登入
“คะ คุณยุ...คุณยุขา” เสียงหวานครางเรียก ลมหายใจสาวหอบกระเส่า ขณะที่สองมือกำจิกผ้าปูที่นอนแน่น
“อ่าส์”
“คุณยุ...อลิซไม่ไหวแล้ว อื้อ”
“หุบปาก! ฉันไม่อยากได้ยินเสียงเธอ”
ร่างสูงตวาดเสียงดังลั่น สายตาคมแข็งกร้าวจนวาววับ กรามแกร่งบดกันจนเป็นสันนูน ในขณะที่สะโพกสอบกลับหยั่งลึก บดเน้น จากนั้นจึงค่อยโจนจ้วงความกระหายใส่ร่างบางจนสั่นคลอน
“อ๊ะ! อื้อ...คะ คุณยุขา”
อลิสาครวญครางด้วยความเสียดเสียว เมื่อกายแกร่งถาโถมเข้าใส่อย่างไร้ความปราณี มือบางผวาจะกอดรัดเขาเพื่อคลายกำหนัด แต่ทว่า...สองมือหนากลับรีบผลักไสเธอให้ออกห่าง ก่อนจะตรึงข้อมือบางไว้เหนือหัว
“ฉันบอกให้หุบปาก! แม้แต่เสียงคราง ฉันก็ไม่อยากได้ยิน!”
วายุกระซิบเสียงเข้ม สายตาคมหยามเหยียดจนเธอสะท้านในอก ความเจ็บแปลบค่อยๆ ทะยานขึ้นสูง หัวตาร้อนผ่าวจนพร่ามัว
“คุณยุ...”
“อยากได้ฉันเป็นผัวก็ต้องทำใจนะ แต่อย่าหวังความรักจากคนอย่างฉัน เพราะเธอจะไม่ได้มันไปแน่นอน”
เสียงเข้มประกาศกร้าว มือหนารีบจับเธอพลิกคว่ำ ก่อนจะรีบดึงสะโพกงามให้ลอยเด่น จากนั้นจึงรีบประกบชิด แล้วสอดใส่ความเป็นชายอย่างไร้ความปราณี จนเธอเจ็บจุก ทำให้สะโพกงามต้องถดหนี แต่เขากลับตรึงเธอไว้แน่น แล้วกระหน่ำความรุนแรงใส่อย่างบ้าคลั่งจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังลั่น
“อื้อ!”
อลิสาสะท้านในอก น้ำตาไหลด้วยความอดสู เมื่อปากอิ่มต้องกลั่นเสียงครางจนสั่นระริก มือบางรีบกำจิกผ้าปูที่นอนแน่น ก่อนจะซบหน้าลงกับพื้นเตียงอย่างยอมรับชะตากรรม!
“ฮึก...ฮึก”
เสียงสะอื้นหลุดแผ่วอย่างน่าเวทนา ดวงตากลมโตทั้งสองข้างไหวระริกด้วยความเจ็บปวด ขณะที่ความร้อนรุ่มในกายสาวยังคงเดือดพล่านไปทั่วเรือนร่าง
“ซี๊ด...”
วายุครางกระเส่าดังชิดใบหูงาม มือหนาบีบเคล้นทรวงอกงามอย่างเมามันส์ ขณะที่สะโพกสอบกระเเทกกระทั้นลำกายแกร่งเข้าใส่จนบั้นท้ายงามแดกเถือก เพราะอาการร้อนรุ่มจากพิษร้ายที่มีมากพอกัน!
“อึก จะ...เจ็บ” เสียงหวานแหบโหย ขณะที่หันหน้ามาบอกเขาเพื่อร้องขอความปราณี
“เงียบ!”
“แต่...อลิซเจ็บ”
ร่างบางขยับหนีลำกายแกร่งที่กำลังสอดลึกจนเธอเจ็บจุกไปหมด แต่มือหนากลับคว้าสะโพกมนไว้แล้วถาโถมความรุนแรงใส่จนร่างบางน้ำตาร่วง
ตับ! ตับ! ตับ!
“อ๊ะ...อื้อ ฮึก ฮึก”
“อืม...”
“อลิซ...จะ เจ็บ”
อลิสากัดฟันบอกเขา สะโพกงามพยายามขยับหนีอีก ขณะที่สองเเขนเรียวนั้นหมดเรี่ยวแรงที่จะใช้พยุงกาย ใบหน้างามที่ซุกซบลงบนที่นอนเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินด้วยความอดสูใจ!
“คุณยุขา...ฮึกๆ” เสียงหวานเรียกชื่อเขาอย่างหมดเเรง มือบางลูบไล้หน้าท้องตนอย่างเเผ่วเบา ตอนนี้หมดสิ้นทุกอย่างแล้ว จะมีก็เพียงไพ่ใบสุดท้ายเท่านั้นที่ยังเหลืออยู่
“ละ...ลูก ลูกอยู่ในนี้ ฮึกๆ ได้โปรด...สงสารแกเถอะนะคะ ถ้าไม่รักก็ไม่เป็นไร แต่อลิซขอ ฮึกฮึก...ขอให้เขาได้มีโอกาสลืมตาดูโลกเถอะนะคะ ฮือ...”
อลิสาร้องขออย่างหมดทางสู้ ก่อนจะค่อยๆ ยันกายขึ้นแล้วหันหน้ามาสบตาเขาด้วยสายตาที่ชอกช้ำ ความเป็นแม่ทำให้เธอหมดทางเลือก แม้ว่าจะต้องทิ้งศักดิ์ศรีก็ตาม
“เบาๆ นะคะ ฮึกๆ”
ทันทีที่สบตากัน ร่างสูงกลับชะงักนิ่ง หัวใจแกร่งวูบโหวงแปลกๆ ความผิดชอบชั่วดีช่วยดึงสติเขากลับมา เพียงแค่หยาดน้ำตาที่พรั่งพรูกับสีหน้าที่หวาดกลัวของคนใต้ร่าง ทำให้ความเดือดดาลลดต่ำลงจนหมดสิ้น
“บัดซบ!”
ร่างสูงตวาดลั่นก่อนที่จะผละออกราวกับต้องของร้อน อลิสารีบถลันตัวหนีทันที มือบางคว้าผ้ามาห่มกายลวกๆ ขณะที่ปากบางสั่นระริกจนเจ้าตัวต้องขบแน่น ดวงตากลมโตตื่นตระหนกด้วยความหวาดกลัว
“ฉันเกลียดเธอที่สุดอลิสา!”
วายุประกาศกร้าว ขณะที่มือหนากำลังอาละวาดขว้างปาข้าวของภายในห้องจนกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
เพล้ง!
“กรี๊ด!” เสียงหวานร้องลั่นทันทีที่โคมไฟข้างเตียงถูกร่างสูงปัดจนตกแตก
“โธ่เว้ย!”
“ฮือ...” อลิสาตัวสั่นระริกด้วยความกลัว ก่อนจะขยับกายให้ออกห่างจากเขามากยิ่งขึ้น ขณะที่สองมือบางโอบกอดหน้าท้องตนผ่านผ้าห่มผืนหนาไว้ด้วยความหวงแหน
“เพราะเธอ!” วายุถลาเข้าหาร่างบางทันที ก่อนจะกระชากแขนเรียวจนเธอเซถลา
“ทิ้งฉันไปยังไม่พอ ยังจะกลับทำลายชีวิตฉันจนพังอีกทำไม! ห๊ะ! พอใจเธอหรือยัง! พอใจหรือยัง!” เสียงเข้มตะคอกลั่นจนใบหน้าแดงก่ำ ก่อนจะผลักร่างบางออกอย่างไม่แยแสด้วยความโมโห วายุไม่สนใจเลยสักนิดว่าในท้องแบนราบนั่น จะมีเลือดเนื้อเชื้อไขของตนอาศัยอยู่
“ฮือ...ฮึกๆ จะ เจ็บ...อลิซเจ็บ"”
“เธอเจ็บกาย แต่ฉันเจ็บใจ! เจ็บใจที่ถูกกาฝากอย่างเธอหลอกปั่นหัว เจ็บใจตัวเองที่เคยรู้สึกดีๆ ด้วย! หึ...ขอบใจนะที่เผยธาตุแท้ออกมา แต่บอกไว้เลยตรงนี้และเดี๋ยวนี้! ถ้าอยากเป็นเมียฉันนัก ฉันจะจัดให้อย่างสาสมจนเธออิ่ม เธอจุก จนสำลักไปเลย ส่วนหลังจากนั้นเธอจะรู้เองว่านรกมันมีจริง!
พูดไปก็สะอื้นไป แววตาตัดพ้อเขาอย่างสุดจะทน อลิสาทั้งเจ็บทั้งอาย ที่ถูกเขาประจานเสียงดังลั่นบ้านแบบนี้ หากเขาสุภาพแบบวาโยสักนิด อลิสาจะไม่ลังเลแบบนี้เลย‘ใช่สิ! เพราะเป็นฉันไงเธอถึงรังเกียจ แต่ถ้าเป็น... เธอคงดีใจจนเนื้อเต้นสินะ’ไม่พูดเปล่า นัยน์ตาแดงๆ กลับเหลือมองไปยังพี่ชายที่ยืนอยู่ด้านล่างด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะตวัดสายตากลับมาที่ร่างบางดังเดิม‘แต่ยังไงซะ ถ้าพี่จะใช้เธอต่อ กรุณาถนอมด้วยนะครับ เพราะลูกผมยังอยู่ในนี้—’เพี๊ยะ!มือบางตวัดลงบนแก้มสากจนเสียงดังลั่น ลิ้นสากดุนดันกระพุ้งแก้มด้วยความแสบระยิบ วายุหลับตาซึมซับกลิ่นคาวเลือดและความเจ็บปวดในปากสักพัก ก่อนจะเงยมองคนตรงหน้าด้วยท่าทางยียวน‘เลว’อลิสาบริภาษเขาเบาๆ พร้อมกับหยาดน้ำตาเม็ดโตที่ร่วงหล่นผ่านร่องแก้มนวล ปากอิ่มขบเม้มแน่น เนื้อตัวเธอสั่นระริก ทั้งโกรธทั้งเสียใจ‘ไม่รักฉัน ฉันไม่ว่า จะไปทำอะไรกับใคร กรุณานึกถึงลูกที
‘ปล่อยอลิซนะ! พี่ยุ...อย่าทำแบบนี้’ร่างบางในชุดนัดเรียนวัยสิบเจ็ดปีดีดดิ้นอย่างสุดกำลัง เมื่อร่างสูงของพี่ชายนอกสายเลือดกำลังซุกไซร้คอขาวผ่องอย่างดิบเถื่อน ปากหยักดูดดุนเนื้ออ่อนอย่างรุนแรง ซ้ำร้ายข้อมือเล็กๆ ยังถูกพันธนาการไว้ด้วยไทด์สีเข้ม‘หุบปากไปเลย! อยากอ่อยพี่ชายฉันนักใช่ไหม แต่เสียใจด้วยนะ...กาฝากแบบเธอมันไม่เหมาะกับพี่โยหรอก’‘อลิซไม่ได้อ่อยใครนะพี่ยุ ฮึกๆ ...ปล่อยอลิซไปเถอะนะ อลิซกลัวแล้ว’อลิสาร่ำไห้ด้วยความกลัวสุดขีด เมื่อพี่ชายที่เธอเคยรู้จักกลับกลายเป็นซาตานในเพียงชั่วคืน แค่เพียงเพราะคนที่เธอบอกว่าชอบ...ไม่ใช่เขาสองเท้าเล็กๆ พยายามทั้งเตะ ทั้งถีบเขาออกไปให้ไกลตัวมากที่สุด แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดนั้นไม่สามารถหยุดยั้งเขาได้‘มานี่!’ วายุกระชากข้อเท้าเล็กสุดแรง จนร่างบางกรัดร้องด้วยความตกใจ กระโปรงนักนักสีเข้มถูกเลิกขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ร่างสูงจะคร่อมทับด้วยความคึกคะนอง‘อย่านะ! ฮือ...พี่โยขา ช่วยอลิ
วายุยื่นหน้าเข้ามาใกล้ รอยยิ้มบางๆ จากเสี้ยวหน้าคมนั้นทำให้ร่างบางขัดเขินไม่น้อย โหนกแก้มใสขึ้นสีระเรื่อเมื่อเขาขี้ตู่เอาเองว่าเธอเป็นห่วงอลิสาสะบัดหน้าหนี เพราะไม่อยากให้เขารับรู้ในความห่วงไยที่เธอมีให้ ความสนใจที่จะถามว่าเขาหายไปไหนมาร่วมเดือนจึงถูกพับเก็บโดยปริยาย“ไม่ต้องห่วงฉันหรอกนะ แค่นี้สบายมาก”วายุส่งยิ้มเนือยๆ ให้ ขณะที่สองมือยังเร่งอุ่นอาหารอีกอย่างที่เตรียมมาให้เธออีกครั้ง“ยังไม่ได้พูดสักคำว่าเป็นห่วง!”อลิสากระแทกเสียงเล็กน้อย แต่ก็ยอมหยุดคำถามไว้เพียงแค่นั้น ในเมื่อเขาไม่อยากบอก เธอก็จะไม่เซ้าซี้ เพราะไม่ได้เป็นอะไรกัน ดังนั้นก็ไม่มีอะไรต้องห่วง!วายุคล้ายจะรับรู้ในอารมณ์ที่แปรปรวน เขาจึงไม่ถือสาเธอนัก หากจะด่าหรือต่อว่าเขา วายุทำเพียงส่ายหน้ากับตัวเองเบาๆ แล้วรีบตักข้าวสวยร้อนๆ ให้ เมื่อเวลาล่วงเข้าเกือบแปดโมงเช้า หากช้ากว่านี้...เจ้าตัวเล็กในท้องหล่อนอาจจะโยเยก็เป็นได้“ทานเยอะๆ จะได้แข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูก”วายุรีบตักแกงส้มร้อนๆ ให้เธออย่างเอาใจ อลิสากล่าวของคุณเขาเบาๆ หลังจ
วันคืนล่วงผ่านอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย เช้าวันใหม่แม้จะไม่สดใสนัก แต่ก็ยังถือว่าเป็นวันสำคัญที่แสนมีความหมายกับอลิสาเป็นอย่างยิ่ง ในช่วงสายของวันนี้สองแม่ลูกมีนัดตรวจครรภ์กับคุณหมอ อลิสาตื่นเต้นทุกครั้งที่จะได้รับรู้พัฒนาการของลูกน้อย แม้ว่าข้างกายของเธอจะว่างเปล่าไร้เงาพ่อของลูกก็ตามร่างบางยืนหมุนกายอยู่หน้ากระจกบานสูง มือบางโอบอุ้มครรภ์น้อยอย่างแสนรัก ก่อนจะสะบัดชายกระโปรงสีหวานไปมาเบาๆ เพื่อสำรวจความพร้อมอีกครั้ง จากนั้นมือบางจึงบรรจงแต่งหน้าอ่อนๆ แค่พองาม เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับตัวเองอีกสักเล็กน้อย ก่อนที่ปากอิ่มจะถูกเคลือบทับด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อนเป็นสิ่งสุดท้ายหลังจากนั้นว่าที่คุณแม่จึงเดินออกมาเตรียมอาหารเช้าให้กับตัวเองและลูกน้อย ก่อนที่พี่ชายจะมารับไปตรวจครรภ์อย่างเช่นทุกครั้ง“ใจเย็นๆ นะคะ คนเก่งของแม่ อย่าโวยวายสิ ไม่น่ารักเลยนะ”อลิสาดุเจ้าตัวเล็กในครรภ์เบาๆ เมื่อแรงดีดดิ้นในท้องเริ่มแรงขึ้นจนเธอแทบจุก มือบางคอยลูบปลอบให้เจ้าตัวเล็กหยุดดิ้นสักพัก แต่วันนี้กลับไม่ได้ผลเช่นทุกครั้ง เมื่อเท้าเล็กๆ ของลูกรักยังไม่หยุดประท้วงเธอเพราะควา
วันเวลาล่วงผ่านไปอย่างรวดเร็วอย่างจนใจหาย วายุนั่งจ้องมือถือราวกับว่ามันคือความหวังสุดท้ายของเขา ข้อความที่เพียรส่งไปนั้น อลิสาทำเพียงแค่เปิดอ่านมันแต่ไม่ตอบกลับเขาสักข้อความ แม้จะพยายามง้อเธอสักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายเธอก็ใจแข็งอยู่ดี‘ลูกดิ้นหรือยัง...อลิซ’ข้อความล่าสุดถูกส่งไปในเช้าวันจันทร์ที่แสนสดใสสำหรับใครหลายๆ คน แต่สำหรับวายุนั้นมันกลับไร้ความหมาย เมื่อพี่ชายไม่ยอมคืนเธอให้กับเขา วาโยกางปีกปกป้องน้องสะใภ้อย่างสุดความสามารถ แม้เขาจะอ้อนพี่ชายเพียงไร สุดท้ายเขากลับได้เพียงสายตาที่ว่างเปล่ากลับคืนมา“เมื่อไหร่เราจะคุยกันรู้เรื่องนะอลิซ ไม่สงสารลูกบ้างหรือยังไง”วายุพึมพำผ่านลำคอหนา แม้รู้ว่าอลิสาไม่มีวันได้ยินแต่ละวันที่ผ่านไปเขาไม่สามารถข่มตาลงนอนได้อย่างมีความสุข เตียงกว้างนั้นกลับไม่มีความหมายเมื่อขาดเจ้าของมันไปอีกคน มีเพียงความปวดร้าววิ่งผ่านเป็นฉากๆ ความเลวทรามที่เขาเคยกระทำคอยหลอกหลอนและตอกย้ำให้ใจเจ็บจนไม่กล้าสู้หน้าร่างสูงหลับตาลงด้วยความเจ็บปวด ความรู้สึกหวงแหนและโหยหาวิ่งชนไม่หยุดนิ่ง มือหนายกขึ้นลูบใบ
“อลิซ! เดี๋ยวสิ!”วายุร้องเรียกทันทีที่เห็นอลิสาปลีกกายออกมาคนเดียว ทว่าเพียงแค่เขาเอ่ยเรียก สองเท้าเล็กๆ ก็รีบจ้ำอ้าวหนีหน้าเขาทันทีหลังจากการแสดงข่าวจบลงทั้งที่หลายคนยังคาใจกับคำถามที่ว่า...ใครคือพ่อของเด็กในท้องของอลิสา แม้เจ้าตัวจะสามารถยิ้มแย้มตอบได้ทุกคำถามอย่างไม่มีสะดุด แต่ลึกๆ แล้ว...อลิสากลับเสียใจไม่น้อย ทั้งที่มีโอกาสจะคว้าเขามาเป็นของตัวเองได้ แต่เธอกลับไม่ทำ ถ้าสิ่งที่ได้มานั้นคือตัวตนที่ไร้หัวใจแล้วล่ะก็...เธอมีศักดิ์ศรีมากพอที่จะไม่แย่งของของใครหลังจากที่แยกตัวมาเข้าห้องน้ำคนเดียว เท้าเรียวเล็กๆ ก็ต้องรีบก้าวไวๆ กว่าปกติ เมื่อสังเกตเห็นร่างสูงใหญ่เดินตามมาติดๆ ว่าที่คุณแม่แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงเรียก จนกระทั่ง...“อลิสา!”ทันทีที่ก้าวตามอลิสามาทัน มือหนาก็รีบคว้าเรียวเเขนเล็กไว้มั่น ก่อนจะออกเเรงดึงเบาๆ จนร่างบางปะทะกับอกแกร่ง มือหนารีบกอดกระชับคนตัวเล็กไว้ในอ้อมแขน แล้วโน้มหน้าลงมาจนชิด...“อื้อ...ปล่อยนะ”“บอกมาก่อนว่าทำไมต้องบอกแบบนั้นกับนักข่าว”วายุถามเสีย







