วายุช้อนร่างงามขึ้นสู่วงแขน อลิสารีบซบหน้าลงกับอกแกร่งอย่างโหยหา เรียวแขนเสลายกขึ้นคล้องรอบลำคอเขา ร่างบางหลับตาพริ้ม เสี้ยวหนึ่งของความคิดกำลังทรยศต่อความเป็นจริง อลิสาอยากใช้มารยาหญิงหลอกล่อแล้วเก็บเขาไว้เเต่เพียงผู้เดียว แต่เธอรู้ว่ามันทำได้ยากยิ่งนัก เมื่อในความเป็นจริงแล้ว เธออาจเป็นเพียงแค่เงาของใครอีกคนที่อยู่ในใจเขาก็เป็นได้...
วายุวางร่างบางลงใต้ชาวเวอร์เรนต์สุดหรู มือหนาค่อยๆ แตะลงบนหน้าผากมนอย่างเผ่วเบา สายตาเขาทอดอ่อนท่ามกลางความมืดสลัว วายุพยายามใช้ความมืดปิดบังความห่วงไว้อย่างมิดชิด แต่กระนั้นกริยาที่เขาทำ กลับทำให้หัวใจดวงน้อยอ่อนยวบจนยากจะถอนตัว
“ตัวเย็นๆ คงเป็นเเพราะแช่น้ำนานเกินไป เดี๋ยวอาบน้ำอุ่นล้างตัวนะ จะได้ไม่เป็นหวัด...”
เสียงเขายามนี้ช่างน่าฟังนัก กริยาเขาอ่อนโยนจนอลิสาคิดว่าตัวเองกำลังหลับฝัน ความห่วงหาในยามนี้เปรียบได้เพียงน้อยนิดถ้าเทียบกับเมื่อก่อน แต่ในตอนนี้...แค่เศษเสี้ยวของความห่วงใย ได้เท่านี้ก็ถือว่าดีนัก
“อลิซ! อลิซ!”
วายุร้องขึ้นดังขัดความคิดเธอ มือหนาแตะไหล่บางจนเธอสะดุ้ง ก่อนจะส่งยิ้มแหยๆ ให้เขา
“คะ?”
“เป็นอะไรไปอีก...หรือว่าตากฝนจนสมองกลับหมดแล้ว”
วายุค่อนขอดเธอเล็กน้อย พลางไล่สายตาสำรวจเรือนกายสาวตรงหน้า ร่างสูงไม่อาจหายใจได้คล่องนัก เมื่อความงามของสตรีกำลังเร่งเร้าให้เขาแนบชิด
“ปะ เปล่า สักหน่อย”
อลิสาหลบสายตาเขาทันที พวงแก้มใสมีเลือดฝาดขึ้นเล็กน้อย เมื่อถูกร่างสูงไล่สายตาโลมเลียไปตัวเรือนร่าง เมื่อความเร่าร้อนจากสายตาเขากำลังเร่งเร้าให้เธอกลืนกินเขาสักที!
“เอากลีบกุหลาบพวกนี้ออกจากตัวก่อนสิ เดี๋ยวมันไหลลงท่อ จะทำให้ท่อตันได้”
วายุแสร้งร้องเตือนกลายๆ ด้วยความหวังดี แต่กลับเป็นเขาเองที่ค่อยๆ หยิบกลีบกุหลาบสีแดงสดออกจากผิวขาวของเธอทีละกลีบ ทีละกลีบจนกระทั่ง...
ร่างสูงคุกเข่าลงตรงหน้า มือหนาไล่เก็บกลีบกุหลาบงามออกจากใต้ฐานทรวงอกด้วยความระมัดระวัง ฟองสบู่ค่อยๆ เลือนหายไปจนเกือบหมด วายุเพ่งมองหากลีบดอกไม้ท่ามกลางแสงสลัว ลมหายใจอุ่นร้อนพ่นรดหน้าท้องแบนราบอย่างจงใจ เมื่อมือหนาเขี่ยกุหลาบกลีบเล็กออกจากสะดือบุ๋ม...
วายุช้อนหน้าขึ้นมองเธอเล็กน้อย ก่อนจะเผลอสบตากัน เมื่ออลิสาเป็นฝ่ายมองเขาอยู่ก่อนแล้ว คล้ายมีมนต์สะกด มือหนาค่อยลากไล้ตามเอวคอดงามด้วยความหลงใหล จนกระทั่งกลีบกุหลาบในมือถูกทิ้งให้ร่วงหล่นอย่างไม่แยแส
“คุณยุ...”
อลิสาผวาจับมือเขาไว้ เมื่อมือหนาเริ่มลากไล้ไปทั่ว ขนกายสาวลุกเกรียวไปทั่วร่าง แต่พอห้ามมือเขา ปากหยักกลับก้มลงทำงานแทน...
“อื้อ”
ความอุ่นร้อนจากริมฝีปากหนาถูกกดลงใต้สะดือบุ๋มจนอลิสาเผลอสะดุ้งไหว ลิ้นร้อนลากไล้ความฉ่ำชื้นไปยังเบื้องล่าง วายุทิ้งความวาบหวามไว้เป็นทางยาว จนเรียวขางามเริ่มสั่นระริกด้วยความสยิว
“ยะ อย่าคะ”
เรียวขาเล็กหนีบเข้าหากันแน่น ร่างบางสูดลมหายใจจนสุด เมื่อลิ้นสากหนาลากไล้ความร้อนชื้นมายังจุดอันตราย
อลิสาใจเต้นตึกตัก เมื่อความอุ่นร้อนถูกหยุดลงที่บริเวณใต้ท้องน้อย ร่างสูงช้อนสายตามองเธออย่างสื่อความนัย มือหนาของเขาประสานเข้ากับนิ้วเธอทั้งห้า ทำให้อลิสาใจอ่อนยวบ เมื่อริมฝีปากของเขาค่อยๆ กดจูบที่หลังมือบางอย่างแผ่วเบา
“คะ คุณยุ”
เสียงหวานขาดห้วง คล้ายกับร่างกายเจอกระแสไฟที่แรงสูง ความเสียวซ่านเริ่มลามจากปลายนิ้วเรียว วิ่งวนไปทั่งร่าง จนกระทั่งมาหยุดจุกแน่นที่ส่วนกลางกาย อลิสาหนีบขาเข้าหนากันมากขึ้น เมื่อความรู้สึกบางอย่างกำลังขับเคลื่อนของเหลวสีใสให้ไหลออกมาประจานตัวเอง
“อลิซ”
เสียงพร่าดังขึ้น สายตาคมจ้องจดความงดงามเบื้องหน้าไม่วางตา วายุสลัดมือบางของเธอออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะค่อยๆ ลูบไล้ความสากของฝ่ามือขึ้นไปตามต้นขาเรียวงาม จนถึงบั้นท้ายกลมกลึงเนียนนุ่มมือ...
“อือ คุณยุ...ไม่เอาค่ะ ไม่เล่นแบบนี้”
อลิสาหลุดเสียงครางอย่างไม่อาจห้ามได้ แค่สัมผัสที่วาบหวามเพียงเล็กน้อย กลับทำให้อารมณ์สวาทพุ่งทะยานขึ้นสูง ดวงตากลมโตเปล่งประกายความต้องการอย่างเห็นได้ชัด แต่เพียงความห่วงใยในอายุครรภ์ที่น้อยนิด คอยย้ำเตือนให้เธอต้องยับยั้งด้านมืดของตนให้ลดต่ำลง
“แบบไหน”
เสียงเข้มถามขึ้น แววตาที่เคยเรียบนิ่งตอนนี้ส่อประกายเจ้าเล่ห์ขึ้นมามากโข มือหนาบีบเน้นที่บั้นท้ายงามจนล้นมือ ก่อนที่เขาจะลากสายตามาที่จุดอันตรายเบื้องหน้า...
เนินเนื้อสาวที่ถูกปิดด้วยกุกลาบสีสด กำลังถูกปากหยักอ้างับมันออกด้วยความหวงแหน อลิสาเผลอจิกปลายเท้าด้วยความเกร็ง หัวใจดวงน้อยเริ่มดีดระรัว ลมหายใจมีอันต้องสะดุดกึก เมื่อลิ้นร้ายเผลอตวัดความสาวเธอจนความฉ่ำชื้นปกคลุมไปทั่ว
“อื้อ...”
มือบางเผลอขยุ้มเรือนผมสั้นของเขาแน่น เมื่อลิ้นร้ายยังคงวนเวียนอยู่ที่จุดนั้นไม่ห่าง วายุพอใจยิ่งนักกับความหวานตรงหน้า โดยหลงลืมไปอีกว่า ความหอมหวานที่เขาลุ่มหลงนี้ มันเคยทำให้เขาเจียนตายมาแล้วครั้งหนึ่ง!
“อื้อ...”
ร่างสูงผละออก เมื่อเสียงครางแผ่วของเธอทำให้เขาตาพร่า วายุเงยหน้ามองเธอด้วยด้วยสายตาฉ่ำเยิ้ม ก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่มันหลบอยู่ในใจเขามาแสนนาน
“อย่าครางแบบนี้ให้ใครได้ยินนะ...ฉันหวง”
เสียงทุ้มนั้นฟังแล้วลื่นหูยิ่งนัก แต่ท้ายประโยนนั่นมันกลับถูกกลบด้วยเสียงน้ำไหล เมื่อมือหนาเอื้อมไปเปิดก๊อกน้ำให้ดังขึ้นกลบความน่าอายของตัวเอง ร่างสูงผละออกจากความงามเบื้องหน้าแล้วรีบลุกขึ้น ก่อนจะมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งดุจเดิม
อลิสาใจหล่นวูบ คล้ายกลับถูกถีบตกสวรรค์ให้จมดิ่งลงในนรกโลกันต์ มันไม่ใช่เพราะอารมณ์ที่ค้างคา แต่กลับเป็นสายตาเย็นชาที่เขาเพียรสาดซัดใส่เธอมาตลอดห้าปี มันกลับถูกใช้มองเธออีกครั้ง!
..........................