INICIAR SESIÓN“ตอนที่รถกำลังจะชน ภาพที่เธอกับลูกกำลังร้องไห้มันผุดเข้ามาในหัวจนฉันแทบคุมสติไม่อยู่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเหยีบเบรคตอนไหน มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่แอร์แบ็กมันพุ่งออกมาดันฉันจนเจ็บไปหมด ในหูได้ยินเสียงรถฉุกเฉินจนฉันนึกกลัว กลัวจนต้องกอดตัวเองไว้ กลัว...ไม่ได้มาเจอเธอกับลูกอีก มันกลัวไปหมด ยิ่งได้กลิ่นคาวเลือด ฉันยิ่งกลัวว่าตัวเองจะตะ—”“ไม่นะคะ คุณต้องไม่เป็นอะไร”อลิสาผวากอดเขาแน่น จู่ๆ กลับหวาดกลัวขึ้นมาเสียดื้อๆ ทั้งที่เขาอยู่ตรงหน้านี้แล้ว แต่คราบเลือดและผ้าพันแผลที่ติดอยู่ตามตัวเขาทำให้เธอใจหายอยู่ไม่น้อย ถ้าหากวันนี้คนที่ต้องจากไปกลับกลายเป็นเขา เธอและลูกจะอยู่ได้อย่างไรนึกแล้วก็โกรธตัวเองอยู่ไม่น้อย ที่ชอบทำตัวงี่เง่าให้เขามาง้ออยู่ร่ำไป ทั้งที่เธอรู้ดีว่าความจริงทั้งหมดนั้นเป็นเช่นไร แต่กลับต้องการแกล้งเขาโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา นอกจากลูกจะร้องไห้หาพ่อทุกวันแล้วเธอยังเกือบเสียเขาไปอย่างไม่มีวันกลับอีกด้วย“เพราะอลิซคนเดียว คุณถึงต้องเป็นแบบนี้”มือบางทั้งสองโอบประคองแก้มสากเอาไว้ สายตาที่อ่อนแสงค่อยๆ สำรวจใบหน้าเขาอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง วายุดึงมือเธอมาจับไว้ ก่อนจะค่อยๆ คลึ
วายุยื่นมือไปดึงเส้นผมบริเวณแก้มใสออก ผมเผ้ายุ่งเหยิงกับคราบน้ำตาที่เริ่มแห้งเหือดทำให้เขายิ้มออกมาได้บ้าง ก่อนที่สายตาจะมองเลยไปยังใครบางคนอลิสารีบเช็ดน้ำตาทันที ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย แม้จะดีใจที่เขากลับมาอย่างปลอดภัย แต่ความน้อยใจกลับมีมากกว่า เมื่อเขาเห็นลูกสำคัญกว่าเธอ...เหมือนเขาจะเดาออก วายุอุ้มอันนาขึ้นด้วยมือข้างที่ไม่เจ็บ ก่อนจะค่อยๆ สาวเท้าช้าๆ มาหาเธอ“ขอโทษนะที่กลับมาช้า...”ถ้อยคำแรกที่เอื้อนเอ่ยออกมาจากปากหยัก ทำให้น้ำตาที่เพิ่งจะหยุดไหลต้องรื้นขึ้นมาอีกระลอก อลิสาค่อยๆ ปล่อยเสียงสะอื้นออกด้วยความอึดอัด ความหวาดกลัวที่มีมานานถูกปล่อยผ่านไปกับน้ำตาที่รินไหล“ฮือ...”เสียงสะอื้นดังขึ้นแผ่วๆ เรือนกายบางสั่นระริกอย่างน่าสงสาร สองแขนอยากกอดรัดเขาให้หายคิดถึง แต่กระนั้นความกล้ายังมีไม่มากพอ“กอดผมหน่อยได้ไหม...ผมจะได้หายตกใจ”เสียงเขากระซิบแผ่ว ใบหน้าคมที่ดูเหนื่อยล้านั้นฝืนยิ้มจืดเจื่อนให้เธอ หนึ่งแขนแกร่งโอบอุ้มลูกน้อยไว้ อีกแขนอยากจะยกโอบกอดแม่ของลูกแทบขาดใจ แต่ติดตรงที่ตอนนี้ความปวดหนึบที่ถูกเข้าเฝือกไว้กำลังอักเสบจนแทบยกไม่ขึ้นอลิสาพยักหน้ารับทั้งตา ก่อนจะพุ่งตัวเข
“ข่าวด่วน...เกิดเหตุเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมานะคะ เมื่อรถบรรทุกสิบล้อคาดว่าผ่าไฟแดง วิ่งมาตัดหน้ารถสปอร์ตสีบรอนซ์เงินอย่างรวดเร็ว เนื่องจากถนนลื่นไม่สามารถเบรกหรือควบคุมได้ รถบรรทุกจึงพุ่งชนราวกั้นถนนจนพังยับ ในสถานที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตหนึ่งคนเป็นชายแต่ยังไม่ทราบชื่อ แต่งกายด้วย....”อลิสาได้ยินเพียงแค่นั้นก็ทรุดฮวบลงทันที สติแทบดับวูบเพียงเพราะในข่าวแจ้งว่ามีคนเสียชีวิต“อลิซ!”วาโยรีบเข้ามาช่วยคนที่แทบครองสติไม่อยู่ สองแขนแกร่งช้อนร่างบอบบางของน้องสะใภ้ให้ขึ้นมานั่งบนโซฟา พลางร้องหาคนรับใช้ให้นำกล่องปฐมพยาบาลมาให้ทันทีอันนามองทุกคนตาปริบๆ ด้วยความไร้เดียงสาไม่อาจรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด เพียงแต่เห็นมารดาสติดับวูบไปต่อหน้า เสียงร้องไห้จ้าด้วยความกลัวก็ดังขึ้น“ฮือ....หม่ามี้ คุณป๋าขา...ฮึกๆ”อันนาสะอื้นฮึกฮัก จนคนเป็นลุงต้องดึงเข้ามาสู่อ้อมกอด มือหนาลูบศีรษะเล็กๆ ไปมาด้วยความสงสาร ก่อนจะเอ่ยปลอบเสียงนุ่ม“หม่ามี้ไม่สบายเฉยๆ ค่ะ เดี๋ยวพี่สายใจเอายาให้ดม หม่ามี้ก็ตื่นแล้ว”วาโยอุ้มร่างเล็กๆ ถอยออกมาเพื่อให้คนรับใช้ได้ปฐมพยาบาลอลิสาได้สะดวก พร้อมๆ กับกอดรัดร่างเล็กไว้แนบอก
ในระหว่างการทำงานซึ่งกว่าจะผ่านไปในแต่ละวินาทีนั้น ช่างยาวนานนักในความรู้สึกของวายุ ร่างสูงคอยชำเลืองมองนาฬิกาตั้งโต๊ะเป็นระยะๆ เพื่อรอคอยเวลาที่เหมาะสม ที่จะสามารถออกจากบริษัทได้อย่างไม่น่าเกลียด วันนี้ล่วงเข้าสู่วันที่สี่แล้วที่เขาและอลิสาต้องห่างกัน จากวันนั้นถึงวันนี้ความโกรธยังคงไม่จากหายไปจากหัวใจ ร่างสูงต้องคอยขับรถไปกลับระหว่างกรุงเทพกับไร่ของพี่ชายทุกวัน แม้ใจอยากจะพักงานแล้วเดินหน้าง้อสองแม่ลูกให้เต็มที่ แต่ด้วยหน้าที่ที่ดำรงอยู่ไม่เอื้ออำนวยให้เขาเท่าไหร่นัก วายุนั่งทำงานไปเงียบๆ เขาพยายามรวบรวมสมาธิให้กลับมาที่งานตรงหน้าให้มากที่สุด แม้ตอนนี้หัวใจเขาหลุดลอยไปอยู่ที่สองแม้ลูกแล้วก็ตาม “เห้อ...” ร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจปิดแฟ้มงานลง ในเมื่อนั่งไปก็ไร้ประโยชน์ เขาไม่สามารถทำงานต่อไปได้ดังใจคิด วายุหยิบเสื้อสูทขึ้นพาดบ่า ก่อนจะรีบกลับไร่พี่ชายให้ไวที่สุดโดยไม่ลืมสั่งงานเลขาคนใหม่เอาไว้ รถสปอร์ตคันหรูถูกวายุเหยียบคันเร่งไปจนสุด สองมือกำพวงมาลัยแน่น สองตาจ้องถนนตรงหน้าเขม็ง ขณะที่ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม สายฝนตั้งเค้ามาแต่ไกล ดูท่าว่าวันนี้ฝนจะตกหนัก ถ้าหากโชค
ติ๊งต่อง!เสียงกริ่งที่หน้าประตูดังขึ้น วายุรีบเดินตรงดิ่งไปเปิดทันที มือหนากระชากประตูเปิดออกอย่างรวดเร็ว พอๆ กับใครบางคนที่เดินเข้ามาด้วยความร้อนใจ“ลิลลี่อยู่ไหน”เสียงเข้มถามขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง วายุผินหน้าไปทางห้องครัวที่ลลิตากำลังนั่งร้องไห้อยู่ ก่อนที่ใครคนนั้นจะก้าวอาดๆ เข้าไปหา“เดี๋ยว” วายุรั้งเขาไว้ ก่อนจะเดินเข้าไปหาแล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง“คุยกันดีๆ นะครับคุณกาล ผมขอ...ถือซะว่าเห็นแก่ทิวลิป”ไตรกาลพยักหน้ารับ ก่อนขอตัวไปจัดการแม่ตัวยุ่งที่บังอาจหอบลูกหนีเขามา ส่วนวายุนั้นเมื่อเห็นว่าคนทั้งคู่คงมีเรื่องต้องเคลียร์กันอีกยาว เขาจึงขันอาสาอุ้มทิวลิปเข้าไปนอนในห้องเพื่อป้องกันเสียงดังที่กำลังจะเกิดขึ้นวายุเห็นทิวลิปมาตั้งแต่เล็กๆ ถึงแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าไม่ใช่ลูก แต่เขาก็รักและเอ็นดูทิวลิปอยู่ไม่น้อย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าเขาเองก็มีลูกสาวเช่นกันและทิปลิปนั้นยังเป็นเด็กขี้โรคที่ต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยครั้ง ทำให้ความสนุกในวัยเด็กหดหายไปบางส่วนส่วนร่างสูงของโตรกาล ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาถึง เขาย่อตัวลงเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือไปเช็ดน้ำตาออกจากแก้มนวลให้“ห
“ถ้าคุณยอมหย่าตั้งแต่ทีแรก คุณยังได้สินสมรสจากผมไปตั้งตัว แต่ตอนนี้ แม้แต่ที่ซุกหัวนอน คุณก็กำลังจะไม่มี!”วายุกลั้นใจเอ่ยออกไปด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง สายตาของเขาดูว่างเปล่าจนลลิตาต้องเบือนหน้าหนี รังสีของความโกรธขึ้งแผ่กระจายไปทั่วจนเธอหวาดกลัวทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมีกำลังจะหมดไป อย่าว่าแต่ที่ซุกหัวนอนเลย แม้กระทั่งเงินรักษาอาการป่วยของทิวลิป เธอก็กำลังจะไม่มี...คิดแล้วกลับสะท้อนในอก ลึกๆ แล้วไม่อยากให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ วายุคือที่พึ่งสุดท้ายของเธอ หากขาดเขาไป เธอและลูกจะอยู่ได้อย่างไร“ฮึก...ยุคะ”มือบางค่อยๆ เอื้อมลงแตะที่ลำขาแกร่ง ดวงตาที่บอบช้ำช้อนขึ้นมองเขาด้วยความเว้าวอนอีกครั้ง หากแต่วายุกลับเบือนหน้าหนี เขากำลังตัดขาดเธอทุกทาง!ร่างสูงขยับเท้าถอยห่าง เขายืนจ้องเธออยู่สักพัก ก่อนจะตัดสินใจเอื้อนเอ่ยบางอย่างออกมา“ผมขอโทษสำหรับเรื่องระหว่างเรา ทุกๆ เรื่องที่ผ่านมันจะเป็นความทรงจำที่มีค่าสำหรับผมเสมอ ขอบคุณ...ที่คอยดูแลในวันที่ผมแย่ แต่ผมต้องขอโทษด้วยที่ต้องทำแบบนี้ ผมต้องเลือกครอบครัวของผม เพราะพวกเขาคือคนที่ผมรัก...”“แต่คุณเคยบอกว่ารักลิลลี่...คุณโกหกใช่ไหม”ดวงตาแดงก่ำแหง







