“มันก็ไม่เคยเป็นของผมคนเดียวตั้งแต่แรกอยู่แล้วหนิ ผมจะแคร์ทำไมกัน”
ลลิตาหน้าร้อนในทันที เธอรีบสาวเท้าเร็วๆ มากระชากเสื้อเชิ้ตออกจากมือหนาด้วยความไม่พอใจ
“นี่คุณว่าลิลลี่มั่วเหรอคะ”
วายุไม่สนใจที่จะตอบคำถาม เขาเดินกระแทกไหล่หล่อนเบาๆ แล้วตรงไปที่บาร์เครื่องดื่มทันที
“หึ!” ร่างสูงเเค่นยิ้มกับตัวเองด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนจะเทวิสกี้ใส่เเก้วคริสตัลใบสวยแล้วสาดมันเข้าคออย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจคนที่กำลังเดือดพล่านอยู่ด้านหลังสักนิด
“ทำเสียงแบบนี้หมายความว่ายังไง ยุ! คุณว่าลิลลี่เป็นอีตัวเหรอ”
“ผมไม่ได้พูดนะ ตอนแรกผมไม่คิดแต่ตอนนี้ 'โสเภณี' ยังดีกว่าคุณ เพราะมันเป็นอาชีพที่ได้เงิน แต่คุณหน่ะ ฟรี!”
เพี๊ยะ!
มือบางตวัดลงบนใบหน้าคร้ามคมด้วยความโมโห วายุรู้สึกแสบระยิบ จนต้องหลับตาปี๋พลางดุนลิ้นที่กระพุ้งแก้มด้วยท่าทียียวน นี่ถือว่าเป็นครั้งที่สองในรอบปีที่เขาถูกผู้หญิงตบ!
“คุณมีสิทธิ์อะไรที่มาตบหน้าผม” วายุกระซิบถามเสียงต่ำ เขากำแก้วที่อยู่ในมือนั้นแน่นหนัก สายตาดุดันจนเธอนึกขยาดเผลอก้าวเท้าถอยหลัง
“กะ...ก็คุณว่าลิลลี่ว่าเป็นอีตัว ทำไมคะ? เดี๋ยวนี้ทำใจได้แล้วเหรอ ตั้งแต่กลับจากไทย...ถ้าลิลลี่ไม่ยั่ว คุณก็ไม่ทางนอนกับลิลลี่หรือว่ากลับไปนอนนังนั่นมาจนอิ่มแปร้!”
“ลิลลี่! อย่าพาดพิงถึงคนอื่น”
“คนอื่น! คนอื่นที่ไหน นังอลิซต่างหาก คนที่มันหักอกคุณยังไงคะ คนที่ตอนนั้นมันคิดจะเคลมคุณทั้งพี่ทั้งนะ—”
ซ่า!
กรี๊ด!!
วายุสาดเหล้าสีอำพันที่ถืออยู่ในมือใส่หน้าเธอทันที เมื่อทนกับกริยาหยาบคายของเธอไม่ไหว ก่อนที่เสียงกรีดร้องจะดังลั่นจนแสบแก้วหู แล้วตามมาด้วยอาการกระทืบเท้าเร่าๆ เพราะถูกขัดใจ
“ยุ! คุณมันบ้า! คุณหลงมันจนกล้าทำแบบนี้กับลิลลี่เลยเหรอ? อีอลิซ! มันมีดีอะไรคุณถึงได้กลับไปหามันอีก!”
ลลิตาเต้นเร่าพลางกระทืบเท้าด้วยความโมโห ปากบางก็กรีดร้อง จิกหัวด่าผู้หญิงอีกคนที่อยู่ในซอกหลืบของหัวใจเขา เธอรู้ดีว่าตลอดเวลาที่ผ่านมานั่น เธอต่างหากที่ตัวแทนของใครอีกคน!
“อย่าเรียกอลิซว่าอี!”
ร่างสูงเน้นย้ำหนักแน่น พลางยกนิ้วชี้หน้าด้วยกริยาดิบเถื่อน เขาจ้องเธอเขม็ง ก่อนจะเดินหนีไปอีกทาง
“ยุ! อย่าเดินหนีนะ ลิลลี่ไม่ชอบ!”
ร่างบางพยายามยื้อเขา หัวใจหล่อนมันเจ็บแปลบ เมื่อเขาพยายามปกป้องผู้หญิงอีกคน...คนที่ทำให้เขาเจ็บเจียนตายมาแล้วครั้งหนึ่ง
“ทำไมคะ!”
ลิลลี่เงยหน้ามองเขาทั้งน้ำตา เธอรู้สึกว่ากำลังจะเสียเขาไปให้ผู้หญิงอีกคน ทั้งที่เธอพยายามทำทุกอย่าง แต่มันกลับไม่สามารถรั้งเขาไว้ได้เลย หรือเพราะหัวใจของเขานั้นไม่ได้เปิดรับหล่อนเลยอย่างที่เขาเคยบอกไว้ตั้งแต่แรก
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้คะ? ที่ลิลลี่ทำแบบนั้น ลิลลี่รู้ว่าผิดที่นอนกับคนอื่น แต่ลิลลี่ไม่ได้รักเขา ลิลลี่รักคุณ” ร่างบางสวมกอดเขาทั้งน้ำตา
“คุณไม่อยู่ ลิลลี่เหงา คุณเอาแต่ทำงาน...ไม่มีเวลาให้ลิลลี่เลย”
“คุณก็เลยนอนกับมันงั้นสิ”
วายุต่อให้เพราะตอนนี้หัวใจมันชาหนึบ สมองมึนงง ทั้งที่คิดว่าทำใจได้ แต่พอเอาเข้าจริงๆ เขากลับรับมันไม่ได้แม้เพียงนิด
“คุณเคยพูดว่าเรื่องแบบนี้คุณไม่แคร์” ร่างบางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ลิลลี่แค่เรียกร้องความสนใจ อยากให้คุณหึง อยากให้คุณหวง แต่...ลิลลี่รู้ว่าวิธีนี้มันแสนโง่ เพราะนอกจากคุณจะไม่สนใจแล้ว มันยังทำร้ายคุณทางอ้อม ลิลลี่ขอโทษนะคะ ลิลลี่ขอโทษ”
“คุณรู้มาตลอดว่าผมเกลียดอะไร เกลียดผู้หญิงแบบไหน...แต่คุณก็ยังทำ!”
วายุเบือนหน้าหนี ไม่รักไม่ใช่ว่าไม่เจ็บ...สมองพยายามสั่งสองแขนห้ามไม่ให้โอบกอดเธอเพียงเพราะความสงสาร หากแต่ถ้าเขาจะทำ มันต้องมาจากหัวใจเท่านั้น
“ผม...ควรทำอย่างไรดี”
“ยุคะ...เรายังรักกันอยู่ใช่มั้ย?” ร่างบางถามย้ำกับอกแกร่ง สองแขนเรียวกอดรัดเขาแน่นหนึบ
“ตอบลิลลี่สิคะ ฮึกๆ กอดลิลลี่ ลูบหัวลิลลี่ก็ได้ ฮือ...”
ลิลตาร้องขอเขาทั้งน้ำตา รู้ทั้งรู้ว่าเขาเปลี่ยนไป แต่หล่อนก็ยังยินดีที่จะหลอกตัวเอง...ยินดีที่จะอยู่ในเงาของคนอื่นต่อไป
“กี่ปีที่เราอยู่ด้วยกัน แต่...ผมพยายามแล้วลิลลี่ มันไม่...”
“มีสักครั้งหรือเปล่าคะ ที่คุณรักลิลลี่จริงๆ”
ร่างบางเงยหน้ามองเขา ใบหน้างามพรั่งพรูไปด้วยหยาดน้ำตา เอ่ยถามเขาในคำถามที่หัวใจกักเก็บมานาน
“มีสิ แต่...” วายุครางออกมาเบาๆ หัวใจเขาเริ่มสับสัน อยู่ด้วยกันมานานความผูกพันธ์ย่อมเเน่นแฟ้นเป็นธรรมดา จนบางครั้งเขาเริ่มเเยกไม่ออกว่าสิ่งไหนเรียกว่าความรัก สิ่งไหนเรียกว่าความผูกพันธ์ แต่ทว่าตอนนี้...
“คุณรู้ไหม ก่อนคำว่าแต่...มันคือคำโกหกทั้งนั้น”
ลลิตาจ้องมองเข้าไปในแววตาเขาด้วยความหวาดกลัว แต่วายุกลับเบือนหน้าหนี เขาไม่พูดด้วย ไม่ต่อปากต่อคำเหมือนอย่างเคย กลับพยายามแกะเรียวแขนเธอออกจากเอวสอบของเขา
“ช่างมันเถอะค่ะ...เราลืมเรื่องทั้งหมดกันนะคะ ลิลลี่จะปรับปรุงตัวแล้วเรา
กลับมาเริ่มกันใหม่—”
“พอเถอะลิลลี่ ผมเหนื่อย เราห่างกันสักพักจะดีกว่า ไว้ผมโอเคเมื่อใหร่ เราค่อยคุยกัน”
มือหนารีบผลักร่างบางออก ก่อนที่ทุกอย่างจะถลำลึกไปกว่านี้ แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไร เสียงเรียกเข้าจากเครื่องมือสื่อสารก็ดังขึ้น
ตืดดดด ตืดดด ตืดดด
“ครับ...พี่โย” วายุกรอกเสียงใส่ทันที เมื่อเห็นว่าปลายสายเป็นใคร
'มึงเรียนจบแล้วใช่มั้ย? ' เสียงเข้มกรอกมาตามสาย แต่น้ำเสียงนั้นกลับเคร่งเครียดจนวายุอดหวั่นใจไม่ได้
“มีอะไรหรือเปล่า” วายุถามกลับด้วยนน้ำเสียงเครียดขึงไม่เเพ้กัน หัวใจเขาเต้นระส่ำ ความหวาดกลัวกำลังคืบคลาน เขาภาวนาขออย่าให้ได้ยินในสิ่งที่หัวใจเขานึกกลัว แต่เหมือนจะไม่ทันการ...
'อลิซท้อง! '