อ๋องขี้โรคกับสตรียอดนักฆ่า

อ๋องขี้โรคกับสตรียอดนักฆ่า

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-28
โดย:  จิ่วเยว่เฉินซายังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
24บท
631views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

‘รั่วซีอัน’ ยอดนักฆ่าแห่งหอวาดพิรุณ ถูกว่าจ้างให้คุ้มกัน อ๋องขี้โรคเดินทางไปแคว้นฉู่ เพื่ออภิเษกสมรส ทว่าติ้งอ๋องผู้นี้กลับสร้างศัตรูไว้มากมาย เรื่องน่าปวดหัวจึงเกิดขึ้นไม่สิ้นสุด!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทนำ ตอนบุปผาพิฆาตแห่งหอวาดพิรุณ

Elena's POV

The eviction notice in my purse felt like it was burning a hole through the leather. It was a neon-orange slip of paper, the kind that screamed failure in a font large enough for the neighbors to read from the sidewalk. Three months overdue. Seven days to vacate. Every time the strap of my bag shifted, I could feel the crisp, cheap paper crinkling—a mocking reminder that the Rossi name, once legendary for its craftsmanship, was currently worth less than the dust on the floor of my father’s workshop.

I stared at the mahogany doors of the executive suite on the 64th floor of Vane Enterprises. Outside these glass walls, Manhattan was a blurred map of shimmering lights and ambition. Inside, the air was different. It smelled of expensive sandalwood and the kind of quiet that only comes with extreme wealth—a silence so heavy it felt pressurized.

"Mr. Vane will see you now, Ms. Rossi."

The receptionist didn't even look up. She was a vision of corporate perfection, pointing toward the towering double doors with a polished, dismissive finger.

I smoothed the skirt of my only professional suit and pushed the doors open.

Silas Vane was framed by the floor-to-ceiling windows, the sunset casting a bloody orange glow over his broad shoulders. He was hunched over a tablet, his stylus moving with surgical precision. He looked like a man who hadn't slept in three days, yet somehow, he still looked like he could buy and sell everyone in the building without checking his balance.

"You’re four minutes late, Rossi," he said, his voice a low, gravelly baritone that seemed to vibrate in my chest.

"The elevator was held up," I lied. My heart was hammering against my ribs like a trapped bird.

"Don't lie to me. It's a waste of my billable time." He finally looked up. His eyes were the color of the Atlantic in mid-winter—cold, gray, and deep enough to drown in. He tossed a thick manila folder onto the desk between us. "Sit down."

I sat, keeping my spine as straight as a ruler. I wouldn't give him the satisfaction of seeing me tremble.

"I know why you're here, Elena," he began, leaning back in his Italian leather chair. "I know about your father’s failing health. I know that the Sterling Development Group has bought the debt on your family’s shop in Red Hook. And I know that in seven days, they intend to bulldoze the Rossi legacy to build a parking garage."

The blood drained from my face. "How do you know that? That's private—"

"Everything is public if you pay the right people," he interrupted. "You’ve been working in my records department for two years, Rossi. You’re efficient, you’re invisible, and most importantly, you have a name the Board of Directors will respect. The Sterling-Vane merger is built on old foundations, and I need a Rossi to stabilize my position."

"Is this the part where you fire me?" I snapped.

Silas let out a short, dry laugh. "Quite the opposite. I’m making you an offer. One that will stop those bulldozers and pay for the specialist your father needs."

He pushed a single sheet of paper across the desk. It was a contract. At the very top, in bold letters, it read: MARRIAGE AGREEMENT.

"To me," Silas said, as if discussing a business merger. "My grandfather, Arthur Vane, has invoked a 'Moral Stability' clause in the family trust. Unless I am married by the end of the month, the Board has the legal right to vote me out and install my cousin. I have no intention of letting that happen."

I looked from the paper to his face. "Why me?"

"Because you're desperate enough to say yes," he said, walking around the desk to stand just inches away from me. The scent of his cologne—dark and woodsy—hit me like a blow. "And because I know you hate me. That makes you safe. You won't fall in love with me, and you won't make a scene when I hand you a check for two million dollars and a divorce decree twelve months from now."

Two million dollars. It was my father’s life. It was the shop.

"Two million," I repeated.

"And a monthly stipend," he added. "In exchange, you move into my penthouse. You play the part of the doting wife at every gala and board dinner. You smile when I touch you in public."

"And in private?"

Silas leaned down, caging me in with his arms. "In private, we are strangers. No physical intimacy. No emotional expectations. You are a line item on a balance sheet, Elena. Nothing more."

The coldness should have insulted me. Instead, it was a relief. I knew how to handle a business deal.

"What if I say no?"

Silas straightened up, his shadow looming over me. "Then you leave this office, you lose your job, and you watch your father lose the only thing he has left. The Sterlings will have the Rossi shop leveled by Monday."

I reached into my purse and touched the orange eviction notice. Then, I looked at the gold-embossed "Vane Enterprises" logo on the wall.

I didn't need until 8 AM. I already knew. I was going to sell my soul to the Ice King to save my father's heart.

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
24
บทนำ ตอนบุปผาพิฆาตแห่งหอวาดพิรุณ
ท่ามกลางม่านฝนพรำที่โหมกระหน่ำ เงาร่างสตรีนางหนึ่งในอาภรณ์สีนิล ยืนหยัดอย่างสงบนิ่ง ท่ามกลางวงล้อมของเหล่านักฆ่า ดวงตาคมกริบดุจนางพญาหงส์ฉายแววพิฆาต สายลมอันบ้าคลั่งพัดกรรโชกแรงผ่านกิ่งไม้ใบหญ้าในป่าเขา ส่งเสียงกระทบดังครึกโครมก้องอาณาเขต ทว่าร่างบางกลับไม่รู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อย“ฆ่านางซะ!” สุ้มเสียงชายชรารูปร่างอ้วนลงพุงที่ยืนห่างออกไปเอ่ยขึ้นทันทีที่มีคำสั่ง มือสังหารก็วิ่งเข้าจู่โจมสตรีนางนั้นอย่างไม่คิดชีวิต ทว่านางกลับไหวตัวทัน ปลายกระบี่อันแหลมคมในมือขวาตวัดขึ้นปลิดชีพนักฆ่าทีละคน ทุกที่ที่นางบรรจงกระบี่ล้วนแต่ปลิดชีพในคราเดียวกลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วทั้งผืนป่า อาภรณ์สีนิลถูกอาบย้อมไปด้วยเลือดสดๆ หลังจากที่นางสังหารนักฆ่าเหล่านั้นจนสิ้น ดวงตาคมกริบกลับจับจ้องชายชราที่ยืนห่างออกไปไม่เกินสิบก้าว นางเคลื่อนตัวเข้าใกล้เขาหนึ่งก้าว เขาก็ถอยห่างจากนางหนึ่งก้าว“จะ...เจ้า!...เจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงต้องฆ่าข้า” ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา ก่อนจะสะดุดหินก้มลงไปกองกับพื้นที่เปียกชุ่ม“เหตุใดจึงต้องฆ่าท่านงั้นหรือ?”น่าขัน! จะตายอยู่รอมร่อยังจะถามให้มากความ นางเดินไปหยุดตรงหน้า
อ่านเพิ่มเติม
บทนำ (ต่อ) ตอนบุปผาพิฆาตแห่งหอวาดพิรุณ
“รั่วซีอันหรือขอรับ” ชิงอวี่ขมวดคิ้ว “ว่ากันว่านางคือนักฆ่าอันดับหนึ่ง ขอแค่นางลงมือ ไม่มีภารกิจไหนที่ไม่สำเร็จ หากได้สตรีผู้นี้มาคุ้มครองท่านอ๋องก็ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่การว่าจ้างนางยากยิ่งกว่าการไปพบยมบาลน่ะสิขอรับ” “หากมันง่ายขนาดนั้น ข้าส่งเจ้าไปพบยมบาลไม่ดีกว่าหรือ?” ผู้เป็นอ๋องเอ่ยประชดประชัน“ท่านอ๋อง…?” ชิงอวี่แทบกุมขมับ “หยุดพูด..แล้วเชิญนางมาที่จวนซะ!”“ท่านอ๋องคงยังไม่ทราบน่ะสิจอรับ การว่าจ้างคนของหอวาดพิรุณต้องมีเงินจำนวนมหาศาล และอีกอย่างผู้ว่าจ้างไม่อาจนัดพบกับมือสังหารได้โดยตรง แต่จะมีแม่นางหลิงหลันเป็นคนเจรจา ส่วนผู้ใดจะเป็นคนลงมือนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประมุขหอ” ชิงอวี่เอ่ย“งั้นก็พาข้าไปพบประมุขหอ” หนานกงซีเย่วเอ่ยจริงจัง“ขอรับท่านอ๋อง” ชิงอวี่รับคำสั่งอย่างจำใจรั่วซีอันงั้นหรือ? หากจำไม่ผิด การตายของรองเจ้ากรมคลังเมื่อวันก่อน คงจะเป็นฝีมือของนาง เป็นเพียงสตรีแต่อาจหาญยิ่งกว่าบุรุษ เขาชักสนใจนางขึ้นมาแล้วสิ!ยามรัตติกาล ณ หอวาดพิรุณสถานที่โอ่อ่าตั้งตระหง่านอยู่กลางลำน้ำ ยามค่ำคืนแม่น้ำสายนี้ทอแสงเปล่งประกายสะท้อนเงาอาคารสูงเสียดฟ้าประหนึ่งตึกสิบหกชั้น ฐาน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1 หงส์ในดงมังกร
ณ ใจกลางหัวเมืองตะวันตก ลานฝึกยุทธ์ขนาดใหญ่ทอดยาวกว้างขวาง พื้นดินปรากฏร่องรอยของการฝึกปรือ หุ่นไม้ที่ตั้งเรียงราย บ้างมีรอยดาบ บ้างมีรอยบุบจากการทุบตี สะท้อนให้เห็นการฝึกที่ดุเดือด อาวุธที่วางอยู่บนชั้นไม้ มีให้เลือกนับร้อยชนิด ตามความถนัดของแต่ละคนแสงตะวันสาดส่องลงมากระทบใบหน้าคมสันของหนานกงจื่อหาน โอรสองค์แรกของจักรพรรดิแคว้นหนาน มีสถานะเป็นถึงจิ้งอ๋อง ผู้ปกครองหัวเมืองตะวันตก ภายในลานฝึกยุทธ์ เสียงดาบฟาดฟันกลางอากาศ เสียงฝีเท้าเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและแม่นยำ มือที่จับดาบมั่นคงและเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการสังหาร บ่งบอกได้ว่า เจ้าของดาบแกร่งกล้ามากเพียงใด ไม่นานนักเขาก็เอาชนะคู่ต่อสู้อย่างง่ายดาย พร้อมกับเสียงสรรเสริญดังก้องอาณาเขต“ดี! ดี! ดี!” ตามมาด้วยเสียงปรบมือที่ดังสนั่นหนานกงจื่อหานสังเกตเห็นลูกน้องคนสนิทเดินมา เขาจึงโยนดาบให้ทหารผู้น้อย จากนั้นจึงเดินปลีกตัวออกจากฝูงชน เพื่อมาฟังข่าวจากองครักษ์ปากคนสนิท“ได้ความว่าอย่างไร” หนานกงจื่อหานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา“เมื่อคืน ติ้งอ๋องเสด็จไปที่หอวาดพิรุณ ดูเหมือนจะไปพบประมุขหอขอรับ” หลานฟางเอ่ยรายงานน้องรองของเขา ดูเหมือนจะร่างก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1 หงส์ในดงมังกร (ต่อ)
ตำหนักเฟยหลงท้องพระโรงทองคำอันโอ่อ่าแห่งแคว้นหนาน ตรงกลางคือบัลลังก์มังกรขององค์จักรพรรดิ เบื้องล่างซ้ายขวาคือขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ ประชุมราชกิจเช้าวันนี้แลดูคึกคักกว่าทุกวัน“ฝ่าบาท ติ้งอ๋องร่างกายอ่อนแอ จะทนรับการเดินทางไปแคว้นฉู่ได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ” อัครมหาเสนาบดีเสิ่นเอ่ย“อัครเสนาบดีเสิ่นพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ท่านจะให้ฝ่าบาทส่งองค์ชายที่มีความรอบรู้ไปอย่างนั้นหรือ” อัครมหาเสนาบดีหยางเอ่ย“ท่านกำลังจะบอกว่า ติ้งอ๋องคือคนที่ไร้ประโยชน์อย่างนั้นหรือ” รั่วซีอันเอ่ย พลางเดินเข้าท้องพระโรงอย่างอาจหาญ ขุนนางน้อยใหญ่ต่างพากันสะดุ้ง หันขวับยังต้นตอของเสียง ขณะนั้นหัวหน้าขันทีก็ประกาศขึ้นเสียงดัง ท่ามกลางสายตางุนงงของขุนนางชั้นผู้ใหญ่“ประมุขแห่งหอวาดพิรุณเข้าเฝ้า..” “หม่อมฉันถวายบังคมฝ่าบาท ขอฝ่าบาทอายุยืนหมื่นปี หมื่น หมื่นปี” รั่วซีอันทำความเคารพ“ประมุขหอเชิญลุกขึ้นเถิด” ฮ่องเต้ทรงตรัส“ประมุขหอ?”“นี่หมายความว่าอย่างไร?”“เหตุใดสามัญชนคนหนึ่งถึงก้าวเข้ามาในท้องพระโรงได้”“นั่นสิๆ”สุ้มเสียงถกเถียงกันของขุนนางใหญ่น้อยดังขึ้นกลางท้องพระโรง“พวกท่านคงยังไม่รู้ นี่คือประมุขแ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 องค์หญิงจอมป่วน
สามวันต่อมาขบวนรถม้าคันงามกำลังเคลื่อนผ่านประตูเมืองชั้นนอกของแคว้นหนาน เบื้องหน้ามีทหารองครักษ์หลายสิบนายคุมกันอย่างแน่นหนา ขณะที่เบื้องหลังมีหน่วยองครักษ์เดนตายแห่งหอวาดพิรุณติดตามอย่างใกล้ชิดรถม้าคันแรกเป็นที่ประทับของติ้งอ๋องผู้สูงศักดิ์ ทว่ารถม้าคันที่สองกลับปิดบังบุคคลปริศนาไว้ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าใครคือผู้ที่อยู่ในนั้น แต่ทว่าพวกเขาล้วนคาดเดาว่าเป็นประมุขแห่งหอวาดพิรุณขณะที่ขบวนรถม้ากำลังเดินทางออกนอกชานเมือง ทันใดนั้นเองก็ปรากฏอิสตรีนางหนึ่ง กำลังควบม้าเร็วพุ่งตรงมายังขบวนรถม้าอย่างปราดเปรียว เหล่าทหารองครักษ์ที่ยืนคุ้มกันต่างพากันตื่นตะลึง รีบชักดาบออกมาตั้งรับทันที ทว่าว่าเมื่อฝีเท้ามาหยุดลง พวกเขาจึงพินิจดูใบหน้างดงามภายใต้ผ้าคลุมหน้าของสตรีนางนั้นอย่างระมัดระวัง“องค์หญิงซีเหอ!” เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกันเหล่าทหารต่างจำได้ทันทีว่าสตรีผู้นี้คือองค์หญิงผู้สูงศักดิ์แห่งแคว้นหนาน ชิงอวี่หัวหน้าองครักษ์รีบทรุดกายลงทำความเคารพด้วยความนอบน้อม“คารวะองค์หญิง” ชิงอวี่เอ่ยเสียงเข้มซีเหอเพ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 องค์หญิงจอมป่วน (ต่อ)
ร่างกายของรั่วซีอันตอบสนองฉับพลัน นางกระโจนลุกขึ้นไปบีบคอเป้าหมายอย่างทันท่วงทีเดิมทีนางแค่อยากจะหยั่งเชิงซีเหอดูสักครั้ง ทว่าสตรีคนนี้ใจร้อนนัก!“เจ้า!..จะทำอะไร ปล่อยข้านะ นางผู้หญิงชั้นต่ำ!” ซีเหอเอ่ยติดขัดเมื่อถูกนางจิ้งจอกบีบคอดวงตาฉายแววพิฆาตคู่นั้น จ้องมององค์หญิงผู้สูงศักดิ์อย่างดูแคลน นางคือน้องสาวของหนานกงซีเย่วตามที่หลิงหลันบอกในจดหมายจริงหรือ? เหตุใดถึงได้โอหังเช่นนี้ทางฝั่งหนานกงซีเย่วยังไม่ทันได้ห้ามปราม สตรีทั้งสองก็เปิดศึกกันแล้ว“เจ้าว่าใครชั้นต่ำ!” รั่วซีอันเค้นเสียงเอ่ย พลางบีบรัดที่ลำคอของซีเหอแน่นขึ้นเรื่อย ๆ“ประมุขหอ ท่านโปรดยั้งมือด้วย...แค่ก ๆ” หนานกงซีเย่วเอ่ยห้ามปราม ทว่ากลับไม่เป็นผล“สตรีนางนี้เป็นคนของท่านสินะ!” รั่วซีอันเอ่ยถามเยือกเย็นทันใดนั้น หลิงหลันกับชิงอวี่พลันเดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดี หลิงหลันรีบวิ่งเข้ามาห้ามปรามผู้เป็นประมุข“ท่านประมุขโปรดยั้งมือ นั่นคือองค์หญิงซีเหอ” หลิงหลันเอ่ยด้วยความตกใจองค์หญิง? หึ! ต
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 ความลับใต้เงากระบี่
ค่ำคืนยามจื่อท้องนภามืดมิดไร้แสงดาว เมฆดำทมิฬเคลื่อนคล้อยเข้ามาบดบังแสงจันทร์ในยามราตรี ตามมาด้วยสายอสนีบาตที่ฟาดผ่าลงมาเป็นระยะ ๆ รั่วซีอันที่กำลังตกอยู่ในห้วงฝันพลันได้สติขึ้น เมื่อสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวที่ผิดปกตินางตัดสินใจขยับกายลุกออกจากเตียง ย่างฝีเท้าเบาไปแง้มหน้าต่างเพื่อดูสถานการณ์ด้านนอก พบว่ามีชายชุดดำกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาในยามวิกาล แต่สิ่งที่แปลกไปยิ่งกว่านั้นคือ ทหารที่เฝ้าเวรยามกลับนอนหลับใหลไม่ได้สติอย่างน่าประหลาดใจหลิงหลันเปิดประตูห้องแล้วเดินเข้ามาหาผู้เป็นประมุข ทว่ารั่วซีอันกลับใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากของตนเองเบา ๆ เพื่อส่งสัญญาณเตือนว่าอย่างส่งเสียงดังคนพวกนี้วางแผนมาเป็นอย่างดี เกรงว่าทหารทุกคนคงหลับไม่ได้สติ หรือจะมีหนอนบ่อนไส้? รั่วซีอันนึกคิดในใจหลิงหลันเดินไปยืนตรงข้ามผู้เป็นประมุข สายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนจะหันมาสบตารั่วซีอันอีกครั้ง“ท่านประมุขคิดจะจัดการอย่างไร” หลิงหลันเอ่ยถาม“รอดูท่าทีคนเหล่านั้นไปก่อน เราคนน้อย หากคิดจะทำอะไรต้องระวังให้มาก” รั่วซีอันเ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 ความลับใต้เงากระบี่ (ต่อ)
“ท่านประมุข...ข้าไม่เป็นอะไร” หลิงหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเบา ๆ ลมหายใจเริ่มไม่สม่ำเสมอ“หุบปากเจ้าซะ บาดเจ็บขนาดนี้ ยังจะบอกว่าไม่เป็นอะไรอยู่อีก”รั่วซีอันพยุงหลิงหลันมาหลบอยู่ตรงเสาเรือนด้านหน้า ก่อนจะคว้ากระบี่คู่ใจเดินจากไปด้วยไฟแค้น“ทำร้ายคนของข้า...ต้องตาย!” น้ำเสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นแววตาของนางแข็งกร้าวดุจดั่งเพลิงอัคคีที่กำลังลุกโชน ความเจ็บปวด ความแค้น การปกป้องคนที่ตนรัก ทำให้นางเผยร่างของนักฆ่าอันดับหนึ่ง ในยามที่นางกระหายเลือดถึงขีดสุด ผู้ใดก็ไม่มีข้อยกเว้น!นางย่างเท้าเข้าสู่ลานประหารช้าๆ มือเรียวบรรจงเฉือนกระบี่ที่จุดตายของศัตรูทีละจุดทีละคน ท่าทีของนางในตอนนี้ แม้แต่หนานกงซีเย่วและซีเหอก็มิอาจจินตนาการได้ว่า.. ในยามที่พวกเขาเห็นศัตรูโหดเหี้ยมแล้ว แต่รั่วซีอันกลับโหดเหี้ยมและเลือดเย็นยิ่งกว่า กระบี่ลี่ฉุนในมือที่กำลังห่ำหั่นศัตรูอยู่นั้น พลันเกิดแสงสว่างวาบยามกระทบแสงตะเกียงและหยาดน้ำฝนในเวลาเดียวกัน หนานกงซีเย่วพลันหลบสายตาเมื่อแสงนั้นสาดส่องมา ก่อนจะสังเกตกระบี่เล่มนั้นอย่างละเอียด “คล้ายนัก” เขาเอ่ยแผ่วเบาราวกับไม่เอ่ย “ท่านอ๋องหมายถึง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 หยาดเลือดซื้อใจ
รั่วซีอันเดินขึ้นบันไดไปบนชั้นสอง นางค่อยเปิดประตูห้องของหลิงหลัน พบว่าซีเหอกำลังนั่งเช็ดตัวให้หลิงหลันอยู่ข้างเตียงนัยน์ตาที่เพิ่งสงบลง เปลี่ยนเป็นคมกริบทันที ความโกรธเคืองเริ่มปะทุอยู่ในอก รั่วซีอันมุ่งตรงไปกระชากแขนของซีเหออย่างสุดแรง จนร่างบางขององค์หญิงถอยห่างออกมา“โอ๊ย!” ซีเหอร้องอุทานด้วยความเจ็บปวด“เจ้าคิดจะกำลังทำอะไร” รั่วซีอันตวาดออกไป“ขะ... ข้าเพียงเช็ดตัวให้นางก็เท่านั้น ท่านปล่อยข้านะ!” ซีเหอพยายามสะบัดข้อมือให้หลุดพ้น ทว่ากลับไม่เป็นผล“อยู่ให้ห่างนางซะ! หากเจ้าเข้าใกล้นางอีก วันเซ่นไหว้ปีหน้า ข้าจะให้พี่ชายเจ้าไปไหว้เจ้า” รั่วซีอันเค้นเสียงเอ่ยเตือน ก่อนจะสะบัดมือออกจากซีเหอในขณะเดียวกัน รั่วซีอันไม่สนใจว่าองค์หญิงนั่นจะคิดเช่นไร ขอเพียงซีเหออยู่ห่างจากหลิงหลันไว้ จะเป็นการดีที่สุดรั่วซีอันเดินมานั่งข้างขอบเตียง แววตาคมกริบเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและห่วงใยทันที เมื่ออยู่ต่อหน้าหลิงหลัน มือเรียวกอบกุมมือที่มีเลือดฝาดอ่อน ๆ ไว้อย่างทะนุถนอม ทว่านางต้องชะงักอีกครั้ง ในยามที่เสียงหนึ่งแว่วมา“ข้าก็แค่เป็นห่วงนาง เหตุใดอาจารย์ต้องลงมือทำร้ายข้าด้วย” ซีเหอเอ่ยถาม
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 หยาดเลือดซื้อใจ (ต่อ)
“ข้ามีความผิด… สมควรได้รับโทษ!” รั่วซีอันเอ่ยเสียงแข็งนางยอบกายลง คุกเข่ากับพื้นหญ้าต่อหน้าทุกคนที่กำลังห้ามปราม ก่อนจะสั่งให้ชิงอวี่เป็นคนลงมือโบย“ชิงอวี่! เจ้าไม่ชอบข้ามาตลอดไม่ใช่หรือ… วันนี้ควรส่งเสริมข้า” รั่วซีอันเอ่ยพลางรวบผมที่ยาวสลวยมาไว้ด้านหน้า“ข้าหาใช่คนไร้หัวใจ ข้าทำไม่ได้” ชิงอวี่เอ่ยเสียงสั่น พลางคุกเข่าข้างหลังนาง ทหารและเหล่าองครักษ์ต่างก็คุกเข่าด้วย“ใช่! ท่านประมุขอย่าทำเช่นนี้เลย” ทหารผู้หนึ่งเอ่ยหนานกงซีเย่วที่เข้าใจเจตนารมณ์ของรั่วซีอันเป็นอย่างดี เขาไม่ได้เอ่ยห้ามปรามแต่อย่างใด มิหนำซ้ำเขายังลงหวายด้วยมือของเขาเอง“ในเมื่อประมุขรั่วมีความตั้งใจที่แน่วแน่ เช่นนั้น... ข้าจะตอบสนองความต้องการท่านเอง” หนานกงซีเย่วเดินมาหยุดข้างกายนาง มือขวาคว้าหวายมาตัดสินโทษ“เสด็จพี่! ถือว่าข้าขอร้อง” ซีเหอเอ่ยเสียงสั่นหนานกงซีเย่วไม่สนใจเสียงห้ามปราม เขาง้างแขนออกแล้วฟาดแส้ลงเต็มเหนี่ยวเพี๊ยะ! เสียงแส้หวายกระทบกับผิวหนังดังก้องอาณาเขต ความเจ็บปวดและแสบร้อนแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของรั่วซีอัน แต่ที่เจ็บยิ่งกว่าคือความเจ็บปวดนี้กลับแผ่ขยายอยู่ภายในใจของเหล่าทหารทุกคน รวมถึงน้ำตา
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status