เข้าสู่ระบบ“คนบ้าอะไร” ไข่มุกที่เดินเข้ามาในห้องนอนเธอได้แต่เอ่ยพึมพำกับตัวเองเบา ๆ เมื่อนึกถึงการกระทำของกวินท์
ใบหน้าเธอร้อนผ่าวเมื่อเรื่องราวเมื่อคืนหวนกลับเข้ามาในความคิดของเธออีกครั้ง เรื่องเมื่อเธอไม่เข้าใจตัวเองทำไมถึงกล้าให้เขาทำแบบนั้น ทั้งที่หย่ากันไปแล้ว
“เป็นบ้าอะไรของเธอเนี่ยไข่มุก” หญิงสาวส่ายหน้าตัวเองไปมาก่อนที่เธอจะล้มตัวนอนบนเตียงอีกครั้ง
ติ๊ง เสียงโทรศัพท์ของกวินท์ดังขึ้นหลังจากที่เขากำลังทำกับข้าวอยู่ เสียงนั้นเรียกความสนใจแก่เขาไม่น้อยก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์
“ว่าไง”
(นายอยู่ไหนครับ)
“วันหยุดมึงยังจะตามราวีกูอีกนะ”
(คุณท่านอยากเจอนายครับ)
“พ่อเนี่ยนะ นี่กูได้ยินไม่ผิดใช่ไหม”
(นายได้ยินแบบไหนก็แบบนั้นแหละครับ)
“กวนตีนนะมึง”
(ท่านมารอที่บริษัทแล้วครับ)
“มึงไม่ได้บอกเหรอว่าวันนี้กูไม่ได้เข้าบริษัท”
(นายไม่ได้บอกผมล่วงหน้านะครับ)
“เออ เดี๋ยวกูไปหาพ่อที่บ้านให้แกกลับไปรอที่บ้านแล้วกัน”
(นานไหมครับกว่านายจะเข้าบ้าน)
“เดี๋ยวไปแค่นี้นะ” เขากดวางสายลงก่อนจะส่ายหน้าไปมาด้วยความเอือมระอา ชายหนุ่มรีบทำกับข้าวให้เสร็จเพื่อเก็บไว้ให้หญิงสาว เขารู้ว่าเธอนั้นเพลียจากเรื่องเมื่อวาน
“ตื่นมาจะอ่านข้อความไหมนะ” เขาหยิบปากกาแล้วเขียนลงกระดาษเล็ก ๆ ก่อนจะวางไว้บนโต๊ะอาหารที่เขาได้จัดเตรียมก่อนหน้านั้นแล้ว
กวินท์ตั้งใจที่จะทำให้ไข่มุกเพราะเขาเชื่อว่าสักวันเธอจะต้องใจอ่อนกับการกระทำของเขาแน่นอน หากถามว่าอะไรดลใจให้เขาคิดแบบนั้น เขาก็พูดได้เต็มปากเลยว่า เรื่องเมื่อคืน........
เธอยอมให้เขาทำแปรว่าสักวันเธอจะต้องใจอ่อนอย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นเธอคงจะปฏิเสธเมื่อคืนไปแล้ว
ตอนนี้เขาเริ่มคิดบ้า ๆ ขึ้นมาว่า หากทำเธอท้องบางทีการที่จะพาเธอให้กลับมาอยู่ด้วยกันมันอาจจะเร็วกว่าการที่เขาตามง้อเธอแบบนี้ก็เป็นไปได้
“คิดอะไรบ้า ๆ วะเนี่ย” ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับความคิดของตัวเอง ต่อให้ทำเธอท้องมันก็ไม่ได้แปรว่าเธอจะกลับมาอยู่กับเขา บางทีเขาอาจจะคิดตื้นไปหน่อย
ชายหนุ่มวางกระดาษเล็ก ๆ ไว้บนโต๊ะเสร็จแล้วเขาก็เดินไปหยิบกุญแจรถเพื่อไปหาคนเป็นพ่อ ทำไมเขาถึงรู้สึกลางสังหรณ์ใจไม่ดีเอาเสียเลย
ทำไมรู้สึกว่าการกลับบ้านครั้งนี้เหมือนจะต้องรับมือกับอะไรบางอย่าง แต่แล้วเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรต่อพร้อมกับขับรถออกไปอย่างเงียบ ๆ คนเดียวเหมือนที่เคยทำเป็นประจำ บางทีมันอาจจะเป็นเพราะอาการเมาค้างของเขาก็เป็นไปได้
ณ บ้านของก้องภพ
“สวัสดีครับคุณวินท์” เสียงของพ่อบ้านเอ่ยสวัสดีเมื่อเห็นว่ากวินท์เดินเข้ามาภายในบ้าน
“สวัสดีครับ”
“มาหาคุณท่านเหรอครับ”
“ครับ”
“คุณท่านอยู่ห้องทำงานส่วนคุณหญิงออกไปเดินเล่นที่สวนครับ”
“ขอบคุณครับ” เมื่อเอ่ยขอบคุณจบแล้วชายหนุ่มก็เดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของบ้านทันทีแล้วมุ่งหน้าไปทางห้องทำงานของก้องภพ
เขาเปิดประตูเข้าไปอย่างถือวิสาสะก่อนจะเห็นคนเป็นพ่อนั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงาน โดยที่สายตาของก้องภพจ้องมองกวินท์อย่างดุดันทำเอาคนที่โดนมองถึงกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“อะไรทำไมทำหน้าเคร่งขรึมขนาดนั้น?”
“ไอ้ลูกเวร”
“? ” กวินท์แสดงสีหน้างุนงงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำหยาบคายออกจากปากของก้องภพ
“อย่ามาทำหน้าสงสัยเหมือนไม่รู้อะไร” ก้องภพตวัดสายตามองอย่างเอาเรื่อง เขาสังเกตุเห็นรอยแดงที่คอของลูกชายตัวดีพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ
“อะไรเนี่ย จู่ ๆ ก็มาหาเรื่องผม ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย” ชายหนุ่มทำหน้าเซ็งขึ้นมาทันที เหมือนกับว่าทุกอย่างที่เป็นเขามักผิดเสมอ
“แกไปทำอะไรมาเมื่อคืน”
“เมื่อคืน?”
“ฉันโทรไปหาแก แกไม่รับสายฉัน”
“ผมปิดการแจ้งเตือน นี่พ่อโมโหผมเรื่องแค่นี้?”
“เรื่องแค่นี้อะไรของแก แกไปห้องหนูมุกทำไม”
“พ่อรู้?”
“ฉันโทรไปถามตาเหมว่าแกอยูไหน ตาเหมบอกว่าอยู่ห้องหนูมุก”
“ไอ้เพื่อนเวร” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองอย่างเหนื่อยหน่ายใจ
“ไม่ต้องไปว่าเขา แกไปทำอะไรห้องหนูมุกแล้วรอยที่คอแกคงไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดนะ”
“ก็เป็นอย่างที่พ่อคิดนั่นแหละ”
“ไอ้ลูกเวรนี่”
“ผมไปหาเมียตัวเองมันผิดตรงไหน?”
“แกนอนกอดใบหย่าอยู่ทุกวัน ไปเรียกเขาว่าเมียได้ยังไง”
“เดี๋ยวก็กลับาอยู่ด้วยกัน”
“อะไรที่ทำให้แกหน้าด้านแบบนี้เนี่ย ฉันเหนื่อยใจกับแกจริง ๆ”
“รึพ่อจะให้ผมหาเมียใหม่”
“......” ก้องภพไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่ตวัดสายตามองลูกชายตัวดีด้วยแววตาที่ดุดัน
“เห็นไหมพ่อก็ไม่อยากให้ผมมีเมียใหม่”
“นั่นมันสิทธิ์ของแกไม่เกี่ยวกับฉัน”
“อ้อเหรอ”
“ทำหน้ากวนบาทาแบบนี้อยากโดนจริง ๆ เหรอ”
“เดี๋ยวนี้วัยทองเขาอารมณ์แปรปรวนง่ายขนาดนี้เลยเหรอ”
“แกคิดว่านหนูมุกจะยอมใจอ่อนกับแกมากขนาดนั้นเลยรึไง”
“ตอนนี้ยังแต่วันข้างหน้ามันก็ไม่แน่นะพ่อ พ่อก็รู้ว่ากวินท์ลูกชายพ่อหน้าด้านแค่ไหน”
“ฉันละปวดหัวกับแกจริง ๆ” ก้องภพยกมือขึ้นมาคลึงขมับตัวเองเบา ๆ อย่างเอือมระอา เขาก็ไม่รู้ว่าอะไรทำให้กวินท์มั่นใจขนาดนั้นว่าไข่มุกจะกลับมาอยู่ด้วย
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาช่วงบ่ายของวัน“มุกดูนี่สิ” เสียงทุ้มอ่อนของกวินท์เอ่ยบอกคนรักหลังจากที่เขาเก็บหอยบนทรายโชว์ให้เธอดู หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนที่จะเอ่ยถามกลับไป“ทำไมเหรอคะ?” เธอจ้องมองคนตัวสูงอย่างต้องการคำตอบ เขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบคำถามของเธอ“สวยเหมือนมุกเลย” คำตอบของชายหนุ่มสร้างรอยยิ้มแก่หญิงสาวไม่ยาก เธอเดินเข้าไปหาพร้อมกับใช้มือบีบแก้มกลม ๆ ของเขาอย่างมันเขี้ยว“เดี๋ยวนี้พอมีโอกาสก็เอาใหญ่เลยนะคะ” ริมฝีปากบางเอ่ยพร้อมกับจ้องไปยังนัยน์ตาคู่คมของคนรัก กวินท์อมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะประสานมือเธอไว้หลวม ๆ แล้วเดินเล่นไปถามชายหาดพร้อม ๆ กันความอบอุ่นที่ทั้งสองได้รับในตอนนี้มันสร้างความสุขแก่ทั้งคู่อยู่ไม่น้อยบางคนอาจคิดว่า ทำไมเธอถึงยอมกลับไปอยู่ในจุดเดิม เธอสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า หากเขาสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธอได้ เธอก็พร้อมที่จะให้โอกาสนั้นกับเขาอีกครั้งไข่มุกรู้ตัวเองดีไปกว่าใคร เธอเชื่อมั่นว่ากวินท์ไม่กลับไปเป็นแบบเดิมอีกเด็ดขาด เขาให้คำมั่นสัญญากับเธอแล้ว หากมีครั้งต่อไปเขาจะไม่มีวันได้โอกาสจากเธออีกเลย“วันนี้ลมเย็นดีนะ หนาวไหม” กวินท์เอ่ยถามคนรักเสียงอ่อนในขณ
“วันนี้ถ้าอยากกินอะไรก็บอกพี่ได้นะเดี๋ยวพี่ทำให้”“มุกอยากกินข้าวต้มหมูสับ พี่วินท์ทำเป็นไหมคะ”“ไม่มีอะไรเกินความสามารถของพี่หรอก” เขาดึงมือคนตัวเล็กขึ้นมาหอมอย่างสดชื่น มืออุ่น ๆ ของเธอทำให้เขามีความสุข“โรคจิตเหรอคะ”“โรคจิตอะไรกัน แค่หอมมือเมียเอง”“นั่นแหละค่ะ”“ไม่หรอกเพราะรักถึงทำแบบนี้”ตึก ตึก ตึก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นส่ำขึ้นมา เธอรู้สึกอ่อนไหวกับคำพูดของคนรัก“ปากหวานจังเลยนะคะ”“มุกก็เคยชิมแล้วไม่ใช่เหรอ”“ถ้าอยากชิมอีกสักครั้งได้ไหมคะ”ฟึบ ชายหนุ่มดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันทีเมื่อได้ยินคำตอบจากหญิงสาว เขามองใบหน้าเธอก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง“มุกต้องการแบบนั้นจริง ๆ เหรอ”“มุกไม่เคยพูดละ.....อื้อ” ยังไม่ทันที่ร่างบางจะพูดออกมาจบกวินท์ก็ประกบริมฝีปากบางด้วยความดูดดื่มทันที เขาสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากบางของหญิงสาวเพื่อตักตวงความปรารถนาที่ตัวเองมีกวินท์ประคองใบหน้าของหญิงสาวไว้เบา ๆ ลิ้นของเขาารุกล้ำเข้าไปในโพรงปากบาง เขาทั้งสองแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่มจนเมื่อพอใจแล้วชายหนุ่มจึงค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกเขาสบตากับเธอดวงตาเขาเต็มไปด้วยความรักใคร่ที่ผ่านทางแววตา เขาอยากเห็นหน้าเธอในท
เช้าวันต่อมา“วันนี้พี่วินท์ไม่ทำงานเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นว่ากวินท์ยังคงนอนอยู่บนเตียงไม่ยอมลุกไปไหน“วันนี้พี่ไม่เข้าบริษัท”“ทำไมคะ?” ไข่มุกแสดงสีหน้าสงสัยออกมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบจากคนตัวสูง“มุกท้องพี่ก็ต้องหาเวลาว่างเพื่อมาดูแลมุก” เขาตอบแล้วยิ้มให้กับเธอก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นเดินไปหาหญิงสาว “รีบออกมานะตัวเล็กป๊าอยากเห็นหน้าหนูแล้ว” เขาย่อตัวลงไปกระซิบบริเวณหน้าท้องแบนราบของเธอทำเอาไข่มุกที่เห็นแบบนั้นก็ส่ายหน้าไปมาด้วยความเอือมระอาอยู่ไม่น้อย“ลูกไม่ได้ยินหรอกค่ะ”“มันก็ไม่แน่”“แต่งตัวไปทำงานได้แล้วค่ะ ไม่งั้นมุกโทรบอกคุณพ่อนะคะ”“เมียใครเนี่ยน่ากลัวจัง” เขาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ ๆ เธอจนปลายจมูกของทั้งสองชนกัน“เลิกติดเล่นได้แล้วค่ะ ไม่งั้นมุกไม่คุยกับพี่วินท์แล้วนะคะ”“ครับคุณเมีย” กวินท์หอมเข้าที่แก้มนุ่มของคนรักฟอดใหญ่แล้วเดินเข้าห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้าไปมาแต่เธอก็รู้สึกดีอยู่ไม่น้อยที่เขาเป็นแบบนี้ ดูเหมือนว่าการเริ่มต้นใหม่ครั้งนี้มันค่อนข้างไปได้สวยเป็นอย่างมากเวลาผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ“มุกมาผูกเนคไทให้พี่หน่อย” เสียงของชายหนุ่มเอ่ยเรียกคนรักทำให
“ทั้งหมด140บาทค่ะ ลูกค้าสะดวกจ่ายทางไหนดีคะ” ไข่มุกเอ่ยถามลูกค้าพร้อมกับยิ้มหวานให้ หลังจากที่เธอได้สรุปยอดให้ลูกค้าเสร็จแล้ว“สแกนจ่ายค่ะ”“สแกนตรงนี้ได้เลยนะคะ” เธอชี้คิวอาร์โค้ดตรงหน้าก่อนที่ลูกค้าจะสแกนจ่ายค่าอาหารแล้วเดินออกไปจากคาเฟ่“เหนื่อยไหมคะพี่มุก” ปันปันเอ่ยถามพร้อมกับยิ้วหวานให้“นิดหน่อยค่ะ”“แล้ววันนี้ว่าที่สามีของพี่มุกไม่มาเหรอคะ” เด็กสาวเอ่ยถามพลางทำสีหน้าสงสัยอยู่ไม่น้อย เธอชะเง้อเพื่อมองหาใครบางคน“ช่วงนี้เขางานยุ่งน่ะ”“แต่เขาก็ดูรักพี่มุกมากเลยนะคะ ปันเห็นมาหาแทบทุกวันเลย”ไข่มุกรู้ดีว่ากวินท์นั้นให้ความสำคัญกับเธอมากแค่ไหน เขาจะมาหาเธอทุกครั้งเมื่อมีโอกาสต่อให้ไม่มีกวินท์ก็จะพยายามหาเวลาว่างมาหาเธอให้ได้ เธอรู้ดีว่าเขาเป็นคนยังไง“ยังไงปันก็ขอแสดงความยินดีกับรักครั้งใหม่ด้วยนะคะ”“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวพูดจบแล้วก็ยิ้นหวานให้กับเด็กสาวตรงหน้า การที่เธอยอมให้โอกาสกวินท์อีกครั้งเป็นเพราะเขานั้นทำให้เธอเห็นว่าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแค่ไหนเธอเห็นทุกการกระทำของเขาทุกอย่างและอีกส่วนหนึ่งคือมาจากใจเธอที่ยังมีความรู้สึกดี ๆ ต่อเขาอยู่ เธอยังรักและยังหวงเขาเหมือนแต่ก่อนที่บอกว
“......” กวินท์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ยินชะงักอยู่เล็กน้อยแม้ว่าใบหน้าของเขาจะดูไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาตอนนี้แต่ภายในใจนั้นแทบจะอยากกอดเธอจนแทบจะบ้า“มุกยอมกลับไปอยู่ด้วยกันอีกคระ......อ๊ะ !” หญิงสาวร้องขึ้นด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ กวินท์โผลเข้ามาสวมกอดเธออย่างไม่ทันได้ตั้งตัวแม้แต่น้อย“พี่ขอบคุณนะ” ชายหนุ่มพูดอย่างซึ้งใจ ความพยายามของเขาไม่สูญเปล่าแล้ว เขากระชับกอดเธอให้แน่นมากขึ้นกว่าเดิมราวกับว่าไม่อยากปล่อยให้เธอหายไปจากอ้อมกอดของเขาอีกแล้ว“แต่มันก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของพี่วินท์เหมือนกันนะคะ” ที่เธอยอมให้โอกาสเขาเพราะเธอยังรักเขาอยู่ เธอหลอกคนอื่นได้แต่เธอไม่สามารถหลอกใจตัวเองได้เธอมองเห็นความพยายามของกวินท์มาโดยตลอดเพียงแต่อยากเห็นเขาพยายามมากกว่านี้ ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าไม่ใช่แค่เขาที่ขาดเธอไม่ได้ เธอก็ไม่สามารถขาดเขาได้เช่นกัน“พี่ขอบคุณมุกจริง ๆ นะ พี่สัญญาว่าจะไม่ทำให้มุกเสียใจอีก”“มุกจะเชื่อคำพูดของพี่วินท์อีกครั้งนะคะ”“ขอบคุณนะ” เขาเอ่ยขอบคุณเธอด้วยความซาบซึ้งใจ“มุกให้โอกาสพี่วินท์แค่ครั้งเดียวนะคะ หากพี่วินท์ยังเป็นแบบเดิมอยู่มุกขอไม่กลับมาอีกแล้วนะคะ” เธอรู้ว่าการกลับไปอยู่ใน
เช้าวันต่อมาก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาประตูห้องดังขึ้นทำให้ไข่มุกที่กำลังยืนทำกับข้าวอยู่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตมองไปยังประตูห้องเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปเปิดประตู เธอพอจะเดาออกว่าคนที่เคาะคือใคร......“มาทำไมแต่เช้าคะ?” เมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วก็เห็นกวินท์ยืนอยู่หน้าประตูห้องพร้อมกับในมือมีของมาฝากมากมาย“วันนี้พี่ไม่ได้เข้าบริษัทเลยมาหามุกแทน”“คำตอบของพี่วินท์ดูเหมือนคนไม่มีความรับผิดชอบเลยนะคะ” เขามาหาเธอโดยที่ไม่ได้ไปทำงาน มันทำให้เธอรู้สึกลำบากใจอยู่ไม่น้อย“พี่ขอเข้าไปข้างในได้ไหม”“ถ้ามุกบอกว่าไม่พี่วินท์จะยอมกลับไปไหมคะ”“มุกก็น่าจะรู้คำตอบของพี่นะ”“เฮ้อ มุกไม่อยากเถียงกับพี่แล้ว” หลังจากพูดจบแล้วหญิงสาวก็ยอมหลรกทางให้คนตังสูงเดินเข้ามาหาภายในห้องก่อนที่เธอจะปิดประตูลง“ทำอะไรกินเหรอ ทำไมหอมจัง” เขาวางสัมภาระที่ถือมาด้วยความไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินไปดูกับข้าวที่เธอทำอย่างถือวิสาสะแต่แล้วก็ทำให้เขาต้องเบือนหน้าไปทางอื่นทันที“อึก ทำไมเหม็นแบบนี้วะ” กวินท์พูดกับตัวเองเบา ๆ หลังที่ชะเง้อหน้ามองกับข้าวที่หญิงสาวทำไว้ ท่าทีของเขาทำให้ไข่มุกได้แต่ยืนมองอย่างเงียบ ๆ เธอเม้มริมฝีปาก







