1
รู้แก่ใจ
“ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ได้ทำอะไร ผมแค่เดินของผมอยู่ดี ๆ ไอ้พวกนี้มันก็มาหาเรื่องผม คุณตำรวจต้องเชื่อผมนะ”
ที่โรงพักไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเกิดเสียงดังขึ้นปาว ๆ กลางโรงพักเหตุเพราะนักศึกษามีเรื่องทำร้ายร่างกาย ได้แผลคนละแผลสองแผลแต่ก็ยังไม่พอใจจนตำรวจต้องพาพวกเขามาสงบสติอารมณ์ที่นี่
“แต่มึงต่อยกูก่อนนะเว้ย พวกกูยังไม่ได้ทำอะไรเลย”
“แต่มึงเดินมาหาเรื่องกู โถ่เอ้ยก็คิดว่าเก๋าเหมือนตอนเก๊กหาเรื่อง โดนกูซัดเข้าให้นิดเดียวร้องอย่างกับหมา ไอ้รุ่นพี่เวร”
“ไอ้เด็กปีหนึ่ง มึงนี่!”
“พอ ๆ นี่มันโรงพักนะ ตำรวจก็อยู่ข้างหน้ายังจะกล้าทะเลาะกันอีก ไปสงบสติอยู่ในคุกก่อนไป จ่าเอาตัวเข้าไปนอนในนั้นเลยไป ปล่อยกับไปเดี๋ยวได้มีเรื่องกันหน้าโรงพักแน่ แล้วขังแยกด้วยนะ เดี๋ยวได้ตีกันตายก่อน”
“ไม่ได้นะ ผมไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อยหมวด”
“คุณธนนท์ คุณเป็นคนไปต่อยเขาก่อน ถือว่าคุณผิดแล้วนะ ยังจะมาเถียงอีก เข้าไปทั้งคู่นั่นแหละ อยู่ในนั้นจนกว่าผู้ปกครองจะมาประกันตัวแล้วกัน”
“ไม่ได้นะหมวด! ปล่อยผมนะจ่า” ถึงจะพูดอย่างนั้นธนนท์ก็ยังคงมีท่าทีขัดขืนจนต้องส่ายหน้า
“ขออนุญาตนะครับผู้หมวด”
แต่พอพ้นสายตาไปไม่ถึงชั่วโมง ก็มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหน้าของนายตำรวจ ทำให้เขาต้องหันไปมอง “คุณคือ..?”
“ผมเป็นผู้ปกครองของนายธนนท์ คงวาที มาประกันตัวครับ”
“นายธนนท์ คงวาที ผู้ปกครองมาประกันตัวแล้ว ออกมาได้เลย”
ธนนท์ที่นั่งกอดเข่าอยู่ในคุกรีบลุกขึ้นด้วยความดีใจ แน่นอนว่าได้แค่ครู่เดียวเขาก็ต้องขมวดคิ้ว เพราะคนที่เขาบอกให้มาช่วยไม่ใช่ณิชชยาพี่สาวของตนแต่เป็นว่าที่พี่เขยอย่างพาทิศ
พาทิศมาไวกว่าที่คิด ที่คุยกันเมื่อครู่ไม่ใช่ว่าเขากำลังติดเคสผู้ป่วยหนักอยู่หรือ?ทำไมถึงมาได้ไวขนาดนี้กัน
“แล้วคนที่มาประกันตัวผมอยู่ไหนแล้วล่ะครับ?”
“พอดีเลย เขาฝากบอกว่ามีธุระสำคัญต้องไปทำ ทำเรื่องประกันตัวเสร็จแล้วก็รีบออกไปเลย ไป ๆ ไปเรียนได้แล้ว อย่ามีเรื่องมาอีกล่ะ เห็นคุยกับจ่าบ่อย ๆ ว่ามาอยู่ที่นี่ไม่ถึงเดือนก็โดนประกันตัวไปแล้วสามครั้งนี่ อย่าให้มีหลายรอบนักเลย แค่นี้ประวัติก็เสียหมดแล้ว”
“พี่พีทมาประกันตัวเราแล้วทำไมไม่รอเหมือนทุกครั้ง?”
“ช่างเถอะ เขาคงรีบมาแล้วรีบกลับไปโรงพยาบาลนั่นแหละ ค่อยโทรไปขอบคุณเขาหลังเลิกเรียนแล้วกัน” หลังจากชวนผู้หมวดคุยจิปาถะเสร็จ ธนนท์ก็เดินออกมาจากโรงพัก เขาเปิดดูห้องข้อความที่มีการโทรไปหาพาทิศ แต่ก็ไม่เห็นพาทิศจะบอกอะไรเขาก่อนจะกลับ
แต่พอเดินทางมาถึงมหาวิทยาลัย สายตาเจ้ากรรมก็หันไปพบกับรถหรูสีดำ ป้ายทะเบียนรถก็เหมือนเคยพบที่ไหนมาก่อน ด้วยความสงสัยจึงหยุดมองดูอยู่ไม่ไกล
ไม่นานนักคิ้วของเขาก็กระตุกขึ้นเหมือนเป็นสัญญาณบางอย่าง และอย่างที่คาดคนที่เขาเจอคือคนที่เขาคาดไม่ถึงว่าจะทำแบบนี้ได้
“พี่พีท?”
เด็กหนุ่มเห็นคนรักของพี่สาวลดกระจกลงและมีผู้หญิงที่โตกว่าเขาแต่ยังคงใส่ชุดนักศึกษาขึ้นรถของพาทิศไป
“เขากำลังนอกใจหนูนิด?แล้วเรื่องที่ประกันตัวล่ะ?ใครเป็นคนประกันตัวเรากัน?” เรื่องประกันตัวก็สงสัย แต่เรื่องนอกใจสำคัญกว่า เขาไม่รู้หรอกว่าจะนอกใจจริง ๆ หรือเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด อาจจะเป็นคนรู้จักหรือใครก็แล้วแต่ แต่การทำแบบนี้มันน่าสงสัย เขาต้องหาความจริงของวันนี้ให้ได้ว่าพาทิศทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร ในเมื่อชายหนุ่มกำลังจะแต่งงานกับพี่สาวของเขาแล้ว ทำแบบนี้ก่อนแต่งงานยิ่งไม่น่าให้อภัย
และเรื่องแบบนี้เขาปล่อยไว้ไม่ได้
“ทำไมวันนี้ถึงกลับมานอนที่บ้านได้ล่ะ พี่นึกว่าเสาร์อาทิตย์นนท์จะอยากเที่ยวกับเพื่อนซะอีก” เมื่อถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ ธนนท์ตัดสินใจกลับมานอนที่บ้านของตน เพราะเขารู้ว่าวันนี้พาทิศจะมาที่นี่ เขาอยากรู้ปฏิกิริยาของพาทิศว่าจะว่าอย่างไรบ้างถ้าหากเขาพูดจาปั่นประสาทเรื่องวันนั้นใส่
เพราะถ้าพาทิศร้อนตัวขึ้นมาเมื่อไรก็ฟันธงได้แล้วว่านอกใจจริง ๆ
“ก็เห็นว่าวันนี้พี่พีทจะมาทานข้าวที่บ้าน นนท์ไม่ได้เจอพี่เขาตั้งนานก็อยากจะเจอหน่อย” เขายิ้มให้พี่สาว และยังไม่ทันขาดคำเสียงของพาทิศก็ดังมาก่อนตัว
“คิดถึงจังเลยค่ะ” พาทิศบอก
“วันก่อนยังเจอกันอยู่เลย คิดถึงบ่อยไปแล้วค่ะ”
ทั้งสองคนโผเข้ากอดกันจนลืมไปว่ามีคนนั่งอยู่ไม่ไกลนักจนกระแอมไอขึ้น “แหม ไม่สงสารคนไม่มีแฟนกันเลยนะครับ”
“อ้าว นนท์” พาทิศมองธนนท์ที่นั่งอยู่ เหมือนว่ามีเรื่องจะคุยด้วยแต่ก็โดนณิชชยาชวนทานข้าวเสียก่อน เพราะตอนนี้ก็เริ่มดึกแล้ว
“ช่วงนี้พี่พีทดูว่าง ๆ จังเลยนะครับ ไม่มีเคสเข้าเหรอ” ธนนท์เริ่มบทสนทนาในโต๊ะอาหารหลังจากที่ทานไปได้สักพัก
“ก็ไม่ได้ว่างขนาดนั้นหรอก ช่วงนี้เคสพี่ก็เยอะอยู่เหมือนกัน”
“แทบไม่ได้นอนเลย”
“ดีจังเลยนะครับ ขนาดไม่ว่างยังมาหาได้ด้วย ผมนี่ยอมพี่พีทเลย ตอนแต่งงานก็เคลียร์คิวให้ว่างแล้วพาหนูนิดไปฮันนีมูนด้วยนะครับ” เขาว่าและยิ้มให้ แต่พาทิศกลับรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ยิ้มที่ชมเสียเท่าไร แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้ว่าอะไรพร้อมทั้งยกยิ้มขึ้นบอก
“แน่นอนอยู่แล้ว แต่งงานทั้งที..ว่าแต่หนูนิดอยากไปฮันนีมูนที่ไหนคะ พี่ให้หนูนิดเลือกเลย” พาทิศว่าก่อนหันไปถามณิชชยา
“ที่ไหนก็ได้ค่ะ แต่หนูนิดไม่อยากทิ้งเด็ก ๆ ไปนานเท่าไร แล้วพี่พีทจะได้ไม่ต้องลางานนานด้วย เพราะงั้นใกล้ ๆ ก็ได้ค่ะ”
“ใกล้ ๆ มันไม่คุ้มนะหนูนิด นนท์ว่าไปทั้งทีก็เอาให้คุ้มดีกว่า”
“อ้อ เมื่อหลายวันก่อนเหมือนผมจะเห็นพี่พีทไปแถว ๆ มหาวิทยาลัย มีธุระอะไรแถวนั้นหรือเปล่าครับ”
“พี่ไม่ได้ไปไหนนะ” พาทิศรีบตอบออกมาทันทีโดยที่ไม่ต้องคิด แต่การรีบตอบแบบไม่มีช่องว่างของประโยคแบบนี้มันดูน่าสงสัยกว่าติดอ่างเสียอีก “ถ้าอย่างนั้นผมคงจำผิดคน ขอโทษทีนะครับ”
“พี่พีทอยู่โรงพยาบาลตลอด ไปแถวนั้นคงยากอยู่นะนนท์ เราน่าจะจำผิดมากกว่า” ณิชชยาบอกอย่างไม่คิดอะไร
“นั่นสิ แฮะ ๆพอดีช่วงนี้นนท์กำลังปรับตัวกับการเรียนมหาวิทยาลัยน่ะ ก็เลยอาจจะเบลอ ๆ มึน ๆ หน่อย จำผิดไปบ้างก็ไม่เห็นแปลก รถรุ่นเดียวกัน สีเดียวกันซะขนาดนั้น เป็นใครก็ต้องจำผิดกันบ้างล่ะ”
“จริงไหมครับ?พี่พีท”
“อืม นั่นสิ ไม่เป็นไรหรอก พี่เข้าใจ รีบปรับตัวให้ได้นะ มหาวิทยาลัยสำหรับนนท์มันอาจจะสนุกก็ได้”
“พี่ขอโทษนะ ที่..”
“เรื่องประกันตัวขอบคุณมากนะครับพี่พีท ถ้าไม่ได้พี่ ผมคงแย่แน่แต่เหมือนเดิมนะครับ อย่าให้หนูนิดรู้เชียว ถ้าหนูนิดรู้คงบ่นจนผมหูชา” ธนนท์ยิ้มบอกว่าที่พี่เขย
หลังจากทานข้าวเสร็จ ณิชชยาขึ้นไปทำธุระส่วนตัวเหลือเพียงน้องชายและคนรักที่ยังนั่งอยู่ด้วยกันที่โต๊ะทานข้าว
“เอ่อ..อืม ไม่เป็นไรหรอก ยังไงพี่ก็ต้องช่วยเราอยู่แล้ว” ธนนท์มองปฏิกิริยาของอีกฝ่าย เหมือนเมื่อครู่พาทิศมีสิ่งที่อยากจะพูด แต่พอโดนเด็กหนุ่มพูดแทรกเข้ามาก็ตามน้ำไป
เพราะเรื่องที่ตนจะพูดคือเรื่องประกันตัวของธนนท์
เขาไม่ได้ไปตั้งแต่แรก
แล้วถ้าอย่างนั้นใครเป็นคนไปประกันตัวธนนท์?
“ขอบคุณนะครับ ผมคงให้พี่พีทช่วยอีกนาน”
“เรานี่นะ ถ้าหนูนิดรู้นะเดี๋ยวก็บ่นแล้วบ่นอีก อย่าทำให้หนูนิดเป็นห่วงตั้งแต่เล็กจนโตสินนท์”
“ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นแบบนี้ไปตลอดสักหน่อยครับ”
“พี่พีทนั่นแหละ อย่าทำให้หนูนิดเสียใจเชียว”
“พี่พีท..รู้ดีว่าเราสองคนเคยเจอเรื่องที่พ่อทำให้พวกเราเสียใจจนแม่ต้องเข้าโรงพยาบาล พี่พีทรู้ดีว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง”
“นนท์ไม่ต้องห่วงหรอก พี่รักหนูนิดจะตาย พี่ไม่มีทางทำให้พี่สาวเราเสียใจแน่” พาทิศเงียบไปครู่หนึ่งก่อนยิ้มนิ่งตอบน้องชายของคนรัก
“ครับ ผมรู้ แต่ผมขอบอกไว้ก่อนเลยว่า ไม่ว่าจะก่อนแต่งหรือหลังแต่งก็ห้ามทำพี่สาวผมเสียใจเด็ดขาด” ธนนท์ยิ้มตอบเอนตัวพิงพนักพิงและช้อนสายตาขึ้นมองพาทิศ ทำให้บรรยากาศที่ในตอนแรกเริ่มผ่อนคลายลงบ้างแล้วกลับมาตึงเครียดเหมือนเดิม
“ทั้งสองคนคุยอะไรกันอยู่เหรอคะ?” ณิชชยาที่ทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยก่อนหน้านั้นแล้ว เธอได้แอบฟังอยู่ที่เสามุมบันได พอเห็นว่าบรรยากาศเริ่มไม่ดีแล้วจึงทำทีเป็นถามเหมือนกับว่าเธอไม่ได้รู้เรื่อง
ทั้ง ๆ ที่ก็รู้ทุกอย่าง
“คุยเรื่องเรียนของนนท์น่ะค่ะ ไม่มีอะไรหรอก” พาทิศเปลี่ยนอารมณ์ หันหน้าไปตอบณิชชยาที่เดินเข้ามาใกล้พวกเขาสองคน
“ถ้าอย่างนั้นพี่พีทกับนนท์ขึ้นไปพักผ่อนกันเถอะ เดี๋ยวตรงนี้หนูนิดจัดการเองค่ะ”
“พี่รอขึ้นพร้อมหนูนิดดีกว่าค่ะ มา เดี๋ยวพี่ช่วย”
“ถ้าอย่างนั้นนนท์ขึ้นไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้มีเรียนด้วย พี่ไม่อยากให้เราตื่นสาย” เธอหันหน้ามาพูดกับน้องชายเพียงเท่านั้นก่อนจะหันไปเก็บจานชามที่โต๊ะทานอาหาร ส่วนธนนท์ก็พูดอะไรไม่ได้ ได้เพียงแต่พยักหน้าและยอมขึ้นไปที่ห้องของตนเองเท่านั้น
“พี่พีททะเลาะอะไรกับนนท์หรือเปล่าคะ” ณิชชยาถามขึ้นหลังจากที่ทั้งสองคนเตรียมเข้านอนแล้ว ทำให้พาทิศที่กำลังเป่าผมของตนเองอยู่ชะงักไปและหันหน้ากลับมายิ้มให้คนรัก “เปล่านี่คะ”
“ทำไมหนูนิดถึงถามพี่แบบนี้ล่ะ” ชายหนุ่มเดินมานั่งที่ข้างเตียง
“หนูนิดแค่รู้สึกว่านนท์ดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไรน่ะค่ะ แต่อย่าว่าอะไรน้องเลยนะคะ พี่พีทก็รู้ว่านนท์เขาอารมณ์ร้อนแค่ไหน”
“เดี๋ยวอีกหน่อยเขาก็คงจะคิดเองได้แล้วล่ะค่ะ หนูนิดพยายามสอนน้องอยู่” เธอจับมือของอีกฝ่ายขึ้นมาและจูบเบา ๆ
“ตั้งแต่พี่คบกับหนูนิดมา พี่กับนนท์เราไม่เคยทะเลาะกันสักครั้งเลยนะคะ เพราะงั้นหนูนิดหายห่วงได้เลย” เขาจุมพิศที่หน้าผากของคนรักพร้อมกับลูบหัวของเธออย่างอ่อนโยน
“แต่ไม่ว่ายังไงก็ช่วยใจดีกับน้องแบบนี้ไปเรื่อย ๆ นะคะ”
“พี่รู้ค่ะ ต่อให้หนูนิดไม่ขอ พี่ก็จะทำนะเด็กดี”
ชายหนุ่มจุมพิตหญิงสาวอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะพากันนอนลงที่เตียงนุ่ม เขากอดเธอไว้ในอ้อมอกก่อนตัดสินใจพูดออกมา
“ถ้าวันหนึ่งเราไปเจอเรื่องอะไรที่ทำให้เราอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว หนูนิดจะทำยังไงคะ” เขาถามในขณะที่มือก็ยังลูบหัวของคนรักอยู่
“ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะคะ”
“ตอบคำถามพี่ก่อนสิคะ”
“ก็คงเสียใจมั้งคะ เพราะหนูนิดเลือกที่จะอยู่กับพี่พีทแล้ว แต่ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง ๆ ต่อให้ต้องเสียใจมากแค่ไหน ในเมื่อถ้ามันไม่มีทางเลือกอื่น เราสองคนก็ต้องเดินคนละทางค่ะ” ยิ่งฟังคำตอบจากคนรักแล้วยิ่งทำให้พาทิศกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น
เขาจะไม่ยอมสูญเสียแม่ของลูกไป แม้จะเกิดอะไรขึ้น เขาจะไม่มีทางให้ณิชชยาไปจากเขาเด็ดขาด
“แต่พี่มั่นใจว่าคงไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ”
“เพราะพี่จะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นแน่”