LOGIN...จวนสกุลหลิวยังแคว้นตงอี๋...
กายสูงใหญ่ที่ทอดกายอยู่บนเตียงภายในห้องที่บัดนี้มีแต่กลิ่นยาอบอวลฉุนจัดจนขึ้นจมูก สตรีวัยปลาย 60 หนาวกำลังใช้ผ้าซับหยาดเหงื่อไปตามใบหน้าหล่อเหลาทว่ายามนี้กลับซีดขาวแทบมองไม่เห็นสีแห่งชีวิตอีกทั้งโดยรอบดวงตายังมีเส้นสีดำพาดผ่านทั้งสองข้างแลดูชวนเสียขวัญผนวกกับรอยคมกระบี่ที่ฉีดเข้าตรงข้างแก้มใต้ดวงตาจึงส่งเสริมให้บุรุษผู้เคยรูปงามหล่อเหล่านับเป็นหนึ่งในตงเหลียงยามนี้อัปลักษณ์ลงไปอย่างสิ้นเชิง
"ท่านหมอเกานี่ก็ผ่านไปร่วมสิบวันแล้วไยหลานชายของข้ายังไม่คืนสติสักคราเล่า"
นางขยับปากเอ่ยคำทั้งที่สายตามิได้ละจากหลานชายเพียงหนึ่งเดียวที่ยังไร้สติจนนางใจเสียไปแล้วหกส่วน
"เรียนฮูหยินผู้เฒ่าหลิวยามที่ท่านอ๋องเก้ามาถึงมือของข้าน้อยพระองค์ก็ทรงอาการก็ย่ำแย่เต็มทีบัดนี้กลับยังรักษาชีวิตเอาไว้ได้นับว่าท่านอ๋องเก้าช่างมากวาสนายิ่งนักขอรับ"
ชายชราในชุดเสื้อผ้าเรียบง่ายซึ่งหากมิทราบฐานะแท้จริงอาจคิดว่าเขาเป็นเพียงชายแก่บ้านไร่บ้านนาแสนธรรมดาทว่าแท้จริงเขาเคยเป็นถึงอดีตหมอหลวงข้างกายของอดีตฮ่องเต้พระองค์ก่อนเลยทีเดียวแต่เพราะอายุมากขึ้นแถมภายในวังแห่งต้าเหลียงยามนี้แสนจะวุ่นวายต่างแบ่งพรรคแบ่งฝ่ายต่อสู้ดุดัน เขาถึงขอลากลับมาใช้ชีวิตเรียบง่ายยังบ้านเกิด และยามนี้เขาก็คือท่านหมอเกาผู้มากฝีมือแห่งตงอี๋เพียงเท่านั้น
"หึ...มากวาสนาเช่นนั้นหรือ...เกรงว่าหลานชายของข้านับแต่มีบิดานามหานหย่งสือวาสนาก็หมดเสียแล้ว"
หญิงชรากดรอยยิ้มเจ็บปวดหัวในเหลือแสน เพราะภาพเมื่อกว่าสิบกว่าวันก่อนยามหลายชายของนางถูกส่งมาถึงหน้าจวนสกุลหลิวนางคล้ายรับเอาร่างที่สิ้นใจไปแล้วเข้าเรือนก็มิปาน นอกจากองครักษ์ข้างกายเพียงสองคน กับคนขับรถม้า คน"ทางนั้น"ก็มิเคยส่งผู้ติดตามผู้เป็นลูกชายมาแม้แต่น้อย ช่างเป็นบิดาผู้สมควรตายอย่างยิ่ง
"แล้วพิษที่อาไท่ได้รับยามนี้นับได้ว่าท่านรักษาหายได้แล้วหรือไม่เล่า"
เพราะพิษงูจากเผ่านอกด่านใช่จะรักษาได้โดยง่าย ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวเองถึงจะกลับมาใช้ชีวิตเรียบง่ายยังบ้านเกิดทว่าในอดีตนางก็วนเวียนอยู่กับการแก่งแย่งชิงอำนาจภายในวังหลวงมานับค่อนชีวิตดังนั้นเหล่าพิษร้ายของเจ็ดดินแดนหญิงชรามีหรือจะมิแจ้งใจ
"เรียนฮูหยินผู้เฒ่าเกรงว่า...เกรงว่าบัดนี้ชีวิตของท่านอ๋องเก้าข้าน้อยนั้นรักษาเอาไว้ได้หากแต่...ดวงตาของท่านอ๋องนั้นคง...ดวงตานั้นข้าน้อยเองก็คงมิอาจแน่ใจไปได้ว่า...จะยังทรงปกติเช่นเดิมหรือไม่ จนกว่าท่านอ๋องเก้าจะคืนสติขอรับ"
มือที่เช็ดไปตามใบหน้าของหลานรักถึงกับนิ่งค้างสุดท้ายก็สั่นเทา ทั้งชีวิตของหานหย่งไท่นับแต่เขาเกิดมามารดาก็ถูกลงทัณฑ์กักขังไว้ยังท้ายตำหนักตงกง แม้แต่ตำแหน่งชายารองขององค์ไท่จื่อนางก็มิอาจรักษาเอาไว้ได้ ยังมีโชคอยู่บ้างที่อดีตฮ่องเต้ทรงเมตตา เขาจึงเติบโตมายังจวนแม่ทัพของผู้เป็นตาทว่าสุดท้ายเขาเพียง12 หนาว ก็ต้องสูญเสียทั้งมารดาและท่านตาที่คอยปกป้องสุดท้ายจึงถูกส่งไปอยู่ไกลถึงค่ายพยัคฆ์ดำยังนอกด่านแห่งหุบเขาตงซานอันไกลโพ้น ต่อให้ในที่สุดเขาก็ถูกอดีตฮ่องเต้คอยช่วยเหลือจวบจนได้ขึ้นเป็นฉีหวางปกครองแคว้นตงอี๋บ้านเกิดของสามีนางก็ตามหากแต่...
สุดท้ายยามนี้แม้แต่ชีวิตเขาก็แทบจะรักษาเอาไว้ไม่ได้เมื่อสิ้นอดีตฮ่องเต้ไป พยัคฆ์ยังมิกินลูกตัวเองหรือจะเป็นสุนัขก็ยังรักลูกตนเองแต่เจ้าคนแซ่หานนามว่าหย่งสือกลับคิดแต่จะสังหารลูกชายคนรองของตนเองอยู่มิยอมรามือ คนเช่นนี้ค งเลวทรามว่าสัตว์เสียเป็นแน่
"พ่อบ้านเจียง แล้วที่ข้าให้ท่านส่งหนังสือไปถึงคนจวนไค่กั๋วกงแห่งอันเล่อเพื่อให้ว่าที่ฉีหวางเฟยเร่งเดินทางมาดูแลหลานข้าผลเป็นเช่นไรบ้าง ป่านนี้แล้วคนทางนั้นมิตอบความอีกหรือ?"
หญิงชรามิได้กล่าวอันใดกับท่านหมอเกาอีกหากแต่นางหันไปถามถึงสิ่งที่นางออกคำสั่งไป ต่อให้ยามนี้นางจะเป็นเพียงหญิงแก่ไร้ค่าทำสวนทำนาปลูกผักแต่เช่นไรอดีตนางก็เป็นถึงอดีตฮูหยินของต้าเจียงจวินแห่งต้าเหลียงหากทางนั้นมิคิดส่งคนมาเห็นทีนางคงต้อง"บีบ"เจ้าเขยชั่วหานหย่งสือเสียบ้างแล้ว เช่นไรนางก็แก่มากแล้ว ย่อมดูแลหลานรักได้มิเต็มที่คงมีเพียงแต่งเอาภรรยามาดูแลเขานั่นจึงถือว่านางพอเบาใจไปได้อยู่เจ็ดส่วน การทวงสัญญาหมั้นหมายจึงต้องบังเกิดเอาในคราวนี้เสียแล้วทั้งที่หญิงชราเองหากหลีกได้ก็คงหลีกหลบได้นางก็คงจะหลบมิติดตกแต่งคนสกุลหลัวผู้เกี่ยวพันกับฝ่ายของไท่จื่อนางมิเคยวางใจคนเหล่านั้นหากแต่หญิงชราย่อมรู้หลานชายของนางเป็นผู้จริงจังกับผู้จะมาเป็นภรรยา หานหย่งไท่นั้นตั้งใจมุ่งมั่นจะร่วมเรียงเคียงหมอนก็แต่เพียงสตรีเดียวไปตราบสิ้นชีพ
…แต่ที่ฮูหยินผู้เฒ่ายังมิแจ้งใจก็คือนับรู้หานหย่งไท่รับรู้ว่าตนเองถูกหลอกเขาก็มิอาจร่วมหมอนเคียงห้องหอกับนางอสรพิษจิตใจทมิฬเช่นคุณหนู่ใหญ่เช่นหลัวหรั่นเหยียนได้อีกต่อไป…
"เอ่อ...ทางจวนสกุลหลัวแจ้งมาว่าคุณหนูค่ำคืน...หลัวหรั่นเหยียนนั้นบังเกิดป่วยไข้นับจากวันที่ท่านอ๋องทรงถูกลอบสังหารจนบัดนี้นางก็ยังไม่หายหากต้องนั่งรถม้าเดินทางไกลกว่าห้าร้อยลี้จากอันเล่อสู่ตงอี๋คงทำไม่ได้ขอรับ"
...หึ...
"เห็นทีเจ้าคนแซ่หลัวคงคิดบิดเบือนเสียเป็นแน่เมื่อเห็นว่าหลานของข้าสิ้นไร้อำนาจมิอาจช่วยส่งเสริมให้คนตระกูลหลัวได้อีกต่อไป..."
ซึ่งก็มิได้ผิดไปจากที่นางคาดเอาไว้แต่แรก ยามทราบว่าฉีหวางบาดเจ็บสาหัสเป็นตายมิอาจแจ้งองค์ ฮ่องเต้จึงเรียกคืนตราพยัคฆ์แห่งกองทัพต้าเหลียงคืนแล้วส่งมอบมันให้องค์ไท่จื่อเป็นผู้ดูแลครอบครองแทน
"เห็นทีข้าต้องไปเยือนสกุลหลัวเพื่อเยี่ยมไข้ว่าที่หลานสะใภ้สักหน่อยแล้วกระมัง"
นางเองก็อยากจะเห็นสักครั้งว่าเจ้าพวกคนโลภที่บ้าแต่เพียงอำนาจจะหาทางใดบิดเบือนสัญญาหมั้นหมายแต่อดีตไปได้ หากจำเป็นนางคงต้องเจรจากับเจ้าเขยชั่วผู้นั้นสักหน่อยแล้ว
"อืม..."
เสียงแหบแห้งดังขึ้นช่วยฉุดดึงให้สติของฮูหยินผู้เฒ่าหลิวจากแผนการต่างๆ ที่จะช่วยเหลือให้หลานเพียงหนึ่งเดียวของนางได้พ้นภัยแห่งการแก่งแย่งพ้นไปจากวังวนฆ่าแกงกันในหมู่สายเลือดเช่นทุกวันนี้
"อาไท่...เจ้าฟื้นแล้วเป็นเช่นไรบ้างหลานของท่านยาย"
มือเหยี่ยวย่นแตะไปตามท่อนแขนกำยำ ซึ่งบัดนี้เริ่มขยับบอกให้รู้ว่าเขาฟื้นคืนกลับมาหานางแล้วมิทอดทิ้งนางเช่นบุตรชายทั้งสามและสามีรวมถึงบุตรสาวผู้เป็นมารดาของหานหย่งไท่
"ท่าน...ยาย...ข้า..."
หานหย่งไท่ขยับริมฝีปากซึ่งแห้งแตกขึ้นเล็กน้อยยามที่ลืมตาขึ้นมาแล้วพบกับน้ำเสียงอันคุ้นเคยของท่านยายที่รักเขาอาจนับได้ว่าเป็นหนึ่งเดียวในแผ่นดินต้าเหลียงรองลงมาเสียจากน้องชายทั้งสอง
"ดื่มน้ำสักหน่อย...มาท่านยายจะช่วยพยุงเจ้าให้ลุกขึ้น"
"นี่น้องเขย...เร่งพาน้องสาวข้าไปนอนเถิดเมาจนมองเปลวเทียนก็หัวเราะได้เช่นนั้นเกรงว่าสามีชื่ออันใดนางคงลืมจนสิ้นเสียแล้ว" คนที่เคยพบพานเหตุการณ์เช่นนี้ร่วมกันเช่นหานหย่งไท่และหานหย่งคังถึงกับหันมองสบตากันอย่างมิได้นัดหมายเมื่อถูกคำกล่าวนั้นของไท่จื่อจ้าวเทียนเฉิงสะกิดปมเก่าในอดีตเมื่อ7หนาวก่อน ส่วนหลี่เพ่ยหนิงกับหานซื่อหลางอีกทั้งองค์ฮ่องเต้แห่งเป่ยเหลียวและไท่จื่อแห่งสุ่ยโจวผู้พูดประโยคคุ้นเคยนั้นกลับมิรู้ความหมายที่2พี่น้องเขามองหน้ากันก็มิได้คิดมาก เมื่อเห็นว่าไม่มิอันใดก็หันกลับไปชวนกันนั่งดื่มกินพูดคุยกันสนุกสนานเช่นคนคุ้นเคยที่นานครั้งจะได้พบเจอปล่อยให้บรรดาสามีทั้งหลายร่วม"เก็บ"ภรรยาคออ่อนทั้งหลายเข้าห้องพักไป "เช่นนั้นอาหลาง เจ้าดูเป็นธุระ รับรองพี่หยางกับน้องเฉิงด้วยก็แล้วกันข้าจะพาต้าซ้อเข้านอนก่อน" หานซื่อหลางที่ปกติจะยิ่งใหญ่อยู่ภายนอกทว่ายามอยู่กันแต่เพียงในจวนสกุลหลิวหรือตำหนักฉีหวางเขากลับเป็น"อาหลาง"ของพี่น้องเช่นเดิมมิเปลี่ยนผันก็รับคำ แล้วพูดคุยด้วยเรื่องทั่วไปต่อมิได้เข้าไปขัดขวางทั้งต้าเกอและเอ๋อร์เกอที่ดูจะวุ่นวายดูแลพา...หวางเฟย...ของตนเองเข้านอน...จิ้งถีเองท
หานเฟยฉีคือธิดาองค์โตของเยี่ยนหวางกับหวางเฟย และยิ่งเติบโตทั้งใบหน้าและดวงตากลับแจ่มชัดให้หลัวเหม่ยเหยานางคิดถึงพี่สาวผู้วายชนย์ เช่นหลัวเหม่ยฉี นางเอาความฝันกับเรื่องที่เกิดมาผูกกันนับแต่เฟยฉีนางคลอดเช่นไรบางสิ่งก็คอยสะกิดใจไท่เฮาหานเฟิ่งเหยามิจากว่าเด็กน้อยผู้นี้อาจเป็นพี่สาวของนางที่มาเกิดหวังใกล้ชิดจนเองอีกครั้ง ดังนั้นแล้วส่วนใหญ่หานเฟยฉีท่านหญิงน้อยวัยร่วม7หนาวจึงมักพักอยู่เสียที่ตงอี๋เป็นหลักมิค่อยได้กลับแคว้นฉู่ที่บิดาและมารดากับน้องชายและหญิงทั้ง2พักพิงอยู่ "ฉีเอ๋อร์ถวายพระพรไท่เฮาเพคะ" กายเล็กสองแก้มแดงปลั่งดังผลลูกท้อโน้มศีรษะเต็มพิธีการเช่นปกติต่อให้หลัวเหม่ยเหยากำชับแล้วกำชับอีกว่ายามอยู่กันเพียงคนในครอบครัวมิต้องมากพิธีนางก็เป็นท่านน้าเหยาเท่านั้น "ฉีเอ๋อร์ๆ ...คิดถึงจังเลย" ห้าแสบโถมกายเข้าใส่"พี่ฉีเอ๋อร์"ที่กายก็ไม่ได้โตกว่าทั้งห้าคนแต่อย่างใดจึงเป็นภาพซานลาเปาห้าก้อน"ทับ"ลูกท้อเล็กๆ ชวนขบขันอีกทั้งยังชวนสงสารอีกด้วย "หยุดเลยเจ้าห้าแสบ...ถอยออกมาจากพี่ฉีเอ๋อร์เดี๋ยวนี้" เป็นหลี่เพ่ยหนิงที่ตรงมาช่วยจับกายกลมป้อมทั้งห้าออกจากลูกท้อน้อยอีกแรงเพราะเกรงว่าคนตั
บทส่งท้าย เมื่อจัดการปัญหาทุกอย่างที่สำคัญก่อน ไปทีละเปลาะนั่นก็คือเริ่มประกาศลดภาษี ในเหล่าพ่อค้าระหว่างแคว้นส่วนชาวนาและชาวสวนที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของต้าเหลียง หานหย่งไท่ประกาศงดเว้นภาษีเป็นเวลาสองหนาว กับจะเริ่มค่อยๆ จัดแจงแต่งตั้งขุนนางที่เหมาะสม โดยมีท่านเอกอัครมหาเสนาบดีซ่งขึ้นมานั่งตำแหน่งเอกอัครมหาเสนาบดีเพียงหนึ่งเดียว ส่วนขุนนางที่เคยเป็นฝ่ายของอดีตองค์ฮ่องเต้หานหย่งสือก็ค่อยๆ ถูกลดทอนหรือบางคนก็ถูกถอดถอนตำแหน่งด้วยการอนุญาตให้พวกเขาปลดตนเองลากลับบ้านเกิดไปใช้ชีวิตสงบสุขซึ่งความจริงก็คือการบีบบังคับและลดทอนอำนาจ ของคนไม่ซื่อตรง ต้องให้เวลาทอดยาวไปจน3หนาว หานหย่งไท่จึงสามารถ สละราชบัลลังก์แล้วส่งต่อให้แก่องค์ไท่จื่อหานซื่อหลาง แล้วตนเองก็ขึ้นนั่งตำแหน่งไท่ซางหวงสืบไป โดยที่ประทับของไท่ซางหวงและไท่เฮาก็คือแคว้นตงอี๋นั่นเอง เมื่อบ้านเมืองปลอดขุนนางโฉดชั่ว สิ้นผู้นำคลั่งอำนาจ ทุกสิ่งก็เริ่มดีขึ้นราวพลิกแผ่นฟ้า ชาวประชาล้วนเริ่มลืมตาอ้าปากกันได้ ผลผลิตก็งอกงาม ความเป็นอยู่ก็อิ่มหนำ หานหย่งไท่จึงชี้แนะแนวทางให้ องค์จักรพรรดิจินเหลียงตี้ที่2เริ่มเปิดเส้นทางการค้ากับทั้ง
ตอนที่ 95ยามได้ยินเสียงกายเล็กทำเสียงคล้ายอยากอาเจียนอยู่เบื้องหลังหานหย่งไท่จึงหยุดเท้าแล้วหันกลับมาดูจึงพบว่าใบหน้าของภรรยาเด็กยามนี้ซีดขาวชวนตกใจ "ต้าซ้อไม่สบายหรือ ขอข้าตรวจสักหน่อย" ยามอยู่กันเพียงลำพังทั้งหานหย่งคังและหานซื่อหลางก็ยังคงเรียกทั้งหานหย่งไท่และหลัวเหม่ยเหยาเช่นเดิมมิแปลเปลี่ยน "ต้าซ้อ!!!" เพียงครู่ที่แตะยังชีพจรใบหน้าของเยี่ยนหวางในวันนี้กลับประเดี๋ยวแดงเดี๋ยวม่วงจะยิ้มก็มิใช่จะร้องให้กลับยิ่งไม่เชิงเห็นเช่นนั้นหานหย่งไท่บุรุษผู้รักภรรยาเด็กยิ่งกว่าชีวิตของตนเองก็เริ่มใจคอไม่ดี "คังเอ๋อร์ เสี่ยวเหยาป่วยเป็นอันใด...เร่งบอกมา" จากที่วันนี้ตั้งใจจะไปชำระความกับครอบครัวแซ่หลัวสายหลักหานหย่งไท่มิสนใจเร่งช้อนอุ้มภรรยาเด็กแล้วมุ่งหน้ากลับเรือนม่านพิรุณทันที ตลอดทางเดินก็ออกคำสั่งตามท่านหมอเกาเรียกหาจื่อหลัน เรียกหาพ่อบ้างเจิงจนหานหย่งคังนั้นมิอาจพูดสิ่งที่ติดค้างได้เลย ...ต้าเกอท่านถามแล้วไยมิรอคำตอบให้กระจ่างกันเล่า?... เยี่ยนหวางให้หนักใจต่อความห่วงภรรยาจนเกินพอดีของผู้เป็นพี่ชาย "ฝ่าบาท..." ใบหน้าอวบอูมของท่านหมอเกาบัดนี้แดงจัดเต็มไปด้วยความยินดี
ตอนที่ 94ทั้ง4ชีวิตดูสั่นเทางกเงิ่นผู้ใดเล่าจะคิดเลือกหนทางตาย ยามนี้ต่อให้มีเงินทองมากมายสูงมากกว่ายอดเขาขุนนางใหญ่ทั้งหมดก็มิสนใจเท่าได้โอกาศหายใจนานอีกสักหน่อยเท่านั้นเช่นนี้มีหรือที่พวกเขาจะขัดขืน หานหย่งไท่เปิดรอยยิ้มหยามเหยียด ในใจก็วางแผนกำจัดคนเหล่านี้ให้พ้นไปจากราชสำนักทันทีหากทุกสิ่งเป็นไปดังเป้าหมายของพวกเขา "เช่นนั้น...สองพ่อลูกนี้ต้าเกอยกให้พวกเจ้าก็แล้วกัน...ต้าเกอจะทำเพียงดูชมเท่านั้น" กล่าวจบเขาก็ถอยกายไปทรุดลงยังโต๊ะด้านข้างด้วยกิริยาสงบนิ่งเช่นเดิม ทั้งหานหย่งคังและหานซื่อหลางจึงกดรอยยิ้มเหี้ยมโหด ถอดพิมพ์เดียวกับผู้เป็นต้าเกอ "จับตัวมันเอาไว้ให้ดีๆ" หานหย่งคังสั่งคนของตนเองทหารรูปร่างสูงใหญ่ทว่าคล่องแคล่วจึงตรงเข้ากดศีรษะและล็อกแขนและขาของหานหย่งสือ กายในอาภรณ์หรูหราถึงกับดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่ผู้ใดจะใส่ใจหรือก็เปล่าดาย... "อาหลางลงมือ" ในเมื่ออดีตคนผู้นี้ทรมานมารดาของพวกเขาตายลงต่อหน้าวันนี้จะมีโทษใดร้ายกาจเท่าพวกเขาทรมานบุตรรักของเจ้าคนชั่วช้าผู้นี้ไปได้ "ตัดนิ้วมัน!" เสียงโหยหวนเริ่มต้นขึ้นในต้นยามห้ายและสิ้นสุดลงในปลายยามโฉ่ว กับสภาพร่างกายสิ้น
ตอนที่ 93…ตำหนักลี่เสวี่ยน… บรรยากาศแสนจะอึมครึมและกดดันอย่างยิ่ง ต่อให้มีทั้งขุนนางและเชื้อพระวงศ์รวมตัวกันอยู่ร่วมสิบชีวิตทว่ากับเงียบงันมีแต่เพียงเสียงลมหายใจเท่านั้นที่บ่งบอกว่ายังมีผู้คนอยู่ภายในโถงกว้างแห่งนี้ “คนของเจ้าไยจึงเดินทางช้าอย่างยิ่งหย่งเต๋อ นี่หากเจ้าหย่งไท่ผู้นั้นตีตลบเข้ามายังเมืองหลวงได้เพียงทหารองครักษ์สองพันจะต้านไหวได้อย่างไร” บุรุษวัยราว 48 หนาว เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ทูลเสด็จพ่อท่านแม่ทัพฝูแจ้งข่าวมาแล้วว่ามิเกินต้นยามอู่พรุ่งนี้กำลังทั้งหมดของค่ายหนานจีหนึ่งแสนมาถึงประตูด้านทิศใต้พร้อมตลบหลังกองทัพกฏบอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” หานหย่งเต๋อองค์ไท่จื่อวัย 21 หนาว กล่าวรายงานผู้เป็นบิดาด้วยน้ำเสียงแสนจะมั่นคงเพราะเขาแน่ใจว่ากำลังพลในมือนั้นย่อมเหนือกว่าฝ่ายหานหย่งไท่และสองแม่ทัพตระกูลหลิ่วอย่างแน่นอน “แล้วเรื่องที่เจ้าพวกชาวนาสมควรตายเหล่านั้นเล่าเสนาบดีเสวี่ย บัดนี้จัดการให้พวกมันพ้นไปจากลานด้านเหนือของพระราชวังได้หรือไม่” เพราะบัดนี้ชาวนาและเหล่าชาวสวนต่างหมดความเชื่อถือกับการปกครองของหานหย่งสือเพียง 6 หนาว พวกเขาล้วนสิ้นเนื้อประดาตัวที่นาที่ไร่
ตอนที่ 49"เช่นนั้นขอองค์หญิงหลี่เพ่ยหนิงทรงโปรดระวังพระวรกายด้วยพ่ะย่ะค่ะประตูเมืองคนพลุกพล่านนักอาจมีคนร้ายแฝงตัวอยู่ได้มากถึงสิบส่วนพ่ะย่ะค่ะ"เขาจำต้องน้อมศีรษะตามรับสั่งแต่โดยดี เพราะยามใดที่กงจู่ผู้นี้ระเบิดโทสะมักนองไปด้วยหยาดโลหิตเสมอ..."ลำบากท่านหัวหน้าซ่งต้องเป็นกังวลแล้ว "มือเรียวถูกโบ
ตอนที่ 48"เพคะองค์หญิง”กายทะมัดทะแมงในอาภรณ์ดำรับคำแข็งขัน น้ำเสียงที่ถูกบีบจนฟังดูห้าวกว่าสตรีทั่วไปซ่งหยวนเค่อได้ยินก็สะดุดใจอย่างประหลาด หากกงจู่จะมีบุรุษบำเรอล้วนมิใช่เรื่องแปลกเขาพบเจอจนชาชินแต่สตรีชมชอบสตรีในต้าเหลียงล้วนไม่ยอมรับและฝ่ายเป่ยเหลียวเองก็มีกำหนดโทษต่อเชื้อพระวงศ์ที่บังอาจสร้าง
ตอนที่ 35แต่ที่ต้าซ้อกล่าวนั้นพวกเขาช่างชมชอบยิ่งอย่างน้อยพวกเขาก็รู้แล้วว่าภายใต้ท่าทีเหนือก็ไม่เคยรู้ตะวันออกนางก็คล้ายจะไม่แจ้งใจแท้ที่จริงนางรู้ดีทีเดียวเพียงแค่นางเลือกที่จะ'รู้'หรือว่าเลือกจะ'วางเฉย'เท่านั้นเอง"เด็กน้อย...กินข้าวเถอะ"จากพายุใหญ่พร้อมเก็บกวาดทุกสิ่งที่ขวางหน้ากลับกลายเป็นสา
เมื่อรู้แล้วว่าภรรยาตัวน้อยของตนเองนางไม่กลัวเลือดและไม่เหม็นจึงให้นางได้ลงมือตรวจอาการเจ้าสองคนตรงหน้า"คนนี้น่าจะทนได้อีกไม่เกินหนึ่งชั่วยามส่วนผู้นี้ยังพอรักษาชีวิตได้เพคะท่านอ๋องจะให้เหยาเอ๋อร์ห้ามเลือดเตรียมรักษาเขาหรือไม่เพคะ"ใบหน้าเล็กๆ แหงนเงยขึ้นมาถามเขาแล้วนิ่งรอคำสั่งมิได้ต่างจากเหล่าอง







