Home / แฟนตาซี / หวนคืนฝืนชะตารัก / ตอนที่ 7 พ่อของลูกตายแล้ว

Share

ตอนที่ 7 พ่อของลูกตายแล้ว

last update Last Updated: 2026-02-04 09:48:37

เรณูเดินออกจากห้องตรวจด้วยอาการเหม่อลอย ช้องปีบเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกใจคอไม่ค่อยดี จึงเอ่ยถามหลานสาวออกไป “หมอบอกว่าเจ้าเป็นอะไรรึ” หรือนางจะเป็นโรคร้ายแรงถึงได้ทำท่าหมดแรงเช่นนั้น

            เรณูนั่งลงข้างท่านน้าเบา ๆ แล้วตอบว่า “ข้า ข้าท้องเจ้าค่ะ”

            “ท้องรึ”

            “เจ้าค่ะ”

            สิ้นคำช้องปีบก็ไม่ได้ถามสิ่งใดหลานสาวอีก แต่เรณูก็รับรู้ได้ว่าผู้เป็นน้ากำลังโกรธนางเป็นอย่างมาก

พอกลับมาถึงบ้าน ลงจากรถสามล้อเครื่องได้ ช้องปีบก็ก้าวเท้าเดินอาด ๆ ไปเด็ดก้านมะยมมาราวสี่ห้าก้านแล้วริดใบทิ้ง จากนั้นเดินตรงมาที่หลานสาว พร้อมทั้งหวดก้านมะยมลงมาที่ก้นของนางอย่างแรง

            “เจ้าไปท้องกับใครมา ใครเป็นพ่อของเด็ก บอกข้ามาเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นข้าจะตีเจ้าให้ตาย” ช้องปีบทั้งเสียใจทั้งผิดหวังและโมโหที่หลานสาวทำตัวไร้ค่าเช่นนี้

            “ท่านน้า อย่าตีข้าเลยเจ้าค่ะ ข้าเจ็บ” เรณูใช้มือปัดป้องก้านมะยมพัลวัน อีกทั้งยังเบี่ยงก้นหนีจากการถูกตี

            กระนั้นผู้เป็นน้าก็ยังไม่ยอมรามือ “ไม่ตีแล้วเจ้าจะหลาบจำรึ คราวก่อนก็เกือบทำงามหน้า หากข้าไม่ส่งเจ้าไปอยู่กับพ่อแม่ของเจ้า ป่านนี้เจ้ามีลูกสองสามคนไปแล้ว ตอนนี้พอพ่อกับแม่เจ้าไม่อยู่ เจ้าอยากทำอะไรตามใจก็ได้หรือ เจ้ารู้หรือไม่ว่าการมีลูกคนหนึ่งมันลำบากแค่ไหน” 

            “ท่านน้าโปรดฟังข้าก่อนเจ้าค่ะ”

            ทองใบกับทรงกลดที่กำลังจัดของอยู่ในบ้านก็รีบวิ่งออกมาดู เมื่อได้ยินเสียงน้าหลานทะเลาะกันเสียงดังเข้าไปในบ้าน

            “ข้าจะตีเจ้าให้ตาย บอกข้ามาว่าผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร ข้าจะไปเอาเลือดหัวมันออก หน็อยแน่ะแอบมีอะไรกันแล้วไม่รับผิดชอบอย่างนั้นหรือ”

            “ไม่ใช่อย่างนั้นเจ้าค่ะท่านน้า ฮือ ๆ” เรณูพูดพลางร้องไห้ นางเองก็ไม่คิดว่าเรื่องราวมันจะกลายเป็นอย่างนี้ไปได้ 

            “เกิดอะไรขึ้น” เสียงของทองใบดังขึ้น ทำให้ช้องปีบดึงสติของตนกลับมาได้

            นางหันไปคุยกับสามีว่า “ก็ไอ้หลานตัวดีของข้าน่ะสิ ไปนอนกับผู้ชายมาจนตั้งท้อง แล้วไม่ยอมบอกว่าพ่อของเด็กเป็นใคร”

            “บอกแล้วเจ้าค่ะ บอกแล้ว ฮือ ๆ” เรณูร้องไห้ไม่หยุด ในใจพลันคิดหาทางออกให้กับตนเองไปพลาง ๆ

            “มันเป็นใคร บอกมา” ช้องปีบหยุดมือแล้วเท้าเอวไว้ทั้งสองข้าง พร้อมกับหายใจเหนื่อยหอบ

            “เขา เขาตายไปแล้วเจ้าค่ะ”

            “ตายแล้ว” สามคนพ่อแม่ลูกพูดออกมาพร้อม

            “เจ้าค่ะ พอเขาตายข้าก็มาหาท่านน้านี่แหละเจ้าค่ะ” เพื่อให้ทุกอย่างจบอยู่ที่นางเพียงคนเดียว เรณูจำเป็นต้องโกหกออกไปเช่นนั้น

            “แล้วครอบครัวของเขาเล่า” ทองใบถาม

            “เขาเป็นเด็กกำพร้าเหมือนกับข้านี่แหละเจ้าค่ะ เราสองคนมีชะตาชีวิตคล้ายกัน พอเจอกันทุกวันจึงเกิดเป็นความรักเจ้าค่ะ แต่ไม่คิดว่าเขาจะอายุสั้นถึงเพียงนี้ เหตุผลที่ข้ากลับมาอยู่กับท่านน้าก็เพราะเสียใจกับเรื่องนี้ด้วยเจ้าค่ะ”

            แววตาของช้องปีบสลดวูบลง รู้สึกสงสารเจือเห็นใจหลานสาวเป็นอย่างยิ่ง พูดออกเสียงอ่อนโยนว่า “ที่เจ้าพูดมาทั้งหมดเป็นความจริงหรือ”

            “เจ้าค่ะ” เรณูรับคำพลางสะอื้นฮึก ๆ

            ช้องปีบสบตากับสามีพลางถอนหายใจก่อนจะพูดกับหลานสาวว่า “ถึงอย่างนั้นเจ้าก็ไม่ควรชิงสุกก่อนห่าม”

            “คราแรกเขาตั้งใจว่าหลังปีใหม่เขาจะมาสู่ขอข้ากับนายท่านเจ้าค่ะ แต่เขากลับเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตเสียก่อน” เรณูตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ แต่ความจริงภายในใจนางก็รู้สึกเศร้ากับเรื่องนี้จริง ๆ

            “เอาเถิด ๆ อย่าว่าหลานมันเลย” บอกภรรยาแล้วหันไปคุยกับหลานว่า “เจ้าก็ไปล้างหน้าล้างตาเสียเถิด จะได้กลับไปพักผ่อน” 

            “เจ้าค่ะ” ว่าจบเรณูก็เดินไปที่กระท่อมของตนทันที

            สามคนพ่อแม่ลูกจึงเดินเข้าไปในบ้านด้วยอาการที่อธิบายไม่ถูก

            ช้องปีบเอ่ยขึ้นว่า “ทำไมชีวิตนางถึงได้อาภัพเช่นนี้นะ แล้วอย่างนี้นางจะเลี้ยงลูกโตรึ” การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมันเหนื่อยมากจริง ๆ นะ ขนาดนางมีสามีช่วยเลี้ยงยังแทบเอาชีวิตไม่รอด

            “ก็ไม่แน่หรอก พอมีลูกแล้วเดี๋ยวนางก็ต้องบังคับตัวเองให้เลี้ยงได้เองนั่นละ” ทองใบกล่าว

            “ข้าจะช่วยเรณูเลี้ยงลูกเองขอรับท่านแม่” ถึงแม้ไม่ใช่พี่สาวแท้ ๆ แต่ทรงกลดก็รู้สึกสงสารเรณูจับใจ

            “ใช่ พวกเราต้องช่วยเรณูเลี้ยงลูกถึงจะถูก” ทองใบ

            “ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น” ถึงอย่างไรเรณูก็เป็นหลาน จะปล่อยให้นางโดดเดี่ยวเดียวดายได้อย่างไร ถึงช้องปีบจะดุด่า หรือถึงขั้นลงไม้ลงมือก็เพราะว่านางหวังดีต่อหลาน ไม่ได้รู้สึกเกลียดชังเลยสักนิด

            ทางฝั่งของเรณูเมื่อเดินเข้าไปในห้องนอนของตนแล้วก็นั่งลงเอนกายพิงแผ่นหลังกับผนังห้อง พลางถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยอ่อน ‘เป็นหยังคือเป็นจั่งสี้วะ’ (ทำไมต้องเป็นอย่างนี้วะ)

นางไม่คาดคิดมาก่อนว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ ทั้งที่นางกับเขาแยกทางกันไปแล้ว ไม่เคยคิดว่าตนจะตั้งท้องแม้เพียงแค่มีอะไรกับผู้ชายคนนั้นแค่ครั้งเดียว ก่อนหน้านางคิดว่าพอไม่มีเขาแล้ว ชะตาชีวิตของนางจะเปลี่ยนไปจากชาติที่แล้วอย่างสิ้นเชิง และไม่มีทางข้องเกี่ยวกันอีก แต่นางกลับตั้งครรภ์ลูกของเขาเสียนี่

            แต่ก็ไม่เป็นไรมีแล้วก็คงต้องเลี้ยง เพราะถึงอย่างไรชาตินี้นางกับเขาก็คงไม่ได้พบเจอกันอีก ต่อไปนี้นางก็คงกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวโดยไม่ตั้งใจแล้วสินะ แต่ถึงอย่างนั้นนางจะต้องเลี้ยงดูลูกคนนี้ให้ดีที่สุด 

            บ่ายวันนั้นช้องปีบจึงพาหลานสาวไปตรวจร่างกายพร้อมกับฝากครรภ์กับหมอในตลาดอีกครั้ง

            หลังจากวันนั้นเรณูก็แพ้ท้องอย่างหนัก จนไม่สามารถไปทำงานได้เลย นายจ้างร้านขายข้าวแกงจึงบอกให้นางไปลาออกจากงานให้เรียบร้อย ซึ่งเรณูก็ต้องทำตามนั้น อีกทั้งนางยังอยากกินแต่ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวตลอดเวลา 

            “ถ้าเจ้ายังแพ้ท้องหนักขนาดนี้ แล้วเจ้าจะเอาอะไรเลี้ยงลูก” ช้องปีบเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง ลำพังเงินเก็บของนางก็มีไม่มาก และอีกสิบกว่าวันนางกับสามีและลูกชายก็ต้องเดินทางไปแสดงหมอลำที่ต่างจังหวัดแล้ว หากเรณูยังแพ้ท้องหนักขนาดนี้นางจะอยู่คนเดียวได้อย่างไร

            “ข้ายังพอมีเงินเก็บเจ้าค่ะ” เรื่องเงินเก็บเรณูไม่เคยบอกท่านน้าว่านางมีเงินเหลืออยู่เท่าใด และช้องปีบเองก็ไม่เคยละลาบละล้วงถามเรื่องเงินของนางเช่นเดียวกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 8 มะละกอดิบกินได้ด้วยหรือ

    “พอสำหรับค่าทำคลอดหรือไม่” ส่วนค่าอื่น ๆ ค่อยว่ากันอีกที “พอเจ้าค่ะ” แต่หากนางไม่เริ่มทำงานตั้งแต่ตอนนี้ ภายภาคหน้าค่าผ้าอ้อมและค่าของใช้เด็กอ่อนอย่างอื่นก็คงไม่พอแล้ว ขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอยู่นั้นก็มีเสียงดังมาจากหน้าบ้าน “มีใครอยู่ไหม ข้าเอาพุทรามาให้” “เสียงท่านป้าอิ่มนี่นา” ทรงกลดว่า “เดี๋ยวข้าออกไปดูให้เองขอรับ” ทรงกลดเดินออกไปจึงเห็นว่าเป็นอิ่มจริง ๆ นางเอ่ยถามว่า “ท่านแม่กับท่านพ่อของเจ้าไม่อยู่หรือ” “อยู่ด้านในขอรับ ท่านป้ามีเรื่องจะคุยกับท่านทั้งสองหรือขอรับ” “ไม่มีหรอก แค่เอาพุทรามาให้เท่านั้น ลูกเขยข้าเพิ่งเก็บมาจากนาเมื่อเช้า” ปากก็ว่าไม่มีอะไรแต่สายตากลับสอดส่ายเข้าไปมองทั่วบริเวณบ้าน “ข้าเคยเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในบ้าน หน้าตาสะสวยทีเดียวแต่นางอวบไปหน่อยเท่านั้น นางเป็นเมียเจ้ารึ” “ไม่ใช่หรอกขอรับ นางเป็นลูกของท่านป้าของข้าขอรับ” “อ๋อ ที่แท้ก็ลูกสาวของแม่พุดซ้อนนี่เอง ข้าก็คิดว่าเจ้าแต่งงานแล้วแต่ไม่ยอมส่งข่าวข้าบ้าง” “ยังอีกนานขอรับ หากท่านป้าไม่มีอะไรแล

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 7 พ่อของลูกตายแล้ว

    เรณูเดินออกจากห้องตรวจด้วยอาการเหม่อลอย ช้องปีบเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกใจคอไม่ค่อยดี จึงเอ่ยถามหลานสาวออกไป “หมอบอกว่าเจ้าเป็นอะไรรึ” หรือนางจะเป็นโรคร้ายแรงถึงได้ทำท่าหมดแรงเช่นนั้น เรณูนั่งลงข้างท่านน้าเบา ๆ แล้วตอบว่า “ข้า ข้าท้องเจ้าค่ะ” “ท้องรึ” “เจ้าค่ะ” สิ้นคำช้องปีบก็ไม่ได้ถามสิ่งใดหลานสาวอีก แต่เรณูก็รับรู้ได้ว่าผู้เป็นน้ากำลังโกรธนางเป็นอย่างมากพอกลับมาถึงบ้าน ลงจากรถสามล้อเครื่องได้ ช้องปีบก็ก้าวเท้าเดินอาด ๆ ไปเด็ดก้านมะยมมาราวสี่ห้าก้านแล้วริดใบทิ้ง จากนั้นเดินตรงมาที่หลานสาว พร้อมทั้งหวดก้านมะยมลงมาที่ก้นของนางอย่างแรง “เจ้าไปท้องกับใครมา ใครเป็นพ่อของเด็ก บอกข้ามาเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นข้าจะตีเจ้าให้ตาย” ช้องปีบทั้งเสียใจทั้งผิดหวังและโมโหที่หลานสาวทำตัวไร้ค่าเช่นนี้ “ท่านน้า อย่าตีข้าเลยเจ้าค่ะ ข้าเจ็บ” เรณูใช้มือปัดป้องก้านมะยมพัลวัน อีกทั้งยังเบี่ยงก้นหนีจากการถูกตี กระนั้นผู้เป็นน้าก็ยังไม่ยอมรามือ “ไม่ตีแล้วเจ้าจะหลาบจำรึ คราวก่อนก็เกือบทำงามหน้า หากข้าไม่ส่งเจ้าไปอยู่กับพ่อแม่ของเจ้า

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 6 เรื่องไม่คาดคิด

    วัสดุที่ทองใบกับทรงกลดนำมาสร้างกระท่อมให้กับเรณูล้วนต้องซื้อใหม่ทั้งหมด เช่นนั้นการสร้างกระท่อมให้เรณูหนึ่งหลัง จึงใช้งบประมาณไปทั้งหมดเกือบสองหมื่นบาทเลยทีเดียว แต่เรณูก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก เพราะมันค่อนข้างมั่นคงและมีความเป็นส่วนตัว ถึงกระท่อมจะไม่หลังใหญ่มาก แต่ก็สามารถนอนได้อย่างสบายถึงสามคน เพราะสถานที่สำหรับทำอาหารนางจะต้องไปทำที่บ้านของท่านน้า พื้นที่ของกระท่อมจึงมีเพียงหนึ่งห้องกับส่วนที่เป็นชานเรือนและมีระเบียงกั้นเท่านั้น ทั้งสี่คนใช้เวลาสร้างกระท่อมช่วยกันเพียงห้าวันก็เสร็จแล้ว จากนั้นทองใบจึงจ้างช่างไฟมาเดินสายไฟเข้าบ้านให้เรณู ขณะที่พวกเขากำลังนั่งกินมื้อเที่ยงด้วยกัน เรณูจึงพูดขึ้นว่า “ท่านน้าต้องไปทำงานวันไหนหรือเจ้าคะ” “อีกสองวันก็ไปแล้ว” ปกติพวกเขาต้องออกไปแสดงหมอลำติดต่อกันประมาณหนึ่งเดือน และหยุดพักประมาณสิบวันแล้วจึงออกไปทำงานต่อ ซึ่งจะต้องไปแสดงหมอลำหมุนเวียนไปหลายหมู่บ้านหลายตำบล “เจ้าอยู่คนเดียวได้หรือไม่” ช้องปีบถาม “ได้เจ้าค่ะ” ก่อนที่เธอจะจากมา หลังจากหย่ากับสามีแล้วเธอก็อาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง เพียงแต่บ้านหล

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 5 ออกเดินทาง

    เรณูนั่งรอรถโดยสารประจำทางอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงจึงได้ขึ้นไปนั่งรออยู่บนรถ นางเลือกนั่งเบาะที่อยู่ติดกับหน้าต่าง รถจอดรอผู้โดยสารอีกเกือบห้านาทีจึงเคลื่อนตัวออกจากตรงนั้นและมุ่งหน้าไปยังอำเภอดงผักหวานทันที ตอนที่เด็กรถเดินมาเก็บค่าโดยสาร เรณูล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกันหนาวผืนที่ใส่เมื่อคืนเพราะนางเก็บเงินไว้ตรงนั้น แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อกระเป๋าเสื้อฝั่งขวามีบางอย่างอยู่ในนั้น เรณูจ่ายค่าโดยสารไปก่อน จากนั้นจึงล้วงสิ่งนั้นขึ้นมาดู มันคือไซดักทรัพย์ที่นางสั่งซื้อทางออนไลน์แต่ยังไม่ได้นำมาแขวนไว้ที่ร้านก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาเสียก่อน ไม่น่าเชื่อว่ามันตามนางมาถึงที่นี่ แต่ช่างเถอะตามมาแล้วก็เก็บไว้ก่อน เผื่อได้เปิดร้านขายของค่อยเอาออกมาแขวนดวงตากลมทอดมองออกไปทางหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ต่อจากนี้ชีวิตของนางจะเปลี่ยนไปจากชาติก่อนตลอดกาล นั่งคิดได้ไม่ถึงสิบนาที เพราะยังรู้สึกเมาค้างบวกกับนอนน้อยเรณูจึงเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว ผ่านไปราวสองชั่วโมงเด็กรถจึงพูดขึ้นเสียงดังว่า “ดงผักหวานขอรับดงผักหวาน” เรณูสะดุ้งตื่นขึ้นมา และเตรียมลงจากรถ ดงผักหวานเป

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 4 คงไม่เจอกันอีก

    สิ่งที่ทองก้อนพูดมาล้วนเป็นความจริง เพราะจากความทรงจำของร่างนี้ ชาติที่แล้วหลังจากนางแต่งงานกับเขาได้เพียงสี่เดือนคำสิงห์ก็เริ่มออกลายเรื่องผู้หญิงแล้ว จากนั้นก็มีนอกกายนอกใจเรื่อยมาไม่หยุดหย่อน ปล่อยให้นางนอนเหงาอยู่บ้านเพียงลำพัง นั่นจึงเป็นสาเหตุให้เจ้าของร่างนี้เริ่มหาที่พึ่งพาอาศัยคนใหม่ แต่ก็ช่างเถอะนั่นมันเป็นเรื่องเมื่อชาติก่อน และเรณูคนเดิมก็ใช่ว่าจะนิสัยดี เอาเป็นว่าพวกเขาช่างมีศีลเสมอกัน ส่วนชาตินี้นางจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเขาอีก“ข้าไม่ถือสาเขาหรอกเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าตัวเองโชคดีต่างหากที่ไม่ได้แต่งงานกับเขา” เรณูเก็บของเสร็จพอดี จึงเอ่ยลา “ข้าลาแล้วเจ้าค่ะ” พูดพลางยกมือขึ้นไหว้ ทองก้อนลูบศีรษะเรณูเบา ๆ พูดว่า “เงินคำกำแก้วเจ้าก็อย่าใช้ให้มันสิ้นเปลืองนัก รู้จักประหยัดอดออมไว้บ้างล่ะ อีกอย่างต้องคิดทำมาหากินด้วย ไม่ใช่ใช้เงินจนหมดแล้วค่อยหาใหม่” เรณูอยู่กับครอบครัวนางมาหลายปี ทำไมนางจะไม่รู้ว่าเรณูชอบใช้เงินเกินตัว และชอบเที่ยวเตร่ตามประสาคนที่กำลังอยู่ในวัยหนุ่มสาว “เจ้าค่ะ” เรณูยิ้มอ่อนให้ทองก้อน แล้วเดินไปลาผาสุกกับคำไอ่

  • หวนคืนฝืนชะตารัก   ตอนที่ 3 ย้ายไปอยู่กับญาติ

    ทั้งคู่เดินลงมาจากชั้นบนของบ้านก็พบว่า พ่อกับแม่และน้องสาวของคำสิงห์กำลังนั่งรออยู่ก่อนแล้วร่างอวบอ้วนเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามทั้งสามคน คำสิงห์เดินไปนั่งลงข้างเรณูโดยมีเก้าอี้กั้นกลางไว้หนึ่งตัว“ตกลงเจ้าทั้งสองจะแต่งงานกันหรือไม่” ผาสุกเอ่ยถามหนุ่มสาวทั้งสอง ถึงจะรู้สึกไม่ยินดีสักเท่าไรที่จะได้เรณูมาเป็นลูกสะใภ้ แต่เรื่องก็เลยเถิดมาจนถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องทำให้มันถูกต้อง“ไม่ขอรับ/ไม่เจ้าค่ะ” ทั้งสองตอบออกมาเป็นเสียงเดียวกันทุกคนหันไปมองเรณูเป็นตาเดียว ว่าเหตุใดเรณูจึงตอบออกไปเช่นนั้น เพราะเดิมทีนางก็แอบชอบคำสิงห์อยู่เหมือนกัน แล้วเหตุใดถึงปฏิเสธการแต่งงานกับเขาทั้งที่เสียตัวให้เขาไปแล้ว คำสิงห์เองก็แปลกใจเช่นกัน แต่ก็ดีแล้วที่นางทำตามสัญญาคำสิงห์พูดออกว่า “ข้ากับเรณูตกลงกันแล้วขอรับท่านพ่อ”“ตกลงกันว่าอย่างไร”“ข้าจะจ่ายเงินค่าเสียหายให้นางเจ็ดหมื่นบาท แล้วเรื่องนี้ก็จบเพียงเท่านี้ขอรับ” เพราะที่ผ่านมาก็ใช่ว่าเขาไม่เคยนอนกับผู้หญิง และเขาก็ไม่เคยเสียเงินให้กับผู้หญิงพวกนั้นสักคน“เจ็ดหมื่น!” ทองก้อนเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ และถามต่อว่า “มันไม่มากไปหน่อยหรือ” เรณูเป็นเพียงลูกจ้าง ถึ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status