Masukหนึ่งพันธะรัก ผูกมัดสองดวงใจ เลือกไร้ความรู้สึกเพื่อชื่อเสียงตระกูล เลือกไร้ความปรารถนา...เพื่อแลกอิสรภาพอันหอมหวาน เหม่ยฟาง โฉมงามแห่งแดนใต้จำต้องฝืนดวงชะตาไร้คู่ รับหน้าที่อุ้มรักให้ ‘หวังจื่อเทียน’ เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของพี่สาวและบ้านต้าหวัง ทว่าเสน่ห์อันเหลือล้น มิอาจล่อลวงองค์ชายผู้ทรงศีลให้เพลี่ยงพล้ำได้ แผนการหยอกเย้าปลุกปั่นองค์ชายรองจึงเริ่มต้นขึ้น โดยมีหัวใจเป็นเดิมพัน
Lihat lebih banyakเหม่ยฟางคุ้นเคยกับรสจูบแสนหวานนี้เป็นอย่างดี ทว่ายังมีมือเรียวยาวที่สร้างความประหลาดใจได้ไม่หยุดหย่อน นอกจากการจับพู่กันวาดภาพเขียนคำกลอนแล้ว ยังสามารถทำสิ่งอื่นที่เหนือความคาดหมายได้อีกมาก หวังจื่อเทียนพรมปลายนิ้วลงบนเรียวขาราวว่ากำลังเล่นเครื่องดนตรีประเภทหนึ่งครั้นมือเรียวเลื่อนต่ำจนถึงจุดต้องห้าม เหม่ยฟางก็ผวากอดคนตรงหน้าเสียแน่น สัมผัสอันจาบจ้วงขององค์ชายรองก่อให้เกิดความรู้สึกเจ็บและไม่สบายตัว ทว่าร่างกายของนางกลับน้อมรับความอึดอัดนี้อย่างเต็มใจยิ่ง เขาตักตวงความหวานจากเรือนร่างของนางอย่างไม่รู้อิ่ม สร้างความสงสัยว่าความทรมานในครั้งนี้จะจบลงอย่างไรแน่หวังจื่อเทียนลอบยิ้มเมื่อพบว่าเหม่ยฟางพร้อมแล้วที่จะทำความรู้จักกับร่างกายของบุรุษอย่างใกล้ชิด เขาเปลื้องท่อนล่างของตนออกอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้จังหวะรักต้องเปลี่ยนไปจากทำนองเดิม ก่อนเชยคางของนางกลับมาเพื่อมอบจูบที่ดุดันซ้ำแล้วซ้ำเล่า องค์ชายรองใช้เวลากับนางมากเกินไปแล้ว“ถึงคราวของเจ้าแสดงฝีมือแล้ว”เหม่ยฟางทำได้ดีกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มาก ท่วงทำนองรักจึงดำเนินต่อไปได้อย่างไม่ติดขัดนัก หวังจื่อเทียนเปิดโอกาสให้นางสำรวจร่างกายของเข
“ข้ารู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก”เหม่ยฟางเอ่ยออกมาอย่างอยากลำบาก มือของนางเลื่อนมาโอบกอดองค์ชายตามสัญชาตญาณ แม้จะเคยถูกยั่วยุมาก่อน แต่ก็ไม่หนักหนาถึงปานนี้ ในใจนึกหวาดกลัวและอยากจะถอยหนีให้ไกลห่าง ทว่าร่างกายของนางกลับตอบรับสัมผัสนั้นอย่างกล้าหาญความวาบหวามที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกลับหยุดลงอย่างกะทันหันจนเหม่ยฟางนึกแปลกใจ คนที่กำลังรุกเร้านางอย่างหนักหน่วงถอนตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งถอยห่างจากเตียงอยู่อีกหลายก้าว ใบหน้าของเขาแดงจัดราวกับคนมีไข้สูง นางได้สติรีบรวบคอเสื้อเข้าหากัน พร้อมกับมองหวังจื่อเทียนอย่างไม่เข้าใจนัก“นั่นคือแรงปรารถนาที่เกิดกับข้าในทุกนาทีที่เราใช้เวลาร่วมกัน วันนี้ข้ายอมผิดคำสัญญาที่มีต่อตนเอง เพื่อให้เจ้าได้รับรู้ว่ามันยากเพียงใดที่จะต้องอดกลั้นความต้องการนี้” หวังจื่อเทียนผ่อนลมหายใจเรียกสติ เขาคงต้องทิ้งอุดมการณ์ของตนเองหากถอนตัวช้ากว่านี้เพียงชั่วอึดใจเดียว ชาสมุนไพรของทางวังหลวงนั้นออกฤทธิ์รุนแรงกว่าที่คิดไว้มาก“ข้าหวังว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้คงจะคลายความสงสัยที่เจ้ามีต่อรสนิยมของข้าเสียที” องค์ชายรองผายมือเชิญเหม่ยฟางให้ออกไปจากห้องพักส่วนตัว เขาก
อาโปรีบเอ่ยทันทีที่มาถึง ด้วยคิดว่าปากของนางพาซวยอีกแล้ว คราวนี้ไม่ใช่แม่บ้านตันหยงที่นางต้องรับมือ แต่เป็นคนที่มียศถาบรรดาศักดิ์ จนแม้แต่คุณหนูของนางก็คงช่วยอะไรไม่ได้“หากเจ้าเล่าทุกข่าวลือให้ฟังอย่างละเอียด ข้าจะไม่เอาความเรื่องที่เจ้ากล่าววาจาล่วงเกิน ยุติธรรมดีหรือไม่” องค์ชายรองเอ่ยถามหลังจากไล่สาวใช้ออกไปจนหมด เหลือเพียงอาโปที่นั่งตาโตกับข้อเสนอที่ได้รับเพื่อล้างความผิดที่ตนก่อเอาไว้“ข้าน้อยยินยอมพร้อมใจถวายชีวิต ขอเพียงองค์ชายรับสั่ง อาโปยอมทำได้ทุกอย่าง” ทว่านางกลับต้องกลืนน้ำลายเมื่อได้ยินคำถาม การตอบแบบตรงไปตรงมาอาจทำคนตรงหน้าโมโหหนักยิ่งกว่าทุกครั้ง แต่ถ้าหากตอบไม่ตรงคำถามหรือโกหก ก็อาจจะทำให้เรื่องแย่กว่าเดิม การเล่าสิ่งที่นางเคยได้ยินมาจึงเป็นทางออกเพียงทางเดียวหลังจากใช้เวลาอยู่พักใหญ่ หวังจื่อเทียนก็อนุญาตให้สาวใช้ผู้รอบรู้กลับไปพักผ่อน เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างคนหมดแรง ก่อนนี้เคยได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบของคำว่าสุภาพบุรุษที่ดี ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นบุรุษผู้นิยมชมชอบชายหนุ่มรูปงามไปเสียแล้ว บทลงโทษของเก็บเนื้อเก็บตัวในครั้งนี้หนักหนายิ่งนักองค์ชายรองไม่แน่ใจว่าควรโก
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจเมื่อคนตรงหน้าถามหาถึงพ่อบ้านคนใหม่ของตำหนักเหลียนฮวา องค์ชายหวังจื่อเทียนซ่อนความรู้สึกที่แปลกประหลาดนี้ไว้อย่างมิดชิดที่สุด เป็นความรู้สึกที่ผสมผสานกันจนยุ่งเหยิง ทั้งหวาดกลัวว่าความจริงเกี่ยวกับเหม่ยฟางจะรั่วไหล และสงสัยท่าทีของแม่ทัพซุนเมิงฉวนมีเหตุผลอันใดกันที่เขาต้องถามถึงนาง“ข้าเพียงต้องการขอโทษพ่อบ้านคนใหม่ที่ทำตัวเสียมารยาท ข้าไม่ต้องการผิดใจกับชายาเอกของท่านเพราะเผลอตัวพูดจาไม่ดีกับคนของบ้านต้าหวัง” ซุนเมิงฉวนรีบให้เหตุผลเมื่อเจ้าของบ้านมีสีหน้าไม่ใคร่จะพอใจนัก ราวกับว่าใครไปเหยียบเท้าเข้าก็มิปาน“คนของบ้านต้าหวังไม่ได้ขวัญอ่อนขนาดนั้น แต่หากเจ้าต้องการเอ่ยคำขอโทษก็จะให้คนไปตามมาให้” องค์ชายไม่ขัดข้องเพราะไม่ต้องการให้เกิดพิรุธ นับเป็นโชคดีที่เหม่ยฟางยืนยันหนักแน่นว่าจะสวมชุดบุรุษตลอดเวลา จึงใช้เวลาไม่นานนักก่อนจะปรากฏตัวเจ้าของใบหน้างามเดินตรงเข้ามาพร้อมกับกล่าวทักทายอย่างนอบน้อม เหม่ยฟางดัดเสียงเข้มเพื่อให้คนเข้าใจว่านางไม่ใช่สตรีเพศ และยังพยายามเอ่ยปากให้น้อยที่สุดเพื่อให้ทุกอย่างยังถูกเก็บเป็นความลับ“ข้าขอโทษที่เผลอตัวตวาดเสียงดังใส
เสียงวิ่งสวบสาบผ่านพงหญ้าบนภูเขาสูงดังขึ้น ราวกับว่ามีใครคนหนึ่งกำลังหนีตายจากอะไรสักอย่าง ความรีบร้อนทำให้ร่างที่นอนทอดกายพักผ่อนถึงกับต้องลุกขึ้นยืน ชะเง้อมองหาแหล่งที่มาของเสียงรบกวนนั้น เขาหงุดหงิดเป็นทุนเดิมอยู่แล้วที่ถูกบังคับให้เดินทางมายังเมืองเล็กๆ แห่งนี้องค์ชายหวังจื่อเทียน ลอบหนีออกจาก
“ข้ามีเรื่องสำคัญต้องสนทนากับคุณหนูผิงอัน ไปบอกนางว่าข้าต้องการพบเดี๋ยวนี้” อดีตแม่ทัพลู่เหวินเจี๋ยเอ่ยสั่งคนสนิทเสียงเข้ม ก่อนจะหันไปกำชับอาโปเรื่องดูแลเหม่ยฟางมิให้ขาดตกบกพร่อง ทั้งยังบอกถึงช่องทางการติดต่อหากต้องการความช่วยเหลือในอนาคต“เจ้านี่ยังเห็นแก่ตัวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะผิงอัน” ลู่เ
เช้าวันเดินทางนั้นวุ่นวายกว่าที่คาดการณ์ไว้เพียงเล็กน้อย สัมภาระของเหม่ยฟางมีไม่มากนัก ทว่าของฝากจากท่านเสนาบดีชราที่มีให้ฮ่องเต้กลับท่วมท้นเกวียนสัมภาระ สาวใช้หลายคนต่างพากันโศกเศร้าเพราะไม่ต้องการให้คุณหนูเล็กจากบ้านต้าหวังไป และอีกหลายคนเกรงกลัวคุณแม่บ้านตันหยงที่กลับมาจัดการทุกอย่างในบ้านดังเดิ
เสนาบดีเจิ้งอี้เหยียน ย้ำอยู่เสมอว่าเหม่ยฟางกำลังย่างเข้าสู่วัยสาว ควรตระหนักเรื่องรักนวลสงวนตัวให้มาก ชายชราย้ำคำหนักแน่นจนนางจำขึ้นใจและพยายามปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้ยังคงเก็บผ้าที่ชายหนุ่มแปลกหน้าใช้ทำความสะอาดใบหน้านางไว้หากใครเห็นเข้าก็คงเกิดเรื่องอย่างไม่ต้องสงสัย เหม่ยฟ


















Ulasan-ulasan