถาดอาหารออกไปห้องโถง เรณูถือกระติบข้าวเหนียวตามออกมา

            ทุกคนนั่งล้อมวงบนเสื่อ เรณูพูดว่า “ท่านน้าทั้งสองลองชิมดูเจ้าค่ะ”

            “อร่อยมากขอรับท่านแม่ ข้าเป็นพยานได้” ทรงกลดยืนยันอีกเสียง

            “กินกับขนมจีนและแคบหมูก็อร่อยเจ้าค่ะ” พูดพร้อมกับทำให้ดูเป็นตัวอย่าง 

            พวกเขาทั้งสามคนจึงทำตาม เมื่อมีคำแรกคำต่อไปก็หยุดไม่ได้แล้ว ทำให้ทุกคนลืมกินแกงหมูใส่ฟักทองไปเลย อาหารมื้อนั้นพวกเขาจึงกินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ 

            เรณูถามขึ้นว่า “ที่นี่ไม่มีร้านขายส้มตำจริง ๆ หรือเจ้าคะ” เจ้าของร่างนี้จากไปอยู่ที่บ้านท่าสังหลายปี อีกทั้งความทรงจำเดิมยังเลือนราง นางจึงจดจำไม่ค่อยได้แล้ว

            “จริงสิ ตอนเจ้าเรียนอยู่ที่นี่เป็นอย่างไร ตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น” ช้องปีบตอบ

            และในตอนนั้นเรณูก็คิดขึ้นมาได้ว่านางจะทำอาชีพอะไรดี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 65 ตอนพิเศษ

    ตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ปีนี้ก็ย่างเข้าสู่ปีที่สิบแล้ว ร้านเรณูตำแหลกยังคงขายดีมาโดยตลอด แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือไซดักทรัพย์ที่ดูเก่าและเริ่มผุพังไปตามกาลเวลาเพราะทั้งโดนแดดโดนฝน และสิ่งที่เรณูรู้สึกใจหายมากที่สุดก็คือเมื่อสามวันก่อนเรณูฝันถึงผู้หญิงที่อยู่ในไซดักทรัพย์ตามปกติเหมือนที่เคยฝันทุกปี และนางก็มาให้หวยตามเดิม ตอนนี้นางมีเงินหลายสิบล้านก็เพราะไซดักทรัพย์อันนี้ แต่ที่นางบอกว่ารู้สึกใจหายก็คือนางมากล่าวลาด้วย ในความฝันในคืนนั้นนางพูดว่า “อีกเจ็ดวันข้าก็จะไปแล้วนะ” อีกเจ็ดวันจะถึงวันสิ้นปีพอดี “ท่านจะไปที่ใดหรือเจ้าคะ” “ข้าต้องไปผุดไปเกิดแล้ว” “ข้าดีใจด้วยนะเจ้าคะ และก็ขอบคุณท่านมากที่อยู่กับข้ามานาน” นานจนไซเก่าเลยทีเดียว “อืม ข้าลาก่อน” กล่าวจบร่างของนางก็หายวับไปต่อหน้าต่อตา เรณูยืนมองไซดักทรัพย์ด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ วันนี้นางพาครอบครัวมากินมื้อเย็นกับครอบครัวท่านน้า พอกินเสร็จจึงออกมาเดินเล่น คำสิงห์เห็นนางยืนอยู่ตรงนั้นนานแล้วจึงเดินเข้ามาหา “มีอะไรหรือ” “ข้ามีอี

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 64 บทส่งท้าย

    เนื่องจากผู้ต้องหาสิ้นใจไปแล้ว อีกทั้งเขายังเป็นคนลงมือแต่เพียงผู้เดียว คดีจึงถูกปิดไปอย่างรวดเร็ว ส่วนก้านตองหลังจากที่นางไปพบสาลี่วันนั้น สัปดาห์ต่อมานางก็เกิดการแท้งบุตรโดยสมบูรณ์ คราแรกยังคิดว่าตนมีประจำเดือนด้วยซ้ำ ก้านตองทั้งรู้สึกเสียใจแกมยินดีในเวลาเดียวกัน ต่อจากนี้นางจะได้ไม่มีสิ่งใดมาทำให้นางมีบ่วงกรรมกับผู้ชายคนนั้นอีก และลูกจะได้ไม่ต้องเกิดมามีปมด้อย ทางด้านพ่อกับแม่บุญธรรมของพันตา เมื่อทราบข่าวว่าลูกชายบุญธรรมจากไปแล้ว แทนที่จะเสียใจแต่พวกเขากลับดีใจที่ไม่ต้องมีเขาอยู่ร่วมชายคาอีกต่อไป เพราะถึงอย่างไรหนี้ในส่วนของพันตา เขาก็หามาใช้ให้จนหมดแล้ว เหลือเพียงหนี้ส่วนอื่น ผ่องศรีก็คงต้องยอมให้ลูกทั้งสามเป็นหนี้แทนแล้ว สี่เดือนต่อจากนั้น ศีรษะและขาขวาของคำสิงห์ก็หายดีเป็นปกติแล้ว อีกทั้งเขายังเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ปลูกไว้จนเสร็จสิ้นทั้งหมด ซึ่งการปลูกพืชครั้งนี้ก็ทำให้คำสิงห์มีกำไรมากกว่าการปลูกอ้อยกับมันสำปะหลังเป็นอย่างมาก และเขาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องหนี้สินตอนสิ้นปีอีกมิหนำซ้ำยังมีเงินสองล้านบาทใช้หนี้ภรรยาอีกด้วย แต่เขาก็ยังแอบสงสัยเล็กน้อยว่าทำไมภรรยาถึง

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 63 จุดจบของพันตา

    “เจ้ารู้จักบ้านของมันรึ” “รู้เจ้าค่ะ” “ได้ ข้าจะไปกับเจ้าด้วย” “ท่านแม่” ตอนนี้ดอกไม้ไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น ก้านตองจึงจำใจให้มารดาไปด้วย สองแม่ลูกมาถึงบ้านของพันตา ก็พบว่ามีเพียงพ่อกับแม่ของเขาเท่านั้นที่อยู่บ้าน “เจ้าสองคนมาหาใครรึ” ผ่องศรีเอ่ยถามออกไป ดอกไม้ไม่ได้ตอบ แต่กลับถามกลับไปว่า “ท่านคงเป็นท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าพันมันสินะ” “อ๋อ มาหาเจ้าพันหรอกรึ” ผ่องศรี “ใช่ ข้ากับลูกสาวมาหาเจ้าพัน และก็มาหาท่านทั้งสองด้วย” “เจ้ามีธุระอะไรกับข้าและสามีหรือ” “เจ้าพันมันทำลูกสาวข้าท้อง มันต้องรับผิดชอบ ท่านต้องไปเรียกมันมาคุยกับข้าเดี๋ยวนี้” ผ่องศรีขำพรืดออกมา “เจ้าพันมันไม่อยู่ที่นี่เป็นเดือนแล้ว” “แล้วเขาไปอยู่ไหนเจ้าคะ” ก้านตองถาม “ไปอยู่กับเมียมันมั้ง” “เมีย!” ทั้งดอกไม้และก้านตองพูดขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ “นี่พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าเจ้าพันมันมีเมียอยู่แล้ว อีกอย่างตอนนี้มันก็โดนตำรวจหมายหัว มันคงออกมาเจอพวกเจ้าหรอก” ส

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 62 เมียอีกคนของคำสิงห์

    เรณูเดินเข้ามาในห้องซึ่งสามีกำลังนอนพักผ่อนอยู่ ตอนนี้เขาช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว เพียงแต่เท้าข้างขวายังลงน้ำหนักมากไม่ได้เท่านั้น คำสิงห์ได้ยินเสียงเปิดประตูจึงลืมตาพลางลุกขึ้นนั่ง เขาคลี่ยิ้มจาง ๆ ด้วยความดีใจแล้วพูดคำทะลึ่งกับนาง “ลืมจุ๊บบักอร่อยใช่ไหมเมียรัก” ตอนนี้เขาเริ่มใช้ภาษาบ้านเกิดตนเองกับภาษาบ้านภรรยาผสมกันแล้ว เพราะภาษาของนางเขาเรียนรู้ตั้งแต่นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว เรณูจึงตอบกลับเป็นภาษาของตนบ้าง “สิมาลงมาลืมจุ๊บบักอร่อยอิหยังอยู่หั่น เจ้าฮู่บ่ว่าผู้ได๋มาหาเจ้า” (จะมาลงมาลืมจุ๊บบักอร่อยอะไรกัน พี่รู้ไหมว่าใครมาหาพี่” หัวคิ้วเขาเคลื่อนเข้าหากันทันที “ใคร?” “อีนางก้านกล้วย” นางพูดออกเป็นภาษอีสานน้ำเสียงติดประชดประชันเล็กน้อย คำสิงห์ยิ่งทำหน้างงเข้าไปใหญ่ เรณูจึงเฉลยออกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ยายก้านตอง” คำสิงห์ถึงกับหลุดขำออกมา “นางมาทำไม” “นางบอกว่าท้องกับท่าน” พูดจบก็เตรียมจะลุกเดินออกไปทันที แต่คำสิงห์กลับคว้าร่างนางให้มานั่งบนตักได้ทัน พร้อมกับหอมแก้มนางหนึ่งฟอดใหญ่ “ข้าไม่ได้ทำนางท้องส

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 61 อาการคล้ายกับคนท้อง

    เขาโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูนาง “เรื่องทำน้องให้กับพริกไง”เรณูผละตัวออกจากเขาแล้วทำตาเขียวใส่ “นี่พี่สิงห์ยังมีกะจิตกะใจคิดถึงเรื่องนี้อีกหรือเจ้าคะ”เขาพยักหน้าทำตาละห้อย “เจ้าไม่สงสารพี่หรือ หลายเดือนมากแล้วนะ” แค่ได้กอดภรรยาเขาก็แทบอดใจไม่ไหวแล้ว หากไม่เกรงใจนางเขาคงไม่ขออนุญาตก่อนเช่นนี้“แต่พี่ยังขาเจ็บอยู่จะทำได้ยังไงเล่า”“แต่เจ้าทำได้” เรณูถึงกับหน้าร้อนผ่าวเมื่อได้ยินเขาเอ่ยเช่นนี้ “นะ ทำให้หน่อยนะคนดีของพี่”“ไม่ต้องมาพูดคำหวาน”เขาอุ้มนางมานั่งบนตัก หันหน้าเข้าหากันพลางเอ่ยออกเสียงแหบพร่า “เจ้าดูสิว่ามันพร้อมมากแค่ไหน”เรณูสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ดุนดันขึ้นมาตรงบั้นท้ายของนาง มือของเขาจับสะโพกนางให้ขยับย้ายไปมา เรณูรู้สึกสงสารจึงได้แต่ตามใจเขา “ทำให้ก็ได้” คนตัวโตจึงยิ้มออก สองแขนเรียวยกขึ้นโอบรอบคอเขาไว้แล้วรั้งลงมาหา ริมฝีปากสีเรื่อประกบเข้ากับริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบาแต่ชวนให้รู้สึกวาบหวามยิ่งนักคำสิงห์ทนรอไม่ไหวต้องเป็นฝ่ายจูบนางอย่างเร่าร้อนเอง เพียงเสี้ยวนาทีเสื้อผ้าของทั้งสองก็ถูกถอดออกจนพ้นกาย ไม่นานต่อจากนั้นร่างอรชรของนางจึงเป็นฝ่ายควบขี่อยู่บนตัวเขาเนิ่นนานกว่าเข

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 60 เหตุผลของเรณู

    ภายในห้องพักผู้ป่วยที่โรงพยาบาลดงผักหวานคำสิงห์พลางขยับมือทั้งสองข้าง และเอ่ยออกเสียงแผ่วเบา “เรณู” ท่าทางเขาคล้ายกับคนนอนละเมอ พริมาได้ยินจึงบอกมารดาที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่ว่า “ท่านแม่ ท่านพ่อฟื้นแล้วเจ้าค่ะ” น้ำเสียงของนางมีความดีใจเป็นอย่างยิ่ง ได้ยินดังนั้นจากที่ง่วงนอนเพราะพักผ่อนน้อยเรณูจึงเบิกตากว้างขึ้นมองสามีทันที คำสิงห์ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพูดออกเสียงแหบแห้ง “เรณู” เรณูยิ้มพรายพลางน้ำตาซึม “ข้าเอง” เขามองลูกสาวพร้อมกับเรียกชื่อนาง “พริกขี้หนูลูกพ่อ” “ท่านพ่อ พริกขี้หนูคิดถึงท่านพ่อเจ้าค่ะ” คนตัวเล็กใบหน้าบิดเบ้แล้วปล่อยน้ำตาให้ไหลอาบแก้ม “พ่อก็คิดถึงเจ้า” ว่าพลางยื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้บุตรสาว “ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ พ่อกลับมาหาเจ้าแล้ว” พริมาพยักหน้าหงึกหงักเรณูจึงเอื้อมมือไปกุมมือเขาไว้ “ข้าตามพยาบาลมาตรวจท่านก่อน” ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปกดกริ่งที่อยู่ข้างเตียงคนไข้ไม่นานพยาบาลก็เข้ามาในห้อง พยาบาลวัดไข้และความดันและซักถามอาการของเขาหลายอย่าง และดูเหมือนว่าร่างกายเขาจะตอบสนองการรักษาเป็นอย่างดี แต่หลังจากฟื้นขึ้นมาได้ร

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 28 ข้าอยากเป็นทองแผ่นเดียวกันกับเจ้า

    พันตาทำตัวเหลวไหลจริง ทั้งดื่มเหล้า ทั้งติดการพนัน มากกว่านั้นคือเขาเที่ยวผู้หญิงด้วย พอมีเพื่อนมาแนะนำโรงงานใหม่ให้ บอกว่าได้เงินดีกว่า เขาจึงคิดหนีไปกับเพื่อน ไม่คิดว่าเขาจะโดนตำรวจจับได้เสียก่อน จึงถูกส่งกลับมายังคีรีมาศดังเดิม ถึงอย่างนั้นเขายังสวนกลับไปว่า “แต่หนี้ก้อนนั้นก็ไม่ใช่ของข้าทั้งหมด

    last updateLast Updated : 2026-03-22
  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 27 เจ้าเองก็ไม่เคยลืมข้าเช่นกัน

    “ข้า ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันขอรับ”“นางบอกว่าคบกับพ่อหนุ่มคนนั้นจนถึงขั้นจะแต่งงานด้วยเชียวนะ เจ้าไม่รู้เลยหรือว่านางคบกับใครเป็นแฟน”“ไม่ทราบเลยขอรับ” นางช่างโกหกเป็นตุเป็นตะจริง ๆ แต่ก็อย่างว่า ในเมื่อเขากับนางตัดสัมพันธ์กันแล้ว นางจะบอกว่ามีอะไรกับเขาก็คงไม่ได้ คำสิงห์ถามต่ออีก “นางกลับมาที่นี่วันท

    last updateLast Updated : 2026-03-22
  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 26 เจ้ากำลังมีเรื่องปิดบังข้า

    คำสิงห์เดินถือกระเป๋าย่ามไปที่รถยนต์แล้วสตาร์ตออกไปทันที ความจริงเขาไม่ได้ไปไหนไกลเลย เขาแค่แวะมาที่บ้านของเรณูเท่านั้น พอมาถึงเรณูกำลังเก็บร้านอยู่กับบุตรสาวและทรงกลดอยู่พอดี เขาจึงพูดกับเรณูว่า “พอดีข้าเห็นลูกตะโกอยู่ที่ไร่จึงนึกอยากกินตำตะโก แต่ที่บ้านไม่มีใครทำเป็นข้าจึงเอามาให้เจ้าทำให้ หวังว

    last updateLast Updated : 2026-03-22
  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 24 ถ้าอย่างนั้นข้าขอจีบนางนะ

    “คนนั้นก็ไว้ใจไม่ได้เหมือนกัน” ว่าแล้วก็เดินผละไปหาลูกสาวที่กำลังเดินออกมารอรถโรงเรียน ทรงกลดได้แต่ยืนทำหน้างง เหตุใดเรณูถึงได้ทำท่าจงเกลียดจงชังชายหนุ่มสองคนนั้น ราวกับเคยเป็นภรรยาของพวกเขามาก่อนอย่างไรอย่างนั้น ภายในรถกระบะ ท่ามกลางความเงียบพันตาเอ่ยขึ้นว่า “เรณูสวยขึ้นมากเลยนะ ทำไมเจ

    last updateLast Updated : 2026-03-21
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status