เสียงน้ำไหลดังขึ้นกลบทุกอย่าง คนทั้งคู่ยังยืนจ้องกันด้วยความเงียบ ท่ามกลางละอองน้ำที่คั่นกลาง วายุรีบสลัดไล่ความลุ่มหลงในเรือนกายสาวออกจากความคิด เขาพยายามปรับอารมณ์และสีหน้าให้นิ่งเรียบดุจเดิม ร่างสูงคอยย้ำเตือนตนอยู่เสมอ ว่าคนตรงหน้าคือสาเหตุแห่งความทุกข์ทั้งหมดในหัวใจเขา
วายุรีบผละออกจากตรงนั้นทันที แต่ทว่า...เพียงแค่เขาหันหลังให้ เรียวแขนเล็กๆ ก็กอดรัดเอวสอบของเขาแน่น
“คุณยุ...”
อลิสารีบรั้งเขาไว้ ร่างบางยืนซบหน้ากับแผ่นหลังกว้าง พลางกดทาบเรือนกายทุกสัดส่วนให้แนบสนิท ก่อนจะเอ่ยอ้อนเขาเสียงอ่อนหวาน
“อย่าเพิ่งไปได้ไหม อยู่กับอลิซก่อน...นะคะ”
วายุชะงักนิ่ง เขาหันหน้ามามองเธอแค่เพียงหางตา ร่างสูงพยายามไม่ใส่ใจเธอมากนัก มือหนาทำท่าจะแกะเรียวแขนเล็กออก แต่...
“อลิซขอได้ไหมคะ แค่วันนี้ก็ได้ อย่าใจร้ายกับอลิซเลยนะคะ ช่วยกลับมาเป็นพี่ยุคนเดิมของอลิซสักที ช่วยทำเป็นลืมเรื่องราวที่ผ่านมาสักพัก จดจำแค่วันเวลาที่เรามีกันได้ไหม...ได้หรือเปล่า”
เสียงหวานเจือสะอื้นเล็กน้อย พลางกอดรัดเอวสอบแน่นขึ้น อลิสาวิงวอนเขาอย่างไร้ความอาย ก่อนที่แรงสะอื้นจะเพิ่มขึ้นจนเขารู้สึกได้ เมื่อหยาดน้ำอุ่นๆ รินรดแผ่นหลังกว้าง กระทั่งมันซึมไปถึงหัวใจเขา
วายุรู้สึกตื้อแปลกๆ ในอก เมื่ออลิสากล่าวออกมาเช่นนั้น สายตาคมก้มมองท่อนแขนเรียวที่กอดรัดเอวเขาไว้ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความคิดถึงที่โหยหามานาน ตอนนี้มันกลับแผ่ซ่านโอบรอบล้อมตัวเขาไว้ จนกระทั่งมันค่อยๆ เริ่มทลายกำแพงน้ำแข็งที่เขาเพียรสร้างขึ้นทีละน้อย โดยที่เจ้าของไม่รู้ตัวเลยสักนิด...
เมื่อเห็นว่าเขายังนิ่ง อลิสาเริ่มใจเสีย หัวใจดวงน้อยก็เริ่มห่อเหี่ยวอีกครั้ง เสียงสะอื้นถูกเร่งขึ้นให้น่าสงสารกว่าเดิม เมื่อมือหนาค่อยๆ ปลดลำแขนเล็กที่กอดรัดเอวสอบออกอย่างช้าๆ
“คุณยุ...”
“ปล่อยฉันก่อน อลิซ”
เสียงเข้มเรียบนิ่ง จนคนฟังใจดิ่งวูบ ความสัมพันธ์ทางใจและกายในอดีต มันไม่สามารถเหนี่ยวรั้งให้เขาอยู่กับเธอตามลำพังได้สักเสี้ยวนาทีเชียวหรือ...
อลิสาส่ายหน้าหน้าดิก พลางกดแนบใบหน้าหวานที่เริ่มบิดเบ้กับแผ่นหวังกว้างด้วยความน้อยใจ คราแรก...คิดไว้ว่าจะแค่ออเซาะเขาเล่นๆ แต่น้ำเสียงและท่าทางของเขาตอนนี้มันกลับทำให้เธอใจหวิวอย่างบอกไม่ถูก
“อยู่กับอลิซก่อนนะคะ สัญญาว่าจะไม่ทำอะไร”
วายุนึกขำในท่าทางของอลิสา น้ำเสียงเธออ้อนเขาอยู่ก็จริง แต่มือบางนั้นกลับไม่อยู่นิ่งสักนิด
“อย่าลูบหน้าท้องฉันสิอลิซ”
วายุแสร้งเตือนเธอเสียงเข้ม เขาแกล้งจับมือเธอไว้แน่น ก่อนที่มือบางๆ นั้นจะคลายปมผ้าขนหนูของเขาออกไปเสียก่อน
“ไม่ให้ลูบหน้าท้อง แล้วจะให้ลูบตรงไหนล่ะคะ” ร่างบางชะโงกหน้ามามองเขา พลางทำตาโตๆ ใส่ด้วยท่าทางไร้เดียงสา “ต่ำกว่านี้ก็...”
“ก็อะไร...”
เสียงเข้มของเขาแทรกขึ้น แต่อลิสากลับไม่ตอบคำถามเขา ร่างบางซูบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างแล้วลอบถอนหายใจออกช้าๆ พลางแนบแก้มแล้วถูไถไปมาคล้ายออดอ้อน ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่หัวไหล่ขวา
“ไปสักมาหรือคะ...”
มือบางลูบไล้บนรอยน้ำหมึกสีเข้มอย่างแผ่วเบา สายตาเธอจดจ้องความอ่อนช้อยของตัวอักษรอย่างหลงใหล ก่อนจะเผลอกดจูบลงบนรอยสักนั่นอย่างไม่รู้ตัว
“อย่าไปสนใจเลย ก็แค่รอยสัก มันไม่ได้มีค่าอะไรให้เธอมาสนใจหรอก”
วายุประชด เสียงเขาเรียบนิ่งไม่บ่งบอกถึงอารมณ์สักนิด เรือนกายแกร่งเกร็งขึ้นมาเล็กน้อยขณะที่บอกกล่าวกับเธอ แต่อลิสากลับหน้าเสีย เมื่อเรียวแขนเล็กๆ ถูกเขาปลดออกอย่างไม่ใยดี
“ไม่มีค่า แล้วไปสักทำไมล่ะคะ!”
อลิสาเอ่ยถามเสียงห้วน ความหงุดหงิดเริ่มปะทุมากขึ้น เมื่อคนตัวโตคอยเอาแต่ประชดเธออยู่เรื่อยไป แต่กระนั้นจึงทำได้แค่ส่งสายค้อนๆ ไปให้เขา แขนเล็กยังกอดเอวสอบแน่นด้วยความหวงแหน
“เดี๋ยวว่างๆ ก็จะไปลบ ไม่ปล่อยไว้ให้รกเนื้อตัวหรอก”
“อย่าลบนะ!” อลิสาร้องห้ามเสียงดังลั่นราวกับคนเอาแต่ใจ หญิงสาวจงใจกดแนบทุกสัดส่วนให้สนิทกับตัวเขามากยิ่งขึ้น
“อลิซไม่ให้ลบ!” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วหวิว แต่แอบเจือความออดอ้อนไว้อย่างแนบเนียน
กริยาที่แสดงนั้นกลับทำให้วายุหลุดยิ้มได้อย่างง่ายดาย ความอิ่มเอมใจวิ่งชนจนจุกไปหมด อลิสาคนเดิมของเขากลับมาแล้ว นอกจากเธอจะเป็นคนที่เอาแต่ใจ แล้วเธอยังหื่นมากอีกด้วย!
“ไร้สาระ แล้วก็ปล่อยฉันได้แล้ว อึดอัด”
ว่าแล้วร่างสูงก็พลิกกายหันกลับมาประจันหน้ากัน แต่อลิสาใจเสีย เธอมองคนใจร้ายด้วยแววตาที่ผิดหวัง แค่อาบน้ำเป็นเพื่อนเธอ ก็ไม่ได้!
“ฉันแค่จะถอดผ้าขนหนู ใจคอเธอจะให้ฉันอาบทั้งแบบนี้เหรอ”
เสียงเขาอ่อนลง ขณะที่ก้มหน้าลงมามอง มือหนายกขึ้นปาดน้ำตาของคนที่อ่อนไหวง่ายออกให้ ความอ่อนโยนนั้นถูกถ่ายทอดผ่านดวงตาคู่คมจนเธอรู้สึกได้เป็นอย่างดี จนเผลอจ้องหน้าเขาด้วยแววตาสับสนและขัดเขิน
“มองอะไร”
อลิสาหน้าแดงจัด แขนเรียวรีบปล่อยเขาออกจากอ้อมกอด ก่อนจะรีบหันหลังให้ เมื่อมือหนาสะบัดผ้าขนหนูสีหวานออกจากกาย ร่างสูงยืนอวดความงามของบุรุษเพศด้วยสีหน้าเริงร่า จนอลิสาต้องค้อนเขาเบาๆ
“อาบน้ำกัน”
เขาจับจูงเธอเข้ามายืนท่ามกลางสายน้ำที่พวยพุ่ง ความเย็นยะเยือกรินรดกายสาวจนเธอสะท้าน อลิสาห่อไหล่เข้าหากันด้วยความหนาว สองแขนโอบกอดกันแน่น จนทรวงอกสล้างบดเบียดกันโอ้อวดสายตาเขา
“อลิซหนาว...”
เสียงหวานสั่นพร่าเล็กน้อย พลางขยับเท้าเข้ามาชิดเขามากขึ้น ท่ามกลางสายน้ำที่เย็นฉ่ำในเวลาโพล้เพล้เช่นนี้ ผมยาวสลวยที่ถูกมัดเป็นมวยจุก ถูกสายน้ำพัดพาให้มันเสียผรง เส้นผมสีอ่อนนุ่มกำลังปกปิดใบหน้างามได้ที่ เมื่อเจ้าของมันจงใจกุมหน้างุดขณะที่เดินเข้าหาเขา
“เอ่อ หนาวเหรอ...”
วายุร้องถาม สายตาจับจ้องมายังร่างบางที่ขาวซีด เรือนผมสลวยปกปิดใบหน้าจนน่าหงุดหงิด มือหนาเอื้อมมาปัดปอยผมออกให้ ก่อนจะขยับมาใกล้เพื่อยืนภายใต้สายน้ำที่เย็นฉ่ำด้วยกัน
“น้ำเย็นไปค่ะ ขอน้ำอุ่นได้ไหม”
วายุจัดให้ตามคำขอ ร่างสูงหันกลับไปปรับอุณหภูมิให้ เขาง่วนอยู่กับมันสักพัก แต่น้ำนั้นกลับไม่สามารถอุ่นขึ้นสักนิด อาจเป็นเพราะเครื่องทำน้ำอุ่นในคงห้องพังเสียกระมัง เนื่องจากไม่ถูกเปิดใช้เป็นเวลานาน
“สงสัยเครื่องจะพังน่ะ มันไม่ได้ใช้มานานแล้ว อาบน้ำธรรมดานี่แหละ รีบอาบ รีบเสร็จ เดี๋ยวเป็นหวัด”
วายุบอกเสียงนุ่ม ขณะที่ร่างบางช้อนหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาที่มีความหมาย อลิสายิ้มเจื่อนๆ ให้ พลางเสยผมที่ปรกหน้าออกด้วยท่าทางเซ็กซี่ ก่อนที่จะขยับเข้าหาเขาอีก จนปลายจมูกโด่งแทบชนกัน
“งั้นช่วยทำให้อลิซอุ่นหน่อยได้ไหมค่ะ อุ่นจน....”
อลิสาลากหางเสียงเล็กน้อยพลางหลุบตามองต่ำ สายตาเธอมองลงไปยังความแข็งแกร่งเบื้องล่าง เธอกัดมุมปากเล็กน้อยอย่างยั่วเย้า มือบางค่อยๆ แตะลงบนแผ่นอกแกร่งเบาๆ แล้วลากไล้ความอุ่นร้อนของฝ่ามือไปตามเรือนกายที่แน่นตึง ก่อนจะช้อนตามองหน้าเขาอีกครั้ง
“อุ่นจนต้องร้องขอ...ได้ไหมคะ”
เสียงหวานเย้ายวนจัด จนความเป็นชายของเขาต้องแข็งขึง วายุลอบกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ เมื่ออลิสาทิ้งความอุ่นร้อนไว้ตามรอยทางที่เธอลากไล้ แม้สายน้ำที่เย็นฉ่ำก็ไม่อาจลบล้างมันไปได้
“อลิซ...”
เสียงเข้มคำรามแผ่วในลำคอหนา วายุหลับตาอย่างสะกดกลั้นความรู้สึก พลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ก่อนผละออกจากเธอเล็กน้อย แล้วตัดใจกดปั๊มสบู่เหลวใส่ในมือหนา แต่เพียงแค่เขาหันหลังเท่านั้น อลิสาจึงตัดสินใจยืนประชิดเขาทางแผ่นหลังกว้างทันที แขนเรียวทั้งสองโอบรอบเอวสอบพลางซบหน้าลงกับแผ่นหลังที่เปียกฉ่ำ
วายุรู้สึกว่าความอดทนของเขากำลังหมดลง กำแพงใจที่เขาเพียรสร้างขึ้นนั้นมันกลับศูนย์เปล่า เพียงแค่น้ำเสียงที่ออดอ้อน ความอ่อนนุ่มที่แตะลงผิวกายเขา แค่นั้น...หัวใจก็พร้อมจะอ่อนยวบ อ่อนแอ จนแทบลงลืมความเกลียดชังที่มีจนหมดสิ้น!
“นะคะ...”