LOGINบทที่ 9
ทางด้านซือซือหลังจากที่หายจากอาการป่วย นางก็ได้แต่เก็บงำความแค้นไว้ในใจ นางจะต้องเอาคืนพวกมันอย่างสาสม หาไม่แล้วนางคงไม่อาจอยู่อย่างเป็นสุขได้ พวกมันสองคนพี่น้องจะต้องเสียใจที่หาเรื่องกลั่นแกล้งนาง
หลังจากนั้นนางก็เขียนจดหมายเพื่อส่งไปให้ใครบางคนนางจะไม่ทนให้พวกมันรังแกนางอีกแล้ว พวกมันจะต้องได้รับความทรมานยิ่งกว่าที่นางเจออย่างแน่นอน
ตกดึกหญิงสาวที่เห็นว่าทุกคนหลับกันหมดแล้ว นางจึงแอบลอบออกจากเรือนไปพบกับคนที่ตัวเองได้นัดหมายไว้ เมื่อพบหน้ากันหญิงสาวก็เอ่ยขึ้นด้วยความเคียดแค้นทันที
“ข้าจะต้องจัดการพวกมันให้สาสมกับความแค้น”
“เจ้าอยากให้ข้าทำอันใดก็บอกมาเถิด ข้าอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ” เขาพูดอย่างสื่อความหมาย
“ข้าต้องการให้เจ้าไปตามหาสมุนไพรที่อยู่ในนี้มาให้ข้า เดิมที่ข้าคิดจะจัดการมันหลังจากที่ข้ามีตำแหน่งสูงสุดในจวนสกุลถางแล้ว แต่มันทำเช่นนี้กับข้า ข้ามิอาจปล่อยพวกมันไปได้” น้ำเสียงของนางมีความแค้นแฝงอยู่อย่างเห็นได้ชัด จากนั้นจึงยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งไปให้เขา
สมุนไพรที่นางให้เขาไปซื้อนั้น เป็นสมุนไพรที่ห้ามใช้ร่วมกัน มิเช่นนั้นจะทำให้เกิดพิษ หากคนมิได้ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังก็ไม่อาจจะรู้ได้
“ได้ ข้าจะไปหามาให้เจ้า อีกสามวัน เจอกันที่นี่เวลาเดิม”
“ได้ แล้วข้าจะรอ” นางตอบรับแล้วเดินออกมาทันที ตอนนี้นางไม่วางใจจะอยู่นานคงไม่ได้
เมื่อกลับมาถึงเรือนก็เข้าที่นอนของตนทันที พร้อมกับหวนคิดถึงเรื่องที่เคยเกิดขึ้น
นางถูกหลังอี๋อิ่งช่วยเหลือมาตอนเด็ก และคอยช่วยเหลือนางมาตลอด แต่เพียงเท่านั้นสำหรับนางมันยังไม่พอ เหตุใดนางต้องมารับใช้คนพวกนี้ด้วยเล่า เหตุใดนางจึงไม่ได้ใช้ชีวิตแบบคุณหนู เช่นคนที่ไม่ได้เรื่องพวกนั้น ทั้งที่นางดีกว่าพวกมันทุกอย่าง
เดิมทีนางว่าจะให้มันใช้ชีวิตที่มีความสุขเช่นนี้ไปก่อน หลังแต่งงานนางถึงจะค่อย ๆ จัดการมันที่หลัง แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ เห็นทีจะอยู่ด้วยกันดี ๆ มิได้ แผนที่นางได้คิดเอาไว้ว่าจะใช้หลังจากที่นางได้เป็นอนุ คงต้องได้ใช้ในวันนี้เสียแล้ว
หลังจากคิดว่าแผนการที่ตนคิดไว้จะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน ก็ได้นอนหลับไปอย่างเป็นสุข โดยไม่ได้รับรู้เลยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้มีผู้รู้เห็นทั้งหมด
หลัวอี๋อิ่งนอนหลับตาฟังที่สาวใช้รายงาน โดยมีอิงอิงทำการนวดขา และลั่วลั่วทำการพัดให้อย่างสบาย ไม่ได้กังวลถึงเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นเลย
“อาจิง เจ้าเห็นหรือไม่ว่านางพูดกับผู้ใด” นางแค่อยากรู้ว่าผู้ที่คอยช่วยเหลือซือซือคือผู้ใดกันแน่ ใช่คนในจวนนี้หรือไม่ หรือเป็นคนที่ถางอีเฟยส่งมาคอยช่วยเหลือหญิงสาวที่เขารัก
“บ่าวเห็นหน้าไม่ชัดเจ้าค่ะ” นางตอบด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด เมื่อคืนมืดมากเกินไปนางจึงมองได้ไม่ชัดเจนนัก
“มิเป็นไร ครั้งหน้าเรายังคงมีโอกาส” ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นต้องมีเหตุและผลเสมอ ที่นางให้หลัวลู่ชิงหาเรื่องซือซือก็เช่นกัน สาวใช้ที่มาจากจวนสกุลหานอ่านออกและเขียนได้กันทุกคน ซือซือคงจะไม่รู้เรื่องนี้ จึงไม่ได้ระวังเรื่องหนังสือที่นางวางเอาไว้ในห้อง
หนังสือที่ซือซือซื้อมานั้นเป็นหนังสือเกี่ยวกับยาและสมุนไพร เรื่องนี่คงจะไม่แปลกอะไร หากสิ่งที่นางสนใจเป็นพิเศษ ไม่ใช่ของที่มีสรรพคุณเป็นพิษทั้งนั้น และเท่าที่นางสังเกตมา ซือซือก็ไม่ใช่คนดีเช่นท่าทางที่นางแสดงออกมา นางจึงต้องการความแน่ใจมากขึ้น
และมันก็เป็นเช่นที่นางคิดเอาไว้ ซือซือศึกษาเรื่องพวกนี้เอาไว้เพื่อจัดการนางโดยเฉพาะ เพียงแต่ตอนนี้นางไม่รู้ว่าซือซือคิดที่จะใช้ยาตัวใดกับนาง
“เจ้าค่ะ”
“จากนี้พวกเจ้าก็จับตาดูนางเอาไว้ให้ดี ข้าต้องรู้ให้ได้ว่ายาที่นางใช้คือยาตัวใด” นางสั่งอาจิง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกสองสามประโยค “อย่าลืมบอกอาฉาง อาหลงด้วยเล่า”
“เจ้าค่ะ” อาจิงตอบรับแล้วเดินจากไปทันที
เมื่ออาจิงเดินออกไปแล้ว ลั่วลั่วก็พูดขึ้นทันที
“ในที่สุดเราก็ได้รู้แล้วนะเจ้าค่ะว่านางศึกษาตำราพวกนั้นไปทำไม”
“หึ นางเก่งถึงขั้นศึกษาตำราสมุนไพรได้ เห็นทีว่าการจัดการนางคงจะไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด” สตรีผู้นี้ฉลาดยิ่งนัก นางคงจะต้องเค้นความทรงจำของหลัวอี๋อิ่งคนเก่าให้ละเอียดเสียแล้ว ว่าแท้จริงซือซือคนนี้เคยแสดงพิรุธอันใดอีกหรือไม่
“แล้วเราจะทำเช่นไรต่อไปดีเจ้าคะ” อิงอิงถามขึ้นอย่างสงสัย นางถึงขั้นกล้าใช้ยากับคุณหนู แล้วจากนี้จะมีอันใดที่นางยังมิกล้าทำอีก
“ปล่อยให้นางทำตามแผนที่คิดไว้เถิด แล้วเรามาดูกัน ว่าในครั้งนี้ผู้ใดจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้” นางพูดขึ้นอย่างไม่หวั่นกลัว จะให้นางมาพ่ายให้กับคนในสมัยโบราณ ที่มีแต่แผนการเดิม ๆ ได้อย่างไร ดูถูกนางเกินไปแล้ว
“บ่าวว่าคุณหนูต้องเป็นผู้ชนะแน่เลยเจ้าค่ะ” อิงอิงพูดขึ้นอย่างขบขัน เมื่อเห็นว่าเจ้านายไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร นางจึงไม่ต้องกังวล
“คุณหนูมีผู้มากฝีมือเช่นพวกเรา จะเป็นผู้แพ้ได้อย่างไร” ลั่วลั่วพูดขึ้นอย่างเยินยอตัวเอง ก่อนจะหัวเราออกมา
“หากไม่มีพวกเจ้า ข้าคงทำเรื่องนี้ไม่ได้” เมื่อเห็นว่าสาวใช้สองคนกล่าวมาเช่นนั้น ผู้เป็นนายก็ไม่รอช้าที่จะเอ่ยเสริม
“คุณหนูช่างกล่าวได้ถูกต้องยิ่งนัก” อิงอิงตอบรับอย่างไม่ถ่อมตัวสักนิด จากนั้นคนทั้งหมดก็หัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างสนุกสนาน
บทที่ 9ทางด้านซือซือหลังจากที่หายจากอาการป่วย นางก็ได้แต่เก็บงำความแค้นไว้ในใจ นางจะต้องเอาคืนพวกมันอย่างสาสม หาไม่แล้วนางคงไม่อาจอยู่อย่างเป็นสุขได้ พวกมันสองคนพี่น้องจะต้องเสียใจที่หาเรื่องกลั่นแกล้งนางหลังจากนั้นนางก็เขียนจดหมายเพื่อส่งไปให้ใครบางคนนางจะไม่ทนให้พวกมันรังแกนางอีกแล้ว พวกมันจะต้องได้รับความทรมานยิ่งกว่าที่นางเจออย่างแน่นอนตกดึกหญิงสาวที่เห็นว่าทุกคนหลับกันหมดแล้ว นางจึงแอบลอบออกจากเรือนไปพบกับคนที่ตัวเองได้นัดหมายไว้ เมื่อพบหน้ากันหญิงสาวก็เอ่ยขึ้นด้วยความเคียดแค้นทันที“ข้าจะต้องจัดการพวกมันให้สาสมกับความแค้น”“เจ้าอยากให้ข้าทำอันใดก็บอกมาเถิด ข้าอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ” เขาพูดอย่างสื่อความหมาย“ข้าต้องการให้เจ้าไปตามหาสมุนไพรที่อยู่ในนี้มาให้ข้า เดิมที่ข้าคิดจะจัดการมันหลังจากที่ข้ามีตำแหน่งสูงสุดในจวนสกุลถางแล้ว แต่มันทำเช่นนี้กับข้า ข้ามิอาจปล่อยพวกมันไปได้” น้ำเสียงของนางมีความแค้นแฝงอยู่อย่างเห็นได้ชัด จากนั้นจึงยื่นกระดาษแผ่นหนึ่ง
ในขณะที่ซือซือกำลังรินชาอยู่นั้น หลัวลู่ชิงก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปชมวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่าง ก็พลันมองไปเห็นศาลาริมน้ำ ที่พี่สาวของนางได้ตกลงไป ก็พลันนึกแผนการดี ๆ ขึ้นได้ จึงเอ่ยขึ้น“ข้าว่าเราออกไปนั่งที่ศาลาริมน้ำตรงนั้นดีหรือไม่เจ้าคะพี่รอง”“ไปนั่งรับลมตรงนั้นก็ดี” นางพูดขึ้นพร้อมกับยิ้ม ๆ จากนั้นก็หันหน้าไปสั่งซือซือที่ยืนอยู่ “ซือซือ... ไปเตรียมสถานที่ให้พวกข้า”“เจ้าค่ะคุณหนู” ซือซือจำต้องก้มหน้ารับคำสั่ง อย่าให้ข้าได้มีอำนาจบ้างก็แล้วกัน“เจ้าคิดที่จะทำอันใด” นางถามน้องสาว แม้จะรู้ว่าในใจของน้องสาวต้องมีแผนการอะไรซ่อนอยู่ แต่นางก็ยอมที่จะเดินตามแผนการนั้น“พี่รองรอดูเถิด นางทำให้ท่านต้องตกน้ำเกือบตาย ข้าก็จะทำให้นางต้องตกลงไปในน้ำนั้นบ้าง” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างมีโทสะ หากไม่เพราะสองคนนั้น พี่สาวของนางคงไม่ต้องประสบเคราะห์เช่นนั้นหลัวอี๋อิ่งไม่ได้ตอบอะไร ทำเพียงแค่ส่งยิ้มไปให้น้องสาวเท่านั้นทางด้านซือซือที่ถูกใช้ให้มาจัดสถานที่ ก็จัดด้วยความเกรี้ยวกราด ให้นางม
บทที่ 8เมื่อสองพี่น้องเดินเข้านั่งในห้อง หลัวอี๋อิ่งก็ได้เรียกสาวใช้ที่ท่านตาส่งมาเข้ามาในห้อง เอ่ยว่า “พวกเจ้าทั้งสามคน ท่านตาเรียกพวกเจ้าให้ไปพบที่จวนสกุลหาน” นางแจ้งเรื่องให้พวกนางรู้ พร้อมกับยื่นเงินและจดหมายหนึ่งฉบับให้พวกนางตอบรับพร้อมกับรับเงินและจดหมายก่อนจะเดินออกไป อย่างรวดเร็วหลังจากนั้นนางก็หันไปพูดกับสาวใช้อีกสองคน “ส่วนพวกเจ้าสองคน ออกไปซื้อขนมมาให้กับข้ากับน้องสาม” พูดพร้อมกับยื่นเงินให้พวกนาง นางนั้นกล่าวต่อว่า “แล้วก็ไปตามซือซือมาคอยรับใช้พวกข้าสองคนด้วย”หลังจากที่สาวใช้ออกไปแล้ว หลัวอี๋อิ่งก็หันไปพูดกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า “เจ้าอยากทำอะไรก็ทำเถิด”“ข้าจะทำอันใดได้เล่า” นางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ภายในใจกับมีแผนการอยู่มากมาย แม้นางจะยอมตัดใจจากบุรุษผู้นั้น แต่บัญชีแค้นนี้ นางไม่อาจปล่อยวางได้ คอยดูเถิดว่าข้าจะทำอะไรได้บ้างไม่นานซือซือก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ไม่สบอารมณ์นั้น แต่นางก็ยังคงเก็บอาการได้เป็นอย่างดี“คุณหนูเรียกบ่าวมาพบมีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลัวอี๋อิ่งก็ได้แต่ลอบยิ้มในใจ นางไม่สามารถออกหน้าเรื่องซือซือได้ มีน้องสาวผู้นี้จัดการให้ก็ถือว่าไม่เลว“แล้วเจ้าเล่า จะเอาเช่นไรต่อไปเรื่องของถางอีเฟย” นางรู้เช่นนี้แล้วยังจะมีใจรักต่อเขาอีกหรือ หญิงสาวได้แต่คิดในใจ“หากเขามีสตรีที่รักอยู่แล้ว ข้าก็ไม่อาจเข้าไปยุ่งเกี่ยว” นางคิดมาตลอดว่าตัวเองยังคงมีหวัง เพราะเขาและพี่สาวไม่ได้รักกัน แต่วันนี้เมื่อรู้ว่าเขานั้นมีสตรีที่ชอบพออยู่แล้ว ก็เกิดอาการเสียใจอยู่ไม่น้อย“เจ้าคิดได้เช่นนี้ก็ดี บุรุษที่ทำตัวเช่นนั้น เจ้าก็อย่าไปให้ใจเลย” ยังดีที่น้องสาวของนางไม่ได้งมงายในรักมากเกินไป“ข้าคิดมาตลอดว่าพวกท่านไม่ได้มีใจให้กัน ข้าอาจจะพอมีหวังที่จะได้หัวใจของเขามาครอบครองอยู่บ้าง แต่เมื่อได้มารู้ว่าเขามีสตรีในดวงใจอยู่แล้ว จึงคิดว่ายอมตัดใจเสียแต่ตอนนี้ ดีกว่าจะต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย“เราเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า ไว้วันหน้าเราออกมาเที่ยวเช่นนี้ดีอีกดีหรือไม่”“ดีเจ้าค่ะ”สอ
บทที่ 7หานเฟยเจี้ยออกจากจวนสกุลหลัว หลังจากนั้นเขาก็รีบก้าวขึ้นรถม้า หมอที่ทุกคนเข้าใจว่ากลับไปแล้ว ตอนนี้กับนั่งรอเขาอยู่บนรถม้า“หลานสาวของข้า อาการเป็นเช่นไรบ้าง” เขาถามขึ้นด้วยความอยากรู้ว่าแท้จริงแล้วหลานสาวเขาเป็นอะไรกันแน่“ร่างกายของคุณหนูปกติดีทุกอย่างขอรับ ด้านจิตใจก็ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วง”เมื่อได้ยินหมอพูดออกมาเช่นนั้นเขาก็เบาใจลงมาได้บ้าง แล้วเพราะอะไรนางถึงได้เปลี่ยนไป หรือเพราะเหตุการณ์นั้นจึงทำให้นางเข้มแข็งขึ้น หากเป็นเช่นนั้นจริงก็ดี เขาจะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลเพราะนางอีกหลัวอี๋อิ่งพักผ่อนอยู่ในจวนอีกหลายวัน เมื่อเห็นว่าในจวนนี้ไม่มีอะไรให้ทำนอกจาก ฝึกศาสตร์ต่าง ๆ จึงคิดหาวิธีที่จะออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกอีก“อิงอิง ไปตามน้องสามมาพบข้าหน่อย บอกว่าข้าจะพานางออกไปเที่ยวเล่นด้านนอก และพาไปพบพี่อีเฟยด้วย” หญิงสาวพูดขึ้นในขณะที่ตายังคงหลับอยู่“เจ้าค่ะ” นางตอบรับแล้วเดินออกไปทำตามคำสั่งทันที&ldq
หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความอิ่มเอม โดยไม่รู้เรื่องเลยว่าปัญหากำลังเดินทางมาหาตนเองเมื่อทานอาหารเช้าเสร็จก็มานอนเล่นอย่างสบายอารมณ์ ในยุคนี้ไม่มีอะไรทำมากนัก นอกจากฝึกศาสตร์ต่าง ๆ แล้ว ก็ไม่มีอะไรทำอีก ซึ่งนางจึงเลือกที่จะนอน มากกว่าจะฝึกฝนศาสตร์เหล่านั้นในขณะที่นางกำลังนอนพักผ่อนอยู่นั้น อิงอิงก็เดินเข้ามาแจ้งถึงการมาของคนที่นางคาดไม่ถึง“คุณหนูเจ้าคะ นายท่านผู้เฒ่าหานมาหาเจ้าค่ะ”“เจ้าว่าอย่างไรนะ!! ท่านตามาหาข้าหรือ” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างตกใจ พร้อมกับดีดตัวขึ้นจากที่นอนทันที ท่านตาไม่เคยมาหานางที่จวน มีแต่นางที่เดินทางไปหา หรือว่าสองคนนี้จะไปเล่าอะไรให้ท่านฟัง เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็หันไปถามอิงอิงที่นั่งก้มหน้าอยู่ ด้วยสายตาจับผิด “เจ้าไปเล่าอันใดให้ท่านตาของข้าฟังหรือไม่”“บ่าวไม่ได้เล่าอันใดเลยเจ้าค่ะ บางที่นายท่านผู้เฒ่าอาจจะเป็นห่วงสุขภาพคุณหนูก็ได้นะเจ้าค่ะ” นางเลือกที่จะโกหกออกไป เพราะหากคุณหนูรู้อาจจะไม่ยอมให้นางคอยอยู่รับใช้ข้างกายต่อ เช่นนั้นจะยิ่งไม่แย่ไปกันใหญ่หรือ“เช่นนั้น







