LOGIN“อลิซ! เดี๋ยวสิ!”
วายุร้องเรียกทันทีที่เห็นอลิสาปลีกกายออกมาคนเดียว ทว่าเพียงแ
“ขอโทษที่ทำให้ตกใจ”วายุมองแก้วใบสวยที่หล่นพื้นอย่างอดไม่ได้ เขาไม่ตั้งใจทำให้เธอตกใจ เสียงเท้าของเขาค่อนข้างดัง แต่อาจเป็นเพราะเธอกำลังเหม่อจึงไม่ได้ยินเสียงเดินย่ำทรายที่ไม่เบามากนัก“ทำไมออกมาคนเดียว ตรงนี้มันอันตรายนะ”ร่างสูงเดินล้วงกระเป๋าเข้ามาหา แต่อลิสากลับขยับออกเล็กน้อย คล้ายจะบอกเขาว่าเธอกำลังอึดอัด แต่เปล่าเลย...หัวใจเธอต่างหากที่มันกำลังเต้นแรงทนแทบทะลุ ยามเห็นสายตาที่เป็นห่วงของเขาวายุสวมเสื้อเชิตสีขาวที่เตรียมลงมาคลุมลงบนไหล่บางให้อย่างแผ่วเบา คราแรกอลิสาชะงักเล็กน้อย แต่ความอบอุ่นที่เขาเฉียดใกล้ทำให้เธอยินยอมแต่โดยดี“ไม่มีอะไรอันตรายเท่ากับการที่เผลอใจไปรักคุณหรอกค่ะ”อลิสายิ้มเย็น ขณะที่สายตาทอดมองไปยังความมืดมิดในท้องทะเลกว้าง แม้จะมีเพียงแสงไฟจากเรือลำหนึ่งที่ล่องลอยอยู่กลางทะเล ถ้าหากพายุเข้าจนลมกรรโชกแรง แสงไฟหริบหรี่ดวงนั้นอาจจะดับลงได้ในที่สุดแต่อลิสาไม่ปรารถนาให้เป็นเช่นนั้น...ความสัมพันธ์ของเธอและเขาก็เช่นกัน“ฉันดีใจนะ ที่เธอยังรักกันอยู่”วายุ
เสียงคลื่นกระทบฝั่ง กลิ่นอายของความเค็มจากน้ำทะเลในยามเย็นชวนให้อลิสาสดชื่นขึ้นไม่น้อย ขณะที่ดวงตะวันกำลังจะลับลาจากขอบฟ้า ร่างเล็กๆ ก็วิ่งเล่นที่ชายหาดอย่างสนุกสนาน“หม่ามี้ขา อันนาขุดทรายค่ะ”สองเข้าเล็กๆ รีบวิ่งมาแทรกกลางระหว่างผู้ใหญ่ทั้งสอง ก่อนจะชูถังสีส้มที่บรรจุทรายและเปลือกหอยพลาสติกให้มารดา อลิสารีบก้มลงดูด้วยท่าทีสนอกสนใจ จนเด็กน้อยยิ้มแป้น แต่อีกคนกลับแสดงท่าทีเบื่อหน่ายออกมาด้วยอย่างชัดเจน ทุกครั้งที่เขาและอลิสากำลังคุยธุระสำคัญ มารหัวใจตัวน้อยๆ มักจะเข้ามาขัดขวางเสมอ“ไหนค่ะ โห...เก่งจังเลยลูก จะเอาทรายมาทำอะไรเยอะแยะคะ”“ทำ ทำคอนโดค่า”เด็กน้อยยิ้มแฉ่งจนเห็นฟันขาว ก่อนจะค่อยๆ เทของเล่นออกมาจากถังเล็กๆ ด้วยความตื่นเต้น“คอนโด?”โทนี่ย่อตัวลงนั่งข้างๆ อลิสา มือหนาค่อยๆ ทำเนียนโอบไหล่บางโดยที่อลิสาไม่รู้ตัว หากมองจากสายตาของคนภายนอกแล้ว ภาพของทั้งสามคนตรงหน้าคือภาพครอบครัวที่แสนอบอุ่นที่สุดแต่กลับไม่ใช่สำหรับใครบางคนที่เพิ่งมาถึง!มือหนากำหมัดแน่น สองขา
“หม่ามี้ขา อันนาอยากจะกลับไปหาพ่อจ๋าแล้ว”เสียงเล็กๆ ยังดังขึ้นด้วยความงัวเงีย เมื่อตอนนี้คิดถึงบิดาอย่างรุนแรงขึ้นจนทนไม่ไหว ปากจิ้มลิ้มต้องตะโกนออกมาท่ามกลางอ้อมกดของใครบางคนที่อลิสาหมายจะให้มาทำหน้าที่แทนคนใจร้าย“อันนาอย่าเสียมารยาทกับคุณลุงสิลูก”อลิสาดุลูกสาวเบาๆ เมื่อเจ้าตัวกะโกนลั่นออกมาอย่างเสียมารยาท“ไม่เป็นไรหรอกน่าแกยังเด็ก เนอะคนเก่ง...คุณลุงไม่ดุหรอกครับ"เสียงทุ้มนุ่มไม่ต่างจากวายุนัก เอ่ยปลอบคนที่กำลังหน้าเสียในอ้อมกอดเมื่อถูกเสียงเข้มๆ ของมารดาดุ ก่อนจะก้มลงหอมพวงแก้มยุ้ยๆ นั่นอย่างอดใจไม่ไหวฟอด!“อื้อ...”อันนาเบือนหน้าหนีทันทีด้วยความไม่ชอบใจ ก่อนที่จะยกสองมืออวบขึ้นปิดแก้มทั้งสองข้าง เพราะหนวดเคราที่เป็นตอเล็กๆ คงทิ่มแก้มใสๆ จนเกิดรอยแดง“คุณลุงหอมเจ็บ พ่อจ๋าหอมไม่เจ็บ...อันนาไม่ให้หอมแล้ว”เด็กน้อยพูดขึ้นอย่างไร้เดียงสา ก่อนจะรีบโผเข้าหามารดาพลางซุกซบลงกับอกนุ่มด้วยความเคยชิน แต่ถ้อยคำใสซื่อที่ออกมากปา
“ฉันก็รักเธออลิซ...อ่าส์”วายุคำรามเสียงดังลั่น ขณะที่ปลดปล่อยความต้องการเข้าใส่อลิสาอย่างบ้าคลั่ง เรือนร่างอรชรที่กำลังโก่งโค้งอย่างหมดแรงนั้น กำลังกระตุกหนึบหนับด้วยความสุขสมไม่แพ้กัน“นะ เหนื่อย”อลิสาอ้อนวอนจากบทลงโทษที่แสนยาวยาวนาน ไม่รู้ว่าวันนี้วายุไปกินรังแตนที่ไหนมา จึงสาดซัดพายุสวาทเข้าใส่เธออย่างเกรี้ยวกราด จนตั้งรับแทบไม่ทัน“มันเขี้ยว”วายุรั้งสะโพกงามให้ขึ้นสูง เขาก้มลงจับจูบขยี้แก้มนวลแรงๆ จนแดงเถือก ก่อนจะขยับเข้าออกที่ช่องทางรักอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง“อ่า อื้อ...พะ พอ นะ เหนื่อยแล้ว”อลิสากัดฟันดันเข้าออกจากกายตัวเอง แต่ยิ่งดันออกแรงเท่าไหร่ เขายิ่งดันเข้าแรงเท่านั้นตับ! ตับ!“เชอะ! อย่ามาร้องขอเสียให้ยาก ยังไงวันนี้เธอก็ต้องตามใจพี่ ขนาดรับปากว่าจะแต่งงานกับพี่แล้วแต่ก็ยังไม่ยอมแต่งสักที...เล่นตัว!”วายุบ่นขณะที่กระแทกกระทั้นเข้าสู่กายสาวอย่างบ้าคลั่ง สาเหตุนั้นเกิดจากที่อลิสารับปากว่าจะแต่งงานกับเขา แต่เธอกลับบ่ายเบี
“ที่ไหนครับ”คำถามนี้ทำให้หลายคนในห้องถึงกับต้องมองหน้ากันด้วยความกระอักกระอ่วน สีหน้าปั้นยากของมารดาทำให้วาโยเลือกที่จะตอบแทน“เชียงใหม่”“ไปกี่วันครับ”วาโยถอนหายใจเฮือกเขามีท่าทีลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด ด้วยไม่อยากให้คำตอบของเขาทำให้คนเจ็บต้องเจ็บเพิ่มขึ้นไปอีก ในขณะที่คนเป็นมารดาค่อยๆ เข้ามาลูบเเขนบุตรชายคนเล็กให้ใจเย็นลง แม้จะไม่ชอบหน้าลูกสะใภ้เท่าไหร่ แต่กระนั้นยังไม่อยากเห็นชีวิตครอบครัวของลูกต้องพังลง“อลิซไม่ได้บอกใครไว้เลยสักคนที่เรารู้ก็จากผู้จัดการส่วนตัวเขา คงจะเป็นงานด่วนของเขานั่นแหละ แต่เดี๋ยวสักสี่ห้าวันเขาก็กลับมาแล้ว บ้านก็อยู่ที่นี่เนอะ..."วายุจำใจพักหน้ารับ แม้เขาไม่อยากจะเชื่อคำปลอบใจจากมารดาเสียเท่าไหร่ เพราะสัญชาตญาณของเขามันบอกว่า เธอกำลังห่างออกไปแสนไกล...อาจจะไกลจนความสัมพันธ์กลายเป็นเส้นขนาน“แล้วนี่...อันนาไม่มาด้วยหรือครับ”วายุสอดสายตาหาร่างเล็กๆ ของลูกสาวที่มักจะวิ่งมารอรับเขาเสมอ แต่วันนี้ทุกอย่างแปลกไป ไม่มีเเม้แต่เสียงเจื้อยเเจ้วที่เคยได้ยินความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง คำถามนี้ไม่มีใครกล้าตอบเลยสักคน มีเพียงแค่มองหน้ากันด้วยความลำบากใจ ก่อนที่มารดาจะพ
โทนี่ขยับเข้าหาสองแม่ลูกอีกครั้ง เขาพยายามจะโอบกอดคนทั้งสองไว้แต่อลิสากลับเบี่ยงตัวหนีด้วยการแสร้งเดินออกมา เพื่อโยกโยนคนที่กำลังร้องไห้ให้นิ่งเงียบ แต่กระนั้นเขายังตามมาไม่ห่าง มือหนาพยายามช่วยอลิสาลูบหลังเพื่อปลุกปลอบคนที่กำลังเสียขวัญมือเป็นระวิง ยิ่งเข้าเข้าใกล้มากขึ้นเท่าไหร่ อันนายิ่งร้องดังมากขึ้นเท่านั้น“ฮือ...อันนาจะหาพ่อจ๋า พ่อจ๋า...”เสียงเรียกหาบิดายังดังขึ้นไม่ขาดสาย อลิสาพยายามกล่อมเจ้าตัวเล็กให้เงียบเสียงลง แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดสักนิด เจ้าตัวคงขวัญเสียน่าดูเพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้สักครั้ง“ค่ะๆ เดี๋ยวแม่พาไปหาพ่อจ๋านะ แต่อันนาต้องเงียบก่อน โอเคมั๊ยคะ”อลิสาพยายามปลอบลูกสาวทุกวิถีทางเท่าที่ทำได้ มือบางค่อยเกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มใสอย่างทะนุถนอม แต่คำพูดของเธอกลับทำให้ใครบางคนชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจ“อลิซ! คุณคงไม่ทำอย่างที่พูดหรอกใช่ไหม”อลิสาหันขวับมามองเขาทันที น้ำเสียงที่เย็นเฉียบทำให้เธอไม่พอใจอยู่ลึกๆ แต่ต้องพยายามอดกลั้นเอาไว้“ก็ไม่แน่นะ







