“ทำไมยังไม่กลับไปอีก”
เสียงทุ้มดังขึ้นด้วยความหงุดหงิด เมื่อเขาเข้ามาแล้วพบว่าแม่ตัวยุ่งนั้น ยังคงนั่งจมปุกอยู่บนเตียงกว้างอย่างไม่สะทกสะท้านกับเหตุการณ์เมื่อครู่แม้แต่นิดเดียว ทั้งที่เขานั้นงุ่นง่านจนแทบขาดใจ!
“อลิซขอนอนด้วย”
อลิสาบอกเขาเสียงอ่อย ขณะที่สายตาจ้องมองเขาปริบๆ มือบางทั้งสองกำสาบเสื้อคลุมเข้าหากันแน่น เมื่อความเย็นตกกระทบผิวจนเริ่มหนาวสั่น ประกอบกับการตากฝนและแช่น้ำเป็นเวลานานทำให้ร่างบางรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้
“ไม่ได้!”
วายุจำใจต้องรีบตัดบท ด้วยไม่อยากให้ทุกอย่างยุ่งยากไปกว่านี้ เขายอมรับว่าอยู่ใกล้เธอทีไร ทุกอย่างมันพร้อมจะอ่อนยวบในทันที เพราะฉะนั้นตอนนี้เขาจึงต้องตัดไฟแต่ต้นลม
“ไหนคุณบอกว่ามีเรื่องจะคุยกันไงคะ”
“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ไว้พรุ่งนี้เราค่อยคุยกันดีกว่า”
วายุรีบเบือนหน้าหนี เขาไม่อยากเจอสายตาออดอ้อนแบบนั้น สายตาที่มองเขาด้วยความหวังและปะปนกับความรู้สึกบางอย่าง ที่อลิสาพยายามส่งมาให้ถึงหัวใจของเขา
“นะคะ...”
เสียงหวานถูกส่งมาอีก แต่คราวนี้มือบางเอื้อมเกาะแขนแกร่งของเขา ก่อนจะแนบหน้าลงแล้วค่อยๆ ถูไถคล้ายกับลูกแมวที่กำลังออดอ้อนเจ้าของมันก็ไม่ปาน
“คืนนี้คืนเดียว อลิซสัญญา...ถ้าพรุ่งนี้คุณไม่อยากให้อลิซอยู่ใกล้ อลิซก็ใม่อยู่ให้คุณเห็นหน้าอีก นะคะ”
วายุก้มมองคนที่กำลังอ้อนเขาด้วยความหนักใจ แต่สายตาเขากลับเรียบนิ่ง มือหนาไม่ลูบหัวเธอเหมือนอย่างเคย เขาเงียบจนน่ากลัว อลิสาเริ่มใจเสีย ปากอิ่มเริ่มเบะออกจากกันเล็กน้อย เมื่อรู้สึกว่าคราวนี้ถูกขัดใจจริงๆ
“จะร้องทำไม แค่ไม่ให้นอนด้วยแค่นี้ อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่สิ”
ร่างสูงดุเธอไม่จริงจังนัก พลางถอนหายใจด้วยความอ่อนเพลีย แต่ด้วยฮอร์โมนคนท้องที่ไม่คงที่ แค่เพียงคำพูดไม่กี่คำกลับสะกิดหัวใจคนฟังแบบเธอได้เป็นอย่างดี
“อลิซไม่ได้อยากร้อง มันร้องเองต่างหาก”
มือบางปล่อยแขนเขาออกทันที ก่อนจะเอื้อมมาเช็ดน้ำตาตัวเองออกจากใบหน้างาม แต่ยิ่งเช็ดมันกลับยิ่งไหล จนกระทั่งดวงตาและข้างแก้มทั้งสองแดงเถือกอย่างเห็นได้ชัด
“อลิซ..”
เสียงเข้มดังขึ้น วายุรีบฉุดมือเธอไว้ ก่อนจะเป็นฝ่ายเช็ดน้ำตาให้เธอเสียเอง แต่เธอกลับปัดมือเขาทิ้ง แล้วดึงเสื้อคลุมขึ้นมาเช็ดน้ำตาตัวเองแรงๆ
“เช็ดเบาๆ หน่อย ดูสิ...แดงไปหมดทั้งหน้าแล้ว”
เสียงเขาทุ้มนุ่ม ขณะที่รั้งข้อมือบางเอาไว้ ก่อนจะลดใบหน้าลงมาใกล้ จน
อลิสาเผลอสบตาที่แสนอ่อนแสงเขาด้วยความถวิลหา มือหนาค่อยๆ เกลี่ยน้ำตาออกให้อย่างแผ่วเบา แค่นั้น...ต่อมน้ำตาก็พังทะลายอีกระออก อลิสาสับสนในหัวใจตัวเองเป็นที่สุด ใจหนึ่งก็สั่งให้หลีกหนีสถานการณ์ที่แสนน่าอายนี้ไปเสีย แต่อีกใจ...มันกลับสั่งให้กอดเขาไว้ให้แน่นที่สุด แล้วช่วงชิงความรักของเธอคืนมาอีกครั้ง
“ร้องทำไม หืม...เป็นอะไร บอกฉันสิ”
ร่างสูงขมวดคิ้วมุ่น ยิ่งเขาเช็ดน้ำตาให้เธอมาเท่าไหร่ น้ำใสๆ มันกลับไหล่บ่าออกมาเท่านั้น
“ฮึกๆ ...ไม่”
อลิสารีบส่ายหน้าเป็นพัลวัน เธอคว้าเอามือหนามาแนบแก้มนวลของตัวเองเอาไว้ ขณะที่พยายามจะกลั้นสะอื้นจนตัวโยน แต่ตอนนี้มันกลับทำได้ยากยิ่งนัก เมื่อทุกความรู้สึกในหัวมันตีกันจนยุ่งเหยิง
“ใจเย็นๆ อลิซ...ไม่ต้องรีบ ใจเย็นๆ”
วายุปลุกปลอบเธอด้วยความอ่อนโยน มือหนาลูบไล้แผ่นหลังบางขึ้นลงอย่างเอาใจ แต่อลิสากลับร้องไห้หนักขึ้น กระทั่งเขาทนไม่ไหวต้องดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดอย่างเสียไม่ได้
“โอเค โอเค...ยอม คืนนี้ฉันจะให้นอนด้วย แต่ตอนนี้เธอต้องเงียบก่อนนะ เข้าใจไหม” ร่างสูงต้องเอ่ยบอกอย่างยอมแพ้ เมื่อเห็นว่ารั้นไปก็เปล่าประโยชน์ จน อลิสาต้องรีบพยักหน้ารับด้วยความดีใจ แต่กระนั้นเสียงสะอื้นเล็กๆ ยังคงเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินอยู่เป็นระยะๆ
“ฮึก...ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆ”
ร่างบางเงยหน้าที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาขึ้นมองเขา ขณะที่วายุพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะจัดแจงหาเสื้อผ้าของตนมาให้เธอสวมใส่ สุดท้ายอลิสาก็อยู่ในเสื้อนอนตัวโปรดของเขาอีกครั้งพร้อมกับซุกกายใต้ผ้านวมผืนเก่า ผืนเดิม...ที่ครั้งหนึ่งเธอและเขาเธอเคยกอดก่ายกันใต้ผ้าห่มผืนนี้
“ขอบคุณนะคะที่ดีกับอลิซ...กับลูก”
ท้ายประโยคกลับเอ่ยออกเสียงเบาหวิว มือบางยกขึ้นลูบไล้หน้าท้องที่ยังแบนราบด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ หากแต่มันกลับทำให้อิ่มเอมใจ เพราะอย่างน้อย...ในนี้ก็มีเลือดเนื้อเชื้อใขของคนที่เธอรักสุดใจอาศัยอยู่
“ฮื้อ...”
ร่างสูงถอนหายใจเฮือก ก่อนปิดไฟแล้วลมตัวลงนอนข้างๆ กัน อลิสาพลิกกายตะแคงข้างหันมามองเขาท่ามกลางความมืดสลัว รอยยิ้มขอบคุณถูกส่งไปให้นับครั้งไม่ถ้วน แต่น่าเสียดาย...ที่เขากลับมองไม่เห็นมันสักนิด!
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก ที่ฉันทำเพราะความจำเป็นต่างหาก ฉันไม่ได้เต็มใจทำมันสักนิด!” มือบางที่กำลังเอื้อมจะแตะท่อนแขนเขากลับมีอันต้องชะงักนิ่ง เมื่อความรู้สึกอีกด้านของเขากลับย้อนมาทำร้ายเธอได้อย่างแนบเนียน จนอลิสาจุกร้าวไปทั้งใจ นี่แค่ขนาดเริ่มต้นเธอยังต้องเจ็บขนาดนี้ แล้วกว่าเธอและเขาจะมีความสุขกัน หัวใจดวงน้อยคงไม่แตกสลายไปเลยหรือ...